say windy

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บันทึกที่ 8 ขอให้ราตรีจงมาเยือน เพราะเมื่อหลับตาลงก็จะเห็นแสงสว่างที่ปลายขอบฟ้า

ชื่อตอน : บันทึกที่ 8 ขอให้ราตรีจงมาเยือน เพราะเมื่อหลับตาลงก็จะเห็นแสงสว่างที่ปลายขอบฟ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 818

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2558 17:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึกที่ 8 ขอให้ราตรีจงมาเยือน เพราะเมื่อหลับตาลงก็จะเห็นแสงสว่างที่ปลายขอบฟ้า
แบบอักษร

บันทึกที่ 8

ขอให้ราตรีจงมาเยือน เพราะเมื่อหลับตาลงก็จะเห็นแสงสว่างที่ปลายขอบฟ้า

 

 

 

 “คุณรู้ใช่ไหมครับว่าทำไมงวดนี้ถึงเอาตัวรอดกลับมาได้ เสียงต่อว่าดังขึ้น

 

อืม ฉันรู้ คนถูกสั่งสอนรับเสียงอ่อย

 

ผมบอกไว้ว่าไง จำได้ไหมครับ น้ำเสียงยังคงแฝงความคาดโทษ

 

...อย่าออกไปไหน เด็กหนุ่มตอบอย่างไม่แน่ใจ ก่อนยืนกอดอกมองคู่สนทนาด้วยแววตาเบื่อหน่ายมากกว่าสำนึกผิดเออน่า คิม ฉันขอโทษ ลงมาเถอะนะ หิวข้าวแล้ว” บ้านเขาถ้าคนในบ้านยังไม่มานั่งพร้อมกันก็ยังกินข้าวไม่ได้ แล้วนี่ก็จะสองทุ่มแล้วด้วย

 

คุณมันคนนิสัยไม่ดี

 

คราวนี้กริชเริ่มหมดความอดทน ด่าอะไรก็ด่ามาเถอะ ลงมาก่อนสิเฮ้ย ใจคอจะอยู่บนนั้นอีกนานแค่ไหนเนี่ย ถ้ายังอยู่แบบนั้นนานๆเดี๋ยวเลือดลงหัวแล้วฉันไม่สงสารนะ!”

 

ใช่ เขากำลังเถียงกับเจ้าคนที่เกาะห้อยหัวอยู่บนเพดาน เพียงแต่อีกฝ่ายเป็นค้างคาวกินเนื้อขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งฟุตเกาะอยู่ตรงเพดานมุมห้องโถงสูงเท่าตึกสามชั้น จนคนธรรมดาแบบเขาไม่สามารถขึ้นไปคุยแบบสบตาด้วยได้ตามปกติ ได้แต่ตะเบ็งเสียงพูดด้วยจากตรงบันไดขึ้นชั้นสอง จุดที่ถือว่าใกล้ตรงที่เจ้าตัวเกาะอยู่ที่สุดแล้ว ขณะที่เสียงของคิมกลับดังไปทั่วบ้านทั้งที่น้ำเสียงยังเหมือนพูดตามปกติเท่านั้น

 

ปกติคิมไม่ค่อยแปลงเป็นค้างคาวในหลายๆสาเหตุ ทั้งทนแสงไม่ได้ หยิบจับไม่สะดวก แต่เจ้าตัวมักจะเลือกอยู่ในร่างนี้ตอนไม่ต้องการเจอหน้าเขา

 

นายจะมาวุ่นวายอะไรกับชีวิตของฉันเนี่ย” เขาบ่นออกมาดังๆให้คิมได้ยิน

 

ผมเป็นห่วงคุณ...ยิ่งมีกลิ่นของมนุษย์คนอื่นติดมาผมยิ่งไม่ชอบ” คำตอบหลุดออกมาเป็นครั้งแรกนอกเหนือจากคำต่อว่า

 

กริชชะงักไปเล็กน้อย นาย...งอนเหรอ

 

ปัง!

