มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #1 3 ดอก! (90%)

คำค้น : -

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2562 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#1 3 ดอก! (90%)
แบบอักษร

(ต่อ)


ปวริศาพาผู้เป็นพ่อเดินลงจากรถมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งแล้ว เธอก็หันไปยกมือไหว้ขอบคุณเพื่อนของพ่ออีกสองคนที่เป็นวินมอเตอร์ไซต์เหมือนกันทันที เพราะหลังจากตกลงกับผู้ชายคนนั้นเป็นที่เรียบร้อย เธอคงไม่สามารถพาพ่อที่มีสภาพเมาแอ๋กลับมาถึงบ้านได้โดยสวัสดิภาพเป็นแน่ หญิงสาวจึงโทรไปขอความช่วยเหลือเพื่อนพ่ออีกสองคนนี้มาช่วย คนหนึ่งจับพ่อของเธอซ้อนท้าย ส่วนอีกคนก็ขี่มอเตอร์ไซต์ของพ่อมา ส่วนเธอก็ขี่คันของเธอตามมาห่าง ๆ กว่าจะมาถึงบ้านเวลาก็ปาเข้าไปเกือบจะตีหนึ่งแล้ว

พ่อที่ลงจากมอเตอร์ไซต์แล้วเดินเข้าไปพิงกับเสาบ้านด้วยอาการคอพับคออ่อน ทำให้แม่ที่เฝ้ารอในบ้านอยู่แล้วก็รีบเดินออกมาทุบตีตามตัวพ่อด้วยความขัดเคืองอีก

"นี่แน่ะไอ้แก่! ก่อเรื่องมาอีกแล้ว!"

ปวริศาจึงรีบหันไปปิดประตูบ้าน แล้วรีบตามมาแยกตัวของแม่ออกจากพ่อไปทันที  "แม่ พอแล้ว!" 

ก่อนจะพยายามทั้งดันทั้งพยุงพ่อให้กลับเข้าไปภายในบ้าน ครั้นมาถึงโซฟาตัวยาวในห้องโถง ก็ปล่อยตัวของพ่อนอนลงไปที่โซฟาตัวนี้ไป

"จะมาห้ามแม่ทำไม! แม่จะสั่งสอนพ่อแกซะหน่อย" นางอุษาว่าพร้อมทั้งทำท่าอย่างกับจะกระโจนตามลงไปตีคนที่นอนเมาไม่รู้เรื่องตรงหน้าซ้ำอีก

ทว่า ปวริศาก็รีบทำท่ากางแขนปกป้องผู้เป็นพ่อ แล้วว่าอีก "แม่จะสั่งสอนพ่อตอนนี้ก็ไม่ได้เรื่องหรอก เมาซะขนาดนี้"

นางอุษาจึงทำได้เพียงแค่ยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วมองคนที่นอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์สุราด้วยอาการหมายมาดตาม... รอให้ตื่นขึ้นมาก่อนเถอะ ไอ้แก่ จะต้องโดนดีแบบทบต้นทบดอกแน่ ๆ! จากนั้นจึงหันกลับมาถามลูกสาวคนเดียวของตนต่อ "แล้วนี่ เรื่องเป็นยังไงอีก หึ?"

ความจริงนางอุษาก็รู้มาก่อนหน้าคร่าวๆ  แล้วตอนที่ลูกสาวคนเดียวได้โทรมาบอกล่วงหน้าว่าจะพาพ่อกลับมาส่งที่บ้าน และจะอยู่ค้างคืนที่นี่ต่อเลย

ปวริศาทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้อีกตัวอย่างอ่อนแรง ตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ เล็กน้อย  "เขาไม่เอาเรื่อง"

"หา!" นางอุษาอุทานสีหน้าเริ่มดีขึ้น "แล้วทำไมเขาถึงไม่เอาเรื่อง?"

หญิงสาวมองแม่แล้วก้มหน้าแค่นหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้ามาตอบผู้เป็นแม่อีกครั้ง "แม่ก็ดูสภาพของศากับของพ่อสิ ว่าน่าให้เขาเอาเรื่องมั้ย ขืนเรียกร้องอะไรมาก็คงจะได้คืนหรอกนะ เขาไม่เอาเรื่องแต่แค่แลกกับ..."

"แลกกับอะไร?"

"กับการที่ได้ด่าศามาเป็นชุดใหญ่ไง!" ปวริศาอดที่จะตอบด้วยน้ำเสียงสะบัดไม่ได้ เมื่อต้องนึกถึงตอนที่ถูกเขาอบรมบ่มนิสัยเป็นการใหญ่ เหมือนเธอได้กลับไปเข้าค่ายคุณธรรมในวัยเรียนอย่างไรอย่างไรนั้น หึ! พ่อรูปหล่อหน้าตาดี... ใครจะไปคิด ว่าพ่อช่างมีคารมที่คมคายไม่เบา!

นางอุษาทำน้ำเสียงจิ๊จ๊ะขึ้นมา แล้วก็กลับมาปลอบลูกสาวด้วยความรำคาญไปด้วย "ก็ทนให้เขาด่าหน่อยก็ดีแล้วนี่ รึแกอยากจะเสียเงินเสียทองให้เขาไป หึ?" 

