Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน1 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน1 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 48.2k

ความคิดเห็น : 66

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2563 11:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน1 [Rewrite]
แบบอักษร

 

พี่ชายเพื่อน 1 

 

 

 

ห้าปีผ่านไป….. 

 

 

เสียงนกร้องในยามเช้าตรู่และแสงแดดอ่อนๆที่เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้องนอนขนาดเล็กทำให้เห็นร่างเล็กที่มีเนื้อตัวจ่ำหม่ำที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงที่มีตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์ตัวโปรดหลายตัวอยู่รอบกาย เขมินท์ที่เปิดประตูห้องนอนก้าวเท้าเข้ามาในห้องก่อนจะเดินเข้าไปปลุกลูกชายตัวน้อยที่มีอายุสี่ขวบให้ตื่นขึ้นไปตักบาตรก่อนที่จะกลับอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานกับตนเอง 

 

“โมเดลครับ เช้าแล้วนะ ตื่นได้แล้วครับคนเก่ง” เขมินท์ปลุกลูกชายเบาๆ ก่อนจะจุ๊บไปทั่วไปหน้าของลูกชายย้ำๆจนเด็กชายโมเดลตื่นขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มหวานที่ส่งให้คุณแม่ของตนเอง 

 

“โมเดลง่วงครับคุณแม่” 

 

“ไม่ขยี้ตานะครับ ตื่นไปล้างหน้าแล้วลงไปใส่บาตรกับคุณแม่นะครับ” 

 

“ครับ” 

 

เด็กน้อยโมเดลยอมลุกขึ้นจากเตียงแต่โดยดีก่อนจะเดินเต๊าะแตะเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะล้างหน้าแปรงฟันและลงไปตักบาตรกับคุณแม่ การกระทำของเจ้าตัวน้อยนั้นทำให้เขมินท์ที่มองตามลูกชายก็อดที่จะยิ้มขึ้นมาไม่ได้ และเห็นลูกชายที่โตขึ้นทุกวันแบบนี้ก็อดที่จะถึงอดีตไม่ได้ กว่าที่โมเดลจะโตถึงขนาดนี้ตนเองก็ผ่านความลำบากมาไม่น้อย เพราะห้าปีที่ผ่านมาหลังจากที่ผ่านค่ำคืนนั้น สองเดือนหลังจากนั้นเขมินท์ก็พบว่าตัวเองมีความผิดปกติกับร่างกายเกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะทำงานหนักในช่วงนั้นที่ตนเองเพิ่งได้เริ่มต้นทำงานและก็ได้รับทำโปรเจคที่ค่อนข้างยากทำให้พักผ่อนน้อย ซึ่งในสถาการณ์ในตอนนั้นก็ทำให้เขมินท์ไม่คาดคิดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นภายในท้องของตนเอง จนวันที่เป็นลมล้มลงหลังจากพรีเซ้นต์งานกับลูกค้าเสร็จ ตื่นมาอีกทีก็พบว่าตนเองอยู่โรงพยาบาลนอนให้น้ำเกลืออยู่และคุณหมอก็เข้ามาแจ้งอาการให้ทราบ  

 

ในตอนนั้นเขมินท์แทบจะล้มทั้งยืน เพราะตนเองยังไม่มีเงินเก็บมากพอที่จะดูแลเด็กน้อยได้เลยสักคนเดียว ทำให้ตอนนั้นมืดแปดด้านไปหมด โชคดีที่ตนเองมีเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าที่ดี ทุกคนต่างคอยให้ความช่วยเหลือในทุกๆอย่างทำให้ใช้ชีวิตของการเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งผ่านมาได้ด้วยดี แม้ในตอนแรกตนเองมีคิดจะเอาเด็กออกเหมือนกันแต่ว่าเขมินท์ก็ตัดใจทำไม่ลงเพราะเด็กในท้องไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยก็เลยตัดสินใจเก็บลูกไว้ แม้ว่าพ่อเค้าจะไม่ต้องการ ตนเองก็ไม่คิดจะเรียกร้อง เพราะหลังจากนั้นเขมินท์พยายามทำงานให้หนักเพื่อที่จะให้ลูกที่กำลังจะเกิดมาได้ใช้ชีวิตไม่ยากลำบาก ยังดีที่เงินเดือนบวกโบนัสที่มากพอทำให้เขมินท์มีเงินเก็บสำหรับลูกน้อยในท้องได้  

