say windy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บันทึกที่ 9 เมื่อแตกสลายไปแล้วก็เป็นได้แค่เศษแก้วที่ประกอบขึ้นมาใหม่เท่านั้น

ชื่อตอน : บันทึกที่ 9 เมื่อแตกสลายไปแล้วก็เป็นได้แค่เศษแก้วที่ประกอบขึ้นมาใหม่เท่านั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 780

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2558 17:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึกที่ 9 เมื่อแตกสลายไปแล้วก็เป็นได้แค่เศษแก้วที่ประกอบขึ้นมาใหม่เท่านั้น
แบบอักษร

บันทึกที่ 9

เมื่อแตกสลายไปแล้วก็เป็นได้แค่เศษแก้วที่ประกอบขึ้นมาใหม่เท่านั้น




 

ความทรงจำในตอนนั้น ตัวเขาได้แต่นั่งอยู่ในห้องนอนของตัวเอง ขดตัวอยู่หน้าประตูบ้านใหญ่ ปิดกั้นด้วยกลอนหนาใส่รหัสเพื่อไม่ให้ใครบุกรุกเข้ามา วันนี้เป็นวันที่สามนับจากการ ตัดสิน’ ได้ออกมาแล้ว เขาก็ได้แต่อยู่ในห้อง ราวกับประท้วงอะไรสักอย่าง ทั้งที่ควรจะใช้ช่วงเวลาที่เหลือมีความสุขกับครอบครัวมากกว่า

 

 กริช...นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ผู้ชายที่เป็นฮีโร่ในใจเขาเสมอมากำลังพูดเสียงกระซิบอยู่ข้างนอก ราวกับไม่อยากให้ใครมาได้ยิน ออกมาคุยกันหน่อยได้ไหม

 

เขาเงียบ กอดตัวเองแน่นขึ้นอีก จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองร้องไห้ไปนานแค่ไหน หรืออาละวาดหนักแค่ไหน ทั้งห้องตอนนี้มีแต่เศษซากของอะไรสักอย่างกองเละเทะ ทั้งที่ก่อนหน้าตัวเขาไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน เขาเป็นเด็กดีของครอบครัวมาตลอด ทั้งการเรียน กีฬาเขาเป็นที่หนึ่งเสมอ แน่นอนว่ารวมถึงมารยาทและการควบคุมอารมณ์ เป็นความภาคภูมิใจของพ่อแม่ ทว่าตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไร เขาทำลายทุกอย่าง กระทั่งหนังสือเรียนก็ยังถูกฉีกและเผาจนไม่มีชิ้นดี

 

สะใจไหม ใช่ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่เขลานัก สุดท้ายก็ได้แต่นั่งเงียบๆราวกับคนไร้วิญญาณมาสามวันเต็มๆ เสื้อผ้าที่เปียกน้ำไปทั้งตัวตั้งแต่วันแรกตอนนี้เริ่มแห้ง รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว เขาคงจะเริ่มเป็นไข้ ทว่านั่นไม่ทำให้มีใครมาแยแสอะไร และวันนี้เป็นวันแรกที่พ่อของเขาลดตัวลงมาพูดด้วย

 

คุณคะ พอเถอะ เสียงของ แม่’ ดังขึ้น ถ้าคุยมากมลทินมันจะติด

 

น่าขำ ถึงจะปิดกลั้นแค่ไหน เสียงมันก็ลอดเข้ามาในหูของเขาจนได้

 

แม่ของเขาก็เป็นเสียแบบนี้ ตัวตนของเขาคงเป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญใจให้เจ้าหล่อนไปแล้ว

 

นี่คุณ...” พ่อของเขาหันไปพูดปรามแค่นั้น เงียบกันไปสักพัก เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจราวกับยอมแพ้แต่โดยดี

 

ทางเราจะส่งเงินมาให้ทุกเดือน ยังไงก็ไปแลกเอาเองนะ ขาดเหลืออะไรก็บอก...

 

พ่อคะ ราวนี้เป็นเสียงของน้องสาวซึ่งคงอยากจะออกไปจากที่นี่เต็มแก่

 

พ่อของเขาเคาะประตูสองสามที เอ่ยออกมาเสียงเบาว่า ดูแลตัวเองด้วย...

