Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลองใจ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2562 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลองใจ?
แบบอักษร

​ตำหนักซินหลง

เยว่จือและเทียนจินมาถึงหน้าตำหนักก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้มาจากข้างในสร้างความแปลกใจให้ทั้งสองเป็นอย่างมาก

"อึก ฮืออๆ"ครั้นเดินเข้ามาก็เห็นจิงซินนั่งร้องไห้อยู่บนตั่งโดยมีเฟยเทียนสวมกวดจากด้านหลัง

"ฮึก ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าไม่ชอบให้เสียงดัง ทำไมชอบตะคอกใส่ข้าอยู่เรื่อย ฮือออ"นางเอ่ยไปร้องไห้ไป ก็ก่อนหน้านี้นางแค่จะเดินออกมาหยิบหนังสือไปอ่านพอเฟยเทียนมาเห็นก็ดุนางยกใหญ่

"ก็เจ้ามันดื้อ พี่บอกว่าห้ามเดินไปไหนมาไหนโดยไม่มีคนคอยประคองไม่ใช่รึ"เขายังดุนางอยู่แต่กอดปลอบนางไปด้วย

"แต่ท่านพี่ก็ไม่น่าเสียงดังใส่ข้าขนาดนั้นนี่เพคะ ฮึก คนกำลังท้องอารมณ์มันก็อ่อนไหว ฮึก แล้วเวลาท่านพี่ดุเสียงดังๆ อึก มันก็จะร้องแบบนี้"นางสะอึกสะอื้นไม่หยุด ไม่รู้ทำไมช่วงใกล้คลอดนางถึงอารมณ์อ่อนไหวและแปรปรวนขนาดนี้

"ถ้าไม่อยากถูกดุก็ต้องทำตัวดีๆเชื่อฟังที่พี่พูด การที่เจ้าดื้อรั้นอาจทำให้เจ้าได้รับอันตราย"

"ถ้าเมื่อครู่เกิดหน้ามืดล้มลงไปเจ้ารู้ใช่รึไม่ว่าจะเป็นเช่นไร ที่พี่ห้ามเพราะพี่เป็นห่วงไม่ใช่สั่งเพราะต้องการแสดงอำนาจหรือสั่งแบบไร้เหตุผล เจ้าเข้าใจรึไม่?"

เฟยเทียนอธิบายให้นางฟังพร้อมลูบผมนางไปด้วย อันที่จริงตั้งแต่มีนางเขารู้สึกกเหมือนกำลังมีลูกอีกคน แต่นางก็ยังเด็กจริงๆนั่นแหละเป็นเขาเองที่จับนางมาแต่งงานตั้งแต่นางยังไม่ทันโต

"อึก ฮือออ ขะ ขออภัยเพคะ ขะ ข้าผิดไปแล้ว" จิงซินซุกหน้าลงกับอกเขาร้องไห้ออกมาก่อนจะเอ่ยขอโทษเขาไปด้วย สองสามีภรรยากอดกันแน่นจนไม่ทันสังเกตว่ามีแจกมายืนรออยู่นานแล้ว

"แฮ่ม เอ่อข้าพาเยว่เออร์มาหาชายาของเจ้า"เทียนจินกระแอมไอก่อนจะเอ่ยจุดประสงค์ออกไป

"อึก ยะ เยว่จือเจ้ามีอะไรรึ หรือว่าพิษนั่นเลวร้ายกว่าเดิม เจ้าเป็นอะไรรึไม่"จิงซินผละออกจากสามีแต่ยังไม่กล้าลุกจากโต๊ะที่นั่งอยู่ นางเอ่ยถามสหายด้วยความเป็นห่วงและกังวลใจ

"ข้าจะมาบอกเจ้าว่าข้าได้ยาถอนพิษแล้ว ไม่ต้องห่วงข้านะ"นางยิ้มให้สหายเบาๆ

"จริงรึ!!! เยว่จือเจ้าไม่ต้องตายแล้วใช่รึไม่! ฮึก เจ้าปลอดภัยแล้ว"จิงซินยิ้มปนสะอื้นออกมาอีกครั้งเยว่จือเดินเข้าไปหาแล้วกอดจิงซินเอาไว้

"อื้ม ข้าปลอดภัยดีแล้ว เจ้าก็เลิกเครียดได้แล้วนะ"