 

ช่วงที่โมเดลลืมตาขึ้นมาดูโลก ช่วงนั้นก็ถือว่าเป็นช่วงที่ยากลำบากสำหรับตนเองมากที่สุด เขมินท์ไม่เคยเลี้ยงเด็กทารกเลยตั้งแต่จำความได้ ทำให้การเลี้ยงดูลูกชายในช่วงแรกทำให้ตนเองก็แย่ไปเหมือนกัน แต่ก็มีพี่ในที่ทำงานที่เคยผ่านการมีลูกได้ให้คำแนะนำและช่วยเหลือตนเองในหลายๆอย่างจนเขมินท์สามารถผ่านมาได้ด้วยดี จนตอนนี้เขมินท์เลี้ยงลูกชายมาได้ถึงห้าปีแล้วและในปีหน้าเองโมเดลก็คงต้องเข้าโรงเรียน ถึงตอนนั้นเขมินท์คงมีช่วงที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะทุกวันนี้ตนเองเองก็พาลูกไปเลี้ยงที่บริษัททุกวัน ดีที่โมเดลไม่ดื้อแถมยังเป็นที่รักของคนในบริษัท ทำให้เขมินท์ไม่หนักใจเท่าไร 

 

อายุวันโน สุขังพลัง 

 

หลังจากที่ใส่บาตรจนเสร็จสิ้นและรับพรจากหลวงพ่อเรียบร้อยแล้ว เขมินท์ก็ให้ลูกชายกลับเข้าบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวด้วยตัวเองโดยที่ตนเองจะวางชุดที่จะใส่ไว้ให้ โมเดลเองที่ถูกสอนให้เรียนรู้ว่าให้ทำอะไรด้วยตัวเองหลายๆอย่างและการอยู่กับคนหมู่มากทุกๆวันทำให้ลูกมีทักษะการเข้าสังคมและช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่าเด็กวัยเดียวกันจนไม่ต้องคอยกังวลว่าลูกชายของตนเองจะเอาแต่เล่นจนทำให้ไปทำงานช้า 

 

“ไส้กรอกของโมเดลอร่อยครับ” อาหารเช้าง่ายๆวันนี้มีไส้กรอกของโปรดที่เด็กชายโมเดลชื่นชอบมากอยู่ในจาน เขมินท์ที่มองดูลูกกินก็คอยเช็ดปากให้ และกว่าเราทั้งคู่จะกินอิ่มก็ปาไปเกือบเจ็ดโมงเช้า ดีที่บ้านของตนเองไม่ไกลจากบริษัทเท่าไร ทำให้ไม่ต้องรีบออกแต่เช้าก็เข้าไปทำงานได้ทัน 

 

“โมเดลครับ วันนี้คุณแม่มีประชุมนะครับ ระหว่างรอคุณแม่โมเดลฝึกเขียนในสมุดที่คุณแม่ซื้อให้นะครับ” ระหว่างทางที่ขับรถไปที่บริษัท เขมินท์ก็เอ่ยบอกลูกชายที่นั่งคาร์ซีทอยู่ที่เบาะหลังและกำลังมองข้างทางที่เห็นเหมือนทุกวันไปเรื่อยๆ 

 

“ครับคุณแม่ แต่ถ้าโมเดลเขียนเสร็จแล้วโมเดลขอเล่นเครื่องบินบังคับได้มั้ยครับ” 

 