 

อย่าไปได้ไหมครับ...

 

ถ้อยคำที่ได้แต่สะกดกลั้นไว้ในใจ ยามได้ยินเสียงฝีเท้านั้นออกห่างไปจากห้องเรื่อยๆ ร่างเล็กยันกายลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ พยายามใช้สองมือยกตัวเองให้ขึ้นไปนั่งด้านบนเพื่อมองภาพด้านนอก

 

คนหลายสิบคนกำลังขึ้นไปบนรถยนต์คันใหญ่สีขาวสะอาด รวมถึงพ่อแม่และน้องสาวของเขาด้วย พวกคนในชุดขาวสะอาดและบริสุทธิ์กำลังจะเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง สถานที่ที่แสนห่างไกลสำหรับตัวเขา ท่ามกลางที่สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย

 

รถยนต์แล่นไปทางประตูซึ่งกำลังถูกต่อเติมกำแพงใหม่ บ้านของเขากำลังถูกปิดกั้นให้อยู่แค่ในกรอบแคบๆไม่ต่างกับกรงนก ต่อมาถึงได้รู้ว่ามันมีไว้ทำอะไร

 

เด็กน้อยรู้ดี...ว่าพวกเขาไม่มีวันกลับมา แต่ก็ยังเฝ้ารออยู่แบบนั้น กระทั่งมันสิ้นสุดลง

 

การพังทลายได้ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยความรู้สึกที่แหลกสลายไปหมดแล้ว

 

แล้วหลังจากนั้นเด็กน้อยก็ไม่เคยร้องไห้อีกเลย

 

กริชลืมตาตื่น ลุกขึ้นด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อย มองไปรอบๆก็รู้สึกแปลกใจ เพราะมันเป็นห้องนอนของเขาเอง แต่ก็คิดได้ว่าคิมคงอุ้มตัวเองมานอนที่นี่ สองวันมานี่เขาติดใจการนอนบนห้องใต้หลังคาไปแล้ว

 

เขาเผลอยิ้มออกมาอย่างขื่นๆ ทิ้งตัวลงบนเตียงอีกรอบด้วยความขี้เกียจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันยามสบเข้ากับสร้อยคอกางเขนที่เขาจำได้ว่าเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วแท้ๆ ตอนนี้มันกลับมากองอยู่ตรงหน้าราวกับจะตอกย้ำอะไรบางอย่างในใจ

 

ความฝัน...ทำไมจู่ๆถึงนึกขึ้นมาได้กันนะ

 

ห่วยแตก วันนี้ต้องเป็นลางร้ายแน่ๆ

 

แสงแดดยามเช้าพร่างพรายจนนัยน์ตาพร่ามัว แวมไพร์ประจำบ้านคงหวังดีประสงค์ร้าย ถึงจงใจเปิดม่านซะเต็มที่แบบนี้

 

แสบตาชะมัด

 

แต่ก็ยังดี ที่วันนี้ฝนไม่ได้ตก

 

*****

 

 

ว่าไงพวกนาย ทำอะไรกัน ...มีงานเลี้ยงอะไรกันหรือเปล่า? กริชพูดทักทายก่อนจะเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเดินเข้ามาถึงห้องครัว เสียงหอมๆของวันนี้ดูแปลกราวกับว่าไม่ได้มีแค่พวกขนมปังกับไข่ดาวตามปกติ

 

คิมสอนฉันทำกับข้าวล่ะ เมโลในชุดผ้ากันเปื้อนพูดเสียงสดใส

 

กินได้แน่ใช่ไหม? เด็กหนุ่มเอ่ยพลางลากเก้าอี้มานั่ง มองอาหารคาวหวานบนโต๊ะที่ดูจะทำเกินความพอดีไปสักหน่อย ดูท่าคิมคงจะตัดสินใจสอนทุกอย่างในวันเดียว บางอย่างสีสันยังดูดีน่าจะกินได้ แต่บางอย่างราวกับเป็นวัตถุจากต่างดาวส่งกลิ่นแปลกๆคล้ายดินระเบิด

 

ปากเสีย อีกฝ่ายทำหน้ามุ้ย ก่อนสะบัดหน้าไปทอดอะไรสักอย่างบนกะทะตามเดิม ส่งเสียงวี้ดว้ายเป็นระยะเมื่อน้ำมันกระเด็นใส่

