email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ความรู้สึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2562 18:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรู้สึก
แบบอักษร

“อิง พักนี้กับน้องเต้เป็นไงบ้างอ่ะ”

**“ก็ไม่ไงเรื่อยๆ” ตั้งแต่เต้บอกว่าจะจีบฉันก็ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ตอนนี้ฉันก็เปิดรับเขามมากขึ้น จากว่าที่ไม่ชอบเด็กฉันก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ก็เด็กมันเอาใจเก่งซะขนาดนั้น

แต่ฉันไม่บอกเขาหรอกนะ เรื่องอะไรจะบอก เดี๋ยวได้ใจ

“ยังไม่เป็นแฟน” ฉันส่ายหน้า

“ระวังยัยใบตองเน่าจะคาบไปแดก” เชอเอมพูดอย่างใส่อารมณ์ ว่าแล้วยัยใบตองก็หายเงียบไปเลย หลังจากวันนั้นที่มันมาบอกว่าอยากได้เต้

“เอาไปได้ก็เอาไป ฉันไม่ห้าม” บอกเลยว่าฉันไม่เคยเชื่อใจเต้เต็มร้อย ถึงเขาจะบอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีทางที่เขาจะหักหลังฉัน แต่ยังไงมันก็ผู้ชาย โดนผู้หญิงยั่วหน่อยมีหรือจะปฏิเสธ

ดูอย่างพี่กัน ฉันเชื่อใจเขาแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ทำร้ายฉัน

“ปลงแล้วว่างั้น” ยัยเก้าว่า

“อืม” ฉันปลงแล้วจริงๆ ถึงจะรู้สึกชอบน้องมัน แต่ถ้ามันเลวฉันก็ไม่เอาหรอกนะ

“แต่น้องเขาก็น่ารักดีนะเทคแคร์อิงดี” ยัยเมษาพูดบ้าง ปกติมันจะไม่ค่อยออกความคิดเห็นเท่าไหร่

“ไหนตอนแรกบอกน้องเขาเจ้าชู้ไม่สนับสนุน” ฉันถามมัน

“ก็ตอนนี้นิสัยน้องน่ารักนิ หรืออิงจะบอกว่าไม่ใช่” มันถามฉันกลับบ้าง เป็นฉันที่เงียบ

เต้น่ารักกับฉันอย่างที่พวกมันบอกจริงๆ

“สวัสดีครับพี่ๆ รอนานไหมครับ” นั้นไง พูดไม่ทันขาดคำ คนที่อยู่ในบทสนทนาก็มาแล้ว ฉันเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

ประโยคแรกน้องมันพูดกับเพื่อนฉันประโยคที่สองพูดกับฉัน

ตอนนี้เรื่องของฉันกับเต้แพร่ไปทั่วคณะแล้วล่ะ และน่าจะดังไปทั่วมหาลัยก็เขามันคนดังนิเนอะ ฉันพยายามไม่สนใจกับสายตาคนอื่นที่มองมา

แต่เสียงนินทาก็ยังเข้าหู บางคนก็บอกว่าฉันไม่เหมาะสมกับน้องมันบ้างเพราะแก่กว่า บางคนก็บอกว่านั้นเมียเก่าพี่กันนิ มาคบกับน้องเต้ได้ไง บลาๆ อีกมากมาย

ฉันได้แต่กลอกตาเซ็งๆ

“สำหรับน้องเต้นานแค่ไหนก็รอได้ค่ะ” ยัยเชอเอมกล่าว

ส่วนคนโดนหยอดก็หัวเราะในลำคอเบาๆ แต่ไม่ได้ยิ้มนะ

“พี่ว่าช่วงนี้น้องเต้แปลกๆ นะ” ยัยเชอเอมเท้าคางถาม ฉันขมวดคิ้วมองมัน มันจะเล่นมุกอะไรของมันอีก

“ยัยไงครับ” เต้ก็รับมุกซะด้วย

“ไม่ยิ้มเลย” มันสังเกตขนาดนี้เลยเหรอว่าน้องมันไม่ยิ้ม ฉันยังไม่สังเกตเลย

ฉันมองคนตัวสูงกะพริบตาปริบๆ อย่าบอกนะว่าเป็นเรื่องจริงที่น้องมันไม่ยิ้มให้ผู้หญิงคนอื่น

