goryaa กอหญ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คิดจะรักก็ต้องเปิดใจ

ชื่อตอน : คิดจะรักก็ต้องเปิดใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 851

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2562 14:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คิดจะรักก็ต้องเปิดใจ
แบบอักษร

แพรรัมภาที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่เมื่อยล้ามากๆเมื่อคืนกว่าเขาจะปล่อยเธอให้นอนได้ก็เกือบจะรุ่งเช้าใจจริงเธอไม่อยากที่ลุกขึ้นมา แต่ทนความหิวไม่ไหว ตั้งแต่เมื่อวานยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเธอเลย

แพรรัมภาที่เข้าครัวจัดการทำอาหารเช้า จะว่าเช้าก็ไม่น่าจะใช่มองนาฬิกาก็เกือบจะเที่ยงแล้ว นี้แค่วันแรกหลังจากที่เมื่อคืนเขาได้บอกรักเธอรุนแรงมาก มากกว่าตอนที่พยศต่อสู้กันอีก

ลูอิสที่ตื่นขึ้นมาพร้อมสอดส่ายสายตาที่มองหา คนรักได้หายไปไหนรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอน เขาพึ่งสังเกตห้องนอนสีขาวของเธอมีดอกเดซี่วางไว้ตรงหัวเตียง พร้อมกับมีรูปวาดดอกเดซี่เต็มไปหมด แฟนเขาชอบดอกเดซี่ขนาดนี้เลยเหรอ

ลูอิสลุกขึ้นจากที่นอนพร้อมกับสวมเสื้อคลุมที่เธอเตรียมไว้ให้ ส่วนเสื้อผ้าของเขา เธอคงจะจัดการเอาเก็บใส่ตระกร้าไปหมดแล้ว ไม่เหลือร่องรอยอะไรทิ้งไว้เลย คิดถึงบทรักเมื่อคืนมันทำให้เขารู้สึกอิ่มที่ใจมีความสุขมาก นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าการ make love ของจริงไม่ใช่การมีsex แบบฉาบฉวย เพราะมันเกิดจากความรักของคนทั้งคู่ ภาพยังติดในห้วงของความทรงจำของเขาทุกท่วงท่าของเขาและเธอ

ลูอิสเดินออกมาด้านนอกเห็นแพรรัมภาให้เสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ขาสั้นภาพนี้ที่เขารู้สึกคุ้นเคยช่วงที่อาศัยอยู่ด้วยกัน เขาดีใจที่เขาได้มีเธออีกครั้งในชีวิต

ลูอิสเดินมาสวมกอดจากทางด้านหลัง แพรรัมภารู้สึกตกใจที่จู่ๆ เขาก็เข้ามากอดเธอด้านหลัง

“อาบน้ำหรือยังคะเนี่ย ตื่นมาไม่ลุกไปอาบน้ำแปรงฟันละคะจะได้ทานข้าว บีมทำกับข้าวใกล้เสร็จแล้ว ไปอาบน้ำเลยคะ”

“ขอหอมแฟน ก่อนได้ไหม ตื่นมาผมตกใจนึกว่าคุณหายไปไหน ที่รัก”

“จะไปไหนละคะ ฉันหิวข้าวตั้งเมื่อวานยังไม่ได้ทานอะไรเลย ไปอาบน้ำเถอะคะ”

ลูอิสที่หอมไปตรงซอกคอ มันช่างนุ่ม มีกลิ่นหอมสบู่อ่อนๆ พร้อมกลิ่นแชมพู เขาสูดดมจนชื่นใจ นี้เขาต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ ชอบที่จะดมกลิ่นสบู่ของแฟน

แพรรัมภาที่รู้สึกเคลิ้มก็รีบหันไป จ้องมองเขาที่ตอนนี้เธอรับรู้ว่าส่วนอื่นมันก็กำลังลุกขึ้นมาด้วยเช่นกัน พอดีถ้ามีอะไรอีกวันนี้คงจะไม่ได้ทานข้าวเธอต้องเป็นลมตายแน่ๆ

