ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 21 :: คืนเกียร์กับบันทึกของหมี

ชื่อตอน : โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 21 :: คืนเกียร์กับบันทึกของหมี

คำค้น : ฑิวากรณ์ โลจิสติกส์ สิงฆ์เมียร์แคต ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.2k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2562 19:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 21 :: คืนเกียร์กับบันทึกของหมี
แบบอักษร

จบเรื่องวุ่นวายพวกผมลงมติว่าจะโดดเรียนกันส่วนเรื่องย้ายคณะ พี่ฟ้าบอกว่าติดปัญหาตรงที่มหาลัยเรามีข้อบังคับว่าต้องศึกษาอย่างน้อย 1 เทอมและคะแนนที่สอบเข้าต้องมากกว่าคนที่สอบเข้าโลจิสฯคะแนนต่ำสุด อย่างเช่นผมสอบเข้าโลจิสฯได้คะแนน 700 แต่ไอ้บัวได้ 720 โซ่ 650 คนที่ย้ายได้ก็มีแค่บัวคนเดียว โซ่ไม่ได้

"คะแนนต่ำสุดเท่าไหร่แล้วใครเป็นเจ้าของคะแนน"

พี่สิงฆ์ถามพี่ฟ้าที่ยืนถือเอกสารอยู่ ผมค่อยๆเบือนหน้าไปทางอื่นพร้อมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

"มนัสนันท์ ลีลากุล สอบได้ 690 คะแนนและนั่นคือน้องเมียร์แคตของเรานั่นเองจ้า"

โคตรอาย TT ผมโง่นี่หว่า... นี่ผ่านแบบฉิวเฉียดเลยนะ แต่ดีหน่อยที่ผลงานในพอร์ตโฟลิโอผมเยอะ ช่วง ม.ปลาย ผมเก็บกิจกรรมเสียส่วนใหญ่อ่ะมันเลยมีในพอร์ตฯแบบไม่ต้องอายส่วนเรื่องคะแนนสอบ...อันนี้อายจริงจัง TT

"แล้วบัวกับโซ่ได้เท่าไหร่"

ไอ้พี่สิงฆ์มันถามทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่กลั้นขำ ผมนี่อยากหันไปทุบเหลือเกินนน

"บัวได้ 950 อ่ะ บัวโง่นะแต่บัวแค่ฉลาดกว่าไอ้แคตมัน"

"หุบปากเลยลูกตาทัศ กูมันเด็กกิจกรรม"

ผมหันไปถลึงตาใส่ บัวมันทำปากล้อเลียนแล้วหันไปคิกคักกับไอ้โซ่ พวกเชี่ยยย

"ผมพันอัพมั้ง จำไม่ได้แล้วพี่"

จ้ะ ไอ้สัสนี่ฉลาดสุดในกลุ่มล่ะ หน้าแก่ๆกับสมองเกินวัยทำให้มันฉลาดจ๊าดดด ตอนสอบนี่ไม่เคยให้ลอกอ่ะ ทำเสร็จก่อนเพื่อนตลอด ท็อปหนึ่งตลอดแต่พอเป็นกิจกรรมเสือกไม่เอาถ่าน

"หึๆ ดีหน่อยที่มหาลัยนี้ไม่ค่อยเคร่งคะแนนแต่เรื่องย้ายคงต้องรอสักพักนั่นแหละนะแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ชินกับวิศวะแล้วไม่อยากย้ายก็บอกพี่แล้วกัน"

ไอ้พี่สิงฆ์ก็คนดีเกิ๊นอ่ะแต่ผมก็เห็นด้วยแหละ คณะวิศวะคือคณะที่มันสองคนอยากเข้า ไม่ได้หวังช็อปกับเกียร์แค่อยากเรียนวิศวะเฉยๆก็เท่านั้น

"เดี๋ยวพวกพี่ไปเรียนก่อน นั่งรอนี่แล้วกันเดี๋ยวตอนเย็นๆเลิกเรียนพี่พาเที่ยวตลาด"

