มอมิ้น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย ตอนที่23

ชื่อตอน : เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย ตอนที่23

คำค้น : เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย ตอนที่23

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 56

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2562 10:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย ตอนที่23
แบบอักษร

ตอนที่23

#เมื่อผมเป็นได้เพียงตัวร้าย


กลับมาพักฟื้นที่บ้านต่อได้ไม่กี่วันแซมก็ต้องมานั่งสงสัยว่ามีอะไรที่ถูกนำมาส่งไว้ให้ที่หน้าประตูบ้าน เขาเดินลงไปดูพร้อมขมวดคิ้วเพราะสิ่งที่บอดิการ์ดร่างใหญ่ภายใต้ชุดสูทสีดำช่วยกันยกเข้ามาคือลังกระดาษขนาดใหญ่จำนวนหลายลังที่ภายในนั้นน่าจะบรรจุอะไรซักอย่างอยู่ จนที่แซมพยายามนึกถึงได้นึกออกว่าแท้จริงแล้วกล่องพวกนี้คือแบบเดียวกันกับที่นายถ่ายรูปส่งมาให้ดูนั่นเอง ลังขนาดใหญ่นับสิบลังถูกยกเข้ามาไม่หยุดจนแซมมีสีหน้าที่ทำตัวไม่ถูก


“พอได้แล้ว ผมต้องกินกี่ปีถึงจะหมดกัน”

“บอสฝากมาบอกว่าเพราะมีขายแค่ที่อเมริกาถึงได้ซื้อมาให้ทีเดียวเยอะๆเลย”

“แต่นี่มันเยอะเกินไปแล้วนะครับ พวกพี่เอาไปแบ่งกันทานมั้ย” แซมถามกลับ


“ไม่เป็นไรครับ นี่แค่ส่วนหนึ่ง...อยู่ที่บ้านที่ยังไม่ได้เอามายังมีอีก” ได้ยินแบบนี้คนตัวเล็กถึงขั้นถอนหายใจ นิสัยเดิมของนายยังคงไม่เปลี่ยนไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี แซมยังจำได้ในตอนนั้นที่ยังคบกันเขาเพียงแค่บ่นว่าอยากได้รองเท้ายี่ห้อดังที่เพิ่งเปิดตัวการออกแบบใหม่มา เพียงเท่านั้นพอเช้าวันถัดมาปรากฏว่ารองเท้าแบบเดียวกันกับที่แซมบอกว่าอยากได้ก็มากองอยู่หน้าประตูนับยี่สิบคู่แถมยังมีทุกสีและทุกสไตล์การออกแบบถึงแม้ว่าสินค้าชิ้นนั้นจำผลิตมาจำกัดจำนวนน้อยมากแค่ไหน


“อ๋อคุณแซมครับ บอสฝากพวกเราให้เอานี่มาให้ด้วย” แซมขมวดคิ้วก่อนสายตาจะมองตรงไปยังสิ่งของต่างๆอีกมากมายที่เหล่าบอดิการ์ดช่วยกันยกเข้ามาให้ กล่องอาหารเสริมสำหรับคุณแม่ท้องอ่อน นมสำหรับบำรุงลูกในครรภ์รวมไปถึงหนังสือสำหรับคุณแม่อีกนับยี่สิบเล่ม หัวหน้าบอดิการ์ดกำลังยืนเชคว่าของที่ถูกนำมาให้แซมครบมั้ยโดยที่ในมือมีกระดาษหนึ่งแผ่นที่จดจำนวนของฝากแต่ละอย่างอยู่ ทั้งเครื่องฟอกอากาศและของใช้อย่างอื่นอีกมากมาย


“บอสบอกมาว่า เพราะของพวกนี้ในอเมริกามีคุณภาพกว่าที่ขายอยู่ในไทยมาก เลยซื้อมาให้ด้วยครับ”

“...........” แซมยืนเงียบ


“หมดแล้วครับ มีแค่นี้...เดี๋ยวพวกเราจะยกเข้าไปจัดให้ด้านในบ้านนะครับ” ได้ยินประโยคนี้แซมถึงขั้นโล่งอก เหล่าบอดิการ์ดนับสิบเริ่มพากันยกของต่างๆเข้าไปจัดการติดตั้งและจัดวางให้ภายในบ้านอย่างเป็นระเบียบ ใช้เวลาอยู่นานเหมือนกันและแซมนั่งเล่นโทรศัพท์รอ ผ่านไปครู่ใหญ่หัวหน้าบอดิการ์ดคนเดิมเดินกลับมาอีก