“พอก่อนคะ ไปอาบน้ำเลยแล้วรีบมาทานข้าว ฉันหิวแล้วนะคะ ไปเลย”

“อือ ทำไมไล่ผมละครับ ไปก็ได้เดี๋ยวผมมาไปอาบน้ำที่ห้องโน่น ผมจะได้เอาเสื้อผ้ามาไว้ที่นี้ด้วย”

แพรรัมภาที่ได้ยินว่าเขาจะเอาเสื้อผ้ามาไว้ที่นี้ ก็อดที่จะแซวเขาไม่ได้

“คุณจะมายึดห้องของฉันเหรอคะนี่ห้องผู้หญิงนะเรายังไม่ได้เป็นอะไรกันจะมาอยู่ห้องกับเขานี่ขอเขาแต่งงานหรือยัง”

ลูอิสที่ได้ยินเธอพูดเรื่องแต่งงาน ใจรู้สึกตื่นเต้นจังเธออยากจะแต่งงานกับเขาแล้วเหรอ

“คุณอยากจะแต่งงานแล้วเหรอ เราไปแต่งงานกันเลยไหม ผมพร้อมจดทะเบียนก่อนก็ได้ หรือจะให้ผมไปสู่ขอคุณกับพ่อเลยก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมจะโทรหาแม่ของมาร์ตินให้ไปสู่ขอคุณกับพ่อได้เลยนะครับ”

แพรรัมภาที่ได้ฟังสิ่งที่เขาพูด เอาแล้วไปกันใหญ่เขาดูตื่นเต้นดีใจมาก เธอรู้สึกดีนะที่เขาอยากแต่งงานแต่มันคงจะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เพราะเธอต้องจัดการงานในสิ่งที่พ่อวางไว้ก่อน เธอก็ยังไม่รู้ว่าพ่อของเธอรู้เรื่องเขามากน้อยแค่ไหน ทั้งที่ท่านน่าจะรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาอยู่บ้าง แต่พ่อยังพยายามเอานายปกรณ์ มายุ่งในชีวิตเธอ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพ่อเธอคิดเห็นเรื่องนี้ยังไง คงต้องรอดูกันไปสักพัก

“เดี๋ยวคะ มันเร็วไป ฉันยังแต่งงานกับคุณไม่ได้รอก่อนนะคะ นี้เราพึ่งกลับมาคุยกันได้ไม่ถึง 2 วัน รอศึกษากันไปสักระยะนะคะ”

ลูอิสที่ได้ยินก็ทำหน้าตูมจากที่ดีใจตอนนี้เริ่มจะหงุดหงิดที่เธอบอกว่าให้รอเขากับเธอพึ่งจะกลับมาคุยกันได้ไม่นาน มันก็จริงแต่มันก็ไม่น่าจะใช่ปัญหาใหญ่ หรือว่าเธอมีอะไรที่เขาไม่รู้ ดูจากแววตาดูแล้วแพรรัมภามีความกังวลอะไรในใจแน่ๆ

“โอเค เดี๋ยวผมกลับมา ไปอาบน้ำก่อน หลังจากทานข้าวเสร็จเราต้องคุยกันนะครับ”

แพรรัมภาที่เห็นเขาจากที่ยิ้มๆ แรกๆ กลับกลายเป็นซึมทันทีที่เธอบอกให้เขารอไปก่อน

“คะ รีบอาบน้ำนะคะ เดี๋ยวฉันจะตั้งโต๊ะรอคะ”

ลูอิสที่เดินเข้าไปหอมแก้ม แล้วก็เดินออกไปเพื่ออาบน้ำที่อีกห้องหนึ่ง ใจก็ยังคิดถึงเรื่องของเขาและเธอไปตลอดทาง ว่าจะต้องเคลียและเปิดอกคุยกันให้มากขึ้น เขาไม่อยากจะคิดไปเอง ว่ามันคืออะไร เธอไม่ชอบอะไรตรงไหนของเขา หรือว่าเธอสงสัยความสัมพันธ์อะไรอีกไหม คงจะต้องคุยกันจริงจังมากขึ้น