"ฮึก อื้ม ข้าเบาใจขึ้นเยอะเลยที่เจ้าหายสักที"

"ข้าจะมาบอกเจ้าเท่านี้ล่ะ เจ้ากับองค์ชายปลอบกันต่อเถิด"เยว่จือยิ้มล้อเลียนก่อนจะออกไปพร้อมกับเทียนจิน

"ฮึก ไม่บอกข้าก็กอดสามีต่ออยู่แล้ว"จิงซินว่าไล่หบังไปแล้วกลับมาสวมกอดเฟยเทียนต่อ นางใช้ใบหน้าถูไถไปกับอกของเขาอย่างออดอ้อนจนได้ยินเสียงอีกฝ่ายขบกรามแน่น

"ซินเออร์ เจ้ากำลังท้องแก่"ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอดทนกับความต้องการอย่างเต็มที่

"ก็ท้องน่ะสิเพคะ^^"

ร่างสูงลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกจากห้องไปสงบสติอารมณ์ แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหนเพราะนางดึงแขนของเขาเอาไว้เสียก่อน

"จะหนีไปไหนเล่าเพคะ ให้ซินเออร์ช่วยนะเพคะ"

มือบางลูบไล้ไปทั้งๆที่เขายังยืนอยู่ นางยอมทำให้เขาดีกว่าให้เขาไปปลดปล่อยกับสตรีอื่น ยิ่งเรื่องไปหอนางโลมตัดทิ้งไปได้เลยเพราะนางไม่ยอม!

"นะ แน่ใจรึ "เฟยเทียนเอ่ยถามแม้ในตาของเขาจะแสดงความต้องการออกมาอย่างมากล้นจนปิดไม่มิด

"หึๆ"นางหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะลงมือมอบความสุขให้สามีจนเขาพอใจ นางกำนัลขันทีหน้าห้องต่างก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย

เห็นองค์ชายดูสุขุมเยือกเย็นมีเหตุผลมาตลอด มาตอนนี้กลับพ่ายแพ้ให้แก่สตรีนางเดียว^o^

หนึ่งเดือนต่อมา..

ทหารองครักษ์มากมายวิ่งกันชุลมุนวุ่นวายอยู่ในวังหลวง ตอนนี้ทุกคนต่างตามหาสตรีผู้สูงศักดิ์ที่สุดในแคว้น หลี่ฮองเฮาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

"หาให้ทั่ว ใครหาฮองเฮาพบเจิ้นจะมอบรางวัลให้อย่างงาม!"ฮ้องเต้ตะโกนก้องด้วยความร้อนใจที่เมียรักหายตัวไป

เรื่องมันเริ่มที่แคว้นหยางส่งเครื่องบรรณาการมาพร้อมกับหญิงงามหนึ่งนาง ในครั้งนี้ด้วยระยะทางที่ใกล้ทำให้ขบวนมาถึงอย่างรวดเร็ว

ในวันที่หญิงนางนั้นเข้าถวายตัวเรื่องดันไปเข้าหูอี้ฟางเข้านางจึงเกรี้ยวโกรธอย่างมาก ดูท่าแคว้นนี้คงจะอยากมีปัญหาจึงได้ส่งสตรีมาทั้งที่มีกฎห้ามใช้สตรีเป็นเครื่องบรรณาการ

ท้องพระโรง

ในขณะที่หญิงงามกำลังจะถวายตัวหลี่ฮองเฮาก็เดินเข้ามาและนั่งลงข้างกายของฮ้องเต้ซึ่งเป็นที่ประจำตำแหน่งของนาง

"หยุด! แคว้นของเจ้าทำผิดกฎส่งเจ้ามาได้อย่างไร? แล้วพวกท่านที่เป็นขุนนางก็ไม่มีใครคัดค้านมันใช้ได้รึ!!"เหล่าขุนนางก้มหน้าลงต่ำ สำหรับในสมัยฮ้องเต้พระองค์อื่นการทำเช่นนี้ย่อมไม่แปลก

"ไม่เป็นการผิดกฎเพคะ หม่อมฉันไม่ใช่ของบรรณาการหากแต่เป็นของกำนัลที่เสด็จพ่อตั้งใจมอบให้กับฮ้องเต้แคว้นหมิงด้วยความเคารพ"

