ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 20 :: โลจิสฯ vs วิศวะ

ชื่อตอน : โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 20 :: โลจิสฯ vs วิศวะ

คำค้น : ฑิวากรณ์ โลจิสติกส์ สิงฆ์เมียร์แคต ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2562 19:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 20 :: โลจิสฯ vs วิศวะ
แบบอักษร

คิดแล้วก็ตลกอ่ะที่พี่มันเย็บบ๊อกเซอร์ให้ผม ถ้าทำขาดก็ปล่อยมันเถอะ อาจจะโกรธนิดๆแต่ผมไม่ทำเป็นเรื่องใหญ่หรอก พี่มันทำให้ผมมาเยอะแล้วอ่ะถ้าจะให้โกรธเพราะบ๊อกเซอร์ขาดมันก็ไม่ใช่ไง พอกลับมานอนดูหนังผมก็หยิบโทรศัพท์มาทาบหูต่อ ผมยังคุยกับเพื่อนไม่เสร็จเลย

"สรุปพวกมึงจะกลับวันศุกร์นี้หรอวะ"

(บัว - อือ เหนื่อยโคตรๆอ่ะ แถมโดนแกล้งสารพัด กูร้องก็ไม่ได้เดี๋ยวไอ้โซ่โดนหนัก)

(โซ่ - พี่หมีมึงตัวดีเลยไอ้เหี้ย ต่อหน้ามึงก็ดีอยู่ ลับหลังนี่เหี้ยดีๆนี่เอง)

"หมายความว่าไงวะ?"

ผมขมวดคิ้วแล้วรอฟังคำตอบส่วนไอ้ปาล์มมันเงียบฟังเหมือนกัน

(โซ่ - แกล้งบัวมันไง ลงบ่อโคลน แบกไม้ ใช้จุดไฟ ห้ามให้ใครช่วยพอกูเข้าไปก็ขู่เรื่องเสื้อช็อปกับเกียร์ กูแคร์ที่ไหนล่ะ)

น้ำเสียงไอ้โซ่บ่งบอกว่ามันไม่โอเคมากๆและมันพร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ แต่พี่หมีทำกับเพื่อนผมแบบนี้จริงดิ?

(บัว - กับมึงเขาอาจจะดีแต่กับพวกกูมันไม่ใช่ว่ะ แล้วยิ่งพวกพี่มันรู้ว่ากูกับโซ่รู้จักมึงมาหกปีมันยิ่งแกล้งอ่ะบอกว่ารู้จักกับเด็กโลจิสฯมานาน สมควรโดน เหี้ยเหอะ)

"แล้วถ้ามึงสองคนกลับมาก่อน จะไม่โดนหมายหัวหรอวะ"

(โซ่ - พี่มันก็ไล่อยู่แล้วจะหมายหัวก็ช่างแม่ง ยังไงพวกกูเดินลงดอยเองได้ว่ะไม่ต้องพึ่งรถเหี้ยแม่งหรอก)

"กูขอโทษนะเว้ย ถ้ากูลงวิศวะกับพวกมึง พวกมึงคงไม่เจอเรื่องแบบนี้อ่ะ"

(ปาล์ม - เลิกโทษตัวเองได้แล้วไอ้ห่า ไม่มีใครโทษมึงเลยสักคนแล้วถ้ามันเป็นงี้จริง มึงคืนเกียร์เหอะว่ะ)

"เออ กูรอพี่มันกลับมาก่อน"

ถ้าชอบผมแต่ไม่ชอบเพื่อนผม ผมก็ไม่เอาอ่ะไม่แม้แต่จะเปิดใจให้ด้วย ตอนแรกก็มองเป็นคนดีแต่ตอนนี้ผมขอลาขาดล่ะ เราสี่คนคุยกันอีกชั่วโมงกว่าๆก็วางสาย ผมถอดสร้อยเกียร์ออกจากคอแล้วมองเกียร์สีเงิน เกียร์มันมีตำหนิอย่างที่พี่มันเคยพูด มันมีรอยขีดข่วนเต็มไปหมดเลย ที่มุมเฟืองแหลมๆบางอันมันทู่อ่ะเหมือนถูกปาลงพื้นอย่างแรงและไม่น่าจะครั้งเดียวด้วย

"อะไร คิดถึงมันไง?"