ส่วนแพรรัมภาที่ทำ อาหารผัดผักรวมมิตร ไข่เจียวหมูสับ กับต้มจืดสาหร่ายเต้าหู้หมูสับของโปรดของเขา เวลาที่อยู่ด้วยกันและเขาชอบทานมากๆ เดินไปจัดเตรียมน้ำดื่มเทใส่แก้วไว้ รอแค่เขาอาบน้ำเสร็จก็จะได้ทานเลย

ลูอิสที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดสบายๆ กางเกงผ้ายืดไนกี้กับเสื้อยืดสีขาว สะบัดผมนิดหน่อยก็ดูดีมากแล้ว เดินเข้ามายังห้องของคนรักที่กำลังเก็บเช็ดล้างทำความสะอาดห้องครัวรอเขาซึ่งเขาประทับใจเธอมากในเรื่องนี้ เธอเป็นลูกคนรวยแต่เธอสามารถทำเองได้ทุกอย่างใช้ชีวิตง่ายๆ และดูท่าทางว่าเธอจะมีอะไรหลายๆ อย่างที่เข้ากับเขาได้เยอะ ล่าสุดเห็นจะเป็นการออกแบบ จิวเวลรี่พวกนั้น

“เสร็จหรือยัง มีอะไรให้ผมช่วยไหม”

แพรรัมภาที่เห็นเขาเข้าแล้ว ก็วางคว่ำกะทะไว้ให้เรียบร้อย เก็บเช็ดนิดหน่อยก็เสร็จแล้ว

“ไปนั่งรอเลยคะ ฉันเก็บเสร็จแล้วคะ”

ลูอิสที่เดินไปตรงโต๊ะทานข้าว ก็จัดการตักข้าวใส่จานรอคนรักที่กำลังล้างมือ มานั่งทานข้าวพร้อมกัน แพรรัมภาที่เดินจากห้องครัวออกมา เจอภาพที่เธอคุ้นเคยช่วงที่ใช้ชีวิตด้วยกันที่สเปน เขามักจะช่วยเธอแบบนี้เสมอเขาไม่ใช่พวกคนรวยที่ไม่หยิบจับอะไร เขาทำเป็นเกือบทุกอย่าง ในมุมนี้เขาน่ารัก

“ทานข้าว ได้ละครับที่รัก”

แพรรัมภาฉีกยิ้มกับการกระทำของเขามันมีผลต่อจิตใจเธอมากอาจจะเป็นมื้อที่เธอรู้สึกว่าเป็นการทานข้าวที่อร่อยที่สุด เกือบ 3 เดือนที่ทานอะไรไม่ค่อยอร่อยเลย

“ทานเถอะคะ หิวแล้ว คุณก็ทานข้าวเยอะๆ นะคะ ซูบลงไปนะคุณ”

“ก็ทำธรรมดา แฟนทิ้งก็กินอะไรไม่ลง”

“เหรอคะ ทานเถอะคะ ฉันทำของโปรดคุณทั้งนั้น”

ลูอิสเห็นแล้วรู้สึกอยากทานอาหารทันทีทานมื้อเป็นหมื่นยังไม่อร่อยเท่ากับคนนี้ทำให้เขาทาน เธอทำอะไรให้เขา เขารู้สึกอร่อยหมด

“คุณก็ทานเยอะๆ อ๊ะผมตักไข่ป้อนคุณ ส่วนคุณตักผัดผักให้ผม โอเค อ้าปากหน่อยสิครับ”

“บ้าสิคุณ!! ฉันตักทานเองได้ คุณทานไปเลย”

ลูอิสที่ส่งสายตาวิงวอนไปให้คนข้างหน้า พร้อมยื่นช้อนที่มีไข่เจียววางไปบนข้าวเตรียมป้อน