 

มันอาจจะดีกว่านี้ หากอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในร่างผู้ชาย เห็นบอกว่าร่างผู้ชายมันหยิบจับอะไรสะดวกกว่าร่างผู้หญิง

 

วันนี้เป็นวันที่ห้าในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ของเมโล บาดแผลบนตัวดีขึ้นมาก การรักษาอย่างรวดเร็วถือเป็นคุณสมบัติที่น่าอิจฉาของพวกปีศาจ ตอนนี้เมโลก็ไม่ต้องใส่เผือกที่ขาและพันผ้าพันแผลดามไว้นิดหน่อยก็พอ เจ้าตัวแทบไม่ได้ปรับตัวอะไรเพราะบ้านของเขาใช่ว่าจะมีกฏเกณฑ์มากมาย ขอแค่ไม่สร้างปัญหา ไม่ทำลายบ้าน ถ้าทำต้องซ่อม แล้วงานบ้านต้องจัดการ ส่วนน้ำกับอาหารหยิบได้ตามใจในห้องครัว (ถ้าคิมอนุญาต) แค่นั้นเอง ช่วงนี้จึงถือว่าเป็นช่วงฝึกงาน

 

ตอนแรกเมโลไม่ยอมทำงาน เลยต้องถ่อไปซื้อชุดแม่บ้านมาให้ แต่การใส่มันตอนอยู่ในร่างผู้ชาย...อืม ก็ไม่ได้แย่อะไร แต่รู้สึกจั๊กจี้ชอบกล ถึงเมโลในร่างผู้ชายจะหน้าหวานไม่แพ้ตอนอยู่เป็นผู้หญิงก็เถอะ

 

คุณกริช คุณเทลเลอร์โทรมาหาคุณตั้งแต่เช้า มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? คิมที่กำลังเช็ดจานอยู่ไม่ไกลพูดขึ้น

ห๊ะ... มีด้วยเหรอ

 

เฮ้อ...อย่าหักโหมนักสิครับ ปากพูดแบบนั้นแต่มือถือก็ถูกโยนมาให้

 

กริชยิ้มแหย กดมือถือซึ่งไม่ค่อยได้ใช้ขึ้นมาโทรหาใครบางคน ผ่านไปสักพักถึงได้มีคนมารับ ว่าไงเทล

 

/“ไอ้กริช ไอ้เด็กเวร ชั้นโทรมากี่ทีๆๆๆก็เจอแต่สามีแกเนี่ย พอมีธุระเนี่ยหายหัวเลยนะไอ้...!!”/

 

เสียงด่าโหวกเหวกทำเอากริชเบ้หน้า แทบอยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง สามีบ้านแกสิ เกิดอะไรขึ้น พ่อเสียเหรอ อดไม่ได้ที่จะกวนประสาทกลับสักหนึ่งดอกข้อหาใช้ประโยคไม่น่าอภิรมย์แต่เช้า

 

แกรีบมาที่นี่ด่วนเลย ดูเหมือนเทลเลอร์จะไม่ได้ฟังคำด่าของเขา

 

ที่คลีนิค? ไปเพื่ออะไร ถ้าช่วยงานไม่เอานะเว้ย

 

/“สถานรับเลี้ยงเด็กเก่าๆนั่นถูกถล่มเรียบเลย นี่ชั้นกำลังปฐมพยาบาลอยู่ แกควรรีบมาที่นี่เดี๋ยวนี้”/

 

ใจของคนฟังหล่นวูบไปชั่วขณะ

 

...ว่ายังไงนะ

 

/“เออ รีบมาเร็วเข้า!!”/

 

อีกฝ่ายวางสายไปแล้ว ทิ้งให้กริชยังนิ่งค้างอยู่แบบนั้น

 

เกิดอะไรขึ้น? คิมกับเมโลเดินเข้ามาใกล้เด็กหนุ่ม ที่ราวกับว่าจะถูกแช่แข็งไปแล้ว

 

“…ข้าวเช้าเอาไว้ก่อน เดี๋ยวฉันมา” เด็กหนุ่มลุกพรวด กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปข้างนอกด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความกลัวเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