ผมหันมองคนถามแล้วส่ายหัว พี่สิงฆ์มันเดินมานั่งข้างๆแล้วจิ้มลูกชิ้นกับโรตีหวานๆเข้าปาก

"ผมจะคืนอ่ะและดูเหมือนว่าบัวกับโซ่จะไม่ได้ช็อปกับเกียร์"

ผมวางสร้อยเกียร์บนโต๊ะกระจกที่เต็มไปด้วยของกินก่อนยกเป๊ปซี่ขึ้นดื่ม

"ตอนเอาไปคืน ปาใส่หน้ามันเลยนะ เอาให้เฟืองกระแทกตาแตกไปเลย"

"ทำไมพี่เกลียดพี่หมีจังอ่ะ? บอกได้ป้ะ?"

ผมวางขวดเป๊ปซี่แล้วหันไปหาพี่มันพลางยกขาขึ้นกอดเกยคางบนหัวเข่า พี่สิงฆ์มันมองหน้าผมก่อนหันมองจอแล้วถอนหายใจ

"ก็เรื่องคณะนั่นแหละ ตอน ม.6 กลุ่มพี่มีห้าคนหนึ่งในนั้นคือไอ้หมี พวกพี่เลือกลงมหาลัยฑิวากรณ์เหมือนกันแต่คนละคณะ มีไอ้หมีคนเดียวที่ไปวิศวะ ตอนแรกมันก็ดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม"

"....."

"จุดเปลี่ยนคือวันรับน้อง เรื่องราวความหลังของคณะและความบาดหมางระหว่างสองคณะถูกเล่าให้พวกพี่ฟังในคืนรับน้องของคณะโลจิสฯแต่พวกพี่ไม่ได้คิดอะไร เรื่องมันนานเกินกว่าจะมานั่งคิดนั่งแคร์แต่กับไอ้หมีมันไม่ใช่"

"....."

ผมมองหน้าพี่สิงฆ์ที่ตอนนี้แสดงความรู้สึกหลากหลาย ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งงง ผิดหวัง สับสน เสียใจและอื่นๆอีกมากแต่ผมไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะไม่อยากขัดพี่มัน

"วันรับน้องวันถัดมาน่าจะช่วงบ่ายๆ พี่ อิ๊ก ไพ่และแฮมไปหามันที่คณะวิศวะ ตั้งใจจะชวนมันไปกินข้าวนอก ม. แต่ตอนไปถึงคณะมัน ไอ้หมีมันนั่งรวมกับรุ่นพี่ปีสองพร้อมเสื้อช็อปและเกียร์ที่มันได้ก่อนใคร ตอนที่พี่เรียกมัน สายตาของไอ้หมีคือใครสักคนที่พี่ไม่รู้จัก ไอ้อิ๊ก ไอ้ไพ่ ไอ้แฮม ไม่มีใครรู้จักปีหนึ่งวิศวะที่ชื่อหมีเลย"

"...."

"มันไม่ลุกมาหาไม่หือไม่อือแค่หันมองแล้วหันกลับไปคุยไปหัวเราะกลับพวกปีสองปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

พี่สิงฆ์ถอนหายใจแล้วหันมองหน้าผม สีหน้าเขาเจ็บปวดมากอ่ะ

"ความรู้สึกตอนที่โดนเพื่อนรักเพื่อนสนิทที่คบมา 15 ปี เมินใส่มันเป็นอะไรที่โคตรเจ็บเลยว่ะแต่พี่ใจดีสู้เสือเดินไปหามันแล้วชวนอีกครั้ง รู้ไหมว่ามันพูดอะไร?"

15 ปี...นี่คบมาตั้งแต่อนุบาลเลยหรอ?

"...."

"พวกมึงไม่ใช่เพื่อนกู ไสหัวไปซะ ตอนนั้นพี่รู้เลยว่ามันคงรู้เรื่องและเลือกคณะที่มันเล็งมาตั้งแต่ ม.1 ไว้ตั้งแต่แรกแต่พี่พูดเลยนะ ถ้าพี่รู้เรื่องราวพวกนี้ก่อนเลือกคณะ พวกพี่คงไปวิศวะเหมือนกัน ความเป็นเพื่อนแม่งขาดสะบั้นตั้งแต่วันนั้นและคงเป็นไปตลอดชีวิต"

"ถ้าพี่หมีกลับมาขอคืนดี พี่จะทำไงอ่ะ"

ผมถามแล้วจิ้มลูกชิ้นเข้าปากบ้าง พี่สิงฆ์เบ้ปากแล้วยกขาขวาขึ้นพาดขาซ้ายก่อนกระดิกเท้ายิกๆ แขนแกร่งยกกอดอก สีหน้าเหมือนเด็กถูกแย่งของเล่นอ่ะ