“ก็ได้ เห็นแก่ความน่ารักของคุณนะ”

แพรรัมภาที่อ้าปากกินไข่เจียวที่คนตัวโตพยายามป้อน เธอก็เลยตักผัดผักป้อนเขาบ้าง ถึงกับทำให้คนข้างหน้ายิ้มไม่หุบ

“คุณรู้ไหมผมมีความสุขมากๆเลยนะที่วันนี้มีคุณมานั่งทานข้าวด้วยกับผม คุณรู้ไหมทานข้าวคนเดียวมันเหงามาก”

แพรรัมภาที่ยิ้มให้เขาแล้วก็ตักต้มจืดใส่ถ้วยเล็กๆวางไว้ข้างๆ ทั้งคู่ต่างส่งยิ่มให้กันตลอดเวลา หยอกล้อกันบ้างนิดหน่อยแต่มันมีความสุขมากๆ

ทั้งคู่ทานข้าวจนอิ่ม แพรรัมภาก็ลุกเพื่อจะเก็บจานไปล้าง ลูอิสแย่งมาจัดการเอง และไล่ให้เธอไปนั่งพัก

“ผมทำเองครับ คุณไปนั่งพักเถอะ ลุกมาทำกับข้าวอร่อยให้ผมแล้ว เดี๋ยวผมจัดการเก็บล้างเอง ไปเถอะครับ”

“โอเคคะ ฉันไม่ขัดคุณหรอกอยากจะทำก็จัดการให้สะอาดด้วยนะคะ”

“คร๊าบ!!! คุณผู้หญิง เดี๋ยวกระผมจะจัดการล้างให้สะอาดเลย”

แพรรัมภาได้ยินถึงกับหัวเราะเดี๋ยวนี้มีมุมนี้ด้วยทุกทีไม่มี มุมขี้เล่นต่อล้อต่อเถียงเธอแบบนี้ ก่อนหน้านั่นมีแต่บังคับ ยัดเยียดให้เธอทำโน้นนี้ ขัดใจก็งอนโกรธไม่พูด เอาแต่ใจสุดๆ

แพรรัมภาเดินไปตรงโซฟากว้างที่เธอมักจะชอบเอางานมานั่งทำ กองๆ ไว้ตรงนั่น เป็นมุมโปรดของเธอก็ว่าได้ เธอจัดการหยิบกล้องขึ้นมาเช๊กภาพ บรรยากาศภายในงานเมื่อวานนี้ นึกได้ว่า พี่ภัทเคยอยากจะให้เธอสัมภาษณ์เขา แต่ไม่รู้ว่าเขาจะอนุญาตหรือเปล่าเพราะเขาก็ค่อนข้างห่วงความเป็นส่วนตัวมากไหนๆก็ลองขอเขาดูก็แล้วกันถือว่าเป็นการส่งงานชิ้นสุดท้าย ก่อนจะต้องทิ้งงานสายอาชีพนี้ไปเป็นนักธุรกิจที่เธอไม่คุ้นเคยกับมันเอาสะเลย

ลูอิสที่เดินมาหาเธอตรงโซฟา ที่เธอกำลังนั่งเช็คภาพในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คซึ่งวางตรงโต๊ะกลางห้อง เขาเดินอ้อมมาดูว่าเธอทำอะไรซึ่งเป็นรูปที่เกิดขึ้นภายในงานเมื่อวานนี้พร้อมรูปของเขาและเพื่อนเต็มไปหมดเก่งมากจับภาพเขาได้หลายมุมจริงๆ

“ถ่ายรูปเก่งมากเลยนะคุณ ถือว่ามืออาชีพจริงๆ ทำไมคุณไม่เปิดบริษัทเองละครับ มาช่วยผมทำฝ่ายนี้ก็ได้นะถ้าคุณเข้าไปทำคงจะดี”

“นี้เป็นงานสุดท้ายแล้วคะ ฉันคงจะไม่ได้ทำอาชีพนี้แล้ว”

