Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ซ้ำรอย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 907

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2562 09:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซ้ำรอย
แบบอักษร

​ช่วงสายของวัน

เยว่จือพยายามอ้อนเทียนจินให้เขาพามาที่ตำหนักฮองเฮาได้สำเร็จ ความจริงเขาไม่อยากให้นางออกมาข้างนอกเลยเพราะนางเพิ่งจะหายร่างกายยังไม่แข็งแรงนัก

"หย่งเจิ้น หย่งจวินของย่า"ฮองเฮารับหลานทั้งสองมาอุ้มไว้ นางยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันทำให้จิ่วชุ่ยยิ้มตามอย่างเบาใจ

"นั่นหีบอะไรหรือเพคะ เหตุใดจึงมากมายนัก"เยว่จือตั้งคำถามตามที่ตนสงสัยเมื่อหันไปพบหีบขนาดกลางวางซ้อนๆเรียงกันประมาณยี่สิบกว่าหีบ

"หีบใส่กระดาษน่ะ แม่เขียนคำกลอนอวยพรเอาไว้ ว่าจะนำไปแจกให้ชาวบ้าน"นางตอบไปหยอกล้อกับหลานชายไป

"เช่นนั้นคงจะเขียนไว้มากมายเลยน่ะสิเพคะ กว่าจะเต็มหีบแต่ละใบ"

"เสด็จแม่คงไม่ได้กังวลเรื่องกุ้ยเฟยนะพ่ะยะค่ะ"เทียนจินถามออกมาอย่างจับผิด ยิ่งมารดาหลบสายตาเช่นนี้ยิ่งมั่นใจ

"เรื่องมันนานมาแล้ว อย่าพูดถึงอีกเลยนะ"

"ข้าจะไม่พูดถ้าเสด็จแม่ดูแลตนเองให้ดีกว่านี้"สายตาคมมองไปที่ถ้วยยาบนโต๊ะ มันสะดุดตาเขาตั้งแต่เดินเข้ามา

"แม่แค่รู้สึกเวียนหัวไม่มีอะไรหรอก จริงสิไปตามหมอหลวงแล้วใช่รึไม่"นางหันไปถามจิ่วชุ่ย

"ไปตามแล้วเพคะ อีกไม่นานคงมาถึง"

"อืม ก็ดีข้าเริ่มจะเวียนหัวอีกแล้ว"

"ว่าแต่ที่พากันมาหาแม่นี่มีอะไรรึ"นางเล่นกับหลานชายจนเพลินลืมถามไปเสียสนิท

"หม่อมฉันจะมาบอกเสด็จแม่ว่าตอนนี้หม่อมฉันได้ยาถอนพิษมาแล้วเพคะ ต่อไปนี้จะไม่มีพิษนั่นอยู่ในร่างกายนี้อีกแล้วเพคะ^^"

"จริงรึ!!! เยว่เออร์แม่ดีใจจริงๆ ฮึก ในที่สุดเจ้าก็ไม่ต้องทรมานเพราะพิษนั้นอีกแล้ว"น้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมาทำเอาผู้มาเยือนทั้งสองตกใจไม่น้อย เยว่จือเข้าไปกอดปลอบนางเอาไว้

"เยว่เออร์หายดีแล้วเพคะ หายแล้ว"เยว่จือกอดแล้วเอามือลูบหลังสตรีสูงศักดิ์เบาๆ เทียนจิน มองมารดาด้วยความเป็นห่วงแม้จะร้องไห้ออกมาเพราะความดีใจก็เถิด

"เป็นข่าวดีจริงๆ แล้วนี้บอกจิงซินแล้วรึยัง นางคงเป็นห่วงเจ้ามากไม่ต่างจากแม่"หลี่ฮองเฮ่าผละออกก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ

"ยังไม่ได้บอกเพคะ ตั้งใจมาคุยเรื่องสำคัญกับเสด็จแม่ก่อน"

"หื้ม? มีเรื่องอะไรรึ?"