พี่สิงฆ์บอกแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนมือหนาจะโยกหัวผมเบาๆ ผมปัดออกก่อนถลึงตาใส่มัน พี่สิงฆ์หัวเราะแล้วเดินหล่อๆขึ้นตึกไปพร้อมๆกับพวกพี่อิ๊ก ตั้งแต่จบเรื่องพี่สามคนนั้นนิ่งมากอ่ะ ขนาดพี่ไพ่ที่ต๊องๆยังนิ่งเลยสงสัยเรื่องของพี่หมียังคงสะเทือนใจพวกพี่อยู่ เพื่อนที่คบมาสิบห้าปีกลับตัดได้ง่ายๆ ผมถอนหายใจก่อนฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

"พวกมึงไลน์ชวนไอ้ปาล์มมาที ให้มันโดดมาอยู่กับเพื่อนนี่"

ผมพูดบอกก่อนตะแคงหน้าหันไปหาไอ้โซ่ มันพยักหน้าแล้วไลน์หาไอ้ปาล์ม ไอ้ห่านี่อยู่ตึกไกลกว่าใครเขาเลย มันเลยไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ผมจะเล่าให้มันฟังด้วย สงสารมันอ่ะ อดเสือกไปโดยปริยาย

"เดี๋ยวมันแอบออกมา"

"เค"

ผมพยักหน้า ไอ้โซ่เลนเล่นเกมมันไป

"แล้วเกียร์พี่หมีมึงจะเอาไง"

ไอ้บัวถาม ผมยืดตัวขึ้นแล้วล้วงเอาเกียร์ที่นอนนิ่งๆในกระเป๋ากางเกงออกมา

"คืนดิ แต่เมื่อกี้กูไม่ได้นึกถึงเกียร์มันเลยอ่ะ กูนึกเรื่องพวกมึงอย่างเดียว กูกลัวพวกมึงทิ้งกูอ่ะแบบที่พี่หมีทิ้งพวกพี่สิงฆ์"

มองเกียร์ในมือแล้วถอนหายใจ

"ทิ้งทำส้นตีนไร เพื่อนที่ทำหน้าโง่ๆได้ทุกเรื่องแบบมึงหาไม่ได้แล้วนะเว้ย"

ผมเอื้อมมือไปตบหัวไอ้บัวทันที ไอ้ฉัด เพื่อนเลวแทนที่จะสำนึกเสือกหัวเราะ เนี่ยย เพราะมันกวนตีนแบบนี้ไงจะไม่ให้รักได้ไงอ่ะ ถ้าเสียพวกมันไปผมต้องร้องไห้แน่ๆอ่ะ

"พวก เหี้ย! แฮ่กๆ..."

ไอ้ปาล์มวิ่งมาแล้วครับแล้วตอนนี้มันกำลังยืนมือค้ำเข่าหอบแฮ่กๆอยู่ ไอ้ปาล์มนั่ลงฝั่งเดียวกับบัวแล้วเอนพิงบัวมัน เหมือนไม่ได้เจอหน้ามันมาเป็นชาติ มันดูโทรมนิดๆ

"คณะมึงเรียนหนักตั้งแต่ปีหนึ่งเลยหรอวะ"

"สุดๆอ่ะสัส! กูว่าจบเทอมนี้จะขอย้ายอ่ะ ที่บ้านก็โอเคแล้วด้วยเพราะกูไม่กินข้าวประท้วง กูไม่ไหวอ่ะ เรียนหนักเกินความจำเป็น"

ปาล์มบ่นแล้วดึงเสื้อตรงอกเบาๆไล่ความร้อน แม้ลมเย็นๆจะพัดผ่านใต้ตึกแต่ที่มันวิ่งมาก็แดดทั้งนั้น

"ปาล์ม ไปเป็นเพื่อนกูหน่อยดิจะเอาเกียร์ไปคืนพี่หมี"