แพรรัมภาที่พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ลูอิสได้ยินก็ตกใจ เธอรักอาชีพนี้แล้วจู่ๆทำไมถึงจะเลิกทำ

“เกิดอะไรขึ้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เมื่อกี้ก็เหมือนหันพอพูดเรื่องแต่งงานคุณก็มีแววตาวิตกกังวล ปัญหามันเกิดจากผมใช่ไหม”

“ไม่ใช่คะ ไม่ได้เกิดจากคุณเลยมันเป็นเพราะครอบครัวฉันเอง นี้ก็คงจะถึงเวลาหมดสนุกกับชีวิตของฉันแล้ว พ่อให้ฉันลาออกเพื่อไปบริหารงานแทนท่าน ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้ไหมเพราะฉันไม่เคยบริหารงานแบบนั่นเลยในชีวิต จบมาก็มาทำงานสายนี้เลย”

“อ้าว!! ทำไมพ่อคุณคิดจะวางมือเร็วละครับ สุขภาพท่านไม่ดีหรือว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า คุณได้ลองสอบถามท่านไหม”

แพรรัมภาก็คิดตามเขาแปลกๆอยู่ดีๆพ่อเธอก็คิดจะวางมือจากธุรกิจมากมายได้ง่ายๆโดยจะให้เธอเข้าไปทำ จริงๆน่าจะให้เธอค่อยๆ ศึกษางานไปก่อน แต่นี้เปล่าเลย กับเร่งรัดให้เธอเขาไปทำให้เร็ว สมองก็คิดตามที่เขาพูด

“ไม่รู้สิคะ วันนั้นที่เจอคุณ ที่บอกว่าฉันมีนัดก็นัดไปทานข้าวกับพ่อนะแหละคะ แล้วทานก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาให้ฉันไปลาออกและต้องเข้าไปทำงานวันจันทร์นี้แล้ว ซึ่งฉันยังไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย เห็นว่าจะให้คนชื่อปกรณ์เป็นคนช่วยฉันไปก่อนคะ”

“พ่อคุณคิดจะทำอะไร แล้วทำไมต้องให้นายปกรณ์อะไรนั่นมาช่วยคุณด้วย คุณรู้จักกับเขาไหม”

แพรรัมภาส่ายหน้า เธอก็ทำหน้างงๆ เธอก็ไม่เข้าใจท่านเหมือนกันทุกอย่างมันรวดเร็วมาก

“ไม่รู้สิคะ เออ...คุณถ้าฉันขออะไรคุณได้ไหม”

“อะไรครับ สำหรับคุณบอกมาเลยว่าต้องการอะไร”

“ถ้าฉันจะขอสัมภาษณ์คุณลงนิตยสารได้ไหม พอดีพี่ภัทเขาต้องการได้คุณขึ้นปกนิตยสารคะ ถือว่าเป็นงานส่งท้ายของฉันได้ไหมคะ”

ลูอิสที่เห็นแววตาของเธอที่มีทั้งความกังวลความอ้อนวอน ใช่เขาไม่เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารไหนเลย แบบลึกส่วนตัว แต่ถ้าเธอขอมาแบบนี้เขาก็ต้องให้

“ถ้าผมให้สัมภาษณ์คุณต้องเอาลงทุกอย่างที่ผมพูดได้ไหม”

แพรรัมภามองสายตาของเขาที่ส่งมาให้เธอ เป็นแววตาที่เธอแพ้เสมอทุกครั้งเลยก็ว่าได้

“ถ้ามันไม่มีอะไรทะลึ่ง ฉันก็ลงให้คุณหมดนะแหละ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะไปเพิ่มหรือเติมบทสัมภาษณ์ให้มันเพี้ยนไป หรอกคุณ”

ลูอิสฟังสิ่งที่เธอพูดเขาไม่ได้กลัวว่าเธอจะเพิ่มอะไรเข้าไป เขากลัวว่าเธอจะไม่กล้าลงต่างหาก ได้นี้ถือว่าเป็นงานส่งท้ายของเธอ เขาจะให้เธอถ่ายรูปในมุมส่วนตัวของเขา ว่าเขาชอบหรือรักอะไร