"เรื่องชายารองที่หม่อมฉันเคยขอไว้เพคะ"

"ฮ่าๆๆ ที่แท้ก็เรื่องนี้รึ แม่เข้าใจแล้ว ยังดีที่ยังหาสตรีที่คู่ควรกับเทียนเออร์ไม่ได้"

เยว่จือยิ้มออกมาน้อยๆแต่ภายในกับดีใจจนอยากจะกระโดดกอดฮองเฮาผู้นี้เหลือเกิน นางหันกลับไปมองสามีด้วยแววตาวาววับเป็นประกาย

"อะ อะไรรึ-_-' "

"ไม่มีอะไรเพคะ ท่านพี่เคยพูดอะไรไว้เมื่อปีก่อนอย่าลืมเชียวนะเพคะ^^"เยว่จือเอ่ยก่อนจะหน้าแดงน้อยๆอย่างเขินอาย เทียนจินนั่งนิ่งนึกอยู่ชั่วครู่ก่อนจะใบหน้าซับสีแดงจางๆไม่ต่างกัน

"อะ อื้ม ไม่ลืม"อี้ฟางมองทั้งสองคนอย่างรู้ทันแต่นางไม่ได้ว่าอะไร นางกำลังสนใจเจ้าหลานตัวน้อยทั้งสองมสกกว่าช่างน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ

"ฮองเฮาเพคะ หมอหลวงมาถึงแล้วเพคะ"

"อืม มาแล้วก็ให้เข้ามา"

"ถวายพระพรพ่ะยะค่ะ"

"ตามสบาย รีบเข้ามาตรวจเถิด"ยังไม่ทันที่หมอหลวงจะได้ตรวจอะไร เพียงแค่นางได้กลิ่นยาสมุนไพรบนตัวของหมอหลวงนางก็วิ่งไปที่หน้าต่างทันที

"อึก อ้วกก"

"เสด็จแม่!/เสด็จแม่!!/ฮองเฮาเพคะ!"ทั้งสามอุทานพร้อมกันด้วยความตกใจ

"อ้วกกก อืออ"

"น้ำเพคะ"เยว่จือรีบส่งน้ำให้ในขณะที่เทียนจินประคองร่างมารดาของตนไว้ไม่ให้ล้มลง

"่เอ่อ...."หมอหลวงขมวดคิ้วด้วยความมึนงง เขาพยักหน้าให้หมอหลวง อีกคนที่ตามมาเข้าไปตรวจอาการแทน

"ค่อยๆนั่งนะพ่ะยะค่ะ"เทียนจินประคองมารดากลับมานั่ง เห็นใบหน้าของนางซีดเผือดก็อดห่วงไม่ได้

หมอหลวงอีกคนรีบเข้าไปตรวจแทน แต่หลังจากจับชีพจรไปแล้วก็ต้องขมวดคิ้วด้วยสีหน้าฉงน ตรวจคนมาก็มากย่อมแน่ใจว่าจะไม่ตรวจพลาด แต่จะเป็นไปได้หรือ

"มีอะไรหมอหลวง เสด็จแม่เป็นอะไร"เยว่จือถามเมื่อเห็นหมอหลวงเงียบไป

"อึก อ้วกกกก><"ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรนางก็วิ่งไปอาเจียรที่หน้าต่างบานเดิมอีกครั้ง คราวยี้ถึงกับหมดแรงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นจนเทียนจิน ต้องรีบไปอุ้มมารดาของตนมาเลยทีเดียว

"เอ่อ...ฮองเฮาทรง เอ่อ ทรงตั้งครรภ์พ่ะยะค่ะ" ทั้งสามถึงกับลมหายใจสะดุด ตั้งท้อง!? นี่มารดาของเขากับบิดายัง....

"วะ ว่าอะไรนะ ทะ ท้องรึ"อี้ฟางถามอย่างไม่เชื่อหูของตนเอง นางอายุตั้งสี่สิบกว่าแล้วยังตั้งท้องได้อีกหรือ!?