 

บ้าอะไรแต่เช้าเนี่ย

 

****

 

 

รถบิ๊กไบค์คันใหญ่แล่นไปตามถนนด้วยความเร็วสูง ผ่าไฟแดงและรถคันอื่นโดยไม่สนกฏจราจร กระทั่งถูกจอดอย่างรวดเร็วด้วยการดริฟล้อจนควันคละคลุ้ง เข้าจอดตรงที่จอดรถหน้าคลีนิคพอดีเป๊ะราวจับวาง

 

คนอื่นๆที่วิ่งหลบด้วยความกลัวลูกหลงเมื่อครู่ต่างพากันมองเด็กหนุ่มร่างสูงซึ่งเดินเข้าตึกเป็นตาเดียว

 

เสียงของรถที่น้อยคนจะมีไว้ในครอบครองทำให้เทลเลอร์เดาไม่ยากว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาล่าสุดจะเป็นใครจึงเดินเข้าไปต้อนรับ ไง มาเร็วจริง

 

เด็กหนุ่มปลายตามองไปรอบๆที่คุ้นเคย ยังคงเหมือนเดิม มีทั้งคนเจ็บและคนป่วยมากมายดูหดหู่ มันเคยชินในสายตาเขาแล้วก้จริง แต่งานนี้เขารู้สึกใจหายอย่างน่าประหลาด มีตำรวจและฮันเตอร์หลายคนยืนพูดคุยกันอยู่กับพวกหมอและนางพยาบาลคนอื่นๆ ซึ่งไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่ามันดูวุ่นวายแปลกๆ

 

กริชถอนหายใจเล็กน้อย เดาไม่ยากว่าการที่หมอใหญ่อย่างเทลเลอร์จะออกมาเดินแถวนี้ได้คงไม่พ้นว่าการรักษาเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว เด็กพวกนั้นเป็นไงบ้าง?

 

สีหน้าของคนเป็นหมอดูนิ่งไปครู่ ชี้นิ้วขึ้นไปชั้นบนอันเป็นพื้นที่สำหรับคนไข้ฉุกเฉิน สาหัส2 บาดเจ็บ1แต่นอกนั้น....

 

กริชรู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างทำให้ร่วงหล่นไปที่ไหนสักที่ ชั่วครู่จึงเรียกสติกลับคืนมาได้

 

...เกิดอะไรขึ้น

 

จู่ๆตึกนั่นก็ถล่มลงมาทั้งแถบ โครงสร้างอาคารมันรองรับน้ำหนักไม่ได้มาตรฐาน ที่นั่นถึงถูกปิดตัวลงยังไงล่ะ เสียงหนึ่งดังขึ้นแทนคำตอบจากคนข้างกาย กริชสะดุ้งเล็กน้อย ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนเข้ามาใกล้เขาได้ขนาดนี้

 

ผมสีทองอร่ามที่เจอกันงวดที่แล้วตอนนี้ถูกย้อมให้เป็นสีน้ำตาล สีเดียวกับสีตา ทำให้กริชรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเท่าไหร่

 

ไนเจิล แล้วเรื่องการส่งตัว…” เทลเลอร์พูดขึ้น ท่าทางไม่แปลกใจเท่าไหร่

 

 ทางเราแจ้งให้เมืองหลวงรับทราบแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เด็กพวกนี้จะได้รับการดูแลจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่นั่น ตอนนี้น่าจะทำได้แค่รอเด็กๆฟื้นตัว เขาว่าพลางเหลือบมองกริชเล็กน้อย เกริ่นออกมา แล้ว..

 

กริชไง รึนายลืม...