“ผมจะให้งานนี้ของคุณเป็นงานพิเศษที่คุณจะมีสิทธินั่น แค่คนเดียวเพราะผมจะไม่ให้สัมภาษณ์กับใครอีก จริงๆผมไม่ค่อยชอบลงนิตยสารเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นเจ้าของธุรกิจด้านสื่อ แต่ผมก็ไม่เคยจะเอาจัวเองไปขาย”

“ก็ใช่ไงคะ ฉันถึงกลัวว่าคุณจะไม่โอเค คุณอยากจะให้สัมภาษณ์หรือเปล่าละคะ แล้วแต่นะ ฉันไม่ได้บังคับ”

“ผมโอเค แต่คุณต้องเป็นคนทำมันเองทุกอย่าง โอเคไหม”

แพรรัมภาขอให้เขาอธิบายคำว่าทำมันเองทุกอย่างนี้คือ อะไรบ้าง

“ยังไงคะ ทำเองทุกอย่าง”

“เอาวันนี้เลย คุณถ่ายรูปในมุมที่คนอื่นเขาไม่สิทธิเห็นว่าปกติผมทำอะไร ใช้ชีวิตแบบไหน และที่สำคัญที่คนอยากจะรู้มาก คืออะไรรู้ไหม”

แพรรัมภาลุ้นกับสิ่งที่เขาพูด มีอะไรท่เขาไม่เคยเปิดเผยและเขาจะให้สัมภาษณืในเรื่องอะไรบ้าง

“เรื่องอะไรคะ ที่ทุกคนอยากจะรู้เรื่องของคุณมาก”

ลูอิสก้มหน้าไปจ้องดวงตา ที่มันมีความสงสัยอยู่ในนั้น ที่มีแววตาวิบวับสวยงามสำหรับเขา จนเขาอดใจไม่ได้เลยก้มลงไปจุมพิตปากสีแดงๆ เล็กนั้น

“อืม...อืือ”แพรรัมภาที่ตอบรับการจุมพิตนี้ที่เขาเอามือรั้งตรงท้ายทอยให้เข้าไปหาเขา เนิ่นนานจนเธอเริ่ใจะหายใจไม่ทัน เธอเลยผลักหน้าอกเขาให้ปล่อยก่อน

“คุณ!! ยังไม่ได้ให้คำตอบฉันเลยว่าเรื่องอะไร”

ลูอิสที่ถอนจุมพิตออก มันช่างหอมหวานจริงเชี่ยวยิ่งจูบแล้วเหมือนกับหยุดไม่ได้

“ก็เรื่องความรักไง ผมไม่เคยเปิดเผย ไม่มีใครรู้ว่าผมมีแฟนหรือยัง ซึ่งทุกคนพยายามที่จะขอสัมภาษณ์ผมในเรื่องนี้ ก็มีล่าสุดที่ผมให้สัมภาษณ์ก็เมื่อวานเรื่องของเราแต่ไม่รู้ว่าทุกคนเขารู้กันหรือยังเพราะผมได้ยินว่ามาร์ตินมันเอ่ยชื่อของคุณออกไป”

แพรรัมภานึกได้ใช่ เมื่อวานเำื่อนเขาทิ้งระเบิดไว้ให้เธอ แต่เธอก็ยังไม่ตอบอะไรใคร เพราะหนีเข้าไปถ่ายรูปภายในงานก่อน

“แล้วคุณจะให้ฉันทำอะไรบ้างคะ”

“แล้วแต่ ผมจะไม่เซ็ทการแต่งตัวผมจะให้คุณถ่ายในทุมแบบนี้ได้เลย”

“งั้นฉันไปเตรียมอุปกรณ์ก่อนนะคะ ส่วนคุณก็รอตรงนี้เดี๋ยวฉันมา”