“ได้ครับ แต่ไม่ออกไปเล่นนอกห้องคุณแม่นะครับ” 

 

“ครับผม” 

 

เมื่อมาถึงบริษัทโมเดลก็ยกมือไหว้ลุงยาม คุณป้าแม่บ้านใจดีที่ชอบเอาขนมมาให้ และพี่ๆในแผนกจนครบทุกคนก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของเขมินท์ ตอนนี้เขมินท์เองก็ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าเพราะฝีมือและผลงานที่สร้างขึ้นและสร้างชื่อเสียงให้บริษัท พอหัวหน้าคนเก่าถูกเลื่อนขั้น เขมินท์ก็ได้รับช่วงต่อโดยที่ไม่มีใครขัดค้าน ทำให้ลูกชายที่เคยนั่งเล่นใต้โต๊ะทำงานในแผนกย้ายมาอยู่ในห้องทำงานเดี่ยวที่ใหญ่ขึ้น มีพื้นที่กว้างขึ้นจนสามารถนอนกลางวันได้อย่างสะดวกสบาย 

 

“เช้านี้โมเดลจะทำอะไรครับ” 

 

“โมเดลจะดูการ์ตูนครับ” 

 

“งั้นคุณแม่จะเปิดให้นะครับ แล้วคุณแม่จะนั่งเคลียร์งานก่อนจะเข้าประชุม” 

 

“ครับคุณแม่” 

 

เมื่อตกลงกับลูกชายได้แล้ว เขมินท์ก็นั่งดูแบบบ้านที่ลูกน้องในแผนกส่งเข้ามาว่าจะให้แก้ตรงไหนบ้าง ซึ่งตนเองก็ได้นั่งตรวจงานจนเสร็จก่อนจะหยิบงานอีกส่วนของที่เตรียมไว้เตรียมเข้าไปประชุมกับลูกค้า  

 

ลูกค้าคนนี้เห็นพี่บอสหรือท่านประธานบริษัทบอกว่าเป็นลูกค้าใหม่แต่ถือว่าเป็นรายใหญ่ เพราะทุนหนาและไม่จำกัด ถ้าหากเค้าตกลงจ้างบริษัทเขมินท์ก็จะได้โบนัสเยอะ ทำให้งานนี้เขมินท์จะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด 

 

“โมเดลครับ เป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนนะครับ ดูการ์ตูนเสร็จแล้วเดี๋ยวคุณแม่กลับมาหา ขนมและน้ำอยู่ในตู้เย็นนะครับ หิวก็หยิบมากินได้เลย เข้าใจมั้ยครับ” 

 

“เข้าใจครับคุณแม่” 

 

“ดีมากครับคนเก่ง” เขมินท์หอมแก้มลูกชายเบาๆ ก่อนจะหยิบงานและเดินออกมาก่อนจะเดินไปห้องประชุมใหญ่และรีบจัดเตรียมการประชุมที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ให้เรียบร้อย 

 

“เรียบร้อยมั้ยเขม มีอะไรให้พี่ช่วยรึเปล่า” พี่บอสเดินเข้ามาก่อนจะถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเขมินท์กำลังเตรียมงานอยู่จนคิ้วขมวด 

 

“ไม่มีครับ เขมทำเสร็จแล้วเรียบร้อย” 

 

“วันนี้ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะ ถ้าเราได้ลูกค้ารายนี้ ปีนี้โบนัสจะได้เยอะขึ้น” 

 

“นั่นสิครับ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี” เขมินท์เองก็ภาวนาเหมือนกัน แต่ว่าเหมือนโลกแห่งความสุขจะจบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเลขาพี่บอสเปิดประตูเข้ามาก่อนจะมีชายหนุ่มร่างสูง ใบหน้าคมเข้ม มีเสน่ห์จนเป็นที่ต้องสายตาแต่แววตากลับเยือกเย็น และเป็นแววตาที่เขมินท์คุ้นเคย  

 

แววตาของพี่ชายศศิตาผู้เป็นเพื่อนสนิท คุณเตชิต….. 