"กล้าตีฝีปากกับข้างั้นรึ? เจ้าคิดผิดแล้วองค์หญิง ข้าไม่รู้ว่าที่แคว้นของเจ้าเจ้าจะสูงส่งอย่างไร แต่นี่คือแคว้นหมิงอำนาจฝ่ายในเป็ยของข้า และข้าไม่ยอมรับเรื่องนี้!"นางตวัดสายตาขึ้นมองคนที่นั่งอยู่ด้านบนบัลลังก์เหนือนาง

"เรื่องนี้เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นอย่าใช้ความหึงหวงส่วนตัวมาตัดสินเลยเพคะ เรื่องนี้ให้ฮ้องเต้ทรงตัดสินเถิดเพคะ"

หลี่ฮองเฮาโกรธจนตัวสั่น ที่ผ่านมาเพราะรู้ตัวก่อนจึงจัดการได้ง่ายแต่ครั้งนี้ไม่มีใครปริปากพูด ครั้งนี้นับว่านางพลาดจริงๆ ปกติโอรสสองคนจะช่วยนางสอดส่องเรื่องนี้แต่นางเข้าใจดีว่าทั้งสองมีครอบครัวต้องดูแล

"ฝ่าบาทตัดสินใจมาเพคะ จะรับของกำนัลไร้คุณภาพนี่รึไม่" หากมีเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนี่ต้องไม่มีนาง!!

"ฟางเออร์เจ้าใจเย็นก่อน เรื่องนี้สำคัญนักจะใช้อารมณ์ตัดสินไม่ได้นะ"เขาพยายามพูดอย่างมีเหตุผล เขาเองก็อยากจะปฏิเสธแต่กำลังหาเหตุผลอยู่เช่นกัน

"หม่อมฉันก็กำลังใจเย็นอยู่เพคะ เพราะถ้าใจร้อนเกรงว่าคงมีการนองเลือดเกิดขึ้นในท้องพระโรงเป็นแน่"นางกล่าวพลางมองสตรีที่อยู่ต่ำกว่าราวจะกินเลือดกินเนื้อทำเอาหญิงนางนั้นเริ่มนึกหวาดๆขึ้นมา

"หากฝ่าบาทหนักพระทัยหม่อมฉันอยากเสนอให้ทรงไตร่ตรองดูสักคืนนะเพคะ การบีบคั้นเช่นนี้อาจทำให้ตัดสินพระทัยพลาดไป"หญิงสาวเสนอขึ้นอย่างใจกว้าง เรื่องนี้นางต้องชนะให้ได้

"เหอะ!คิดว่าตนเองเป็นใครกันถึงได้กล้าต่อรองเช่นนี้"

"แต่เรื่องนี้เจิ้นเห็นด้วยกับนาง เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างแคว้นเจิ้นขอคิดดูก่อน หากปฏิเสธตอนนี้ก็จะผิดใจกันเปล่าๆ"อี้ฟางหันไปมองคนที่เป็นสามีด้วยความโกรธ ทำแบบนี้หักหน้านางชัดๆ!

"เพิ่งรู้ว่าทรงกลัวแคว้นเล็กๆเช่นแคว้นหยางด้วยนะเพคะ ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไรข้าขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าหากแคว้นหยางกล้าเล่นตุกติกอะไรล่ะก็ รับรองได้ว่าแคว้นจองพวกเจ้าพินาศเช่นเดียวกับแคว้นเจิ้นฉีแน่!"อี้ฟางลุกขึ้นแล้วออกไปจากท้องพระโรงทันที และหลังจากนั้นเองที่นางหายตัวไปจนรุ่งเช้าวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบ

ตำหนักฮองเฮา

"เจ้าไม่รู้จริงๆรึว่านายของเจ้าอยู่ที่ใด"ฮ้องเต้เอ่ยถามคนที่คิดว่าน่าจะรู้จักอี้ฟางดีที่สุดอย่างจิ่วชุ่ย ปกตินายบ่ายคู่นี้ตัวติดกันตลอดแต่ครั้งนี้นางกลับหายตัวไปคนเดียว

"ไม่ทราบจริงๆเพคะ หม่อมฉันรอฮองเฮาอยู่ด้านหน้าท้องพระโรงอยู่นานก็ไม่เห็นแม้แต่เงา"