แพรรัมภาพูดเสร็จก็วิ่งหายเข้าไปยังห้องนอนเขาเห็นแล้วรู้สึกสนุกขึ้นมาทันใด คงจะเป็นการสัมภาษณ์ที่เขาเต็มใจให้สัมภาษณ์ที่สุดแล้ว

ลูอิสที่นั่งรอให้แพรรัมภาสัมภาษณ์เขา เขาก็มองและสังเกตสิ่งต่างๆ ภายในห้องของเธอเห็นว่ามีระเบียงที่จัดสวนไว้ตรงด้านข้าง ลูอิสก็ขอเดินสำรวจหน่อยแล้วกัน เดินออกมาก็เจอดอกเดซี่อีกแล้ว หรือว่าเธอชอบดอกไม้ชนิดนี้จริงๆ มันต้องมีความหมายอะไรสิ

แพรรัมภาที่เดินถืออุปกรณ์มาจัดเพื่อจะถ่ายรูปของเขาซึ่งกำลังเดินอยู่ตรงสวนดอกเดซี่ ซึ่งเธอเห็นเขากำลังก้มลงไปดมดอกไม้ของแม่เธอ

“แม่คะ แม่ว่าเขาน่ารักไหม หนูอยากให้แม่มาเจอเขาจริงๆ”

แพรรัมภาหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปของเขากับดอกเดซี่มันคือตัวแทนแม่ของเธอ เช่นดอกไม้ชนิดนี้เป็นตัวแทนความรักอันซื่อสัตย์และภักดีขาวสะอาด ความรักที่แม่มีต่อพ่อ ถึงแม้พ่อจะเจ้าชู้แค่ไหน แม่ก็ยังเห็นพ่อเธอดีที่สุด ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจมาจนทุกวันนี้ว่าแม่ทนความเจ้าชู้ของพ่อได้ไง

แพรรัมภาที่ถ่ายรูปของเขาในมุมที่เธอคิดว่าคนอื่นต้องไม่เคยเห็นมันเป็นธรรมชาติมากตั้งแต่เสื้อผ้าและทรงผมไม่มีการเซ็ทหรือทำอะไรทั้งนั้น

ลูอิสที่รู้ว่าแพรรรัมภากำลังถ่ายรูปของเขาอยู่ก็ปล่อยให้เธอถ่ายเขาให้เต็มที่ จนเธอได้รูปมากพอดู

“โอเคคะ เรียบร้อยแล้ว เก่งนะคะเนี่ยขนาดไม่ค่อยชอบถ่ายรูป ยังรู้มุมของตัวเองว่ามุมไหนจะออกมาดูดี”

ลูอิสถึงกับขำที่เธอบอกว่าเขารู้มุมหล่อของตัวเองจริงๆเขาเป็นคนไม่ค่อยชอบถ่ายรูป พอๆ กับเพื่อนมีบ้างแต่ก็ไม่มากมาย

“เปล่าหรอกครับ ได้ช่างภาพฝีมือดีต่างหากละครับ ผมเสียดายเหมือนกันนะถ้าคุณลาออกจากวงการนี้”

“ไม่หรอกคะ มีคนเก่งกว่าฉันเยอะ ฉันชอบถ่ายรูปแบบธรรมชาติมากกว่า มันดูจริงใจไม่ต้องแสแสร้งแกล้งทำ”

ลูอิสนึกได้ว่าอยากจะถามอะไร เรื่องดอกไม้

“ผมอยากจะถามคุณว่า ทำไมคุณถึงชอบดอกไม้พวกนี้ ผมเห็นคุณวาดดอกไม้ชนิดนี้เต็มไปหมด”

แพรรัมภานั่งข้างๆ เขา ตรงชิงช้าที่เขานั่งก่อนแล้ว ส่วนลูอิส ที่หยิบกล้องของอีกฝ่ายขึ้นมาถ่ายรูปเธอบ้าง มันก็รู้สึกสนุกดีไปอีกแบบ หรือว่าคนที่เขาถ่ายรูปคือเธอ