 

คิมในร่างค้างคาวพุ่งไปเปิดประตูลับบนเพดานใกล้ๆแล้วมุดเข้าไปด้วยความเร็วแสง ตามด้วยการปิดประตูบานเล็กเสียงดังสนั่นเกินความจำเป็น ถ้าเขาได้ยินไม่ผิดก็มีเสียงลงกลอนทิ้งท้ายอีกต่างหาก

 

กริชรู้สึกปวดหัวตุบเล็กน้อย เหนื่อยก็เหนื่อย ยังต้องมาง้อเจ้าคนขี้งอนนี่อีก ตอนนี้เขาไม่มีแรงเหลือไว้สำหรับปืนขึ้นบันไดลิงไปง้อแบบงวดก่อนๆแล้วนะ

 

ผู้หญิงงอนมาร้องไห้ใส่เขาถึงที่บ้านเขายังไม่ง้อเลย แวมไพร์งอนนี่ให้ตายก็ไม่ง้อโว้ย

 

พวกนายนี่ตลกดีนะ” ซัคคิวบัสสาวพูดแค่นั้นหลังจากทนความเงียบสงบไม่ไหว พลางเคี้ยวขนมปังกรอบอันเป็นของว่างในวันนี้เหมือนกำลังดูเรื่องสนุก เพราะทันทีที่กริชกลับมาก็เจอคิมนั่งสวดยาวๆหนึ่งชั่วโมง ก่อนจบลงที่แวมไพร์ผู้สง่างามจะแปลงร่างเป็นค้างคาวขึ้นไปซุกตัวห้อยหัวอยู่มุมห้องเพราะเจอวลีทำนอง มันไม่เกี่ยวกับนาย

 

เธอควรขำใครก่อนดี ระหว่างเจ้ามนุษย์วัยรุ่นชายผู้ไม่ละเอียดอ่อนกับแวมไพร์ขี้งอนที่อยู่มาตั้งนานยังงอนเป็นเด็กๆ

 

กริชเหล่ตามองเล็กน้อย สาวเท้าเดินมานั่งข้างๆเมโลโดยไม่พูดอะไรอีก ดวงตาสีเทาจับจ้องไปยังอาหารบนโต๊ะ ซึ่งตอนนี้เริ่มเย็นเพราะผ่านเวลามาพักใหญ่แล้ว

 

กลิ่นอย่างนั้นเหรอ...ถ้ามันหายไปง่ายๆก็คงจะดี

 

 แล้วสรุปเอาไงล่ะ ถ้าที่นายพูดมาเป็นเรื่องจริง แสดงว่าฉันกับคิมคือลูกน้องในสังกัดของนายเหรอ

 

 “คงใช่...มั้ง

 

กริชเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้คิมกับเมโลฟังเงียบร้อยแล้ว แวบแรกซัคคิวบัสสาวไม่พอใจอย่างรุนแรงกับการอ้างไปส่งๆ แต่เมื่อเด็กหนุ่มพูดว่าถ้าทำแล้วทางนั้นจะไม่ลงมาไล่จับตัวเองอีกเลยเงียบสนิทแล้วยอมรับเรื่องพวกนี้ง่ายๆ

 

แต่ฉันไม่มีใบอนุญาติแบบทางการเลยนะ” เมโลพูดถึงใบอนุญาตทำงานในดินแดนมนุษย์ เพื่อป้องกันกรณีเกิดการทรยศเจ้านายรวมถึงเป็นใบรับรองว่าเป็นปีศาจที่มีความสามารถมากน้อยแค่ไหน และแน่นอนว่าปีศาจที่ตั้งใจจะอยู่กินไปวันๆแบบเธอไม่คิดจะทำงานสายนี้อยู่แล้ว

 

แค่มีใบผ่านเข้ามาก็พอ คิมก็ไม่เคยไปลงทะเบียนเหมือนกัน เธอจะตกลงไหมล่ะ

 

เอ่อ...เอาสิเอา ถ้ายังไงฉันจะแอบไปเอาของที่ห้องย้ายมาที่นี่เลยล่ะกัน” ทั้งที่พักและอาหารฟรีแบบนี้เธอชอบอยู่แล้วจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ถึงเจ้าของบ้านจะพิลึกๆไปหน่อย

 

มีของใช้ด้วยเหรอ?” กริชขมวดคิ้ว ทำหน้าไม่ค่อยจะเชื่อ ก็ขนาดคิมยังไม่เห็นว่าจะกลับบ้านไปหอบข้าวของเลยนี่ มีแต่เขาเอาชุดตัวเองให้ใส่ไม่ก็หาซื้อเอาเวลาจำเป็น เลยพาลคิดว่าวันๆพวกปีศาจไม่จำเป็นต้องมีของกระจุกกระจิกขนาดจะต้องกลับไป

 

นายนี่ ยังไงชั้นก็เป็นผู้หญิงนะ ว่าแต่นายจะไม่ลากฉันไปทำมิดีมิร้ายใช่ไหม?” เมโลทำท่าไม่ไว้ใจกลับ เหมือนกลัวเขาจะจับปล้ำซะตรงนี้ ...น่าหมั่นไส้เกินไปล่ะ