 

เปล่าครับ ที่จริงพวกเราเจอหน้ากันมาได้หลายวันแล้ว

 

พี่เทลเลอร์...ฉันมีเรื่องจะเคลียร์ด้วย” จู่ๆกริชก็โพล่งขึ้นมากลางวง ไม่ว่างเปล่ายังฉุดแขนพี่ตัวเองให้ไปตามทางด้วยกัน ทิ้งให้ไนเจิลยืนงงอยู่ตรงนั้น

 

เขาลากอีกฝ่ายจนมาถึงห้องครัวด้านหลัง เมื่อเห้นว่าไม่มีใครแล้วจึงเค้นถามอีกฝ่ายด้วยสายตาคาดคั้น

 

ทำไมไม่รีบบอกกับคิมว่าเกิดเรื่องนี้

 

เรื่องใหญ่ขนาดนี้แท้ๆเทลเลอร์กลับบอกให้คิมรอให้เขาตื่นขึ้นมาก่อนค่อยบอกเนี่ยนะ นี่มันบ้ากันชัดๆ

 

ดูเหมือนเทลเลเรอ์จะดูไม่ยี่หระอะไร คิมบอกว่านายหลับอยู่ ฉันเป็นห่วงว่านายจะกังวลจนร่างกายไม่ได้พักผ่อน อีกอย่างถึงฉันจะไมได้รับใบรับรองฉันก็จะรักษาให้อยู่ดี แต่กว่าจะโทรมาก็นานเกิน ขอบิ้วให้แกตื่นเต้นสักหน่อย ได้ผลใช่ป่ะ

 

มาต่อยกันสักยกไหม?” กริชหัวเราะหึ พลางมือจากคอเสื้ออีกฝ่าย ไม่รู้ว่าจะขอบคุณหรือโกรธดีกับการห่วงอะไรไม่เข้าเรื่อง

 

ฉันเป็นห่วงแกนะไอ้เด็กเวร หุบปากแล้วรับความห่วงใยอันน้อยนิดจากฉันซะ” เทลเลอร์พูดเสียงดุ

 

คงเพราะอีกฝ่ายรู้ดีว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงเลิกกินยานอนหลับ มันเป็นเรื่องยากเพราะพอข่มตาหลับทีไรเรื่องฟุ้งซ่านไร้สาระจะไหลเข้าหัว เมื่อรู้ตัวอีกทีคือเช้าและก็นอนต่อไม่ได้อีก สุดท้ายเขาจึงใช้มันมาตลอดหลายปี เพิ่งจะมาเลิกเอาเมื่อสองปีที่แล้วเพราะคิมกับเทลเลอร์บอกว่ามันเสียสุขภาพ

 

 ว่าแต่ทำไมห่างเหินกันจัง พวกนายสองคนแต่ก่อนตัวติดหนึบจนแทบจะแต่งงานกันได้ล่ะ” จู่ๆเทลเลอร์ก็พูด

 

เรื่องที่เขาอยากจะเลี่ยงให้มากที่สุดซะอย่างนั้น

 

นั่นมันสมัยก่อน ตอนนี้ฉันเป็นอะไร แต่หมอนี่นมันฮันเตอร์นะ

 

แล้วไง ความรักไม่ใช่ปัญหา สมัยนี้มันถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่งงานยังได้ ยกเว้นไนเจิลจะตั๊กหน้ากลับนะ

 

เส้นอารมณ์ของกริชถึงกับดีดผึงเมื่อได้ยิน

 

เขายังไม่ได้เคลียร์เรื่องสามีเลยนะเฮ้ย

 

นี่ อย่าเปลี่ยนเรื่องมาทางนี้ได้ไหม ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย หลังจากสงบสติไม่ให้ตัวเองต่อยหน้าพี่ชายได้แล้วจึงบ่นออกมาดังๆ

 

นายคิดมากไปหรือเปล่า นิสัยห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองน่ะเลิกเถอะ

 

ได้ยินแบบนั้นกริชจึงยอมสงบโดยดี แต่ไม่วายส่งสายตาน่ากลัวใส่คนพูด เหมือนกับจะค้านหัวชนฝาว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา เทลเลอร์เห็นแบบนั้นจึงหัวเราะก๊าก แล้วลากให้น้องชายสุดที่รักของตัวเองออกมาข้างนอกด้วยกัน

 

คุณหมอคะ!!” นางพยายามคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหา เพราะมีคนไข้ที่ห้องฉุกเฉินอาการทรุด

ไว้คุยกันนะกริช ห้องของเด็กพวกนั้นก็อยู่ชั้นสองที่ไหนสักที่นั่นล่ะ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็หันกลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อ

 

พูดยังกับที่นี่มันเล็กขนาดนั้นเลยนะไอ้นี่....

