โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 10-2 คำสาปของบล็อกบัสเตอร์

ชื่อตอน : ตอนที่ 10-2 คำสาปของบล็อกบัสเตอร์

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 22:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10-2 คำสาปของบล็อกบัสเตอร์
แบบอักษร

​ชิ้นส่วนแป้นพิมพ์กระเด็นออกจากคีย์บอร์ดกระจายไปรอบทิศทาง พอมองไปรอบๆ ก็พบแล็ปท็อปอันใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนได้ไม่นานในสภาพแตกเป็นเสี่ยงๆ ตกลงมาอยู่ใต้โต๊ะทำงานที่ยองจุนกำลังยืนค้ำอยู่

มีโซรีบเข้าไปหายองจุนที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความรวดเร็ว หลังจากหันมองรอบตัวเขา เธอก็ทำอะไรบางอย่างที่ยากจะเข้าใจ นั่นคือการหยิบกรรไกรจากกล่องเครื่องเขียนบนโต๊ะแล้วย่อตัวลงนั่งตัดเคเบิลไทร์* ทุกสายที่ใช้มัดรวมสายเพาเวอร์เคเบิลที่ห้อยระโยงระยางออกมาจากแล็ปท็อปอย่างรวดเร็ว เก็บเข้ากระเป๋าทันทีราวกับต้องการซ่อนมันเอาไว้ จากนั้นถึงได้ลุกขึ้นมาเช็กอาการของยองจุน

“ท่านรอง เป็นอะไรไหมคะ ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหมคะ ”

“ใครเป็นคนใช้เจ้านั่นจัดการกับสายไฟ”

ยองจุนเลื่อนสายตามองไปทางจีอาอย่างไร้ซึ่งความปรานีเหมือนรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว

ริมฝีปากรวมไปถึงร่างกายของจีอาเกร็งและแข็งทื่อไปหมดเมื่อได้ประสานสายตาคมกริบของผู้เป็นเจ้านาย

“ขอโทษค่ะ ฉันทำเองค่ะ อ่า ลืมไปเลยจริงๆ ค่า ให้อภัยกันสักครั้งนึงนะคะะ”

มีโซยิ้มหวานพร้อมกับตอบออกไปด้วยท่าทางน่ารักๆ ยองจุนยังจ้องมองจีอาต่ออีกพักใหญ่ก่อนจะเดินลิ่วไปทางประตู

“ท่านรองประธานคะ แล็ปท็อปส่งซ่อม หรือว่า…”

“แบ็กอัพเอกสารไว้ แล้วเอาไปทิ้ง”

“ค่า ท่านรองไปก่อนได้เลยนะคะ เดี๋ยวอีกสักพักพวกเราจะตามไปค่ะ”

มีโซยังคงพูดด้วยรอยยิ้มเช่นเคย ยองจุนมองหน้าเธอเหมือนตั้งใจจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็ทำเพียงแค่เดินออกไปจากห้องด้วยสีหน้านิ่งๆ เท่านั้น

หลังยองจุนเดินออกไปและปิดประตูลงดังปัง จีอาจึงยกประสานมือรวมไว้ที่อกทันทีแล้วระบายลมหายใจที่อดกลั้นไว้ออกมาอย่างยาวนาน

“เฮ้ออออ”

“คุณจีอา ฉันบอกหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าท่านรองประธานเกลียดสายเคเบิลไทร์ ห้ามเอามาใช้เด็ดขาด”

“อ่า คือฉันลืมไป…”

“โชคดีที่ฉันอยู่ด้วย ถ้าพลาดคือไม่มีให้แก้ตัว เกือบจะโดนไล่ออกแล้วนะ”

เมื่อได้ยินคำนั้นจีอาที่ยืนเหม่อจึงเถียงกลับราวกับมันไม่ยุติธรรมกับเธอ

“นี่มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ บนโลกนี้ใครๆ เขาก็ใช้เคเบิลไทร์เก็บสายไฟกันทั้งนั้นนี่คะ มีที่ไหนกันคะ คนที่จะทิ้งแล็ปท็อปทั้งๆ ที่มันยังใช้ได้เพราะเรื่องแบบนั้น”

จีอาก้มลงมองและพูดกับมีโซที่กำลังเก็บซากแล็ปท็อปอย่างใจเย็นด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ อาจจะเพราะเธอรู้สึกหัวเสีย โทนเสียงของเธอถึงได้สูงตามขึ้นไปด้วย

“แค่บอกกันดีๆ ไม่ได้เหรอคะ ทำไมท่านรองประธานถึงได้เป็นคนนิสัยแบบนั้นกัน หัวหน้าทนทำงานมาด้วยได้ยังไงตั้งเก้าปีคะ นี่มันแย่มากเลยนะคะ”

มีโซรู้สึกฉุนเฉียวขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดนั้น    

“ตายแล้วว เมื่อกี้พูดอะไรออกมา คนที่ทำผิดพลาดก็คือคุณจีอาเองนี่”

“อ่า…”

“ฉันเกลียดแมงมุม ยิ่งเห็นแมงมุมลอยอยู่ในอากาศก็ทั้งเกลียดทั้งกลัวจนเป็นลมไปได้จริงๆ คุณจีอาเองก็เคยบอกว่าเกลียดชักโครกในห้องน้ำสาธารณะที่ถูกปิดฝาไว้นี่ ทุกคนก็มีสิ่งที่เกลียดจนจะตายทั้งนั้นแหละจริงไหม แล้วคุณกลับบอกว่าสิ่งนั้นมันแย่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปล่ะ”

“อ่า… เอ่อ... ขอโทษค่ะ”

“แค่ขอโทษมันไม่จบหรอกนะ แล้วก็ที่พูดมา ถึงท่านรองของพวกเราจะมีด้านที่ไร้เหตุผลอยู่บ้าง แต่ในความเป็นจริงจะมีใครที่ทำทุกอย่างได้ดีเท่าเขาอีกเหรอ มองรอบตัวหน่อย มีใครไล่ตามท่านรองประธานได้บ้าง…”

บลาๆ เมื่อได้ยินเสียงบ่นอย่างต่อเนื่องของมีโซ จีอาจึงนึกถึงแม่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ปีนี้เป็นปีที่แม่แต่งงานครบสามสิบปีและกำลังอยู่ในช่วงสงครามเย็นกับพ่อ ท่านมักจะพูดเสมอว่า ‘เบื่อจริง! โอ๊ย อยากจะอยู่แบบไม่ต้องเห็นหน้า!’ เพียงแค่สบตากับพ่อ พอเป็นแบบนั้นติดต่อกันหนึ่งอาทิตย์ คุณป้าข้างบ้านที่สนิทสนมกับแม่ก็เข้ามาคุยเล่นที่บ้านของเธอพร้อมพูดว่า ‘พ่อจีอาดูดีนะ แต่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย’ แต่คุณป้าข้างบ้านคนนั้นกลับได้รับคำว่า ‘เมียบ้านนี้บ้าไปแล้วเหรอ’ พร้อมคำด่าทออีกมากมายต่อทันทีจนต้องหนีกลับบ้านตัวเองไป หลังจากนั้นแม่กับป้าข้างบ้านตัดขาดกัน เพราะถึงแม้จะเกลียดกันแค่ไหน แต่เมื่อมีคนมาด่าว่าพ่อ แม่ก็รักษาสิทธิ์ความเป็นภรรยาไว้อยู่ดี

“เข้าใจใช่ไหม ต่อไปก็จำให้ขึ้นใจ แล้วก็ระวังด้วยนะ”

“ค่ะ ขอโทษค่ะ”

มีโซมองจีอาที่ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด จากนั้นเธอก็ยิ้มหวานอย่างมีความหมายและถามขึ้น

“รู้สึกผิดเหรอ”

“ค่ะ”

“จริงเหรอ”

“ค่ะ จริงๆ ค่ะ”

“ถ้ารู้สึกผิด ก็ให้ฉันยืมหนังสือเล่มนั้นหน่อยสิ”

“อ่า… ค่ะ”

มีโซยิ้มหวานอย่างพอใจ สดใสร่าเริงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ต่างกับสีหน้าเจื่อนด้วยความไม่เต็มใจของจีอาอย่างสิ้นเชิง



ภายในสนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่แต่ละจุดมีป้ายไวนิลไซซ์บิ๊กบึ้มติดไว้และเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนจนวุ่นวายยากควบคุมได้เพราะเสียงเชียร์ดังสนั่นอย่างไร้สติ บนอัตจรรย์ถูกแบ่งตามสีสันที่เป็นแม่สี ทั้งแดง ฟ้า เหลือง โดยสวมเสื้อกั๊กให้เข้ากับสี และนั่นทำพนักงานทั้งหลายที่ใส่ชุดตามสีดูเหมือนกระดาษถูกสะบัดพลิ้ว

ช่วงเวลาสี่โมงเย็นซึ่งใกล้เวลาปิดงาน แค่เพียงใบหน้าและท่าทางก็ทำให้แยกผู้เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่และคนมีตำแหน่งได้ไม่ยาก เพราะเหล่าหนุ่มสาววัยยี่สิบยังคงเต็มไปด้วยพลังฮึกเหิม ในขณะที่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขึ้นไปเริ่มหน้าซีดเซียวลง

หลังจบการแข่งขันฮูลาฮูป ในสนามวุ่นวายเพราะมีทั้งพนักงานที่เพิ่งแข่งเสร็จก่อนหน้าและพนักงานที่ต้องเตรียมตัวเพื่อการแข่งขันชนิดต่อไป แต่ก็มีใครบางคนเรียกมีโซขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายนั้น

“หัวหน้าคะ! หัวหน้าคิมมีโซ!”