 

นั่นสินะ... แต่ผู้หญิงแท้ๆเขาก็ไม่ค่อยได้มองเท่าไหร่ แล้วนี่พวกครึ่งต่อครึ่ง เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้อดอยากขนาดนั้น แถมอีกฝ่ายยังเป็นปีศาจอีกต่างหาก

 

ดูเหมือนเขาจะแสดงอาการมากไปหน่อย เมโลถึงหยุดแล้วเปลี่ยนมาทำสีหน้าเซ็งๆใส่แทน

 

นี่...นายทำหน้าแบบนี้เคยเจอสาวตบบ้างไหมเนี่ย

 

เคย...

 

ได้แต่คิดแต่ไม่อยากพูดออกมา ช่างเถอะ ว่าแต่แวมไพร์ขี้งอนงี้ทุกตัวเลยรึเปล่าเนี่ย

 

แล้วที่ผ่านมานายทำยังไง

 

ก็...ปล่อยไป เดี๋ยวก็หายงอน” กริชตอบง่ายๆ

 

ก็สมกับเป็นนายดี” ซัคคิวบัสพยักหน้ารับแบบจริงจัง ก็บอกตรงๆสิว่ากลิ่นมนุษย์มาจากไหน แถมเป็นฮันเตอร์ด้วยนี่

 

สีหน้าของกริชเปลี่ยนไปวูบนึง ก่อนยิ้มกลบเกลื่อน รู้ด้วยเหรอ

 

อย่างคิมน่าจะรู้ แวมไพร์ประสาทสัมผัสดีกว่าพวกฉัน นายประมูลตัวคิมมาไม่รู้เลยเหรอ

 

ฉันไม่ได้ประมูลสักหน่อย ใครจะไปที่แบบนั้นกัน” เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว

 

จะบอกว่าเก็บจากข้างทางมางั้นสิ

 

ถ้าบอกว่าใช่ล่ะ” กริชให้คำตอบง่ายๆ ใบหน้าคมคายไม่ได้ดูล้อเล่นแต่อย่างใดจนคนพูดประชดถึงกับสะอึก

 

ซัคคิวบัสสาวตัดสินใจว่าเอาปากไปกินของหวานต่อดีกว่า

 

ถึงว่าทำไมคิมถึงดูใช้อารมณ์กับเจ้านายตัวเองเป็นพิเศษ ไม่ใช่การกระทำที่ควรมีต่อเจ้านาย

 

คนพวกนี้มันพิลึกเกินไปแล้ว

 

ว่าแต่นายควรไปง้อเขานะ เมโลชี้นิ้วขึ้นไปบนเพดาน

 

เรื่องสิ ทำไมต้องทำด้วย” เด็กหนุ่มขึงตาใส่

 

ไม่มีทาง!!

 

*****

 

            ชั้นบนของคฤหาสถ์ เมื่อก่อนมันมีไว้สำหรับเป็นห้องทำงานสำหรับเจ้าบ้านยามต้องการใช้ความคิดและสมาธิ แต่ในยามที่เจ้าของไม่อยู่และเจ้านายคนปัจจุบันไม่ได้ขึ้นมาใช้งานมันจึงดูวังเวงและเงียบสงบ เหมาะสำหรับแวมไพร์เช่นเขา

 

คิมนั่งพิงขอบหน้าต่างโค้งบานใหญ่ซึ่งถูกเปิดกว้างจนแสงจันทร์สีเงินสาดส่องเข้ามาเต็มที่ อาบไล้ร่างกายสูงสง่าให้ดูชวนมองยิ่งขึ้น ใบหน้าสวยหวานแต่แฝงความคมคายตามแบบผู้ชายแฝงความหงุดหงิดเอาไว้เบาบาง

 

สามปีที่อยู่กับอีกฝ่ายเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ถึงเราจะทะเลาะกันบ้าง แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

เขาควรจะรู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหน และอีกฝ่ายอยู่จุดไหน ตระหนักถึงมันให้มากๆ แล้วหักห้ามใจตัวเอง

 

เฮ้ คิม...” ฉับพลันเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ

 

กริช...?

 

แวมไพร์หนุ่มมองไปยังประตูบนพื้นซึ่งปิดสนิทด้วยฝีมือของเขาเอง

 

คิม ถ้านายไม่เปิด ฉันจะพังขึ้นไป

 

            ตู้ม!