"หายไปที่ใดของเจ้าอี้ฟาง"ร่างสูงโปร่งนั่งลงบนเตียงที่นางใช้นอนอย่างอ่อนล้า เขาตามหานางตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่กลับยังหาไม่พบจนข้ามวันก็หาไม่พบ

"จริงสิ!!! นางเคยบอกว่าจะออกบวช!"เพียงแค่นึกถึงตอนที่นางเคยบอกว่าจะไปบวชเจ้าผู้ครองแคว้นก็ลุกขึ้นยืนกระทันหันก็จะแต่งกายให้เรียนร้อยแล้วตรงไปอารามหลวงด้วยตนเองทันที

อารามหลวง

ปัง!!!!!

"ฟางเออร์!!!"ฮ้องเต้ตะโกนเรียกนางด้วยเสียงที่ดังที่สุดเมื่อเห็นร่างของนางหันหลันให้ไม่ไกล

"!!!"อี้ฟางที่นั่งหันหลังอยู่ลุกขึ้นแล้วรีบหันไปดูตามต้นตอแห่งเสียงเกรี้ยดกราดนั้น ว่าจะเอ่ยไล่ให้เขาออกไปแต่อาการวิงเวียนหน้ามืดก็เข้าเล่นงานเสียก่อน

"อึก"ร่างบางทรุดลงจนอีกฝ่ายต้องรีบเข้ามาประคองไว้ก่อนที่คนที่เข้ามาช่วยจะตกตะลึงเมื่อเห็นโลหิตสีแดงที่เปรอะเปื้อนชุดของฝ่ายเป็นวงกว้าง

"ฟางเออร์!!! มะ ไม่นะ!!"เขารีบอุ้มนางออกจากี่แห่งนี้ทันที สำนักหมอหลวงอยู่ไม่ไกลนัก ร่างสูงรีบตรงไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว หัวใจเขาตอนนี้มันเหมือนหยุดเต็นไปชั่วขณะ

"ฟางเออร์ตื่นขึ้นมาก่อนนะ อึก อย่าเป็นอะไรไปนะ ลูกพ่อเจ้าต้องอยู่กับพ่อนะ"เขาเอ่ยขึ้นเสียงสั่นเครือสองเท้ายังรีบก้าวไปให้ถึงที่หมายเร็วที่สุด

เวลาต่อมา

สำนักหมอหลวง

"ฝ่าบาท!!!"เหล่าหมอหลวงอุทานก่อนจะรีบออกมารับเสด็จฮ้องเต้ที่มาเยือนอย่างกระทันหัน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ให้ความสนใจเพราะสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของนางและลูกน้อยของเขา

"รีบรักษานางเร็วเข้า!! เจิ้นไม่รู้ว่านางเป็นอะไร อึก รักษานางให้ได้!"หมอหลวงที่ตำแหน่งสูงสุดรีบเข้ามาตรวจชีพจรของหลี่ฮองเฮาอย่างรวดเร็ว ทุกคนที่เห็นสภาพนางต่างมีความคิดเช่นเดียวกัน...นางแท้ง!

"เป็นอย่างไรบ้าง นางกับลูกของเจิ้น ปะ เป็นอะไรรึไม่"คนถามคำถามเริ่มน้ำตาคลอหวังว่าสวรรค์จะเมตตาให้ลูกยังอยู่กับเขา

"อึก ฟางเออร์ถ้าเจ้ากับลูกปลอดภัยพี่สัญญาจะไม่รับสนมอีก สนมในวังหลังหากเจ้าไม่พอใจพี่จะไล่ออกไปให้หมด เจ้าอย่าเป็นอะไรเลยนะ"

"อืมมม ข้าได้ยินนะเพคะ"อี้ฟางค่อยๆลืมตาขึ้นมาค่อยๆลุกขึ้นนั่งแล้วกอดอกมองเขานิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"นะ นี่เจ้าไม่ได้เป็นอะไรรึ!!!"

