Faddist/ปอฝอ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -Special Happy Valentine Day-

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 67.8k

ความคิดเห็น : 213

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2562 23:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-Special Happy Valentine Day-
แบบอักษร




-Special Happy Valentine Day-

อยากได้ความรักก็มาดิครับ

[Kan Tossakan]




          ผมนั่งมองคนที่เคยสวยในสายตาผม ใช่ครับเมื่อก่อนพี่บาร์สวยในสายตาผม แต่ตอนนี้พี่เขาสวยในสายตาของทุกคน ผมไม่รู้ว่าระหว่างการเอามือปิดหน้าพี่บาร์ กับเอามือไปควักลูกตาเด็กปีหนึ่งออกมาอะไรมันจะทำได้ง่ายกว่ากัน เพราะถ้าจะปิดหน้าพี่เขาไว้ผมก็ไม่รู้จะมองอะไรให้หัวใจผมเต้นเป็นจังหวะรัก


          หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องของเรามันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ แต่ขอโทษนะครับ การอวดพี่บาร์ไม่ได้น่าเบื่อสำหรับผม ผมพร้อมจะอวดพี่เขาทุกวัน โดยแต่ละวันเรื่องที่อวดจะไม่ซ้ำกันเลย แม้ว่าตอนนี้พี่เขากำลังจะจบปีสี่แล้วก็ตาม


          “มึงจะนั่งดูรูปพี่บาร์แล้วยิ้มแบบนี้ไม่ได้นะกัณฐ์ กูกลัว” ผมหันมองเสียงแหบๆ แล้วส่งยิ้มให้มัน ปกติมันจะไม่ทักผมก่อนหรอก แต่วันนี้มันมาแปลก

          “มึงไปกลัวพี่วีดีกว่า ไม่รู้ว่าจะไปติดเด็กปีหนึ่งวันไหน” ผมบอกมันกลับ

          “เสี้ยมเก่ง” มาร์คว่าตอบแล้วนั่งลงที่เก้าอี้อีกตัว

          ผมมารอพี่บาร์เหมือนทุกวัน พิเศษหน่อยก็คือความสดใสของวันวาเลนไทน์ ปกติคนเขาก็เดินกันเป็นคู่อยู่แล้ว แต่วันนี้จะเห็นหลายคู่ถือดอกกุหลาบหรือไม่ก็ช็อกโกแลต

          “กูเห็นพี่วีถ่ายรูปดอกไม้ลงเยอะเลย” ผมบอกมันแล้วยื่นโทรศัพท์ให้มันดู

          “กูไม่อินกับวาเลนไทน์อะไรนี่หรอก” มาร์คแค่เหลือบตามองแล้วบอกปัดๆ

          “จริงดิ? แล้วดอกกุหลาบที่มึงถือมาคืออะไร?” ผมถามแล้วยิ้มล้อมัน รู้ว่าที่มาร์คถือมามันก็ของพี่วีนั่นแหละ เพิ่งจะเปิดตัวเปิดใจและขึ้นสถานะกันอย่างจริงจัง ทำเอาแฟนคลับพี่วีกรีดร้องไปตามๆ กัน

          “มันขอเถอะ” มาร์คว่าแล้วก้มลงมองกุหลาบที่ถือมา

          “อ๋อออ หนึ่ง สอง สาม…ห้าดอก?” ผมมองแล้วนับดอกกุหลาบของมันที่จัดเป็นช่อเล็กๆ พอดีมือ “คู่กันตลอดไป?” ผมเงยหน้าขึ้นถามแล้วหัวเราะออกมาเมื่อเห็นหน้าขึ้นสีของมัน

          คนเอามาต้องรู้ความหมายของสิ่งที่เอามาอยู่แล้ว

          “กู…กูแค่หยิบๆ มา” มาร์คว่าแล้วหันหน้าไปทางอื่น

          “ไม่ได้ตั้งใจจริงดิ?” เสียงทุ้มของพี่วีดังขึ้นพร้อมๆ กับกลุ่มของพี่เขาที่เดินเข้ามา

          “อือ แค่หยิบมาไปอย่างนั้นแหละ” มาร์คตอบแต่ผมแอบเห็นว่าสายตาของมันมองไปที่กุหลาบอีกหลายดอกในมือพี่วี ส่วนในมือพี่บาร์มีช็อกโกแลตสองกล่อง