ผมชวนมัน ผมจะไปคืนเกียร์พี่หมีอ่ะแต่ไม่กล้าไปคนเดียวเพราะประเด็นระหว่างคณะยังเดือดระอุอยู่เพราะงั้นเอาเด็กบริหารไปเป็นไม้กั้นหมาจะดีที่สุดและแน่นอนว่าคนชอบเสือกแบบมันจะตอบอย่างไม่คิดว่า

"ไปดิไปแล้วเล่าให้กูฟังด้วย"

ครับ นั่นแหละคำตอบมัน ผมเดินถือเกียร์ไปกับไอ้ปาล์มแต่พอเดินมาถึงตึกเกษตรผมกลับปวดฉี่อ่ะดิ จะอั้นก็กลัวอั้นไม่ไหว ผมมองซ้ายมองขวาแล้วเจอห้องน้ำของตึกเกษตรพอดี

"มึง กูฝากเกียร์แปปดิ ปวดเย่มาก"

ไอ้ปาล์มรับเกียร์ไปถืองงๆส่วนผมรีบวิ่งจู๊ดไปที่ห้องน้ำ ไม่ไหวเล้ยย ทำไมมาปวดตอนสำคัญๆเนี่ยไอ้กระเพาะปัสสาวะะะ

หลังจากเมียร์แคตวิ่งไปห้องน้ำ ปาล์มก็ยืนโง่ๆอยู่หน้าตึกเกษตรพร้อมสร้อยเกียร์ในมือ มือเรียวยกสร้อยเกียร์ขึ้นอยู่ในระดับใบหน้า แววตาจับจ้องด้วยความสงสัยกับสภาพเกียร์ที่เหมือนมีเรื่องราวมากมาย ทั้งรอยขีดข่วนที่อยู่บนเกียร์และฟันเฟืองรอบๆบางอันมันทู่จนเสียความแหลม

ปาล์มถอนหายใจแล้วลดระดับสร้อยลงก่อนมองซ้ายมองขวาแล้วชะเง้อไปทางห้องน้ำของตึกเกษตรว่าเมื่อไหร่เมียร์แคตจะมาโดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของตัวปาล์มทำให้เจ้าของเกียร์ที่เดินมาพอดีมองด้วยความโกรธ

[บันทึกพิเศษ :: หมี]

หมับ!

"มึงขโมยมันมาจากไหน?!"

ทันทีที่เห็นสร้อยเกียร์ในมือของไอ้เด็กนี่ผมไม่รอช้าที่จะก้าวยาวๆแล้วคว้าข้อมือมันก่อนบีบเต็มแรง สร้อยเกียร์เส้นนี้มันควรจะอยู่กับเมียร์แคตมากกว่าไอ้เด็กตัวเล็กคนนี้!

"เจ็บนะเว้ยพี่! อะ อ้าว พี่หมีนี่ เจ็บๆๆ! ปล่อยผมก่อน!"

มันรู้จักผม?แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับสร้อยเกียร์ในมือมัน! มันต้องขโมยมาจากเมียร์แคตแน่ๆจากการยืนลับๆล่อๆชะเง้อมองนั่นนี่อย่างกับกลัวใครจะมาเห็น นี่มันพฤติกรรมของคนขี้ขโมยชัดๆ!

"กูถามว่ามึงขโมยมันมาจากไหน!"

ผมตะคอกเสียงถามมันอีกครั้งพลางจ้องหน้าขาวๆของมันที่เหยเกเพราะความเจ็บ

"ผมไม่ได้ขโมย! แคตมันฝากผมไว้! มันจะเอามาคืนพี่!"

คำตอบขอบมันทำผมขมวดคิ้วแต่ผมไม่เชื่อมันหรอกว่ะ ท่าทางลับๆล่อๆของมันไม่น่าเชื่อเลยสักนิด!

"เห้ยพี่หมี! ปล่อยเพื่อนผมนะเว้ย!"