"เอ่อทูลฝ่าบาท ฮองเฮาทรงปลอดภัยดีพ่ะยะค่ะ ทารกในครรภ์ก็แข็งแรง เมื่อครู่เป็นอาการหน้ามืดธรรมดาเท่านั้นพ่ะยะค่ะ"หมอหลวงกล่าวพร้อมกับถอยออกมาเพื่อให้ฮ้องเต้และฮองเฮาได้ปรับความเข้าใจกัน เรื่องทั้งสองพระองค์ทะเลาะกันในท้องพระโรงต่างรู้ไปทั่ววังหลวง

"ละ แล้วเลือดนี่เล่า หรือเจ้าจงใจปั่นหัวพี่!!"

"ใครจะไปทำเรื่องไร้สาระเช่นนั้น อย่างท่านข้าไม่ปั่นหัวหรอกข้าจะรอให้ลูกคลอดออกมาแล้วค่อยพาลูกหนีกลับจวน"นางถอนหายใจอย่างแรงแล้วเมินหน้าหนีเขา

"หลี่อี้ฟาง!! พี่ว่าเราคุยกันเรื่องหนีหลายครั้งแล้วนะ บอกไว้ก่อนเลยว่าพี่ไม่ยอม หากเจ้าไปพี่จะตามไปอยู่กับเจ้าที่จวนด้วย ไม่มีฮ้องเต้ดูเถิดว่าแคว้นจะอยู่ได้รึไม่!"

"นี่ขู่ข้ารึ!!!"

"ไม่ได้ขู่! พี่พูดจริงทำจริงแน่นอน"

"หึ่ย! ท่านหมอหลวงพอมีหมอที่รักษาสุนัขได้บ้างรึไม่ มีสุนัขถูกทำร้ายมาอยู่ที่อารามหลวง เห็นแล้วน่าสงสารยิ่งนัก"

"มีพ่ะยะค่ะ กระหม่อมจะให้คนไปตามให้เดี๋ยวนี้พ่ะยะค่ะ"

"ขอบใจท่านมาก^^"หมอหลวงได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมาเพราะดูท่าสงครามยังไม่จบ ฮ้องเต้มีสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

"เจ้าอย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะอี้ฟาง หนีออกจากตำหนักทั้งคืนรู้รึไม่ว่าตัวเองแหกกฎไปกี่ข้อแล้ว"เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ข้าไม่ได้หนี จะเรียกว่าหนีได้อย่างไรเพคะในเมื่อยังไม่ได้กลับเจ้าไปเลยแม้แต่ก้าวเดียว"นางลอยหน้าลอยตาตอบทำเอาเหล่าหมอหลวงเริ่มรู้สึกถึงไฟโทสะของฮ้องเต้ขึ้นมา

"อย่ามาเล่นลิ้นกับพี่นะ!"

"ข้าเปล่าเล่นลิ้นนะเพคะ เล่นลิ้นมันแบบนี้ต่างหาก"นางดึงเขาลงมาจุมพิตอย่างกระทันหันจนเขาไม่ทันตั้งตัว ความโกรธที่มีหายไปจนแทบไม่เหลือ ลำบากหมอหลวงต้องรีบหันหลังให้ภาพตรงหน้านี้อีก

"จะ เจ้า เจ้า!!"

"น้องอี้ฟางขอกลับตำหนักก่อนนะเพคะท่านพี่ ตอนนี้ชุดเลอะหมดแล้วจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสียใหม่ ท่านพี่ก็อย่าลืมที่พูดนะเพคะไล่นางไปให้หมด^^"ไม่ต้องรอให้อนุญาตนางก็เดินออกไปทันที ฮ้องเต้ก็ฮ้องเต้เถิดเจอแบบนี้เข้าไปก็พูดไม่ออก น้องอี้ฟางรึ?

"ฮองเฮาทรงอารมณ์แปรปรวนเช่นนี้ลำบากหน่อยนะพ่ะยะค่ะ "หมอหลวงเย้าเล่นก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของตน คนที่เหลือก็กลับไปคัดแยกสมุนไพรต่อ

ทางด้านตำหนักซินหลง

เป็นเวลาร่วมเดือนที่เยว่จือไม่ได้มาเยี่ยมสหายเพราะถูกสามีบังคับให้อยู่แต่ในตำหนักจนกว่าร่างกายจะกลับมาแข็งแรงดังเดิม กว่าจะออกมาได้ก็เสียเวลาพิสูจน์อยู่นาน>_<