 

            ไม่ทันขาดคำ ประตูเหล็กก็หลุดออกมาทั้งบานจนชายหนุ่มสะดุ้งเบาๆ ตามด้วยร่างสูงโปร่งจะปืนขึ้นมาแบบยากลำบากเล็กน้อย จนเขาต้องรีบสาวเท้าไปช่วยดึงตัวขึ้นมาก่อนจะร่วงลงไปอีกรอบ ร่างนั้นเซเล็กน้อยจนเข้ามาชนบนตัวเขา

 

            กลิ่นอ่อนๆลอยเข้าจมูกบ่งบอกว่าอีกฝ่ายคงจัดการตัวเองมาเรียบร้อยแล้วถึงได้ขึ้นมาหา แต่กลิ่นแปลกปลอมที่ตามมาทำเอาคิมรู้สึกหงุดหงิดกว่าเดิม

 

ซ่อมประตูมันแพงนะครับ” คิมพูดขึ้น พลางมองคนในอ้อมแขนซึ่งตอนนี้ดูจะสูงพอๆกันเสียแล้ว ทั้งที่ตอนแรกเจอกันอีกฝ่ายตัวเล็กกว่านี้

 

ช่วงเวลาของมนุษย์นี่ช่างน่ากลัวจริงๆ

 

ใครสน ถ้าพังจริงนายต้องซ่อม” กริชโบ้ยง่ายๆตามนิสัย

 

หึๆ..สมเป็นคุณ” คิมผละออกมาแล้วถามด้วยความสงสัย แล้วขึ้นมาทำไมล่ะครับ

 

กริชเงียบ ทำหน้าลังเล กระทั่งเขาเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน คุณลงไปเถอะครับ เดี๋ยวผมจะตามลงไป

 

แวมไพร์สาวเท้ากลับไปนั่งบนโซฟาติดหน้าต่าง จ้องมองข้างนอกราวกับมันน่าสนใจนักหนา ชวนให้คนมองรู้สึกปวดหัว สุดท้ายเลยยอมเดินไปนั่งข้างอีกฝ่าย เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเก่า

 

คิม หันมานี่

 

“…”

 

วาคิม นายหันมามองหน้าฉันเดี๋ยวนี้

 

...

 

เมื่อการเรียกความสนใจไม่ได้ผล เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจใช้มือจับศีรษะอีกฝ่าย แล้วดันให้มาพิงไหล่ของตน

 

แวมไพร์บ้านไหนขี้งอนแบบนี้เนี่ย” เขาบ่นออกมา ไม่สนใจดวงตาโตๆของคิมเลยสักนิด

 

ค...คุณกริช

 

มือที่จับหัวของคิมแน่นขึ้นอีกราวกับบังคับ ห้ามขยับตัว ไม่งั้นฉันจะเตะนายไปไกลๆ

 

 

ได้ยินดังนั้นคิมจึงยอมหยุดแต่โดยดี รู้สึกไม่เข้าใจการกระทำของมนุษย์ข้างกาย กระทั่งเสียงทุ้มจะดังขึ้นข้างหู

 

นี่ ฉันไม่เคยง้อคน ยิ่งพวกแวมไพร์ยิ่งไม่เคย นายคิดว่าฉันมีเพื่อนหรือมีสังคมแบบชาวบ้านชาวช่องเขาไหมล่ะ

 

...ไม่มี

 

กริชไม่เคยสนใจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กันเอง กระทั่งเทลเลอร์อย่างมากก็เป็นได้แค่คนรู้จักเท่านั้น ชื่อเสียมีมากมายจนทุกคนพากันถอยห่าง เจ้าตัวก็ไม่เคยสนใจแก้ข่าวอะไร ราวกับปิดกั้น สร้างกำแพงหลอกลวงไม่ให้ใครเข้าใกล้

 

เออ แค่นั้นล่ะ ดังนั้น...” สัมผัสบนเส้นผมเริ่มเบาลง เปลี่ยนมาลูบไล้เบาๆเหมือนกำลังลูบขนสัตว์ ห้ามนายงอนอะไรไร้สาระอีก

 

ง้อบ้านไหนของคุณ...