"เป็นความจริงพ่ะยะค่ะ"หมอหลวงเอ่ยยืนยันอย่างหนักแน่นอีกครั้ง

"สะ เสด็จแม่ ยินดีด้วยนะเพคะ"เยว่จือยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้น เทียนจินจับมือของมารดาเอาไว้แล้วยิ้มออกมา เขากำลังจะมีน้องอีกคนรึ อืมมีน้องที่อายุห่างกันยี่สิบกว่าปีมิหนำซ้ำยังอายุไล่เลี่ยกับลูกของเขาอีกนับว่าแปลกแต่ดีจริงๆ^^

"ฮึก ฮือออ ฮืออออ"ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนทุกคนในห้องตกใจไปตามๆกัน สามชีวิตอันได้แก่เทียนจิน เยว่จือและจิ่วชุ่ยมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"ฮองเฮาเพคะ ทรงเป็นอะไรไปเพคะ"จิ่วชุ่ยคุกเข่าอยู่ข้างเตียงเอ่ยขึ้น

"ฮึก ฮืออออ"นางส่ายหน้าเป็นคำตอบแต่ยังคงร้องไห้ออกมา

"เยว่เออร์อยู่ที่นี่ก่อนนะ พี่จะไปแจ้งข่าวดีนี้ให้เสด็จพ่อทรงทราบ"

"ไม่ต้อง!! ฮึก ไม่ต้องไปบอกคนบ้านั่น" ทั้งสามคนรวมมั้งหมอหลวงอีกสองคนมีสีหน้าตกใจไม่ย้อยเมื่อได้ยินสรรพนามแทนตัวฮ้องเต้ผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้น จะขำก็ขำไม่ออก

"ฮึก ข้าจะออกบวช! บวชทั้งๆที่ตั้งท้องนี่แหละ!"นางตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ หึ!ไปสัญญาจะยกตำแหน่งให้สตรีอื่น ไม่สินางเป็นรักแรกนี่ เหอะ! ไปปลุกศพขึ้นมาเป็นฮองเฮาแทนนางก็แล้วกัน!

"หลี่ฮองเฮา!!กล้ามากนะ คิดจะหนีเจิ้นไปบวชรึ!!"

เสียงตะโกนก้องตามอารมณ์เดือดดาลของผู้เป็นฮ้องเต้เรียกทุกสายตาให้หันไปมองที่หน้าห้องอย่างช่วยไม่ได้

"ทุกคนออกไปให้หมด ปิดประตูให้เจิ้นด้วย"

"พ่ะยะค่ะ/เพคะ"

"หึ!! "อี้ฟางสะบัดหน้าหนีอย่างไม่สนใจ ทำเป็นวางอำนาจ!

"คุยกันดีๆนะพ่ะยะค่ะ จะทำอะไรก็เบาๆบ้างเสด็จแม่กำลังตั้งท้อง^^"เทียนจินหันกลับมาเอ่ยกับบิดาก่อนจะประคองชายาของตนออกไปจากห้อง จิ่วชุ่ยลงมือปิดประตูแล้วไล่ทุกคนให้ออกห่างจากห้องนี้

"นี่มันครั้งที่สองแล้วนะที่เจ้าปิดเจิ้นเรื่องลูก! คราก่อนติดจะหนีกลับจวน ครานี้ถึงกับจะหนีไปบวชเลยรึ!"

"ก็เคยบอกแล้วนี่เพคะว่าไม่ได้ปิด แค่ไม่ได้บอกเท่านั้นเอง อีกอย่างข้าไม่ได้หนี!"

"เจ้าเป็นฮองเฮาเป็นเมียของเจิ้นนะ!"

"เป็นฮองเฮาแล้วอย่างไร ข้าจะไปบวชฝ่าบาทก็ไปปลุกวิญญาณนางหลันหลิวนั่นมาเป็นฮองเฮาตามคำสัญญานั่นสิ"นางกอดอกมองออกไปภายนอกด้วยความไม่พอใจ

"อี้ฟาง!!!"