เทียนจินประคองชายาของตนเข้ามาก็ต้องแปลกใจเมื่อด้านในตำหนักมีเสียงทารกร้องไห้งอแงอยู่

"เอ๊ะ นั่นเสียง...."ยังไม่ทันได้ถามอะไรทั้งสองก็ต้องตกใจเมื่อภาพที่เห็นคือเฟยเทียนกำลังโอบอุ้มทารกน้อยและพยายามกล่อมทารกอยู่ ในขณะที่จิงซินนอนอยู่บนเตียง

"นะ นี่เจ้าคลอดแล้วรึ!"เยว่จือถามออกมาอย่างตกใจเพราะทั้งวังไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยเเม้แต่คนเดียว

"อื้ม"จิงซินยิ้มออกมาบางๆ จะเรียกว่ายิ้มออกมาแหยๆก็ไม่ผิด

"แล้วเหตุใดไม่มีใครรู้เล่า"เฟยเทียนตวัดสายตามองพี่ชายที่เดินเข้ามาใกล้พลางก้าวถอยหลังหนีไปก้าวหนึ่ง

"คือ ข้าคลอดลูกสาวน่ะ ท่านพี่กลัวใครจะมาแตะต้องนางก็เลยเก็บเงียบไม่บอกใคร"

"ว่าอย่างไรนะ!!! นะ นี่เจ้า!"เทียนจินชี้ไปที่น้องชายอย่างตกตะลึง นี่คงไม่ใช่ว่าน้องชายของเขาหวงบุตรีของตนเองใช่รึไม่ หวงตั้งแต่ตอนนี้ไม่เร็วไปหรือ!

"ท่านไม่มีลูกผู้หญิงท่านไม่เข้าใจข้าหรอก คนเป็นพ่อจะยอมให้บุรุษอื่นมาแตะเนื้อต้องตัวลูกได้อย่างไร"เขาพูดทั้งยังหันหลังหนีเทียนจิน อีกด้วย จินซินถอนหายใจพรืดใหญ่ด้วยความอ่อนใจ

"แม้แต่คนในครอบครัวหรือเพคะ"เยว่จือเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน

"เจ้าเป็นหญิงไม่เข้าใจหรอก ลองให้พี่รองมีลูกสาวกับเจ้าสิพี่รองก็ต้องทำเช่นเดียวกับข้า"เยว่จือถึงกับไปไม่เป็น เพ่ย!หวงูกน่ะนางเข้าใจแต่มาพาลคนอื่นเช่นนี้นี่มัน!

"ไม่แตะก็ไม่แตะ แต่ขอดูหน้าหลานสาวได้รึไม่ แค่ดูเท่านั้น"เทียนจินกล่าวออกมา เฟยเทียนมองหน้าพี่ชายอย่างชั่งใจก่อนจะยอมลดตัวนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อให้พี่ชายและพี่สะใภ้ได้เห็นใบหน้าที่งดงามตั้งแต่เด็กของบุตรสาว

"หลานลุงชื่ออะไรรึ"เทียนจินเอ่ยพลางยื่นนิ้วไปให้หลานจับแต่เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบชักมือกลับทันที ลืมไปจริงๆว่าน้องชายเขาหวงลูกจนหน้ามืด!

"ชื่อของนางคือลี่จวิน แปลว่าผู้งดงาม^^"จิงซินตอบคำถามด้วยรอยยิ้ม ชื่อนี้สามีของนางตั้งให้เอง พอเห็นหน้าลูกเขาก็เรียกนางชื่อนี้ทันที

"งามสมชื่อจริงๆลี่จวินของป้า"เยว่จือยกยิ้มอย่างเอ็นดู

"พอแล้วๆ พวกท่านกลับไปได้แล้วลูกกับเมียข้าต้องการพักผ่อน"เฟยเทียนอุ้มลูกน้อยยืนขึ้นอีกครั้งก่อนจะเดินไปหาจิงซิน คนถูกไล่ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆแล้วขอตัวกลับออกมา จิงซินถอยหายใจอีกครั้งอย่างปลงตก นางเห็นอนาคตบุตรสาวอยู่รำไรแล้ว

--------------------

มาแล้วจ้าาา ตอนหน้าจะจบแล้วนะคะ^ω^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น