 

 

แอร์ของห้องประชุมเหมือนถูกลดลงจนติดลบ เพราะเขมินท์รู้สึกได้ว่าร่างกายของตนเองสั่นจนแทบควบคุมไม่อยู่ เมื่อสายตาคมกริบนั้นตวัดมามองเขมินท์ชั่วครู่ แต่เหมือนยาวนานสำหรับเขมินท์เกินไปจนเขมินท์ต้องหลบสายตา ความกลัวเกิดขึ้นภายในใจไม่หยุด แต่เขมินท์ต้องตั้งสติเพื่อที่จะพรีเซ้นต์งานให้ผ่านไปเร็วๆ 

 

“คุณเตชิตครับ คนนี้คุณเขมินท์ครับ เป็นหัวหน้าควบคุมแผนกออกแบบทั้งหมดของบริษัทเราและงานของคุณเตชิตผมก็ได้มอบหมายให้คุณเขมินท์มาออกแบบให้เพราะคุณเขมินท์ฝีมือเยี่ยมที่สุดในบริษัทแล้ว” 

 

“ถ้างั้นผมต้องขอดูผลงานก่อนตัดสินใจนะครับ ตอนนี้สามารถเริ่มได้เลยผมมีเวลาไม่มากเท่าไร” เมื่อเตชิตบอกแบบนั้นบอสก็ส่งสายตาบอกให้ลูกน้องให้เริ่มพรีเซ้นต์งานได้เลย งานออกแบบครั้งนี้เป็นการออกแบบภายในของสนามบินของตระกูลวินิชราชกุลของเตชิตที่กำลังจะรีโนเวทใหม่ เขมินท์ออกแบบตามโจทย์ที่ได้รับมา รวมทั้งรายละเอียดเล็กๆน้อยที่อีกฝ่ายต้องการ งานในครั้งนี้ถือเป็นงานที่ยากพอสมควร แต่เขมินท์ก็ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ 

 

“มีตรงไหนต้องการแก้มั้ยครับ” หลังจากที่การพรีเซ้นต์งานผ่านไป เขมินท์ก็เอ่ยถามออกมา เพราะเห็นอีกฝ่ายนั่งดูงานเงียบๆโดยไม่พูดอะไรออกมาเลย เขมินท์เลยไม่รู้ว่าตรงไหนที่ต้องการแก้บ้าง 

 

“โดยรวมผมชอบนะ แต่เพดานที่จะทำแบบนั้นมันค่อนข้างทำความสะอาดยาก ผมอยากให้แก้ตรงส่วนนี้ ถ้าแก้ผ่านผมยินดีที่จะเซ็นสัญญา” 

 

“ถ้าอย่างนั้นผมจะให้คุณเขมินท์แก้ให้เร็วที่สุดครับ” บอสบอกออกมา 

 

“ช่วงนี้ผมไม่ว่างที่จะมาดูที่บริษัทของคุณ ถ้าจะส่งงานที่แก้ให้ผมดูรบกวนให้ไปที่บริษัทแทน ถามตารางงานที่ว่างกับเลขาผมได้เลย” 

 

“ครับคุณเตชิต ขอบคุณมากๆนะครับที่ให้โอกาสเรา” 

 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน” 

 

“ครับคุณเตชิต คุณเขมินท์รบกวนไปส่งคุณเตชิตแทนผมหน่อยนะครับ ผมมีประชุมกับฝ่ายงบประมาณ” 

 

“ครับท่านประธาน”  

 