ผมชะงักกับน้ำเสียงที่คุ้นเคยก่อนปล่อยข้อมือของไอ้เด็กนี่ออกแล้วมองเมียร์แคตที่วิ่งเข้าไปหาเพื่อนพลางจับข้อมือดูด้วยความเป็นห่วง เด็กนี่...เพื่อนเมียร์แคตจริงๆหรอ?

"มึงเป็นไรไหมอ่ะปาล์ม"

"ไม่ๆ พี่หมีเขาเข้าใจผิดอ่ะคิดว่ากูขโมย กูไม่เป็นไรๆ"

มันบอกกับเมียร์แคตก่อนส่งสร้อยเกียร์ให้ เมียร์แคตรับสร้อยคืนก่อนหันมองผม ผมมองหน้าน้องด้วยความรู้สึกผิด ผมไม่อยากให้เมียร์แคตเห็นผมในด้านแย่ๆแต่ทุกๆสิ่งที่ผมทำ ผมมีเหตุผลของผมและบางเหตุผลผมไม่สามารถบอกกับใครได้

"พี่หมีครับ ผมเอาเกียร์มาคืนพี่"

ผมมองมือเรียวที่ยื่นสร้อยมาตรงหน้าแล้วหลับตาลงก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นี่น้องมันเอามาคืนผมจริงๆงั้นหรอวะ ผมลืมตาขึ้นแล้วมองหน้าน้องมันนิ่งๆ

"ทำไมถึงคืนครับ พี่อยากให้เราเก็บไว้"

"ต่อให้ผมคบกับคนอื่นที่ไม่ใช่พี่น่ะหรอ?"

จุกชิบ... ผมให้เกียร์เพราะคิดว่าผมจะพิชิตใจน้องมันได้ด้วยความจริงใจของผมแต่เปล่าเลย ทุกๆอย่างล้วนไม่เป็นใจ ผมกับน้องอยู่คนละคณะแถมคณะเราเป็นไม้เบื่อไม้เมามาตั้งแต่ไหนแต่ไรอีก น้องมาอยู่หอแต่ดันอยู่หอหนึ่งห้องเดียวกับไอ้สิงฆ์ ทั้งที่คิดว่าน้องจะออกจากหอในสามวันเหมือนกับคนอื่นๆแต่เปล่าเลย น้องมันยังอยู่กับสิงฆ์จนปัจจุบันแถมไอ้สิงฆ์ดูแลดียิ่งกว่าอะไรแล้วผมจะเอาอะไรไปสู้?

ล่าสุดคือเรื่องที่ผมตวาดเพื่อนน้องต่อหน้าน้องมัน ผมไม่ได้อยากทำแต่ด้วยเหตุผลบางอย่างผมจึงไม่สามารถปล่อยผ่านได้ ผมถอนหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นความรู้สึกบางอย่างก่อนก้มหน้าลงมองเท้าตัวเอง ผมคงเดินมาหาน้องมันได้แค่นี้

"ขอบคุณครับที่ครั้งหนึ่งแคตเคยเก็บมันไว้"

ผมรับสร้อยเกียร์กลับมาก่อนกำมันแน่น

"ขอบคุณนะครับที่พี่ให้ความทรงจำดีๆกับผมแม้จะมันเป็นช่วงระยะสั้นๆก็ตาม แต่การที่พี่ทำกับเพื่อนผมแบบนั้นผมไม่โอเค ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ผมอยากบอกพี่ว่าคนที่ผมจะฝากใจไว้ คนๆนั้นต้องดีกับเพื่อนผมเหมือนที่ดีกับผมและพี่ไม่ใช่คนนั้น โชคดีนะครับพี่หมี"

ผมมองเมียร์แคตที่เดินกอดคอเพื่อนกลับไปยังตึกโลจิสฯด้วยความรู้สึกที่เจ็บจนชา หัวใจผมเหมือนหยุดเต้น มันเจ็บจนต้องกัดฟันข่มอารมณ์ที่กำลังจะปะทุขึ้นมาแล้วไหลผ่านดวงตา ผมยัดสร้อยเกียร์ลงในกระเป๋ากางเกงก่อนเดินกลับหอพัก วันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะเรียนและไม่มีอารมณ์จะเจอหน้าใครทั้งนั้น