"จะตะโกนทำไมเพคะ!!! หนวกหู!"

"!!!!"

"ออกไปจากตำหนักหม่อมฉันด้วยเพคะ"

"เลิกประชดประชันเจิ้นเสียที! มันเป็นแค่สัญญาที่เจิ้นให้นางไว้เพราะนางช่วยชีวิตเจิ้นตอนจมน้ำเอาไว้ก็เท่านั้น!"

"แล้วเจิ้นก็ไม่คิดจะทำด้วย เจิ้นเคยบอกไปแล้วไม่ใช่รึว่าเพราะไม่ยอมแต่งตั้งนางนางจึงเปลี่ยนไปขอให้เจิ้นไม่ไปหาเจ้าแทน"

"ที่แท้เรื่องที่ว่าทำให้นางไม่ได้...คือเรื่องนี้"

"นางช่วยชีวิตเจิ้นไว้ เจิ้นจำเป็นต้องยอมรับคำขอของนาง"

"ช่วยชีวิต?"

"ก็ตอนที่เจิ้นจมน้ำเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนตอนงานฉลองที่ขึ้นเป็นไท่จื่ออย่างไรเล่า"

เพี๊ยะ!!!!

"!!!!"

"คนโง่! ท่านเป็นฮ้องเต้ได้อย่างไรกันห๊ะ!"

"นี่เจ้าตบหน้าเจิ้นด้วยเหตุใด!"

"ตบเพราะความโง่ของฝ่าบาทอย่างไรเล่าเพคะ!"

"ข้าต่างหากที่เสี่ยงชีวิตกระโดดน้ำลงไปช่วยน่ะ เพราะช่วยท่านข้าถึงจมน้ำแทน หึ ยังจะโง่ไม่ให้คำสัญญากับคนอื่นอีก!"

"วะ ว่าอย่างไรนะ นี่เจ้า...!!"ฮ้องเต้อุทานตาโต ห้ตายเถิดเพราะเรื่องนี้ทำเขากับนางห่างกันเป็นปีๆ ทั้งยังเกือบทำให้นางหอบลูกหนีเขาถึงสองครั้งแล้วด้วย!

"เหอะ!"ร่างบางลุกจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตูห้องหวังจะไปให้พ้นๆคนตรงหน้าเสีย เห็นหน้าโง่ๆนี่แล้วหงุดหงิด!

หมับ!

"ปล่อย!!"นางสะบัดข้อมือหนีแต่ครั้งนี้มันไม่หลุดเช่นทุกครั้ง

"จะไปไหนเล่า พี่จะชดเชยให้ในฐานะที่เจ้าทำความดีความชอบเอาไว้"

"ท่านเสียสติรึไร ทีนี่มาแทนตัวเองว่าพี่รึ ไม่ต้องมาชดเชยอะไรให้ข้า ผ่านมาจนป่านนี้เเล้วข้าไม่อยากได้แล้วหึ!"

"ผู้ใหญ่ให้ของเจ้าเด็กกว่าก็รับไปเถิด^^"เขาอุ้มนางขึ้นใบหน้ายิ้มระรื่นต่างตากตอนมาริบลับ

"ผู้ใหญ่อะไรของท่าน ปล่อยข้านะ!เราทะเลาะกันอยู่นะ!"นางโวยวายเสียงดังลั่นแต่ไม่กล้าดิ้นเพราะหากตกไปคงแย่แน่ๆ

"หึๆ เป็นเด็กเป็นเล็กพูดเพราะๆสิ"

"ใครเด็กข้าสี่สิบกว่าแล้วนะ ปล่อยข้าแล้วกลับตำหนักท่านไปเสีย!"