"ถีบยอดหน้าไงแล้วไม่คืนดีด้วย เสียความรู้สึกและสายสัมพันธ์สิบห้าปีไปหมดแล้ว ตลอดสามปีที่เป็นคนไม่รู้จักมันทำให้พี่เกลียดไอ้หมีมากขึ้นแต่กับไอ้สามตัวนั้นพี่ไม่รู้"

พูดแล้วก็ถอนหายใจแรงๆ ผมหัวเราะก่อนจิ้มโรตีปาดนมในจานกระดาษเยอะๆก่อนยื่นไปตรงหน้าพี่มัน

"อ่ะๆ กินของหวานดับหัวร้อนก่อน"

"อ้วนนะครับ"

ปากบอกอ้วนแต่พี่อ้าปากกิน พี่เป็นเชี่ยรายยยยย

"เอ้อ เราบอกว่าใส่ตอนอยู่กับพี่นี่จะใส่จริงๆหรอ?"

"ทำไม"

พี่มันหมายถึงที่ผมพูดในห้องน้ำใช่ป้ะวะ

"พี่จะได้ไม่เย็บแล้วทำให้มันขาดกว่าเดิม พี่เบื่อเห็นเราจากภายนอกแล้วว่ะ"

"....."

"พี่อยากเห็นเราจากภายในมากกว่า"

ปึก!

"ไอ้พี่เชี่ยย ไอ้ฉัด! จังไร! กูก็ใส่เกงในมะพีี่มึงง!"

ขาผมดีดถีบเอวพี่มันทันที ไอ้พี่สิงฆ์หัวเราะลั่นห้องก่อนจิ้มโรตีเข้าปากทีเดียวสามชิ้น เมื่อกี้มึงบอกอ้วนแต่ตอนนี้มึงกินไม่เผื่อกูเลยอ่ะ พี่เวงงงงง

วันต่อมา

09.20 น. @มหาวิทยาลัยฑิวากรณ์ ตึกคณะโลจิสฯ

ตอนนี้มหาลัยเรากำลังมีเรื่องบางอย่างที่เป็นเรื่องใหญ่และดึงดูดสายตาของคนทั้ง ม. รวมถึงผมและพวกพี่สิงฆ์ด้วย ผมกับพวกพี่สิงฆ์ยืนอยู่หน้าตึกแต่หันหน้าไปทางตึกวิศวะที่ตอนนี้มีรถบัสสีดำแดงลายกราฟฟิคคันใหญ่จอดอยู่ นี่มันวันพฤหัสเองอ่ะแต่พวกเขากลับมาแล้วทั้งที่รับช็อปเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ตามโปรแกรมที่พวกเขาตั้งไว้

ผมมองพี่หมีที่ยืนเท้าเอวอย่างหัวเสีย สีหน้าเขาหงุดหงิดมากๆ คิ้วขมวดสุดๆ ถ้าถามว่าทำไมผมเห็นชัด ตึกคณะเราห่างกันแค่ตึกเกษตรกั้นเองครับ มหาลัยนี้สร้างตึกแต่ละคณะไม่ห่างกันมากยกเว้นพวกแพทย์ บริหารจะอยู่ไกลหน่อย

"จะชักช้ากันทำไม!! ลงมาสักทีสิวะ!!"

พี่หมีตะคอกเสียงดังกังวาน ในน้ำเสียงมีแต่ความโกรธและหงุดหงิด คนบนรถเริ่มทยอยลงมา พวกเขาแต่ละคนเดินก้มหน้าลงมายืนเรียงแถวกระดาน มือกุมเป้านิ่งส่วนพวกผู้หญิงที่มีจำนวนน้อยถูกบังคับให้ไปยืนด้านหน้า

"นี่เป็นปีแรกที่การรับช็อปและเกียร์พังไม่เป็นท่า!!! สนุกกันมากหรอครับ?! จะยืนก้มหน้ากันทำไม!?! มองหน้าผมเดี๋ยวนี้!!!"