“พอดีมีคนหวงครับ” ม่านตาฉันขยายทันทีที่น้องมันพูดแบบนั้น

“หวง ใครคะหวง แค่ยิ้มเนี่ยนะหวง” ยัยเชอเอมถามอย่างไม่เชื่อ

“ครับ ไม่หวงธรรมดานะครับหวงมากด้วย” เต้ยังเล่นต่อ แล้วอะไรคือหวงมากด้วย ฉันพูดตอนไหนว่าหวงเขามาก ที่ตั้งกฎก็เพราะคิดว่ายังไงเขาก็ทำไม่ได้ แล้วจะได้เลิกยุ่งกับฉันสักที

เต้มองหน้าฉันแล้วยิ้มกริ่ม ฉันเม้มปากแน่น ถ้าเป็นจริงอย่างที่ยัยเชอเอมบอก แสดงว่าน้องมันยิ้มให้ฉันแค่คนเดียวหน่ะสิ จริงๆ หน่ะเหรอ

ฉันเงยขึ้นมองน้องมันตาปริบๆ

“อย่าบอกนะว่ายัยอิงสั่งไม่ให้ยิ้ม” ยัยเชอเอมพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ไม่รู้สิครับ” เต้ไม่ได้ตอบตรงๆ แต่มันกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของยัยพวกนี้เป็นอย่างดี

“โอ๊ย ยัยอิงแก อิบ้า ไหนบอกไม่ชอบเด็ก ไม่มีวันชอบ แล้วนี่อะไร แค่รอยยิ้มของเขาแกก็หวงแล้ว มันยิ่งกว่าชอบซะอีก” มันได้ทีร่ายยาว

“บ้าอะไร มันคือข้อตกลงต่างหาก” ฉันพูดหน้ามุ่ย

“ข้อตกลงอะไร” ยัยเชอเอมขยับเข้ามานั่งใกล้ฉัน

“แกไม่ต้องอยากรู้หรอก ฉันไปแล้ว” ฉันลุกแล้วเดินออกมาทันที ถ้าขืนบอกพวกมันเรื่องที่ฉันตกลงกับน้องมัน พวกมันต้องหาว่าฉันบ้าแน่ๆ แล้วคนที่บ้ายิ่งกว่าคือคนที่ทำตามข้อตกลง

“อ้าว ยัยอิง แกทำอย่างนี้ไม่ได้นะ มาทำให้อยากแล้วจากไป” ฉันไม่ฟังเสียงตะโกนมาตามหลัง

“เดินช้าหน่อยครับเดี๋ยวก็สะดุดล้มหรอก” เต้วิ่งตามหลังฉันมา ฉันหันไปมองแล้วลดความเร็วลง

“ห้ามบอกเรื่องที่เราตกลงกันให้คนอื่นรู้เด็ดขาด” ฉันหันไปสั่งเสียงเด็ดขาด แต่เขากลับยิ้มกว้าง

“ทำไมครับ กลัวคนอื่นรู้หรอกว่าพี่เป็นคนขี้หึงขี้หวง” ฉันหยุดเดินหันไปถลึงตาใส่เขา

“ใครเขาเป็นแบบนั้นกัน”

“คนไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง” ฉันเม้มปากแน่นสะบัดหน้าเดินหนี

“อ้าวอิง กลับแล้วเหรอ” เดินมาได้ครึ่งทางก็เจอกับแทน

“อืม นายล่ะ”

“ฉันก็กำลังจะกลับ เป็นไงบ้างสบายดีนะ”

“ถามยังกับไม่ได้เจอกัน” ฉันก็เรียนห้องเดียวกันกับเขาบ่อยๆ ไหม

“ก็ไม่ได้คุยกันหนิ”

“เออ เนอะ” ฉันหัวเราะแห้งๆ ให้แทน ถึงจะเรียนด้วยกันแต่ก็ไม่ได้คุยกัน ตั้งแต่วันนั้นที่ผับฉันก็ไม่ได้คุยกับแทนอีกเลย