"ก็เจ้ายังเด็ก อายุเจ้าน้อยกว่าพี่ไม่รู้กี่ปี"กล่าวพลางวางร่างของนางอย่างเบามือเป็นห่วงทั้งแม่ทั้งลูก

"เหอะ! ไม่ต้องมาพูดดี โน่นว่าที่ฮองเอาท่านนอนเป็นศพอยู่ใต้ดินโน่น"นางกล่าวเเล้วเมินหน้าหนีเขา หึ่ยยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด

"หึงรึ^^"

"ไร้สาระ ออกไปจากตำหนักข้าซะ"

"ก็บอกแล้วอย่างไรเล่าว่าจะให้รางวัลเจ้าก่อน"ร่างสูงยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา ร่างเล็กตวัดสายตามองอย่างรู้ทัน

"รางวัลของท่านน่ะสิ ไม่ต้องมายุ่งกับข้าเลยนะ"

"ไม่ยุ่งกับเจ้าหรอก ยุ่งกับลูก^^"

"นี่ท่าน!!! อ๊ะ อื้ม!!><"

"หึๆ เห็นทีต้องปรับความเข้าใจกันอีกนานเลยนะฟางเออร์"เขาตรึงข้อมือทั้งสองสองนางเอาไว้

"พี่อาจไม่เคยพูดออกมาตรงๆ อาจจะช้าไปเสียหน่อยที่มาพูดตอนนี้ พี่รักเจ้านะ"

"!!!!"ราวกับร่างกายถูกสาปเอาไว้ชั่วขณะ นี่เขาเพิ่งมาบอกรักนางหลังจากผ่านมายี่สิบกว่าปีนี่น่ะรึ มีลูกคนที่สามแล้วด้วย!

"ขอโทษที่บอกช้าไปนะฟางเออร์"

"ไม่รอให้มีลูกสักห้าหกคนค่อยพูดเล่า"นางเอ่ยออกไป ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ แก่ขนาดนี้ยังจะเขินอายอยู่อีกน่าอายจริงๆ

"เช่นนั้นรอคนนี้คลอดออกมาก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะทำให้อีกสองคนแล้วบอกรักเจ้าใหม่"

"จะบ้ารึ!! ใครอยากมีลูกกับท่าน!"

"ไม่อยากแต่ก็มีตั้งสามคนแล้วฟางเออร์"

"ท่าน!!!! อื้อออ!"ร่างสูงก้มลงมาจุมพิตนางอีกครั้งและยาวนานกว่าครั้งแรก มือหนาเริ่มลูบไล้ไปมาจนทั่ว

"อื้มม อย่าให้กระทบกระเทือนถึงลูกนะ"

"หึๆ ลูกคนที่สามแล้วไม่ต้องบอกหรอก"

"หึ! ไม่เห็นทำได้สักครั้งนี่ อื้มม"

ด้านนอกตำหนัก

"เสียงเงียบไปแล้ว หมดห่วงได้แล้วนะ^^" เทียนจินยิ้มอย่างรู้ทันบิดาของตน เขารู้ดีว่าบิดาจะใช้วิธีใดมาง้อมารดาของเขา นอนคุยนี่แหละได้ผลดีกว่าวิธีอื่นเป็นไหนๆ

"เช่นนั้นเราไปบอกข่าวดีจิงซินก่อนเถิดเพคะ บอกเสร็จจะได้กลับตำหนัก เด็กๆคงเล่นจนเหนื่อยแล้วเพคะ"

"อืม เช่นนั้นรีบไปเถิด"

"กรี๊ดดดด ท่านพี่!! ชอบทำรอยที่คออยู่เรื่อย!"เสียงที่ดังมาจากในตำหนักทำเอาฝีเท้าทั้งสองคนหยุดชะงัก เยว่จืออายจนหน้าแดงจนเทียนจินต้องยกมือขึ้นปิดหูนางแล้วรีบพาขึ้นรถม้าออกมา

-------------------

มาต่อให้แล้วว จะจบแล้วง่ะ>_<

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น