“หื้อ?”

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู มีโซจึงหันกลับไปทางด้านหลังและพบว่าคนที่เรียกเธอไว้ก็คือ ผู้ช่วยพัคนั่นเอง

“หัวหน้าค่ะ!”

“อ่า ผู้ช่วยพัค เฮ้! ฉันได้ที่หนึ่งล่ะ! ถึงตอนท้ายพลาดไปนิดหน่อยก็นะ แต่ก็ไม่แพ้หรอก ฮ่าๆ”

“หัวหน้าเก่งมากเลยนะคะ เอวบางแค่นั้นทำไมหมุนเก่งจังคะ ทุกคนอึ้งกันไปหมดเลยค่า”

“ชมเกินไปแล้ว ผู้ช่วยพัคไม่ไปเตรียมตัวแข่งเหรอ ต่อไปวิ่งสามขาแล้วนี่นา แล้วจีอาหายไปไหนล่ะ”

“อ่า เรื่องนี้แหละค่ะ เมื่อกี้คุณจีอาน่าจะกินอะไรผิดสำแดงเข้าไป เธอเข้าห้องน้ำไปห้ารอบแล้ว น่าจะแข่งไม่ไหวน่ะค่ะ”

“ตายแล้วว แย่เลย กินอะไรไปล่ะนั่น”

“ตอนแข่งวิ่งวิบาก เห็นบอกว่าขนมปังไส้ถั่วแดงมันเปรี้ยวๆ นิดหน่อยน่ะค่ะ”

“โอ๊ย ทำไงดีล่ะ”

“หัวหน้าแข่งแทนคุณจีอาได้ไหมคะ”

“ก็คงจะต้องเป็นอย่างนั้น งั้นรีบไปกันเถอะ”

ระหว่างที่พวกเธอกำลังเดินไปยังสถานที่แข่งขันวิ่งสามขา อยู่ๆ ผู้ช่วยพัคก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วพูดเรื่องสำคัญให้มีโซฟัง

“หัวหน้าเหมือนถูกหวยเลยนะคะ”

“หืม?”

“จริงๆ แล้วพาร์ทเนอร์ของคุณจีอา คือหัวหน้าฝ่ายโคกวีนัมแหละค่ะ”

“หัวหน้าฝ่ายโคกวีนัมเหรอ ใครน่ะ”

“ตายแล้ว ไม่รู้จักโคกวีนัมเหรอคะ หนุ่มหล่อในหนุ่มหล่อของบริษัทเลยนะคะ ได้ยินแค่ชื่อก็รู้สึกถึงความหล่อแล้ว หัวหน้าไม่คิดแบบนั้นเหรอคะ”

“หนุ่มหล่องั้นเหรอ โห สุดยอดด!”

“ตรงนั้นค่ะ ตรงนั้น ผู้ชายคนคือหัวหน้าฝ่ายโคค่ะ สูงก็สูง หล่อม๊ากมากด้วยนะคะ!”

“ไหนๆ”

มีโซหันหน้าไปทางฝั่งสามนาฬิกาตามการชี้นิ้วของผู้ช่วยพัค ทั้งที่อีกฝ่ายบอกว่าเขาหล่อมากๆ แต่เอาเข้าจริง… เธอก็ไม่รู้สิ

“จบจากมหาลัยโซล ฐานะทางบ้านก็ดีค่ะ จากข่าวลือได้ยินว่ามีอพาร์ทเม้นท์อยู่ที่กังนัมด้วยนะคะ อายุสามสิบสามแล้วแต่ยังไม่มีแฟนค่ะ พอได้เลยใช่ไหมล่ะคะ”

“อ่า…อืม…”

ทั้งจบมหาวิทยาลัยโซลและไปเรียนต่อต่างประเทศ เป็นลูกชายของท่านประธานบริษัทยูอิลกรุ๊ป แถมเป็นเจ้าของเพนเฮ้าส์หรูใจกลางกังนัมด้วยชื่อของตัวเอง เรื่องสมบัติส่วนตัวก็มากมายจนแทบจะนับไม่ไหว แล้วก็ยังเป็นผู้ชายวัยสามสิบสามที่ยังไม่มีแฟนอีกต่างหาก เมื่อมีโซนึกถึงผู้ชายที่เธอเคยดูแลมามากว่าเก้าปี แล้ว มันก็เป็นเรื่องยากที่พูดคำว่าพอใช้ได้ออกมาในทันที

แต่เดี๋ยวนะ ความสงสัยในใจนี่มันคืออะไรกัน

มีโซลูบคางตัวเองด้วยความรู้สึกสงสัย แต่ยังไม่ทันจะหายเคลือบแคลงใจ เสียงประกาศในสนามก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

-นักกีฬาแข่งขันวิ่งสามขา เชิญมาเตรียมตัวด้วยค่ะ



“สวยนะครับ”

“คะ?”