          “เดี๋ยวกูสอนเองว่าวาเลนไทน์เขาทำกันยังไง” พี่วีว่าแล้ววางกุหลาบไว้บนโต๊ะ

          “ทำไงวะ กูก็เรียนแล้วกลับไปเอาข้าวให้หมาเหมือนทุกปีงี้ป่ะ?” พี่กล้าถาม

          “ถ้าเป็นมึงต้องทำอย่างนั้นแหละกล้า เพราะมึงไม่มีคู่อ่ะ” พี่วีบอก

          “จ้า~ แล้วคนมีคู่เขาทำยังไงกันคะ” พี่ยี่หวาว่าแล้วกระแทกกระเป๋าลง ตาสวยมองมาที่ผมแล้วมองไปที่พี่บาร์ ผมยิ้มก่อนจะยื่นมือไปหาแฟนซึ่งพี่บาร์เองก็เดินเข้ามาหาแล้วนั่งข้างผม เราเบียดกันนิดหน่อยแต่คนมีคู่อ่ะครับ เบียดกันได้

          “เขาทำกันเป็นคู่เนอะกัณฐ์” พี่วีหันมาหาผม

          “ใช่ครับ” ผมยิ้มตอบแล้วหยิบเอาช็อกโกแลตของพี่บาร์มาดู

          “น้องปีหนึ่งในสายให้มา อันนี้เขาเอาให้มึงด้วย” พี่เขาบอกแล้วยื่นอีกกล่องให้ผม

          “จริงดิ? แบบนี้อ่ะครับพี่กล้า รับของก็ต้องรับมาเป็นคู่” ผมพูดกับพี่บาร์ก่อนจะหันไปอวดช็อกโกแลตกับพี่กล้า

          “โอ๊ยยย อีพวกมีคู่ กูไม่รู้จะพูดยังไงกับพวกมึงแล้ว” พี่กล้าว่า

          “อวดเก่งงงง เก่งกว่าเรียนก็อวดแฟนนี่แหละพวกมึง” พี่ลี่บอก

          “อย่าให้กูมี…”

          “พี่ยี่หวาก็พูดแบบนี้ได้เป็นปีแล้วนะครับ” ผมบอก

          “อ้าวนี่เด็กมันต่อปากต่อคำเก่งขึ้นนี่หว่า มึงสอนมันยังไงเนี่ยบาร์” พี่ยี่หวาหันมาว่าผมก่อนจะหันไปหาพี่บาร์

          “ก็…สอนมันต่อปาก” พี่บาร์ตอบเพื่อนแบบนั้นแต่แก้มก็ขึ้นสีแดงให้ผมได้ยิ้มอย่างเอ็นดู

          “โอ๊ยยย กูไม่ไหวแล้วววว”

          “มึงอยากออกจากตรงนี้ไม่ไหวแล้ว?” พี่กล้าหันไปถามพี่ตี๋แต่พี่ตี๋ส่ายหัว

          “อยากต่อปากกับน้องหมอแบบไม่ไหวแล้ววว” พี่ตี๋ว่าแล้วมองหน้าผมเพ้อๆ ผมเจอแบบนี้ก็ทำตัวไม่ถูก หันไปมองหน้าพี่บาร์อย่างขอความช่วยเหลือ

          “มาต่อกับกูก่อนไหม?” พี่บาร์ว่าแล้วยกมือขึ้น

          “กลัวแล้ววว หวงสุดอะไรสุด” พี่ตี๋ว่าแล้วเบ้ปาก

          “แล้วถ้าพี่บาร์ชวนมึง มึงจะต่อกับเขาป่ะหมอ?” มาร์คมันถามผม ผมเลิกคิ้วให้มันก่อนจะหันไปหาพี่เขา เอียงหน้ามองฝ่ามือสวยๆ ที่ผมชอบจับแล้วยื่นมือไปจับมันไว้อย่างที่ทำบ่อยๆ ก่อนจะยิ้มแล้วตอบมาร์ค

          “ก็มาดิครับ…” ตอบมาร์ค…แต่ยิ้มให้พี่บาร์

          “โอ๊ยยย ดาเมจความผัวนี้”

          “อ่อยเมียสุด”

          “ก็มาดิครับ มาเป็นเมียผมดิค้าบบบ”

          “พอแล้ว…” พี่บาร์ว่ากับผมเขินๆ ผมเลยหยุดจ้องหน้าสวยๆ นั่นแล้วขยับตัวนั่งดีๆ

          “ก็อยากให้มา” ผมว่าตอบเบาๆ

          “ไปแล้ว…”

          “หืม?”