“ช่วงนี้บอสคงไม่ว่างเข้ามาหาเพราะงานที่บริษัทยุ่งมาก แต่จะพยายามติดต่อหาทางไลน์นะครับ”

“อืม” แซมครางรับ

“งั้นพวกผมลากลับก่อนนะครับ” โค้งตัวทำความเคารพก่อนเดินนำบอดิการ์ดคนอื่นออกไป แซมยังคงนั่งเงียบ ถอนหายใจออกมาเพราะยอมรับว่าทำตัวไม่ถูกเท่าไหร่กับการที่ต้องเจออะไรแบบนี้ จะว่านายทำตัวเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซนต์เลยก็คงไม่ได้ ใครอีกคนสนใจเขาอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากเท่าตอนคบกัน หน้าที่ตอนนี้ของนายคงเป็นเพียงการรับผิดชอบในฐานะพ่อของลูกในท้องเขา ซึ่งต่อไปแซมกเองก็คงจะต้องปรับตัว บอกตัวเองว่าอย่าไปหวั่นไหวเพราะสิ่งที่นายทำให้มันคือในฐานะของเพื่อนและในฐานะพ่อของลูกเท่านั้น ไม่ใช่ในฐานะคนรัก


ตลอดระยะเวลานับเดือนที่ผ่านมาแซมและนายก็ยังไม่ได้เจอหน้ากันซักครั้ง

ภายในหนึ่งอาทิตย์จะมีอยู่ประมาณสองสามวันที่นายจะทักไลน์มาถามไถ่ถึงความเป็นอยู่


//กินยาบำรุงหรือยัง ได้นอนดึกมั้ย//

//วันนี้กินข้าวกับอะไร//

//หมอนัดอีกทีวันไหน ถ้าว่างจะได้ไปด้วย// และก็นั่นแหละ เป็นเพราะเขาบอกว่าหมอนัดอีกครั้งวันไหนดังนั้นในตอนนี้แซมถึงได้กำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจกเพื่อเตรียมจะออกไปพบแพทย์ตามใบนัด แต่งตัวเสร็จแซมเดินไปหยิบของจำเป็นใส่กระเป๋า ของจำเป็นที่ว่าก็คือน้ำเปล่าและยาดม ในตอนที่รู้สึกเวียนหัวหรือหน้ามืดของสองอย่างนี้ถือว่ามีประโยชน์ต่อเขามากเลยทีเดียว เสร็จเรียบร้อยหมดแล้วต่อไปก็ถึงเวลาที่จะเดินลงไปด้านล่าง คงได้นั่งรอนายซักพักเพราะรายนั้นนัดสิบโมงแต่มาถึงจริงก็คงสิบโมงกว่า


แต่แล้วเหมือนที่คิดจะผิดคาด

เพราะร่างสูงเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่นั่งรออยู่ยังโซฟากลางบ้านทำแซมชะงัก


นานพอสมควรกับการที่ไม่ได้เห็นหน้าของนาย ระยะเวลาเกือบสองเดือนแต่อีกคนเหมือนดูโตขึ้นมากหรือเพราะว่านายเพียงนั่งนิ่งอยู่เลยทำให้ดูขรึมกว่าปกติ ใครอีกคนอยู่ภายใต้ชุดสูทที่ไม่ได้เรียบร้อยมากนักเนื่องจากกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านในที่ถูกปลดและชายเสื้อที่ไม่ได้ถูกยัดใส่ในกางเกง คาดว่าเมื่อเช้าคงจะเข้าบริษัทก่อนแล้วถึงค่อยแวะมาหาเขา


“มานานหรือยัง” แซมเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของอีกคนพร้อมเอ่ยถาม และนายหันหน้ามาสบสายตา

“ไม่นานเท่าไหร่ ไปกันหรือยัง”


“อืม” และแซมครางตอบรับพร้อมเดินตามแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงที่อยู่นำหน้า รถยนต์คันหรูคุ้นเคยถูกจอดเทียบอยู่หน้าประตูบ้าน แซมเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านใน กลิ่นแอร์ภายในรถที่เจือมาพร้อมกับกลิ่นกายหอมของนายลอยแตะปลายจมูก แซมไม่ได้พูดอะไร แต่ทุกครั้งที่ได้สัมผัสกลิ่นกายหอมอ่อนของอีกคนมันมักทำให้เขารู้สึกสบายตัวขึ้นเสมอ


เพลงถูกเปิดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบเชียบระหว่างพวกเรา

ต่างคนต่างไม่ได้พูดอะไรจนขับมาถึงโรงพยาบาล


“ให้เข้าไปเป็นเพื่อนมั้ย” นี่คือประโยคแรกตั้งแต่ขับรถออกมาที่นายถาม

“แล้วแต่ แต่จะเข้ามาด้วยก็ได้เผื่อเขาบอกอะไรเกี่ยวกับลูก”


“โอเค” และนั่นคือบทสนทนาระหว่างเรา ตอนนี้กลายเป็นนายที่เดินตามแซมเข้าไปภายในห้องตรวจ คุณหมอหนุ่มทักทายคนไข้ประจำของตัวเองอย่างคุ้นเคยแต่ในรอบนี้แปลกไปเพราะปกติแซมมาคนเดียวตลอด

“อย่างงี้เจ้าหนูในท้องคงออกมาน่ารักมากแน่เลยสินะครับ คุณพ่อหล่อขนาดนี้” คำแซวจากหมอเรียกความสนใจจากนายได้นิดหน่อย


“รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายแล้วหรอครับ?”

“ยังหรอกครับ แต่จากประสบการณ์ของหมอ หมอว่าน่าจะผู้ชายนะ...แต่คงต้องรอดูให้ชัวร์ตอนอัตราซาวน์เดือนหน้า” ได้คำตอบนายพยักหน้าเข้าใจ ต่อไปคนตัวสูงก็มีหน้าที่เพียงนั่งเงียบเพราะตอนนี้เป็นแซมที่กำลังนั่งฟังสิ่งที่หมอสั่งและบอกให้ปฏิบัติตาม แซมหันไปมองนายพบว่ารายนั้นเพียงนั่งเล่นโทรศัพท์และดูไม่ได้สนใจฟังอะไร คนตัวเล็กถึงต้องเก็บรายละเอียดทั้งหมดที่หมอบอกเพราะถ้าลืมอะไรบางอย่างไปนายก็คงไม่สามารถจะมาช่วยเตือนได้หรอก


“กินข้าวมาหรือยัง” และเมื่อพบคุณหมอเสร็จถึงเวลากลับนายถามประโยคนี้มา

“ยังเลย แต่เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้านก็ได้”

“กว่าจะขับกลับถึงบ้านแล้วจะได้กินตอนไหน เดี๋ยวพาไปกิน”

“..............”

“ขอแวะเข้าไปเอาเอกสารที่บริษัทก่อนแปปนึงแล้วกัน” แซมไม่ได้พูดอะไรและการเงียบคือคำตอบว่าแซมไม่ได้ปฏิเสธในสิ่งที่นายบอก กลับเข้ามานั่งในรถกันแล้วและก็ต่างคนต่างเงียบเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แซมได้กลับเข้ามาเหยียบในบริษัทของนายอีกครั้งหลังจากที่ลาออกไปตอนนั้นก็ไม่ได้เข้ามาอีกเลย ห้องทำงานของอีกคนยังอยู่ชั้นเดิม ยังคงเป็นห้องเดิมที่เคยเกิดเรื่องอะไรต่อมิอะไรระหว่างพวกเขาทั้งสองภายในนั้น


“ฟีนหละ ไปไหนแล้ว” ระหว่างนี้ที่นายกำลังหาเอกสารแซมถามคำถามนี้ขึ้นมา

“ลาออกไปแล้ว ย้ายไปอยู่บริษัทใหม่กับแฟน”

“..........”

“ทำไม?สนใจอยากให้ตามกลับมาหรือเปล่า” ประโยคคำถามและรอยยิ้มขบขันบริเวณมุมปากของนาย


“ไม่” แซมตอบไปเสียงนิ่งซึ่งเสียงหัวเราะแผ่วเบาจากนายหลุดดังตามมา ได้เอกสารตามที่ต้องการแล้วแต่เมื่อมองไปยังด้านนอกแดดที่ร้อนจัดทำให้แซมเริ่มไม่อยากจะก้าวขาออกจากห้องนี้เลยและเหมือนนายจะรับรู้เพราะแซมยืนมองแดดที่ด้านนอกสลับกับมองหน้าของเขาบ่อยมาก จนในที่สุดคนตัวสูง


“จะให้สั่งให้เลขาไปซื้อให้มั้ย แล้วนั่งกินในนี้...ผมจะได้ทำงานต่อพอดี”