หลังจากที่พี่บอสออกไปประชุมต่อ เขมินท์ก็ต้องรับหน้าที่ที่ไม่อยากทำอย่างการเดินมาส่งเตชิตที่หน้าลิฟต์และต้องเดินลงไปส่งที่ชั้นล่างด้วย เราทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกัน เขมินท์เองก็เงียบ ส่วนเตชิตก็นิ่งและไม่แม้จะหันมาปลายสายมองมองเขมินท์เลยสักนิด จนกระทั่งใครบางคนวิ่งเข้ามากอดเขมินท์ที่ช่วงเอวก่อนจะที่ลิฟต์จะขึ้นมาถึงชั้น 

 

“คุณแม่จะไปไหนครับ” 

 

“โมเดลครับ มาได้ยังไง คุณแม่บอกว่าให้รอที่ห้องไงครับ” 

 

“โมเดลมาเข้าห้องน้ำครับ คุณแม่จะลงไปข้างล่างเหรอ” 

 

“ครับ เดี๋ยวแม่ขึ้นมานะ โมเดลกลับไปรอที่ห้องนะ” 

 

“ครับ กลับมาไวๆนะครับ” 

 

“ครับคนเก่ง” เขมินท์ลูบหัวลูกชายเบาๆ ก่อนที่ลูกชายจะวิ่งกลับห้องทำงานของเขมินท์ โดยเขมินท์ก็ลืมไปช่วงหนึ่งว่าไม่ได้อยู่คนเดียว แต่พอนึกได้ว่าอยู่กับใคร เขมินท์ก็แทบลืมหายใจ เพราะกลัว… กลัวอีกฝ่ายจะรู้เรื่องของโมเดล 

 

“ขอโทษครับที่เสียมารยาท ลิฟต์มาแล้วครับ เชิญครับคุณเตชิต” โชคดีที่ลิฟต์มาถึงก่อน เขมินท์เลยกดลิฟต์ค้างไว้ให้เตชิตเข้าไปก่อน พออยู่ในที่แคบกันสองคนเขมินท์ก็ถูกผลักติดลิฟต์อย่างไม่ทันตั้งตัว 

 

“เด็กนั่นลูกใคร!” น้ำเสียงที่เคยเรียบนิ่งเอ่ยถามออกมาด้วยความโมโห ข้อมือของเขมินท์ถูกกำแน่นจนรู้สึกเจ็บ สายตาของเตชิตเหมือนจะฆ่าเขมินท์ให้ตายลงตรงนี้หากไม่ได้คำตอบ 

 

“ลูกผมกับสามี…” 

 

“คิดว่าฉันโง่เหรอ เด็กนั่นหน้าตาเหมือนฉันขนาดนั้น คิดจะเด็กเอามาเรียกร้องสินะ” 

 

“ไม่ใช่นะครับ เค้าเป็นลูกของผมไม่ใช่ลูกของคุณแน่นอน ปล่อยผมนะผมเจ็บ ฮึก…” 

 

“ก็ดี เพราะลูกที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจฉันไม่รับ!” หลังพูดจบเขมินท์ก็ถูกเตชิตผลักล้มลงกับพื้นลิฟต์อย่างไม่คิดจะสนใจ เขมินท์ที่โดนทำแบบนั้นก็พยุงร่างกายขึ้นช้าๆก่อนจะเช็ดน้ำตาออก ข้อมือของเขมินท์แดงช้ำจนขึ้นสี ถ้าลูกชายเห็นต้องโดนถามแน่ๆเลย 

 

“ผมไม่ยุ่งกับคุณนอกจากเรื่องงานหรอกครับ เชิญครับ ลิฟต์มาถึงชั้นล่างแล้ว ผมขอส่งคุณแค่นี้นะครับ ขอตัว” เมื่อลิฟต์เปิดออกและเขมินท์ก็เดินมาส่งเตชิตที่หน้าบริษัทตามหน้าที่ ก่อนจะเอ่ยลาและเดินกลับไปที่ลิฟต์โดยไม่คิดแม้แต่จะมองเตชิตกลับ  

 

ผู้ชายคนนี้ยังเลือดเย็นเหมือนเดิม…… 

 

 

 

...................................................................................... 

ความคิดเห็น