          “ไปหามึงตั้งนานแล้ว”

          “โว้ยยยย สวีทอะไรแบบนี้ เสียเวลากู กูต้องกลับไปถ่ายรูปคู่กับดั๊กกี้ ป้อนข้าวดั๊กกี้ อาบน้ำกับดั๊กกี้ แล้วก็บอกรักดั๊กกี้ รีบแบ่งงานไหม?” พี่กล้าโวยวาย

          “ดั๊กกี้คือใครอ่ะครับ” ผมถามพี่บาร์

          “หมา” พี่บาร์ตอบอย่างปลงๆ แล้วเอาชีทเรียนขึ้นมาแบ่งงาน

          “เออ อย่างน้อยกูก็มีหมา ยี่หวานี่มีอะไร? หวายยยย เดียวดาย” พี่กล้าว่า

          “กูเพิ่งซื้อแมวมาเมื่อวาน เอาไว้ถ่ายรูปคู่วันนี้โดยเฉพาะ หวายยย กูมีคู่ค่ะ” พี่ยี่หวาบอกแล้วโชว์รูปคู่ที่ถ่ายกับแมวที่ว่า

          “สงสารเพื่อนจัง พยายามมากกก” พี่ตี๋บอก

          “มึงไม่พยายาม?”

          “ไม่ค่ะ เพราะแม่กูซื้อกระต่ายให้กูแล้ว” พี่เขาบอกแล้วโชว์รูปกระต่ายน่ารักๆ สองตัว

          “เมื่อไหร่จะพรุ่งนี้ กูรำคาญ” พี่บาร์บอก

          “เออ กูมีคู่ยังไม่น่ารำคาญเท่าพวกมึงที่โสดและโอดครวญ” พี่วีว่าแล้วยื่นมือไปเอาดอกกุหลาบที่อยู่หน้ามาร์คมาถ่ายรูป

          “ถ่ายด้วย” แล้วเสียงแหบของมาร์คก็ดังขึ้นเบาๆ ผมเลยหัวเราะออกมา

          “ไม่อินกับวาเลนไทน์เลย” ผมว่าล้อมัน แต่มันก็ไม่สนใจ นิ่งๆ แบบเดิม ปรายตามองผมหน่อยๆ แล้วหันไปถ่ายรูปกับพี่วีจนเสร็จ

          “แล้วมึงไม่มีอะไรให้พี่บาร์เหรอปีนี้” มาร์คถามผมหลังจากผละออกจากพี่วี

          “เออ ปีที่แล้วให้เค้กปีนี้ให้อะไร?” พี่วีถาม

          “เค้กงอนผัวอ่ะนะ?” พี่ยี่หวาว่าแล้วหรี่ตามอง

          “ปีนี้ขอนะ อย่าเซอร์ไพรส์มันแบบนั้นอีก งอแงแล้วพวกพี่ลำบาก” พี่แพนบอก

          “ปีนี้ไม่มีหรอกครับ มีแค่ความรักจากผม” ผมบอกแล้วหันไปยิ้มให้พี่บาร์


          หลังจากคราวนั้นพี่บาร์ก็บอกผมว่าไม่ต้องเซอร์ไพรส์ มันรู้สึกดีนะหลังเซอร์ไพรส์ แต่ก่อนหน้านั้นพี่เขาบอกว่ามันทรมาน รอผมทั้งวัน เห็นผมกับคนอื่น แล้วก็โกรธ น้อยใจ ผมอยากทำ เพราะผมชอบง้อพี่บาร์ เวลาพี่บาร์หายงอนแล้วพี่บาร์น่ารัก แต่ถ้ามันจะทำให้คนที่ผมรักไม่สบายใจผมก็จะไม่ทำ