 

ความเวียนหัวเข้าจู่โจมจนเด็กหนุ่มทรุดตัวลงกับประตูห้องที่เพิ่งออกมา ราวกับว่าพอรู้ตัวอีกทีพลังงานในร่างกายก็ถูกใช้ไปจนหมด เขารู้สึกหัวโล่งเล็กน้อย เหตุผลไม่ต้องเดาเลยว่าเพราะอะไร

 

อา...ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย แถมต้องแบ่งเลือดให้คิมอีกประกอบกับนอนไม่เพียงพอมาหลายวัน ร่างกายของเขาตอนนี้คงฝืนเต็มทน

 

กริช

 

หมอนี่อีกแล้ว... ว่างนักรึไง?

 

กริชนึกด่าอีกฝ่ายในใจ พลางเหลือบตามองเจ้าคนที่ตอนนี้กำลังยืนค้ำหัวเขาอยู่ ไม่ต้องมองไปถึงหน้าตาเขาก้รู้ว่าใคร

 

มีอะไร

 

นายโอเคหรือเปล่า น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกับทรุดตัวลงคุกเข่าให้อยู่ในระดับสายตา

 

ดูเหมือนว่าการลากไปคุยแล้วตะโกนใส่หน้าว่า อย่ามายุ่งกับชั้น’ มันไม่ใช่วิธีที่ดีจริงๆ

 

ฉันโอเคเสมอ แล้วพวกนายคิดว่ายังไง” เขาเหยียดยิ้มใส่ แต่สงสัยงวดนี้จะไม่ได้ผลเพราะไนเจิลดันยื่นถุงใส่เบอร์เกอร์กับน้ำในมือให้ ส่งสายตาประมาณว่า กินซะ เดี๋ยวได้ตายก่อนเด็กพวกนั้น เห็นแบบนั้นเขาจึงส่งเสียงในลำคอแล้วรับเบอร์เกอร์กับขวดน้ำในมืออีกฝ่ายมากินแต่โดยดี

 

ยอมแพ้สักยกก่อนก็ได้...

 

 อาคารนั่นเก่ามากแล้ว ที่แย่คือเจ้าของเก่าไม่ยอมทำเรื่องส่งเด็กไปที่อื่น” ไนเจิลมองคนปากแข็งตรงหน้า รู้สึกขำเล็กน้อย เทลเลอร์เล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว นายนี่ยังชอบห่วงคนอื่นนิสัยเหมือนเดิมเลยนะ

 

รู้สึกเดจาวูเสียจนเบอร์เกอร์ไก่เกือบติดคอ รีบกินน้ำตามก่อนเค้นเสียงออกมา ...ฮึ เพราะถ้าไม่มีคนเซ็นรับรอง สุดท้ายเด็กพวกนี้คงถูกปล่อยให้นอนตายใช่ไหมล่ะ

 

มันไม่เลวร้ายขนาดนั้น...

 

เอาเถอะ...ฉันขอรายชื่อเด็กที่เสียชีวิตหน่อย” ไม่ต้องรอให้มากความ อีกฝ่ายก็ยื่นกระดาษมาให้เหมือนกับเตรียมไว้ให้เขาอ่านโดยเฉพาะ

 

อันที่จริง...เขาไม่กล้าเปิดดูว่าใครรอด ใครตาย ใครบาดเจ็บ หรืออะไรทั้งนั้น

 

ถามว่าเสียใจไหม...ไม่ถึงขนาดนั้น เขาแค่ใจหายนิดหน่อย ความตายไม่ใช่เรื่องไม่ปกติ ก็แค่ไปก่อนหรือยังเท่านั้นเอง เมื่ออิ่มท้องแล้วเขาจึงพาตัวเองลุกขึ้นพร้อมกับคนข้างๆ

 

พวกฮันเตอร์กลุ่มนึงเดินเข้ามาใกล้ ไนเจิลเดินไปคุยอะไรกับพวกนั้นเล็กน้อย ก่อนหันมาทางเขา พวกเราจะไปที่เกิดเหตุ นายสนใจจะไปกับพวกเราหรือเปล่า

 

ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากยุ่งกับพวกฮันเตอร์...มันเกะกะทางฉัน” เมื่ออิ่มท้องแล้วต่อมกวนประสาทจึงเริ่มทำงานได้ดีเหมือนเดิม