“กลับได้ยังครับ” เต้ที่เดินมาถึงฉันตอนไหนไม่รู้พูดขึ้น ฉันหันไปมองเขาก็เจอกับหน้าบึ้งตึง

“งั้นฉันกลับก่อนนะแทน ไว้คุยกัน”

“อืม” ฉันเดินออกมา

“อิง” แต่เสียงเรียกของแทนทำให้ฉันหยุดเดินแล้วหันไปมองเขา

“ว่า”

“ฉันโทรหาเธอได้ใช่ไหม” ฉันขมวดคิ้วมองหน้าเขา โทรหาฉัน โทรหาทำไม

“พอดีมีเรื่องจะปรึกษาน่ะ เกี่ยวกับวิชาที่อาจารย์ให้ทำรายงาน” อ่อ ฉันพยักหน้าเข้าใจ

“ได้สิ”

“ไปรอที่รถนะครับ” ฉันหันไปมองคนพูด เขาเดินนำไปก่อนเฉยเลย

“ขอบคุณนะ เดี๋ยวฉันโทรหา”

“อืม” ฉันหันหลังเดินออกมา ถึงจะรู้สึกแปลกๆ ที่แทนพูดแบบนั้นแต่ก็ไม่อยากคิดอะไรมาก ไม่อยากเข้าข้างตัวเอง ถึงท่าทีของเขาจะทำให้ฉันคิดไปไกลก็เถอะ แต่ฉันก็คิดกับเขาแค่เพื่อนคนหนึ่งที่เรียนด้วยกัน

พอเดินมาถึงรถเต้ก็เข้าไปนั่งข้างในรอฉันแล้ว ฉันเปิดประตูเข้าไปนั่งเขาก็ออกรถทันที ตลอดทางรถตกอยู่ในความเงียบ

“กินอะไรก่อนไหม หรือจะทำกินที่ห้อง” เป็นฉันที่ต้องเอ่ยปากถาม แต่เขาก็ยังเงียบ ฉันถอนหายใจออกมายาวๆ

“ถ้าไม่พูดพี่จะถือว่านายไม่อยากคุยกับพี่ และเราคงไม่ต้องคุยอะไรกันอีก”

ฉันพูดไปแบบนั้นแล้วก็เงียบไป น้องมันเองก็เงียบ ไม่พูดอะไรเหมือนกันแต่ฉันเห็นว่าคิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน

ได้ จะเอาแบบนี้ใช่ไหม

ไม่พอใจอะไรก็ไม่พูด

โกรธหรือโมโหอะไรก็เป็นแบบนี้ทุกที

ฉันกับฉันจะมีนิสัยที่คล้ายๆ กันอยู่อย่างคือถ้าไม่พอใจอะไรจะเงียบ

แต่ฉันจะเงียบได้ไม่นานหรอก ถ้าฉันอยากรู้มากๆ หรือทนไม่ไหวฉันก็จะถามตรงๆ แต่เด็กตรงหน้าฉันนี่สิ ไม่ยอมพูดอะไรเอาแต่เงียบ

จนรถมาจอดที่คอนโด

“พี่ก็เป็นแบบนี้” ฉันชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู

ฉันขมวดคิ้วหันไปมองเขา

“ใช่ ฉันก็เป็นแบบนี้” ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาหมายความว่ายังไง แต่นิสัยประชดประชันนี่ฉันติดมาจากเขาล้วนๆ

“ไม่ชอบผมจริงๆ สินะ” ฉันกลอกตาไปมา เม้มปากแน่น อะไรทำให้เขาคิดแบบนั้น หรือการที่ฉันหยุดคุยกับแทนทำให้เขาคิดไปแบบนั้น

ถ้าฉันไม่มีความรู้สึกกับเขา เขาจะได้มาวนเวียนอยู่ในชีวิตฉันแบบนี้ไหม

“อย่าหึงแบบไม่มีเหตุผลได้ไหม” ฉันพูดกับเขาตรงๆ เต้ชอบเป็นแบบนี้แหละ เวลาฉันคุยกับผู้ชายคนอื่น เขามักทำตัวเหมือนเด็ก ซึ่งเขามันก็เด็กจริงๆ