          “ไม่มีจริงเหรอ?” เสียงเบาๆ จากคนข้างๆ ทำให้ผมขมวดคิ้ว

          “ก็พี่บอกว่าไม่ต้อง…”

          “กูบอกว่าไม่ต้องเซอร์ไพรส์” พี่บาร์ว่ากลับ

          “อ้าว องค์แม่ลงค่ะ ผัวไม่ให้ของวันวาเลนไทน์” พี่ยี่หวาว่ายิ้มๆ

          “หวายยยย มีแฟนก็ไม่ได้ของจากแฟนนนน” พี่แพนแกล้งว่าพี่บาร์ต่อ

          “ปีที่แล้วเค้กหวานเพราะน้ำตาล ปีนี้น้ำตาลหมดหรือเปล่า” พี่ลี่บอก

          “พอแล้วครับ เดี๋ยวก็ร้องพอดี” ผมบอกแล้วยกมือขึ้นจับท้ายทอยพี่บาร์อย่างโอ๋ๆ

          “ไม่ต้องเลยมึงอ่ะ” พี่เขาสะบัดหัวออกพลางหันมาว่าผม

          “อ้าว…” ผมส่งเสียงออกมาอย่างงงๆ


          มนุษย์แฟนนี่คือยังไง ก็พี่เขาบอกเองว่าไม่ต้องเซอร์ไพรส์ พอไม่ทำก็ทำท่าทางเหมือนงอนผมแบบนี้คือยังไงอ่ะ ผมนั่งงงๆ มองพี่บาร์กับเพื่อนแบ่งงานกันจนตกลงกันเสร็จ นั่งเฝ้าแบบงงๆ และทำตัวไม่ถูก ผมกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป เมื่อคืนพี่เขาบอกไม่และย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ต้องเซอร์ไพรส์ ผมก็ไม่ได้เตรียมเซอร์ไพรส์จริงๆ


          “มึงไม่รู้ว่าเขาบอกไม่เอาคือเอา” มาร์คกระซิบผม

          “จริงดิ?”

          “ซื่อหรือโง่เนี่ย” อ้าว…คือซ้ำเติมผมเฉย ผมเชื่อฟังพี่บาร์ผมผิดอะไรตรงไหน


          “เสร็จแล้ว” พี่บาร์ว่าแล้วหันมาหาผม

          “เสร็จแล้วเราไป...”

          “ไม่ต้องก็ได้ กลับหอแล้วกินข้าวอาบน้ำนอนก็ได้” พี่บาร์บอก แต่ไอ้มาร์คหันมาสบตาผมนิ่งๆ แล้วผมแปลได้ว่า 

          ไม่ต้อง แปลว่าต้อง*…มึงต้อง!*

          “ผมแค่จะชวนพี่ไปรถ” ผมบอกแล้วยิ้มให้พี่บาร์ หน้าสวยเลยแสดงออกว่าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เจ้าตัวเดินนำไปที่รถผมก่อนอีก ส่วนผมก็ได้แค่ยิ้มอย่างเอ็นดู

          “มึงไม่ได้เตรียมอะไรให้พี่บาร์จริงเหรอ?” มาร์คลุกขึ้นแล้วถาม

          “เตรียม” ผมตอบมันแค่นั้น ยิ้มให้พี่ๆ ที่กำลังงง แล้วรีบเดินไปหาพี่บาร์



          “ปลดล็อคประตูสิ” พี่บาร์บอก แต่ผมกดปลดล็อคแล้วดึงพี่เขามาด้านหลัง

          “พี่บอกผมไม่ต้องเซอร์ไพรส์ ผมก็ไม่ได้เตรียมเซอร์ไพรส์ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่เตรียมอะไรมาให้พี่” ผมบอกแล้วเปิดด้านหลังรถขึ้น ดอกกุหลาบที่ผมเตรียมมายังอยู่ดี ผมหันมองคนที่กำลังยืนอึ้ง มองไปด้านหลังพี่เขาเพื่อนพี่เขาก็อึ้งไปแพ้กัน

          “หะ…ให้กูหมดนี่”

          “ให้ดอกกุหลาบหนึ่งดอก” ผมหยิบดอกกุหลาบมาแค่ดอกเดียวแล้วยื่นให้พี่บาร์ “พี่คือรักแรกพบของผม”