“สวยครับ หน้าเด็กด้วยครับ”

มีโซเป็นคนผูกเชือกมัดข้อเท้าของเขาและตัวเองเอาไว้ด้วยกัน ส่วนหัวหน้าฝ่ายโคก็ไม่หยุดพยายามคุยกับเธอสักนิด เขาพยายามซื้อใจของเธอให้ได้ แต่มีโซทำเพียงแค่ยิ้มอ่อนหวานตอบรับเท่านั้น เธอดูตั้งใจอยู่กับเพียงสิ่งเดียวตรงหน้า

“ไม่แน่นเกินไปใช่ไหมคะ”

“ครับ ผมไม่เป็นไรครับ”

“ดูให้ดีนะคะ วิ่งๆ ไปแล้วมาบอกเจ็บทีหลัง เดี๋ยวจะวุ่นวายไปกันใหญ่ค่ะ”

“โถ่ ถ้าเจ็บก็แค่วิ่งช้าๆ ไปก็ได้นี่ครับ แหม่”

“ไม่ได้ค่ะ! ยังไงก็ต้องเข้าไปเป็นที่หนึ่งเท่านั้นค่ะ!”    

“ฮ่าฮ่า ก็แค่กีฬาในบริษัทเองครับ...”

“เดี๋ยว ‘ก็แค่’ งั้นเหรอคะ พูดออกมาได้ง่ายๆ แบบนั้นเลยเหรอคะ มีคนบอกว่า ‘คำโบราณกล่าวไว้ถึงตายก็จะชนะ หมายความว่าแม้จะต้องเฉียดตายก็แพ้ไม่ได้เด็ดขาด แค่ทำเต็มที่มันไม่พอ ยังไงก็ต้องเอาที่หนึ่งมาให้ได้’ ค่ะ!”

“ใครพูดครับ”

“ท่านรองประธานค่ะ”

“อ่า… ครับ แค่กๆ”

“วิ่งสุดชีวิตนะคะ เข้าใจใช่ไหมคะ”

“ครับ!”

คำว่าสุดชีวิตมีหลายความหมายร่วมอยู่ในนั้น

“ไฟท์ติ้ง!”

“ฟ…ไฟท์ติ้ง!”

เมื่อได้กำมือยกขึ้นพูดไฟท์ติ้งไปด้วยกัน โคกวีนัมสรุปได้ว่าเขากับเธอคงมีความสนิทสนมกันเพิ่มมากขึ้นแล้วจึงพยายามจะพูดคุยกับมีโซอีกครั้ง

“แต่ว่า… หัวหน้าคิมมีโซ เรียนจบมาจากที่ไหนเหรอครับ”

“มัธยมหญิงล้วนจองซังค่ะ”

“โอ้โห หัวหน้าของพวกเรา ผมคิดว่าจะสวยระดับนางฟ้าอย่างเดียว ยังเป็นคนมีอารมณ์ขันมากด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ”

ไม่ได้พูดให้ตลกนะ เรื่องจริงต่างหาก

“ผมจบบริหารมาจากมหาวิทยาลัยโซลครับ เป็นรุ่นน้องท่านรองประธานก็ว่าได้เลยครับ”

“อ๋อ ค่า”

อายุเท่ากันแต่กลับบอกว่าเป็นรุ่นน้องงั้นเหรอ ไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย

“แต่คุณคงลำบากนะครับ เพราะผมสูงอยู่พอสมควร รู้สึกผิดเลยครับ”

แล้วนี่อยากอวดอะไรอีก ถ้าจะอวดเก่งก็ไม่ควรพูดไปหน้าแดงไปด้วยจริงไหม จะมั่นหน้าหรือจะขี้อาย เลือกให้มันชัดสักทางสิ

มีโซลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะตอบกลับพร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานประจำตัว

“เทียบกับท่านรองประธานแล้วก็ถือว่าไม่สูงเท่าไหร่นะคะ แหม่ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันจะวิ่งด้วยกำลังทั้งหมดที่มี ไหนลองขยับขาดูหน่อยค่ะ”

ในขณะที่ขยับขาข้างหนึ่งเพื่อทดสอบความคล่องแคล่ว หัวหน้าฝ่ายโคก็ยังคงชวนพูดคุยต่อไปอีก

“ได้ยินว่าคุณกำลังจะลาออกแล้ว จริงเหรอครับ”

“ค่ะ”

“คงรู้สึกสบายใจแบบเศร้าๆ นะครับ”

“นั่นสินะคะ”



* เข็มขัดพลาสติกที่ใช้มัดสายเคเบิล

ความคิดเห็น