“คุณอยากจะรู้เหรอว่า ทำไมถึงมีแต่ดอกเดซี่เต็มไปหมด จริงๆ มันคือตัวแทนของแม่ฉัน แม่ชอบดอกไม่ชนิดนี้มาก แม่มีความสุขที่คอยดูแลมัน เห็นมันออกดอกบานสะพรั่งแม่ก็จะยิ้ม มันอาจจะเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้แม่ของฉันมีความสุขมากๆ ก็ได้คุณอาจจะรู้เรื่องความเจ้าชู้ของพ่อฉันมาบ้างแต่เชื่อไหมฉันยังไม่เข้าใจจนทุกวันนี้ว่าแม่ทนพ่อได้ยังไงที่เห็นสามีตัวเองมีบ้านเล็กบ้านน้อยมากมาย ฉันเคยถามแม่นะแม่ไม่รักพ่อเหรอถึงไม่ได้รู้สึกอะไร คุณรู้ไหมแม่ฉันตอบว่าไง”

ลูอิสเอากล้องถ่ายรูปของเธอวางไว้ด้านข้าง แล้วหันหน้าไปฟังเธอ เขาก็อยากจะรู้ว่าครอบครัวเธอเป็นยังไง

“แม่คุณตอบคุณว่า”

แพรรัมภาหันไปมองหน้าคนด้านข้างที่ก่อนหน้านี้เธอก็เฝ้าถามว่า เขาเป็นเพลย์บอยเจ้าชู้คบผู้มากมาย ทำไหมเธอถึงยังไปหลงรักคนแบบนี้ เธอไม่ชอบคนเจ้าชู้แต่เธอก็ยังลืมเขาไม่ได้

“แม่บอกว่าวันที่เรารักใครจนสุดหัวใจถึงแม้เขาจะทำเลวแค่ไหนเราก็ยังรักเขาอยู่ดีแม่ไม่เคยโทษพ่อเลยว่าพ่อเจ้าชู้ แม่บอกแค่ว่า แม่เองที่ผิดที่ให้ความสุขกับพ่อไม่ได้มากเพราะร่างกายของแม่ไม่ค่อยแข็งแรง จนวันที่แม่เสีย เชื่อไหมพ่อฉันก็ยังไม่หยุดที่จะมีเล็กมีน้อยเลย”

ลูอิสฟังสิ่งที่เธอเล่าฟังจากน้ำเสียงแล้วมันเศร้ามาก เธอคงจะเหงามากคล้ายๆเขา แต่พ่อกับแม่เขาท่านทั้งสองรักกันมาก ไม่เคยมีเรื่องความเจ้าชู้อาจจะมีบางช่วงหนุ่มๆก่อนท่านจะมีแม่

“แล้วความของดอกเดซี่คือ อะไร”

“ความหมายของมันคือความรักอันซื่อสัตย์และภักดีขาวสะอาดคุณเข้าใจหรือยังว่าทำไมแม่ถึงชอบดอกเดซี่ที่เปรียบตัวท่านที่ซื่อสัตย์กับพ่อ”

ลูอิสย้ายลงไปนั่งคุกเข่า แล้วจับมือเธอขึ้นมาวางไว้ตรงอกด้านซ้าย

“ผมไม่สัญญาว่าผมจะเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับคุณ เพราะผมไม่รู้ว่าคนเรานิยามคำว่าดี มันอยู่ที่ตรงไหน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะให้สัญญากับคุณได้อย่างหนึ่ง ผมรู้ว่าหัวใจผมเต้นเพื่อใคร ผมคงจะไม่ทำร้ายหัวใจของผมแน่นอน”

ลูอิสที่ดึงแพรรัมภาเข้ามากอดแพรรัมภาที่ในชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะมีใครที่เธอจะรักได้ขนาดนี้ขอบคุณเขาที่ทนเธอ ขอบคุณเวลาที่ทำให้เรารู้ใจของตัวเอง










แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น