          “…” พี่เขารับเอาไว้อย่างงงๆ

          “ให้ดอกกุหลาบสองดอก” ผมหยิบอีกดอกหนึ่งยื่นให้พี่บาร์ “เราสองคนต่างตกหลุมรักกันและกัน”

          “…” พี่เขามองดอกกุหลาบสองดอกในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองผม

          “ให้ดอกกุหลาบสามดอก” ผมหยิบอีกดอกให้พี่บาร์ “ผมรักพี่”

          “…”

          “ให้ดอกกุหลาบห้าดอก” ผมหยิบออกมาอีกสองดอก “ผมรักพี่มากๆ”

          “มึง…”

          “ให้ดอกกุหลาบสามสิบหกดอก” ผมเดินไปเอากุหลาบช่อหนึ่งที่ผมเตรียมไว้อีกสามสิบเอ็ดดอก “ผมจะจดจำทุกช่วงเวลาของเรา”

          “กัณฐ์…” พี่เรียกชื่อผมเบาๆ แต่มือเล็กๆ นั่นก็ยื่นมาหา พี่เขาเอาดอกกุหลาบทั้งหมดมาถือไว้ทั้งสองมือ

          “ให้ดอกกุหลาบสี่สิบสี่ดอก” ผมว่าแล้วยิ้ม ขาก็เดินไปเอาดอกกุหลาบมาเพิ่ม “ผมสัญญาว่าความรักของผมจะไม่เปลี่ยนแปลง”

          “…”

          “ให้ดอกกุหลาบเก้าสิบเก้าดอก”

          “กะ กัณฐ์…” พี่เขาก้าวขาตามผมแล้วมองเข้าไปในรถ ยังมีกุหลาบเหลืออีกเยอะ เพราะผมเตรียมมาเต็มหลังรถของผม

          “ผมจะรักพี่ตลอดไป” ผมยื่นให้และพี่บาร์ก็รับเอา

          “จะให้กูทั้งหมด…” พี่เขาเงยหน้าขึ้นถามผม ผมยิ้มให้เจ้าของดอกกุหลาบแล้วเดินไปโอบหลังพี่บาร์ให้ขยับเข้าไปหารถ

          “ให้ดอกกุหลาบสามร้อยหกสิบห้าดอก แปลว่าผมรักพี่ทุกวัน” ผมกระซิบข้างหูพี่บาร์แล้วชี้ไปที่ดอกกุหลาบในรถ

          “กูว่า…มันมากกว่าสามร้อยหกสิบห้า…” พี่เขาหันกลับมาบอกผม

          “ผมเตรียมมาหนึ่งพัน…กับหัวใจของผมอีกหนึ่งดวง”

          “…”

          “กุหลาบหนึ่งพันดอกแปลว่าผมจะรักพี่จนวันสุดท้ายของผม” ผมมองสบตาคนที่เอี้ยวตัวมามองแล้วยิ้มให้ “รวมกับหัวใจผมอีกหนึ่งดวงที่ให้พี่ แปลว่าผม…ก็เชื่อในความรักของเรา รักที่ผมมีให้พี่จะไม่มีวันหายไป แล้วผมเชื่อว่าพี่เองก็รักผมมาก…ไม่ต่างจากผม” ผมบอกแล้วยิ้มให้พี่บาร์ ตาสวยที่ผมมองอยู่คลอไปด้วยน้ำใสๆ แต่พี่เขาไม่ปล่อยให้มันไหลออกมา

          “รัก…กูรักมึง” พี่บาร์ว่าแล้วหันมากอดผม “กูให้มึงหมดเลย ที่มึงให้กู กูให้มึงกลับทั้งหมดเลย” คนตัวเล็กบอกทั้งๆ ที่หน้ายังซุกอยู่อกผม ผมกอดตอบแล้วยิ้มอย่างห้ามไม่ได้

          “ผมรักพี่บาร์ครับ” ผมกระซิบข้างหูสวยๆ เบาๆ อีกครั้ง อย่างหอมแก้มแดงๆ แต่มันคงไม่เหมาะสม เลยทำได้แค่ดึงพี่เขาออกมาแล้วยิ้มให้