 

หึๆ...ผมควรดีใจใช่ไหมครับ?” คิมปรือตาลงเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง สร้อยคอของคุณ

 

ปกติกริชจะสวมสิ่งนึงไว้บนคอตลอด มันคือสร้อยคอกางเขน ทำจากเงินแท้ สิ่งแสลงสำหรับพวกแวมไพร์ ต่อให้เป็นเขาก้ยังแตะต้องได้แค่แวบเดียวก่อนจะถูกเผาไหม้ทั้งเป็น

 

ฉันใส่ในกระเป๋ากางเกง นายไม่ชอบไม่ใช่เหรอ

 

ทั้งที่เป็นคำพูดง่ายๆ แต่ทำให้แวมไพร์หนุ่มรู้สึกแปลกๆจนเผลอดันอีกฝ่ายออกมา ...ผมหายงอนแล้วครับ เราลงไปข้างล่างกันเถอะ

 

ห๊ะ บ่นจะหายก็หายง่ายเกินไปนะ ไหนๆก็ขึ้นมาแล้วก็นอนมันนี่แหละ กริชทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจ แต่ไม่ได้ซักไซ้อะไร นายมีเรื่องจะคุยกับฉันไม่ใช่เหรอ

 

ผมไม่ได้...” เมื่อเห็นสายตาดุๆ คิมจึงเปลี่ยนมาพูดอย่างอื่นแทน กลิ่นมนุษย์ที่ติดตัวคุณมา...

 

มันคือเรื่องเดียวที่ติดค้างในใจเขา เพราะหากเป็นการเจรจาปกติ แต่ทำไมกลิ่นมันถึงรุนแรงมาก จนราวกับว่าจะไม่ใช่แค่การแตะตัวแบบผิวเผิน

 

ผมรู้ว่าคุณกำลังปกป้องพวกผม แต่อย่างน้อยก็ช่วยอธิบายให้ฟังได้ไหม

 

กริชเปลี่ยนท่าทีมาเป็นเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ถอนหายใจตกปลง เฮ้อ...นั่นเพื่อนเก่าฉัน เราเคยรู้จักกันมาก่อน จะจับตัวกันบ้างก็ไม่แปลกนี่

 

เพื่อน?...ฮันเตอร์คือเพื่อนของคุณ? เสียงของคิมฟังดูไม่อยากเชื่อ

 

ไม่รู้โว้ย เจออีกทีเข้านั่นก็ทำงานแบบนั้นไปแล้ว

 

นี่มันแย่กว่าที่ชายหนุ่มคิดซะอีก

 

คิมไม่คิดว่ากริชจะมีคนรู้จักเป็นตัวอันตรายขนาดนี้

 

งั้นคุณยิ่งไม่สมควรทำ มันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณ

 

หึ บ้าบอ ถ้าคิดได้แบบนั้นฉันคงไม่เก็บนายมาหรอก” กริชเอ่ยประโยคที่ทำให้เขาต้องเงียบกริบ แล้วทำไมนายถึงไม่รีบกลับ

...ผมมีธุระนิดหน่อย

 

กริชลู่ตาลงเล็กน้อย บอกได้ไหมล่ะ

 

“…ไม่ครับ

 

ความเงียบเริ่มเข้าครอบคลุมอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งจะคืนดีกันได้ไม่นาน

 

สุดท้าย ความสัมพันธ์ของพวกเขาคงไม่พ้นช่วงเวลาสามปี

 

กริชไม่เคยถามอะไรเกี่ยวกับตัวอีกฝ่าย เช่นเดียวกับที่อีกฝ่ายไม่เคยอธิบายอะไรให้ฟังเลยเช่นกัน อาจะมีช่วงเวลาที่คาดคั้นเอาความจริงกันบ้าง ทว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่งกลับไม่มีใครคิดจะล้วงลึกไปถึงเรื่องส่วนตัวและอดีตของกันและกัน

 

ก็ว่างั้นแหละ เมื่อการเค้นถามไปก็ไร้ประโยชน์ เด็กหนุ่มจึงทิ้งตัวลงนอนขดตัวบนโซฟาที่นั่งอยู่ซะเลย ทิ้งให้คิมมองด้วยแววตาประหลาด

 

คุณจะนอนทั้งแบบนั้นจริงๆน่ะเหรอ

 

ทำไม อาบน้ำแล้วไม่ได้เน่านะเฮ้ย

 

ที่นี่มัน... คิมดูลำบากใจเล็กน้อย ถึงที่นี่จะสะอาดเพราะเขาขึ้นมาเก็บกวาดทุกวัน แต่ไม่เหมาะสำหรับการนอนพักผ่อน

 

ฝุ่นไม่มีสักหน่อย นอนเถอะ หรือว่านายอยากกินอาหารก่อน” เขาหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าคนฟังตัวเกร็งขึ้นมาถนัดตา