พอมาถึงหอพักผมรีบขึ้นไปที่ดาดฟ้าของหอแล้วปิดประตูขังตัวเองอยู่ด้านบน ผมทิ้งตัวนอนลงบนพื้นก่อนมองท้องฟ้าและเมฆสีขาวที่เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆไม่หยุดนิ่งถ้าผมเป็นแบบก้อนเมฆพวกนั้นก็คงดี อิสระและมีเส้นทางของตัวเอง ผมลุกขึ้นนั่งแล้วล้วงเอาบุหรี่ออกมาจุดสูบพร้อมกับเอาเกียร์ออกมาวางไว้ตรงหน้าก่อนจ้องมันนิ่งๆ

สองครั้งแล้วที่เกียร์ถูกส่งคืนเจ้าของและเป็นสองครั้งที่ผมต้องรับหัวใจกลับมารักษาให้หายดี ไม่มีใครรู้ว่าหัวใจของผมตอนนี้เป็นรูปร่างแบบไหนและลักษณะของมันเป็นยังไง มีแค่ผมเท่านั้นที่รู้ดีและรู้ทุกอย่าง

ปลายฝน รุ่นพี่สาวสวยคณะนิเทศเป็นเจ้าของเกียร์คนแรก เธอเป็นรุ่นพี่สามในขณะที่ผมเป็นเฟรชชี่น้องใหม่ ปลายฝนเป็นคนที่สวยมากที่สุดในมหาลัยตอนนั้น เธอเป็นที่หมายปองแต่เธอเลือกเข้าหาเด็กใหม่อย่างผม ผมโดนเธอตามจีบอยู่ราวๆสองเดือนก่อนตกลงคบกัน ผมรักเธอหมดหัวใจ เธอเข้ามาช่วยเยียวยาผมหลังจากผมทำเรื่องแย่ๆกับเพื่อนรักของตัวเอง การคบกันของเราเป็นที่ตกใจและเป็นที่จับตามอง จนกระทั่งช่วงหนึ่งที่เป็นนิทรรศการของมหาลัย ผมเซอร์ไพรส์และมอบเกียร์ให้ปลายฝน เธอดีใจ เธอร้องไห้และเธอให้ผมสวมมันลงบนคอขาวระหงส์ของเธอ

ความรักของเราเหมือนจะไปได้ดีแต่พอนานวัน เธอเริ่มแสดงนิสัยจริงๆออกมา เธอขี้หึง ขี้หวง อยากได้อะไรต้องได้ ถึงบ้านผมจะมีฐานะแต่ผมให้เธอได้ไม่หมดหรอกนะ ผมอยู่ปีหนึ่งยังขอเงินพ่อแม่ใช้ ผมเกรงใจพวกท่านแล้วพอไม่ได้ของที่เธอต้องการ เธอก็จะกระชากสร้อยเกียร์แล้วโยนมันลงพื้นทุกครั้งไป ใช้เท้าเหยียบขยี้มันหลายครั้งต่อหลายครั้ง ผมทำได้แค่มองเท้าขาวๆในรองเท้าส้นสูงราคาแพงเหยียบย่ำหัวใจของผม พอเธอเย็นลงผมจะเก็บสร้อยเกียร์ขึ้นแล้วปัดฝุ่น เปลี่ยนสร้อยถึงสวมให้เธอตามเดิม