          “จะร้องไห้แล้ว” พี่บาร์ว่า

          “กูก็จะร้องไห้แล้วววว”

          “ขนาดนี้ไม่ปลูกสวนกุหลาบเลยล่ะ”

          “โอ๊ยแม่…ใจกู”

          “อยากได้น้องหมอเป็นผัวววว”

          ผมหันไปยิ้มให้เพื่อนๆ พี่บาร์ ตอนที่อยู่กับพี่เขามันเหมือนไม่มีใคร ไม่มีคนมอง มีแค่เราสองคน แต่ตอนนี้ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีคนมองมากขนาดนี้ ทั้งเพื่อนพี่บาร์ ทั้งคนในคณะพี่บาร์ บางคนยังไม่ลดโทรศัพท์ลงด้วยซ้ำ โอเค…แสดงว่าอีกหลายร้อยคนเห็นวันวาเลนไทน์แสนหวานของผม

          “ของกู” พี่บาร์ว่าเบาๆ อย่างเขินๆ

          “รู้แล้ว! รู้กันทั้งมหา’ลัยแล้ว” พี่ยี่หวาเดินเข้ามาแล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ กล้องหน้าโชว์ไลฟ์แบบสดๆ ผมมองกล้องแล้วยิ้มให้คนที่กำลังดู คอมเมนต์บอกอิจฉา และแสดงความยินดีมากมายจนพี่บาร์บอกขอบคุณผ่านหน้าจอเบาๆ

          “ขอบคุณทุกคนที่ยินดีด้วยนะครับ แต่ทศกัณฐ์ของทุกคนน่ะ ผมขอนะครับ” พี่บาร์บอกกับกล้อง

          “ขอไปทำไมคะ” พี่ยี่หวาถาม

          “ขอกัณฐ์มาให้ผมรัก ขอกัณฐ์ให้มารักผม” พี่บาร์บอกอีกครั้งแต่ตาสวยช้อนขึ้นมองผม

          “ก็มาดิครับ มารักกันตลอดไปนะครับ” ผมบอกกับพี่บาร์แล้วยิ้มให้พี่เขา ไม่ได้สนเสียงหวีดร้องของพี่ยี่หวา หรือเสียงกรี๊ดเบาๆ ของคนที่มองอยู่ หลายคนโวยวาย หลายคนชื่นชม แต่สำหรับผมแล้ว คนพวกนั้นไม่น่าสนใจเท่าคำว่ารักของพี่บาร์ คำว่ารักที่บอกผมอีกครั้ง

          มันแผ่วเบา…แต่ผมได้ยินชัดเจน




#TOSSARA

14/2/2019

          วาเลนไทน์ 2019 หวานกว่าเก่ามากค่ะ หวานแบบตายไปเลย นี่อ่านแล้วยิ้มค้าง ยิ้มตั้งแต่น้องกัณฐ์กับน้องมาร์คคุยกันดีๆ ยิ้มตั้งแต่พี่วีถ่ายรูปกับน้องมาร์ค แล้วยิ้มกว้างมากๆ ตอนน้องกัณฐ์ให้ดอกกุหลาบพี่บาร์ ชอบความน้องเตรียมดอกกุหลาบ ชอบความค่อยๆ ยื่นให้ ฮืออออ ขอพื้นที่คนโสดหน่อยค่ะสุดหล่ออออ คิดถึงเหลือเกิน แต่น้องจะมาแบบบอกรักแฟนให้พี่กรีดร้องไม่ได้ ถ้าแป้งเป็นใครสักคนในเรื่องก็คงจะไปไทยมุงที่ถือโทรศัพท์และกรีดร้องแน่นอน อยากเป็นพี่บาร์แต่คงไม่ได้สินะ อยากรักน้องหมอแบบพี่บาร์ แต่มาดิครับไม่ได้เพราะไม่ใช่พี่บาร์น้องก็ไม่เชิญชวน รักกันนานๆ ไปเลยจ้า~ หวานกว่านี้คนอ่านอาจจะไหวแต่คนเขียนไม่ไหวแล้วค่า~

ทวีตเตอร์ : @pflhzt

เฟซบุ๊ก**: faddist**

ความคิดเห็น