 

            ข้อตกลงระหว่างเรา คือจะแบ่งเลือดแค่เดือนละครั้ง แต่ครั้งนี้เขาจะยอมสักหน่อย

 

บางทีการยอมแพ้ในข้อตกลงบางอย่างคือการตอบแทนโดยไม่ต้องใช้สิ่งของ และอาจจะรวมถึงกรณีนี้ด้วย

 

คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว...” คนเป็นแวมไพร์ตอบอ้อมแอ้ม

 

ก็ไม่ปฎิเสธนี่

 

เฮ้อ...นี่ นายบอกว่าไม่ชอบกลิ่นไม่ใช่เหรอ...งั้นแสดงให้ดูทีสิว่าแวมไพร์เขากลบกลิ่นกันยังไง

 

ร่างของเขาถูกดันให้นอนราบไปกับเบาะแทบจะในทันที ตามด้วยร่างสูงของแวมไพร์หนุ่มจะทาบทับลงมาแบบทิ้งน้ำหนักเสียเต็มที่จนช่วงล่างชาไปหมดจนขยับตัวไม่ได้ ...นี่มันเหมือนแกล้งกันชัดๆ

 

ดวงตาสีน้ำเงินคู่สวยสบมอง มันกำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงช้าๆ  ราวกับกำลังมองเหยื่อตรงหน้า แฝงความนัยประหลาดจนเขาเผลอขึงตาใส่แบบไม่ยอมแพ้

 

มองอะไรนัก

 

เฮ้ย มัวแต่มองอยู่ได้ จะกินหรือไม่กินห๊ะ กริชมองข้ามความหนักอึ้งบนร่างกาย พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาทจนคิมอึ้งไปครู่

 

ก่อนที่ชายหนุ่มจะคลี่รอยยิ้มงดงามออกมา ...บางทีผมก็ตกใจในความใจร้อนของคุณจริงๆ

 

            ลมหายใจอ่อนๆขยับเข้าไปใกล้ลำคออีกฝ่าย โดยไม่ทันตั้งตัวเขี้ยวยาวถูกกดลงผิวเนื้อเรียกเลือดให้ไหลทะลักออกมา เขารู้สึกได้ถึงเสียงดูดกลืนของอีกฝ่ายราวกับหิวกระหาย

 

            บางทีเด็กหนุ่มก็ใคร่ครวญกับตัวเองหลายครั้ง ว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายคำตอบก็ผุดขึ้นมาว่า เพราะแวมไพร์มันไม่กินผัก

 

กริชหายใจติดขัด รู้สึกหายใจไม่ออกจนขยับแขนจะผลักร่างที่คุกคามตัวเองไปไกลๆ แต่กลับถูกตรึงด้วยสองแขนที่แข็งแรงกว่า สุดท้ายเลยต้องอยู่นิ่งๆเพาะรู้ดีกว่ายิ่งขยับมันจะยิ่งเจ็บแถมเขี้ยวจะกดลึกลงกว่าเดิม ถ้าถูกหลอดลมขึ้นมาเขาคงได้ตายจริงก็งานนี้

 

            ชิบ ลืมบอกว่าห้ามกัดคอ

 

            งับ!

 

            !!!

 

            แวมไพร์ถึงกับกระตุกเฮือก เมื่อจู่ๆเหยื่อที่อยู่ใต้ร่างเขาเอี่ยวศีรษะเข้ามาใกล้ก่อนใช้ปากกัดเข้าที่คอเต็มแรงจนแทบทะลุผ้าพันแผล มันไม่เจ็บแต่ตกใจมากกว่า

 

            ริมฝีปากถอดออกช้าๆ ทิ้งเลือดสีเข้มให้ไหลอาบเป็นทางยาว

 

บอกแล้วไงว่าอย่ากัดคอ... เด็กหนุ่มยิ้มไม่รู้ไม่ชี้ ใช้ลิ้นเลียเลือดตรงมุมปากตัวเองเบาๆ เบ้หน้าเล็กน้อย ไม่อร่อย...

 

คิมใช้มือลูบแผลบนคอตัวเอง เลือดหยุดไหลไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความตื่นเต้นบางอย่างจนเผลอหัวเราะออกมา หึ...คุณนี่เหลือเกินจริงๆ...