และแล้วความรักของเรามันจบลงเมื่อเธอขึ้นปีสี่ส่วนผมปีสอง เธอหันไปคบกับคนในคณะเดียวกันที่เป็นลูกชายของผู้บริหารมหาลัยแห่งนี้ เธอไม่คืนเกียร์แต่ผมต้องบากหน้าไปขอคืน ผมไม่อยากให้เธอเอาใจผมไปในขณะที่เธอรักกับคนอื่น นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรับหัวใจกลับมารักษา รอยขีดข่วนคือบาดแผลที่ยังหลงเหลือและตกสะเก็ดจนผมแกะสะเก็ดออกแล้วหายดีแม้จะมีแผลเป็นแต่ผมได้เจอคนที่เป็นยารักษาในปีต่อมา

เมื่อผมขึ้นปีสาม ทางมหาลัยมีโอเพ่นเฮาส์ เปิดมหาลัยให้เหล่าน้องๆมัธยมศึกษาปีที่หกเข้ามาดูเข้ามาชมคณะต่างๆที่ตัวเองสนใจ มันทำให้ผมนึกถึงความทรงจำเก่าๆผมเลยเลือกที่จะมาช่วยซุ้มคณะตัวเองระหว่างที่ผมกำลังยืนแจกใบปลิวให้น้องๆ สายตาผมได้จับจ้องเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ในกลุ่มเพื่อนสี่คนน้องมันเด่นสุด ทั้งขาวทั้งน่ารัก รอยยิ้มน้องมันให้พลังงานบวกมากๆ ปากอิ่มๆขยับยิ้มทุกครั้งที่พูดคุย ส่งเสียงหัวเราะชวนเพิ่มพลังใจให้คนได้ยิน ตอนน้องมันเดินมาซุ้มคณะผม ผมเอาแต่มองจนลืมแจกใบปลิว เสื้อนักเรียนสีขาวที่ปักชื่อ มนัสนันท์ ลีลากุล กับสามเหลี่ยมสามอันบนชื่อ เป็นสัญลักษณ์ว่าน้องมันอยู่ ม.6 กางเกงนักเรียนสีดำมีความยาวเหนือเข่าเล็กน้อย ถุงเท้าสั้นพอหุ้มปิดตาตุ่ม รองเท้านันยางสีดำกับกระเป๋าจาคอปแบนๆที่หนีบใต้แขน ทุกๆอย่างที่ธรรมดาแต่กลับไม่ธรรมดาเมื่ออยู่บนตัวน้องมัน

"ไอ้เมียร์แคต! กูจะลงวิศวะนะตามที่บอกอ่ะ กูขอดูก่อนมึงจะไปก่อนไหมอ่ะ"

"ไม่ๆ ไว้ไปพร้อมกัน"

ผมลอบยิ้มเมื่อได้ยินชื่อเล่น เมียร์แคต เป็นชื่อที่น่ารักมากๆและผมอยากจะแกล้งน้องมันแต่ในตอนนั้นเมียร์แคตไม่ได้มองผมเลย สายตาน้องมันเอาแต่มองนั่นนี่เหมือนหาอะไรบางอย่าง ผมเลยตีเนียนเข้าไปถาม

"หาอะไรครับน้อง?"

"คณะโลจิสติกส์อ่ะพี่ มันอยู่ตรงไหนอ่ะ?"

ใบหน้าขาวๆหันมามองผมเสี้ยววินาทีก่อนหันหาคณะโลจิสติกส์อีกครั้ง ผมแอบหน้าเสียที่น้องมันถามหาคณะไอ้สิงฆ์เพราะคณะผมกับมันไม่ถูกกันแต่น้องมันไม่ผิดผมเลยบอกทางให้

"ขอบคุณครับ"

เมียร์แคตยิ้มให้ผมจนตาปิดก่อนเข้าไปลากเพื่อนคนหนึ่งที่ตัวเล็กกว่าตนเองไปเป็นเพื่อนเหลือแค่เด็กผู้หญิงที่แมนเกินเพศและเด็กผู้ชายที่สูงเกินวัยไว้ ผมมองตามด้วยความเสียดายและหวังว่าน้องมันจะเปลี่ยนใจเข้าวิศวะกับเพื่อนอีกสองคนเพราะผมหวังว่าผมจะได้เจอเด็กผู้ชายที่เป็นคนเยียวยาแผลเป็นและเป็นคนทำให้หัวใจผมกลับมาเต้นอีกครั้ง