“พี่น่าจะดีใจนะครับที่ผมหึงผมหวง เพราะถ้าผมไม่หึงไม่หวง ไม่สนใจพี่แสดงว่าผมไม่ได้ชอบพี่แล้ว” ฉันเม้มปากแน่นกับคำพูดเหมือนสารภาพรักของเขา

“ไม่เหมือนพี่ ที่ไม่เคยแคร์ผมสักนิด” เต้พูดแล้วฟุบหน้าลงกับพวงมาลัย การกระทำของเขาทำให้ฉันตกใจ

“นายเหนื่อยกับพี่แล้วงั้นสิ” ตลอดเวลาเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา เขาตามใจเอาใจฉันทุกอย่าง มีแต่ฉันที่ทำให้เขาคอยวิ่งตาม คงเหนื่อยแล้วสินะ

“เปล่าครับ เต้ไม่ได้เหนื่อย เต้แค่อยากรู้ว่าความรู้สึกที่พี่มีต่อเต้มันมีแค่ไหน” ท่าทางของเขาจริงจังไม่มีแววขี้เล่น

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” ฉันตอบออกไปเบาๆ ฉันพูดความจริง ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเต้มากแค่ไหนฉันก็ไม่ยังไม่มั่นใจตัวเอง

“เหรอครับ” เต้หัวเราะเบาๆ เหมือนเยาะเย้ยตัวเอง แล้วเขาก็พูดต่อ

“แต่ทำไมความรู้สึกที่เต้มีต่อพี่มันมากขนาดนี้ มากจนเต้ก็ไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมเต้ต้องรู้สึกกับพี่มากขนาดนี้ด้วยวะ ทั้งที่ไม่เคยรู้สึกกับใคร แล้วไม่เคยคิดด้วยว่าจะมีคนคนนั้น” เขาฟุบลงที่พวงมาลัยรถอีกครั้ง ฉันกัดปากตัวเองแน่น

ฉันไม่คิดว่าน้องมันจะเป็นได้ขนาดนี้

ตอนแรกฉันคิดว่าน้องมันแค่อยากเอาชนะ ที่ฉันไม่สนใจ พอเป็นแฟนกันแล้วเขาจะทำกับฉันเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ

แต่พอเห็นท่าทางเขาวันนี้ คำพูดของเขาที่มีความจริงใจอยู่ในนั้น ทำให้ใจฉันสั่นไหวขึ้นอีกหลายเท่าตัว

ฉันเอนหลังพิงเบาะรถมองคนที่ฟุบอยู่อย่างนั้นเงียบๆ

ถ้าจะให้ฉันยอมเป็นแฟนน้องมันตอนนี้เพราะความรู้สึกของน้องมันที่มีกับฉันมากขนาดนี้ฉันทำไม่ได้

และถึงความรู้สึกฉันมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าชอบน้องมันเหมือนกันแต่ฉันก็ยังไม่พร้อม

มันมีหลายอย่างที่ฉันคิดว่าเขาเข้ากันไม่ได้ อย่างที่บอกฉันไม่ชอบเด็กตั้งแต่แรก เต้มีความงี่เง้าเอาแต่ใจอยู่ในตัว และเหตุการณ์นี้มันก็บอกชัดแล้วว่า เขาไม่มีเหตุผลพอ ถ้าเราฝืนคบกันไปคงไม่รอด

ไม่ใช่แค่ความรู้สึกหรอกนะที่เป็นตัวชี้วัดว่าเราจะคบกันได้นาน แต่มันขึ้นอยู่กับหลายๆ อย่าง

“พี่ไม่ว่าหรอกนะถ้าเราจะพอ” ฉันจับที่ไหล่เขาแล้วบีบเบาๆ น้องมันเงยหน้าขึ้นมามองฉันทันที

“พอเหรอครับ มันจะพอได้ยังไง ก็บอกอยู่ว่าชอบมาก มากจนรักไปแล้วด้วย พี่ยังบอกให้เต้พออีกเหรอครับ พี่แม่งโคตรใจร้ายเลยวะ” ฉันตะลึงกับเขาพูดของเขา

น้องมันไม่เคยพูดว่ารักสักครั้ง

คราวนี้เป็นฉันที่ต้องหันหน้าหนีเม้มปากเป็นเส้นตรง**

ความคิดเห็น