 

กริชหัวเราะนิดหน่อยเมื่อได้ยิน ดวงตาสีเทาดูแพรวพราวยามเอ่ย เหนียวคอชะมัด...รับผิดชอบด้วยล่ะ

 

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมจะเลียจนไม่ให้เหลือแม้แต่หยดเดียว...

 

****

 

 

เจ้าแวมไพร์งี่เง่าหลับไปแล้ว

 

ความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หลังคอพาให้ขมวดคิ้ว ขยับตัวพาลลำบากไปด้วยตอนต้องจับให้เจ้าคนที่หลับไปลงมานอนข้างตัวดีๆ แลกกับความคับแคบของโซฟา โชคดีที่มันเป็นแบบเอาพนักลงได้จึงไม่เป็นปัญหา

 

ตอนนั้นเองสายตาของเขาดันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างจนเผลอหยิบติดมือมาด้วย ทั้งที่ปกติไม่ชอบยุ่งเรื่องของอีกฝ่ายเท่าไหร่

 

งานประมูลประเดือนเดือน 10 ลงชื่อวันที่ 12/x/xx ที่นั่งชั้น7 VIP’

 

ข้อความในกระดาษทำให้เด็กหนุ่มถอนหายใจ นึกอยากเอาไปเผาหรือป่นเป็นผงๆที่ไหนสักที่

 

คิมของเขาไม่ใช่ลูกน้อง แต่ถ้ายังรักษาแผลไม่เสร็จก็ไม่ยกใครให้หรอกน่า

 

ไม่รู้หรอกนะว่าคิมได้มาด้วยความเต็มใจหรือถูกยัดเยียด แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาล่ะน่าดู

 

ถึงเรื่องนี้คงต้องโทษคิมมากกว่าใคร แต่เขายังไม่คิดจะทำ

 

ฉันจะรอจนกว่านายจะพูดมันออกมา...

 

กริชเอาตั๋วไปไว้ที่เดิมโดยไม่ให้แตกต่างจากตอนแรก ก่อนล้มตัวลงนอนข้างอีกฝ่ายเพื่อใช้ความคิดบางอย่างจนผลอยหลับไปเอง

 

 

****

 

ณ เมืองเหนือสุด เขตรกร้างที่ไม่มีการปกครองใดๆ

 

ชิบ!! เจ้าซิเรน นี่แกตกต่ำขนาดไปคลุกคลีกับสัตว์ชั้นต่ำเช่นนั้นอย่างนั้นหรือ... น้ำเสียงแฝงความดูแคลนดังมาจากชายคนนึ่งในอาภรณ์สีดำสนิท ดวงตาวาววับราวกับสัตว์ป่าที่แฝงความดุร้าย ความหงุดหงิดนั้นคงไม่พ้นเรื่องที่เจ้าตัวบ่นไปเมื่อครู่

 

ในห้องมืดสนิทไร้ซึ่งแสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์จากภายนอกที่เล็ดลอดเข้ามาภายในเผยให้เห็นสภาพห้องอันรกร้างราวกับไม่ได้ถูกใช้งานเป็นเวลานาน สิ่งของเครื่องใช้ผุพังและกระจุยกระจายหลงเหลือเพียงเฟอร์นิเจอร์ตัวใหญ่บางตัวที่เจ้าของเก่าไม่อาจจะเอาไปด้วยได้ ความเงียบสงบในคืนนี้กลับมีผู้มาเยือนเข้ามาใช้สถานที่นี้เป็นที่กบดานชั่วคราว...เพื่อวางแผนบางอย่าง

 

บ่นอะไรมาก ก็แค่มนุษย์ธรรมดา เสียงหวานๆของหญิงสาวหนึ่งเดียวดังขึ้น เรือนร่างเต่งตึงในชุดรัดรูปโชว์สัดส่วนกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาสีแดงด้วยท่าทางสบายๆ แขนเรียวยื่นไปข้างหน้า กางเล็บยาวผิดปกติที่เธอภาคภูมิใจนักหนาออกมา ฆ่ามันซะก็จบ... ริมฝีปากสีแดงสดเหยียดยิ้มเมื่อคิดถึงสีเลือดยามอาบไล้ไปตามร่างกายเหวอะหวะ

 

รอก่อนสิ ใจร้อนจริงๆเลยน้า เสียงนุ่มๆดังขัดขึ้นมาจาก ปีศาจ’ ผู้กำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ดวงตาสีเหลืองอำพันดูเจ้าเล่ห์แพรวพราว

 

อะไรของแกห๊ะอัลรีเอล” คนขี้หงุดหงิดหันไปตวาดใส่เพื่อด้วยความไม่พอใจ

 