วันรับน้องผมรู้สึกผิดหวังที่น้องมันไม่เปลี่ยนใจ แอบมองไปที่โลจิสฯเห็นไอ้สิงฆ์เรียกน้องมันไปด้านหน้า ไม่รู้ว่าคุยอะไรแต่สีหน้าไอ้สิงฆ์ทำผมหงุดหงิด ผ่านไปสักพักก่อนที่เสียงของปีหนึ่งผู้ชายจะดังก้องแล้วแม่งทำให้ผมสติแตกจนต้องหนีไปสงบอารมณ์ตัวเอง

"เมียร์ครับ!!!"

ครับ ประโยคนี้แหละที่ดังลั่นจนคณะเกษตรที่อยู่ใกล้ๆสะดุ้ง วิศวะที่อยู่ถัดมายังได้ยิน ชื่อของเมียร์แคตที่ผมควรจะเป็นคนพูดกลับถูกชิงตัดหน้าไปก่อน ผมพยายามหลายครั้งที่จะเข้าหาแต่ไม่ว่าเมื่อไหร่น้องมันมักมีไอ้สิงฆ์อยู่รอบตัวจนกระทั่งวันนั้นน้องมันมาโรงอาหารวิศวะผมเลยเข้าไปรุกทันที เพื่อนๆผมไม่พอใจแต่ผมขอไว้และขอให้ทำตัวเป็นปกติ พวกมันเลยแซวชื่อน้องเหมือนคนอื่นๆแต่พอลับหลังกลับด่าน้องสาดเสียเทเสีย เพื่อไม่ให้น้องมันถูกด่าผมจึงให้เกียร์น้องมันไป พอเพื่อนรู้ว่าผมให้เกียร์เมียร์แคต พวกมันถึงเลิกด่าเพราะนั่นหมายถึงผมจริงจังกับน้องจริงๆ

แต่มันจบแล้วว่ะ ผมมัวแต่ยุ่งกับการเตรียมกิจกรรมขึ้นดอยรับช็อปและเซอร์ไพรส์น้องโดยการให้เกียร์ไปเลย ผมอยากทำให้เสร็จเร็วๆเพื่อที่ผมจะได้มีเวลาไปตามจีบน้องมันแต่ทว่าในวันที่ขึ้นดอย ไอ้หิน มันเริ่มก่อประเด็นโดยใช้โซ่กับบัวเป็นเครื่องมือแก้แค้นผม แก้แค้นอะไรน่ะหรอ? แก้แค้นที่ผมมีอำนาจเหนือกว่าทุกคน พี่ปีสี่ที่เป็นอดีตพี่ว๊ากล้วนฝากความหวังและอำนาจไว้ที่ผม ทำไมถึงเป็นผม?

เพราะผมเหี้ยเพื่อเสื้อช็อป เพราะผมเลวเพื่อเกียร์และผมเหี้ยเพื่อเป็นที่ยอมรับโดยการตัดสายสัมพันธ์กับเพื่อนที่คบมาสิบห้าปี ไม่ใช่ไม่เสียใจแต่ผมไม่มีทางเลือก เพราะความฝันที่อยากสร้างสถานที่ที่พิเศษให้กับครอบครัวและเพื่อนฝูงรวมถึงคนรักด้วยน้ำมือของตัวเอง ผมต้องจบวิศวะให้ได้ ผมต้องออกแบบและควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวเอง ต้องทุ่มเททั้งชีวิต ทั้งลมหายใจที่มี

มันอาจจะดูงี่เง่า ไร้สาระในสายตาของใครหลายคน แต่สำหรับผม...ความฝันของผมที่มีเพื่อทุกคนที่ผมรักมันสำคัญกับผมมาก ผมอยากสร้างมันด้วยมือของตัวเองจริงๆและผมหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นมันจะไม่สายเกินไปสำหรับการกลับมารวมกลุ่มกันครบห้าคนอีกครั้ง