“อืม” และแซมตอบรับอย่างไม่อิดออด เดินกลับไปนั่งบนโซฟาอีกครั้งและนายเดินย้อนไปนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองพร้อมมือที่คว้าโทรศัพท์กดต่อสายไปยังเลขาหน้าห้องคนใหม่ ไม่ได้ถามแซมด้วยว่าจะทานอะไร


“สเต๊กปลากับสปาเกตตี้คาโบราน่า...อืม ของฉันเอาข้าวมันไก่ทอดก็ได้ โอเค” แต่ก็สั่งไปแล้วซึ่งนั่นขัดใจแซมนิดหน่อย

“แลกเมนูอาหารกัน”


“เมื่อกี๊หมอก็บอกอยู่ว่าไม่ให้กินของมันไม่ใช่หรอ” โดนนายพูดมาแบบนี้แซมเงียบ คนตัวสูงลงมือทำงานต่อในขณะที่แซมนั่งนิ่งตกอยู่ในความคิดของตัวเอง ที่จริงคิดว่านายไม่ได้สนใจฟังในสิ่งที่หมอพูดแต่พอมาตอนนี้คนตัวสูงดันรู้เยอะกว่าเขาเสียอีก ผ่านไปไม่นานมากนักประตูห้องก็ถูกเคาะก่อนถูกเปิดเข้ามาเมื่อนายบอกว่าให้เข้ามาได้ อาหารถูกนำมาเสริฟ มีน้ำเปล่าและน้ำส้มคั้นสดที่วางอยู่คู่กัน แซมนั่งกินที่โต๊ะตรงโซฟาส่วนนายก็นั่งกินที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ไม่ต้องให้เดาแซมก็รู้ว่าน้ำส้มคือของเขาและคนตัวเล็กก็หยิบมาดื่มเมื่อทานอาหารเสร็จ


“รอแดดหายร้อนก่อนแล้วเดี๋ยวจะไปส่ง”

“โอเค” แซมตอบรับ ก่อนที่จะกลับมาเงียบกันอีกครั้งเมื่อนายจดจ่ออยู่กับการทำงาน แอร์ที่เย็นช่ำในห้องทำให้แซมเลือกที่จะเอนตัวนอนลงบนโซฟาตัวกว้างด้วยอาการเพลีย ปกติเวลาคล้อยบ่ายคือเวลานอนของเขาดังนั้นคงไม่แปลกเลยถ้าคนตัวเล็กจะสามารถหลับได้อย่างแทบไม่ต้องรอเวลา มีเพียงความเงียบที่อยู่รอบตัวและเสียงเปิดอ่านแฟ้มเอกสารของนาย


แดดคล้อยต่ำบรรยากาศเริ่มเย็นลงเช่นเดียวกับเครื่องปรับอากาศในห้องที่เริ่มเย็นจัด

นายวางปากกาในมือ เงยหน้าขึ้นมองไปยังร่างเล็กที่เริ่มจะนอนขดตัว


ลดแอร์ลงให้แล้วแต่เหมือนแซมจะยังหนาวอยู่ดังนั้นทางออกเดียวนายเลยตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าไปหาร่างของคนที่กำลังนอนหลับ ถอดสูทตัวนอกของตัวเองออกให้ก่อนนำคลุมลงบนร่างกายของคนที่กำลังหลับใหล ย่อตัวลงในระดับเดียวกับคนที่นอนอยู่ ลมหายใจที่สม่ำเสมอบ่งบอกว่าแซมกำลังหลับลึกแค่ไหน


...หมับ... ยื่นมือไปเกลี่ยสัมผัสกลุ่มผมนิ่มทั้งที่คิ้วยังคงขมวดมุ่น ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือไปกว่าการใช้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มนิ่มของอีกคน รู้ว่าสถานะตอนนี้คืออะไรและทำได้มากสุดแค่ไหน ตกลงกันแล้วว่าจะต่างคนต่างเริ่มต้นมีชีวิตใหม่


นายเคารพทุกการตัดสินใจของแซม

ถึงแม้ว่าในตอนนี้ มันจะเป็นเขาเองที่เริ่มอยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม


...รู้ตัวว่าต้องการ ก็ในตอนที่คุณไม่ใช่ของผมอีกต่อไปแล้ว

และผมยังไม่ได้บอกคุณเลย ว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน...


# # # # # # # # # #

กูสมน้ำหน้ามึงงงงง555555555

สนใจนิยายทักมาจองได้เลยน้าาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น