อัลรีเอลเหยียดยยิ้มไม่ยี่หระอะไร ซิเรนกินเลือดมนุษย์...รึเจ้าคิดว่าเจ้านั่นจะเป็นแค่แวมไพร์ไร้น้ำยาแบบเมื่อสามปีก่อนล่ะ เรเซ่

 

แกเชื่อตามข่าวลือรึไง เจ้าซิเรนมันใจบุญจนไม่ยอมกินเลือดมนุษย์มาหลายสิบปีแล้วนะ ชายหนุ่มโพล่งออกมาด้วยความรังเกียจกับเรื่องที่พูดเป็นนักหนา

 

แต่ก็เล่นงานนายจนหมอบได้ ฮิๆๆๆๆ หญิงสาวขัดขึ้น หัวเราะคิกคักเล่นเอาเรเซ่เลือดขึ้นหน้า

 

นั่นมันตอนทีเผลอต่างหาก

 

เงียบ... ผู้ที่นิ่งเงียบมานานเอ่ยขึ้น ยังผลให้คนอื่นๆพากันสงบปากสงบคำตามคำสั่ง คนทั้งสามหันไปมองหัวหน้าของพวกตนซึ่งกำลังยืนมองนาฬิกาโบราณเก่าๆภายในห้อง เหมือนคนกำลังใช้ความคิดบางอย่างซึ่งพวกเขาก็ไม่อาจรับรู้ได้

 

พวกเขาถ่อมาถึงโลกมนุษย์นี้เพื่อจุดประสงค์เดียว

 

ร่างสูงใหญ่เบือนกลับมามองเล็กน้อย เอลซี่ นับจากที่นี่ การเดินทางจะใช้เวลาเท่าไหร่?

 

ถ้าท่านต้องการ ก็จะถึงตอนเช้าพอดีค่ะ หญิงสาวตอบอย่างนอบน้อม

 

“…เราไปกันได้แล้ว จะต้องถึงเขตชายแดนก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น ดวงตาสีน้ำเงินเม็ดงามดูเย็นชายามเอ่ยประโยคถัดมากับลูกน้องของตน

 

หน้าที่ของเราไม่ได้ฆ่า...แค่จับเป็นเท่านั้น แต่พวกที่เข้ามาขวาง ก็ฆ่ามันได้เลย

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

ถ้าบอกว่าตอนนี้มีช่วงถูกตัดจะเชื่อไหมคะ //ไม่มีหรอกเชื่อสายตาใสๆของวิลสิ *-*

จริงๆอยากแต่งฉากที่ไม่มีในเคเจเนสซ์เลยถือกำเนิดเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ หื่นกระจายเรทกระจุย แต่เหมือนจะไม่หลุดไปจากที่เคยแต่งเลย แย่แล้วๆ ขนาดว่าเรื่องนี้จะมีคำหยาบเยอะตามยุคสมัยเถื่อนๆ แต่สุดท้ายก็มีแต่คำด่าของกริชอ่ะที่เถื่อน ส่วนคิมเหรอ..นึกภาพตอนหื่นไม่ออกอ่ะ เอิ่มมม ถถถถถถถถถ

\ถ้าคนมองว่าหวานจะดีใจมากค่ะ ถึงตั้งใจไว้ว่าจะไม่หวานก็เถอะ ไปหวานช่วง...นะ

เคะเมะยังไม่ตัดสินเลย แล้วไม่แน่ด้วยว่าเรื่องนี้จะมีสองคู่ แบ่งคิมกับกริชไปสองคู่ //โดนถีบกระจาย

นิยายเบี้ยวๆเรื่องนี้กำลังถูกตบให้กลมขึ้น เพราะแท้จริงแล้วโลกมันก็กลมนั่นเอง เอิ๊กๆๆ //มุกหรือเปลือกหอย

ตอนต่อไป..แวมไพร์ในสายตาคนแต่ง คือ หล่อ เท่ เมพ และSM ค่ะ =,.=

 ขอบคุณที่ตามอ่านค่ะ

 

 

 

สำหรับตอนที่แล้ว...

กริชตอนเด็กค่ะ ฮา ความน่ารักกระแทกตาเบาๆ
//วิลอาจจะวาดไม่เก่ง จะข้ามไปก็ได้นะ แหะๆ








แบ้วดีใช่มะ ต่างกับตอนนี้หน้ามือกับหลังทีน---แอร้ก//ถูกเหยียบ


 

 

ความคิดเห็น