กลับมาที่เรื่องของบัวและโซ่ ไอ้หินใส่สีตีไข่ทุกอย่างจนมันดึงคนไปฝั่งมันสำเร็จ ผมถูกกดดันต่างๆนาๆทั้งยังพาดพิงถึงรุ่นพี่ปีสี่ที่ฝึกงานกันหัวหมุนทั้งที่พวกเขาเคยคุ้มกะลาหัวพวกมัน แค่นั้นยังไม่พอ ถ้าหากผมไม่จัดการกับบัวและโซ่ด้วยตัวเองมันจะให้บัวกับโซ่เดินลงดอยทั้งที่ระยะทางไม่ใช่สั้นๆซ้ำยังไม่ให้เสื้อช็อปและเกียร์ สั่งรุ่นน้องปีสองและหนึ่งคนอื่นๆให้แอนตี้น้องมัน กับโซ่ผมไม่ค่อยห่วงเพราะมันเป็นผู้ชายและไม่แคร์ไม่สนใจอะไรแต่บัวเป็นผู้หญิงถึงน้องมันจะแมนเกินเบอร์แต่ผู้หญิงก็คือผู้หญิง

คิดว่าแค่นี้พอหรือยัง? ยังครับ ไอ้หินจงใจจะสั่งสอนเมียร์แคต มันรู้ว่ามีคนทั้งชอบและไม่ชอบน้องมัน มันกล่อมคนเก่งและผมเชื่อว่ามันทำได้รวมถึงเพื่อนผมอีกสี่คน พวกห่านั่นดูแลตัวเองได้ แต่คำว่า กูจะทำร้ายเพื่อนรักมึงทุกวิถีทาง ทำให้ผมทนไม่ได้

และแล้วสิ่งที่มันต้องการก็สำเร็จตามแผนมัน ผมถูกน้องมันเกลียด มีปากเสียงกับพวกไอ้สิงฆ์แรงสุดในรอบสามปีที่ต่างฝ่ายต่างอยู่ สุดท้ายนี้ไม่ว่าเรื่องราวต่อไปจะเป็นยังไง ผมยอมเป็น ผู้ร้าย เพื่อปกป้องคนที่ผมรัก ยอมเป็นคนสันดารไพร่เพื่อทำความฝันให้สำเร็จ

ผมกดปลายบุหรี่ลงบนพื้นก่อนขยี้จนมันดับแล้วเก็บเกียร์ขึ้นมาพร้อมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หมดเวลาเศร้าแล้วล่ะเพราะสถานีต่อไปคือรักษาหัวใจครั้งสุดท้ายพร้อมกับปลายทางของความฝันที่ใกล้เต็มที

[จบบันทึกพิเศษ]

******...........................................................

error loaded พี่หมี :: บางครั้งคนเราก็ต้องยอมเสียสละบางสิ่งเพื่อบางอย่างและบางครั้งการเก็บทุกอย่างไว้กับตัวเองอาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด

.....................................................................

#ดองกี้

ตอนนี้อาจจะยาวไปอย่าพึ่งเบื่อนะคะ T^T ตอนแรกตั้งใจจะเก็บไว้ในตอนพิเศษ

แต่ไปๆมาๆเฉลยเลยดีกว่าเพราะเรื่องนี้เป็น #สิงฆ์เมียร์

ถ้าเอาไว้ในตอนพิเศษอาจจะไม่เหมาะเนาะ ติดตามเรื่องราวของพี่หมีได้ใน

PS.หากคะแนนการสอบผิดพลาดตรงไหนแจ้งเลยนะคะ พอดีเราหาอ่านการย้ายคณะแล้วเจอเกณฑ์การย้ายที่ดูคะแนนแบบนี้มาเลยเอามาปรับหากผิดพลาดตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะคะ TT************

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}