อือหือ พี่หมีแม่งว๊ากจริงจังมาก ปีหนึ่งสะดุ้งแล้วเงยหน้ากันหมด ผมเห็นไอ้บัวแล้วมันหน้านิ่งมาก มากจนผมตกใจ ผมคบมันมาตั้งแต่ ม.1 ไม่เคยเห็นมันนิ่งขนาดนั้นเลยส่วนไอ้โซ่ มันยืนอยู่แถวหลังสุดแต่ผมไม่เห็นสีหน้ามันเห็นแต่ความสูงปานเปรตอย่างเดียว

"ความผิดพลาดที่ทำแผนล่มไม่เป็นท่ามันเป็นเพราะอะไร!!! ใครรู้?! ตอบผมมา!"

พี่หมีมันไปกินผึ้งจากไหนวะ มันว๊ากจนเพื่อนต้องบีบไหล่ให้เย็นลง

"เพราะเพื่อนร่วมคณะมีเพื่อนอยู่โลจิสติกส์ครับ!!!"

คำตอบที่เสียงดังฟังชัดเจนทำให้คนบริเวณนี้หันมาทางคณะผม รวมถึงพี่หมี เขาดูตกใจที่เห็นผมแต่แค่แปปเดียวสีหน้าเขาก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม ผมสบตาไอ้บัวก่อนเลื่อนไปหาไอ้โซ่ สองคนนี้...มันจะถูกบีบจนตัดผมหรือเปล่าวะ ผมรู้สึกตัวเย็นมือเย็นไปหมด ปากแห้งจนต้องเลียมัน

"ดูท่าไอ้ปีหนึ่งนั่นคงอยากกินตีนเด็กโลว่ะ"

พี่แฮมพูดเสียงเรียบ เขาถอดแว่นที่สวมออกก่อนมัดผมครึ่งหัวเหมือนวันรับน้อง

"ใครรู้ตัวว่ามีเพื่อนอยู่โลจิสติกส์ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าครับ!!!"

พี่หมีตะโกนอย่างกดดัน ไอ้บัวกับไอ้โซ่ก้าวออกมา นักศึกษาที่มุงอยู่ต่างแหวกทางให้จนตอนนี้หน้าตึกเกษตรมันโล่งทำให้วิศวะกับโลจิสติกส์เผชิญหน้ากันจังๆ ความห่างหนึ่งช่วงตึกไม่ใช่อุปสรรคเลย

บัวกับโซ่ถูกพวกเพื่อนๆของพี่หมีจับแขนแล้วลากมาหยุดหน้าตึกเกษตร ผมรู้สึกแย่มากที่เห็นบัวกับโซ่ไม่มีความสุข พี่หมีเดินตามมาทีหลังก่อนหยุดข้างโซ่ ผมมองเขาด้วยความผิดหวังแต่เขาเลือกที่จะหลบตาผม

"พวกมึง"

พี่หมีพยักเพยิดหน้าให้เพื่อนของเขา เพื่อนพี่มันพยักหน้าก่อนเดินกลับไปที่รถบัสแล้วกลับมาพร้อมกับเสื้อช็อปสองตัวที่อยู่ในถุงพลาสติก มันถูกพับเรียบร้อยอยู่ในนั้น

ปุบ...ปุบ...

เสื้อช็อปถูกโยนลงตรงหน้าบัวและโซ่ก่อนที่พี่หัวเกรียนจะวางเกียร์ลงบนช็อป ไอ้เหี้ย โคตรบังคับโคตรกดดันเลยอ่ะ ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนเดินเข้าไปหาแล้วหยุดตรงหน้าบัวกับโซ่

"กูขอโทษ..."

เสียงผมเบามากแต่ผมเชื่อว่าพวกมันได้ยิน

"พวกมึงเลือก!! จะเป็นวิศวะเต็มตัวหรือเป็นวิศวะแค่ลมปาก! ถ้าอยากเป็นเต็มตัวหยิบเกียร์กับช็อปแล้วหันหลังให้เพื่อนมึงซะ!แต่ถ้ามึงอยาเป็นแค่ลมปาก..."

"....."

"ให้คุกเข่าแล้วขอโทษพวกกู!!"

ผมมองคนพูดอึ้งๆ สรรพนามมันเปลี่ยนไปแล้วแต่คนพูดยังเป็นคนเดิม นี่คือพี่หมีจริงๆหรอวะ ใช่พี่หมีที่พูดดีผมคนนั้นหรอ

"อย่าทำเหมือนน้องมันจะระยำเหมือนมึงไอ้เหี้ยหมี"

พี่สิงฆ์พูดขึ้นแล้วเดินมาหยุดข้างผมก่อนดันให้ผมเข้าไปหลบหลังเขาแต่ผมไม่หลบ ผมไม่ได้ืำอะไรผิดและผมไม่กลัวพี่หมี พี่สิงฆ์เลยเลือกจับมือผมแล้วกระชับแน่นก่อนที่เขาจะพูดอีกครั้ง

"เอาตัวเองเป็รบรรทัดฐานให้กับรุ่นน้องคิดว่าเท่มากมั้ง? ถ้าไม่อายฟ้าอายดินมึงก็หัดอายหมาบ้าง หมามันยังซื่อสัตย์มากกว่ามนุษย์ประเสิร์ฐแบบมึง"

"อย่ามาเสือกเรื่องคณะกู!"