"แม่ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นด้วยกันมั้ยล่ะ ตอนที่ศาถูกเขาด่าน่ะ" ปวริศาพูดไปก็นึกถึงคำพูดเจ็บ ๆ คัน ๆ ที่เขามาว่าขึ้นมา แล้วอดที่จะบ่นพึมพำกับตัวเองไม่ได้ "ผู้ชายอะไรปากคอจัดจ้านชะมัด!"

ผู้เป็นแม่จึงถอนหายใจอีกพรืด คราวนี้ปลอบใจลูกสาวด้วยท่าทางที่อ่อนลง  "เขาไม่เอาเรื่องเราน่ะดีแล้ว เลิกทำสีหน้าอมทุกข์เถอะ"

ปวริศามองหน้าแม่ แล้วให้นึกถึงตอนที่เขาเล่าเรื่องก่อนหน้าที่พ่อจะโทรตามเธอคร่าว ๆ ว่า พ่อได้เธอขี่มอเตอร์ไซต์พุ่งออกจากซอยมาชนรถของเขาเพราะเมา พอรถของพ่อเธอล้ม เขาก็รีบลงมาดูแล้วช่วยพยุงตัวพ่อให้ลุกขึ้น แต่ขณะนั้นเอง พ่อเธอก็หันมาอาเจียนใส่สูทที่เขาใส่ออกงานมาอีก 

หึ...แค่รอยชนบนตัวรถราคาแพง ๆ และเรื่องสูทตัวหรูก็ทำให้เธอปวดหัวจะแย่ ยังจะมามีเรื่องรางวัลที่เขาเพิ่งได้รับมาจากเวทีหนึ่ง แล้วมันหักออกเป็นสองท่อนเพราะพ่อเธอทำอีก

ไม่รู้จะซวยอะไรกันนักกันหนา นี่สินะที่เขาเรียกว่า ซวยแบบซวยซับซวยซ้อน ซวยอย่างอินเซ็ปชั่นมันเป็นอย่างนี้นี่เอง

"เอ้า ก็แค่สูทมันเลอะอ๊วกของพ่อแกก็ให้เขาถอดมาให้แม่ซักสิ พอซักเสร็จแล้วค่อยจ้างคนเอาไปคืนเขา แม้เขาจะไม่เรียกร้องค่าเสียหาย แต่สูทนั้นแม่ก็ซักให้ดะ..."

"แม่ซักไม่ได้หรอก" ปวริศารีบพูดแทรก แล้วมองหน้าแม่นิ่ง ๆ  

"ทำไม?"

"สูทที่เขาใส่ไม่ใช่ของธรรมดา ๆ อย่างที่แม่เคยซัก" ที่เธอว่าแบบนี้เพราะแม่เธอได้เปิดบ้านหลังนี้เป็นร้านรับซักอบรีดไปด้วย แม่คงคิดว่าสามารถซักสูทตัวนั้นให้เขาได้น่ะสินะ

นางอุษานิ่วหน้าลงเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ "เอ้า นังลูกคนนี้สูทจะแพงแค่ไหน แม่ก็ซักมาหมดแล้วนี่"

 "ตัวแพงที่สุดที่แม่เคยซัก ราคาเท่าไหร่?" เธอย้อนถามเสียงเรียบ  ๆ 

คราวนี้แม่เธอทำหน้านึก ๆ ก่อนจะตอบออกมาว่า "กี่พันนะ เอ้ เก้าพัน หรือแปดพันนี่ล่ะ"

"ตัวนั้นเป็นแสนนะแม่..."

"ห๊ะ! สูทอะไรตัวเป็นแสน ๆ" นางอุษาอุทานดวงตาเหลือกลานขึ้น

ปวริศาแค่นยิ้มหวานให้แม่ก่อนเล็กน้อย แล้วอธิบาย "ก็สูทที่พวกเซเลบหรือคนดังเขาชอบใส่ออกงานกันยังไงล่ะ ตัวหนึ่งเป็นแสน ๆ สูทแบบนี้จึงไม่สามารถซักได้ตามร้านซักอบรีดทั่วไป เหมือนอย่างร้านของแม่...เขาต้องส่งซักร้านเฉพาะที่มีน้ำยาซักเฉพาะอีก"

ฟังที่ลูกสาวอธิบายมาแล้ว นางอุษาก็พลอยลอบกลืนน้ำลายตาม  ตั้งแต่เปิดร้านซักอบรีดนี้มาก็เป็นเวลาสิบ ๆ  ปี  มือทั้งสองของนางยังไม่เคยสัมผัสสูทตัวไหนที่มีราคาเป็นแสน ๆ เลย ที่เคยซักรีดผ่านมือไปและมีราคาสูงสุดก็แค่ไม่กี่พันบาท ซึ่งเป็นสูทของส.ก. คนดังที่มีบ้านอยู่ไม่กี่หลังถัดจากนี้ไปนี่เอง