 

หนอย แก เจ้าคนที่แปะสก๊อตเทปตรงปากยั๊วะขึ้นมา ทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้แต่ถูกไนเจิลล็อคตัวไว้

 

พอน่า

 

ไว้เจอกันนะ

 

กริชโบกมือเป็นเชิงไล่ให้ไปไกลๆ เล่นเอาพวกฮันเตอร์พากันของขึ้นแต่ไม่มีใครกล้าแสดงออกมา

 

นายห้ามชั้นทำไมไนเจิล ไอ้หมอนี่ฆ่าคนของเราไม่พอ ยังต่อยฉันไม่ออมแรงอีกต่างหาก คนที่ถูกกริชต่อยเมื่อสองสามวันก่อนจนฟันหลุดไปซี่หนึ่งโพล่งออกมาด้วยความคับแค้นใจ หลังจากเดินออกมาได้ไกลพอตัวแล้ว พวกเขากำลังจะเดินทางไปสมทบกับคนอื่นตรงที่มีการถล่มของตึกสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเก่า

 

เป็นเรื่องน่าแปลกที่หัวหน้าของพวกเขากำชับว่าจะต้องไปค้นหาหลักฐานให้เร็วที่สุด เหมือนกับว่าที่นั่นมีอะไรให้ต้องติดตาม

 

รึนายอยากให้หมอนั่นขุดคุ้ยล่ะว่าเรากำลังทำอะไร เสียงกระซิบกระซาบจากอีกคนทำให้เจ้าคนบ่นต้องปิดปากสนิท

 

ชิ...” แต่ไม่วายก็มีเสียงงึมงำออกมาจนได้

 

ไนเจิลมองเหล่าเพื่อนตัวเองด้วยความอ่อนใจ คิดไปถึงเมื่อวันก่อนที่เขาเอาคำอธิบายจากกริชไปให้หัวหน้าฟัง

 

อย่างนั้นเหรอ... งั้นพวกเธอเริ่มแผนการรวบรวมคนขึ้นมาใหม่ในวันนี้ซะ’ คำตัดสินมันง่ายจนน่าแปลกใจ และทุกคนคงจะรู้สึกอย่างเดียวกัน

แต่หัวหน้า..

ทำตามที่พูด แล้วจำไว้ว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าไปยุ่งกับเด็กคนนั้นอีก จริงๆแค่อยากได้ความแน่ใจเท่านั้น ถ้าเด็กนั่นจะเลี้ยงปีศาจสักตัวสองตัวแล้วจัดการใครคงจะไม่ผิดเลย พวกแกก็เห็นแล้วนี่ เจ้านั่นไม่ใช่เด็กที่สมควรจะเข้าไปยุ่ง พยายามเป็นมิตรเข้าไว้จะดีที่สุด

ทุกคนเงียบ รู้สึกเคลือบแคลงในใจ

ไนเจิล..ได้ยินว่าเธอรู้จักกับเด็กนั่นสินะ

ครับ..

แล้วรู้หรือเปล่าว่าในรายชื่อ เธอที่อยู่อันดับ2 ในฐานะผู้มีสิทธิ์ได้รับการทดสอบจากการคัดเลือกทางกายภาพ อันดับ 1 ก็คือกฤษณะ เด็กคนนั้นนั่นแหละ คำพูดที่ทำให้เขาเบิกตากว้าง เช่นเดียวกับคนอื่นๆ

ผลการเรียนเป็นอันดับต้นๆ การกีฬา ทักษะต่างๆล้วนได้รับการขัดเกลาที่ดี แต่กลับปฏิเสธการเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพแล้วเข้าเรียนในโรงเรียนธรรมดา แถมที่เรียนจบล่าสุดก็ยังไม่เห็นรายชื่อเจ้าตัวว่าลงสมัครเรียนต่อที่ไหนไปบ้าง ถ้าฉันรู้ว่าพวกเธอสองคนรู้จักกันคงส่งเธอไปเกลี้ยกล่อมตั้งนานแล้ว