"แล้วเขาเป็นใคร? ทำไมถึงใส่สูทตัวเป็นแสน ๆ เมื่อกี้ศาว่าเขาเป็นเซเลบใช่มั้ย"

ปวริศาพยักหน้า แล้วชี้ไปยังมุมหนึ่งของบ้าน พร้อมกับบอกตามเรียบ ๆ ว่า "นั่นไงแม่ เขายังอยู่ตรงนั้นไง"

นางอุษาจึงหันไปดูตามที่ลูกสาวชี้แต่ก็ไม่เห็นอะไรสักอย่าง จึงทำท่าตกใจกลัว แล้วบอกด้วยน้ำเสียงหวาด ๆ ขึ้น "แกอย่ามาชี้มั่ว ๆ นะศา แม่ไม่เห็นจะมีใครยืนอยู่ตรงนั้นซักคน" ว่าแล้วทำท่าขนลุกอีก ตอนนี้เวลาตีหนึ่งแล้ว ลูกสาวมาชี้มั่ว ๆ แล้วว่าเขาอยู่ตรงนั้นก็ซักจะรู้สึกยังไง ๆ อยู่

"ใช่ที่ไหนล่ะแม่ แม่ก็โยงเข้าเรื่องผีเรื่องสางได้ตลอด ...นั่นไง มองใหม่ซิ"

นางอุษาจึงหันไปดูตามทิศทางที่แม่ลูกสาวชี้อีกครั้ง พร้อมทั้งย่นหัวคิ้วสองข้างเข้าหากันไปด้วย "ไหน? แม่ไม่เห็น..." ก่อนจะสะดุดเข้ากับขวดน้ำดื่มยี่ห้อดังเจ้าหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ตรงขวดนั้นมีใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของน้ำดื่มยี่ห้อดังเจ้านี้ติดเอาไว้อีกด้วย

"ยะ...อย่า อย่าบอกนะว่าเป็น!"

"อรุษ อัศวโภคินทร์ สุดหล่อของแม่ยังไงล่ะ!" ปวริศาตอบด้วยน้ำเสียงติดประชดเล็กน้อย เพราะดารารุ่นใหม่ ๆ ที่แม่คลั่งไคล้ในสมัยนี้ก็มีไม่กี่คนหรอก หนึ่งในนั้นก็รวมเขาคนนี้เข้าไปด้วย...อรุษ อัศวโภคินทร์!

"หา!"

ปวริศาบอกไปแล้วก็ทำหน้าคล้ายอยากจะร้องไห้ขึ้นมา พลางตวัดสองมือขึ้นมากุมที่แก้มแล้วนั่งคอตกลงไปอีก

เห็นท่าทางที่เหมือนคนกำลังแบกทุกข์ทั้งโลกเอาไว้ของลูกสาว นางอุษาจึงรีบถามด้วยความเป็นห่วงต่อว่า "แล้วแกจะมานั่งทำหน้าอมทุกข์อยู่ทำไม เขาไม่เอาเรื่องเราแล้วนี่"

ปวริศาเงยหน้าขึ้นมาเพื่อส่งเสียงประชดในลำคอก่อนเป็นคำแรก "หึ! จะไม่ให้ศาอมทุกข์ได้ยังไง"

"ทำไม?"

"ก็อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าละครที่ศาเป็นคอสตูมให้จะมีการฟิตติ้งชุดแล้วก็เปิดกล้องทันที แม่รู้มั้ยว่าพระเอกของเรื่องนี้เป็นใคร!"

"อรุษ...สุดหล่อของแม่...ใช่มั้ย?"

หญิงสาวจึงพยักหน้ารับอย่างแกน ๆ อีกครั้ง

"หา!!"

หลังจากที่แม่เธอได้อุทานออกมาอย่างดังแล้ว  ปวริศาก็อยากจะส่งเสียงร้องไห้ตามขึ้นมาอีก เธอไม่อยากเจอหน้าเขาอีกแล้ว 'ไม่อยากจะเจอหน้าเขาอีกแล้ว!'

ตลอดทางที่ขี่รถพาพ่อกลับมาบ้าน หญิงสาวก็ได้แต่วนเวียนขีดเส้นใต้คำพูดนี้เป็นร้อย ๆ รอบแล้ว แต่ความจริงเธอก็ไม่สามารถหลบหลีกโชคชะตาในครั้งนี้ได้ เพราะฟ้าคงกำหนดให้เธอกับเขาต้องกลับมาเจอหน้ากันในอีกไม่วันต่อจากนี้แล้ว...


.


จริง ๆ เป็นคนถนัดเขียนนิยายแนวดราม่า แนวหนัก ๆ ค่ะ แนวเบาสมองไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ (ทั้ง ๆ ที่ หนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นเรื่องแรกจะเป็นแนวเบาสมองก็ตาม -*- )  ถ้าตรงไหนอ่านแล้วติด ๆ ขัดๆ ไม่ลื่นไหลก็แนะนำกันได้นะคะ ยินดีรับฟังค่ะ! จุ๊บ ๆ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น