แต่ถ้าชวนตอนนี้คงไม่จำเป็น...คำตอบที่ทุกคนรู้ดีโดยไม่ต้องพูดออกมา

ได้ยินมาเหมือนกันว่าเด็กคนนี้เลี้ยงปีศาจเอาไว้ใช้งาน ที่นั่นถึงได้ไม่เคยเกิดการปล้นชิงอะไรเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น ฐานะและฝีมือคงไม่ธรรมดา พวกเธอตอนทำงานควรจะเลี่ยงเอาไว้ให้ดี

นั่นสินะครับ’ ไนเจิลตอบรับแค่นั้นก่อนขอหัวหน้ากลับไปทำงานต่อพร้อมความคิดบางอย่าง

ตอนนั้นเขาไม่เชื่อว่านั่นคือกริชจริงๆ คิดว่านั่นเป็นคนสวมรอยเข้ามามากกว่า ถ้าจะโทษคงต้องโทษตัวเขาเองที่ดูไม่ดีจนการพบกันครั้งแรกไม่น่าอภิรมย์เอาซะเลย

 

เขาไม่แปลกใจเลยหากกริชจะมีความสามารถพอที่จะเป็นฮันเตอร์ชั้นเยี่ยม ผลการเรียนของพวกเขาสูสีกันมาตลอด จะมีก็แต่กีฬาที่ปกติกริชจะเป็นฝ่ายแพ้เพราะร่างกายอ่อนแอแถมตัวยังเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน

 

ช่วงที่เขาย้ายออกไปเจ้าตัวคงฝึกฝนตัวเองมาเต็มที่ ผลออกมาเข้าข่ายน่าตกใจ

 

สิ่งที่เขารับรู้ในช่วงที่ไม่อยู่ที่นี่ คือเกิดการปล้นชิงในบ้านของกริช มีคนเสียชีวิตไปมากมาย แต่สุดท้ายโจรพวกนั้นกลับฆ่าตัวตายเสียเองอย่างน่าพิศวง ทิ้งไว้แต่โศกนาฏกรรมที่ลงข่าวไปหลายวัน  ตัวตนของคนในบ้านรวมถึงตัวของกริชเองถูกปกปิดเอาไว้เสมือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่เขาก็รู้มาภายหลังว่ากริชได้สร้างทะเบียนบ้านของตัวเอง และทิ้งชื่อตระกูลเก่าเรียบร้อยแล้ว หากสืบค้นในชื่อเดิมก็จะพบว่ามันถูกลบออกไปเช่นเดียวกับทุกคนในบ้าน แต่พอไม่มีคนมาอธิบายข่าวคราวก็เงียบหายไปพร้อมข้อสรุปว่าคนทั้งบ้านพากันย้ายไปที่ โลกใหม่’ เรียบร้อยแล้ว

 

หาก โลกมืด คือมิติของปีศาจ ส่วน โลกใหม่ นั่นก็คือโลกในมิติเสมือนที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า พระเจ้า สร้างขึ้นเพื่ออพยพประชาชนบนโลกปัจจุบันให้อยู่ที่นั่น โดยมีเงื่อนไขต่างๆมากมายเพื่อคัดกรองมนุษย์ ปีศาจไม่มีวันเข้าไปได้ มีน้ำสะอาดและอาหาร ทรัพยากรบนโลกถือว่าครบถ้วน

 

โลกที่สงบสุขและไม่มีการชิงดีชิงเด่น ราวกับเป็นสวนสวรรค์ก็ไม่ผิด ทว่าก็มีหลายคนไม่ผ่านการทดสอบต่างๆจนไม่สามารถไปที่นั่นได้ แต่ข้อที่สำคัญที่สุดนั่นคือ จะต้องเป็นผู้ที่ไม่แปดเปื้อนใดๆในโลกมืด หรือก็ไม่มีความเลวร้ายในจิตใจมากจน ตราชั่งแห่งดีชั่ว’ เอนเอียง

 

และเพราะเรื่องนี้เองที่ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อว่า กริช คนที่นิสัยดีคนนั้น จะไม่ได้เข้าไป

 

สิ่งที่เขาคิดเอาไว้มีสองอย่าง คือ กริชตั้งใจจะอยู่ที่นี่ หรือไม่ก็ ....

 

และแน่นอนว่าเขามั่นใจว่าเป็นข้อแรก ดังนั้นจะต้องเค้นคอถามให้ได้ในสักวัน

 

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

ความคิดเห็น