พี่หมีโวยแล้วทำท่าจะเข้ามาหาเรื่องพี่สิงฆ์แต่เพื่อนๆเขาเข้าไปจับตัวไว้ก่อน

"คำพูดนั้นพวกกูต้องคืนให้มึงว่ะเพื่อนรัก ไม่สิ เพื่อนระยำ"

พี่แฮมก้าวขึ้นมาบ้าง ผมเห็นว่าเขากัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสัน สายตาพี่เขาที่มองพี่หมีมีแต่ความเกลียดชัง พี่แฮมแค่นยิ้มเมื่อพี่หมีเงียบก่อนที่พี่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "หยุดเอาสันดานไพร่ของมึงมายัดเยียดน้องมันได้แล้ว มึงเก็บไว้ใช้กับแค่ตัวมึงและเพื่อนๆที่แสนดีของมึงไปก็พอ"

"ปากดีเหมือนเดิมนะไอ้สัสแฮม"

"ตีนกูยังดีเหมือนเดิมด้วยหรืออาจจะมากขึ้น ลองแดกหน่อยมั้ย?"

พี่แฮมปลดเนคไทเตรียมพุ่งชนมากแต่พี่อิ๊กเข้าไปห้ามไว้ก่อน พี่แฮมปัดมือพี่อิ๊กแล้วถอนหายใจแรงๆอย่างไม่สมอารมณ์ส่วนพี่ไพแค่มองนิ่งๆแต่เห็นว่าเส้นเลือดปูดตามขมับแล้ว

"พวกมึงหยุดแล้วให้เพื่อนเมียร์ตัดสินใจ"

พี่สิงฆ์ห้ามทัพก่อนสายตาทั้งหมดจะไปหยุดที่บัวและโซ่ ผมกลัวมาก กลัวคำตอบของพวกมัน ผมกลัวโดนหักหลังเหมือนที่พี่สิงฆ์โดน มันต้องเจ็บมากแน่ๆ

"โซ่..."

ผมครางชื่อมันเสียงเบาเมื่อมันก้มหยิบเสื้อช็อปกับเกียร์ก่อนหันไปหารุ่นพี่คนที่วางช็อป พี่สิงฆ์บีบมือผมแน่นขึ้นแต่ผมไม่รับรู้อะไรแล้วอ่ะ ปากผมเริ่มสั่น ผมกลัวเพื่อนทิ้งผม ใครจะทิ้งผมก็ได้อ่ะแต่ไม่ใช่ไอ้สามตัวที่ผมมีอยู่

พรึ่บ...!

"เอาไปให้พ่อมึงใส่ไป"

โซ่ฉีกซองพลาสติกที่ห่อเสื้อช็อปออกก่อนโยนเสื้อช็อปใส่หน้าพี่มันส่วนเกียร์โยนใส่หัวคิ้วแต่ไม่แตก มันเดินเข้าหาผมก่อนกอดคอผมแน่น

"กูทิ้งลูกยายปิ่นไม่ได้ว่ะ หกปีมันสำคัญกว่าเดือนกว่าๆของคณะห่านี่อีก"

"ลูกยายนวล..."

โคตรซึ้ง... ทีนี้เหลือไอ้บัว ผมมองไปที่ไอ้บัวที่ตอนนี้นั่งยองๆหยิบเสื้อช็อปขึ้นไปกอดไปจูบรวมถึงเกียร์ด้วย

"กูยอมเรียนเสริมเพื่อสอบเข้าวิศวะให้ได้ อยากใส่ช็อปไปอวดแฟนเก่าที่ทิ้งกูไปมีผัววิศวะ อยากเอาเกียร์ไปปาหน้าที่เอาเกียร์ผัวมาเย้ยกู"

ไอ้บัวพูดไปลูบเกียร์กับเสื้อช็อปไปด้วย เอ่อ แฟนเก่ามันเป็นผู้ชายอ่ะแต่ว่าไอ้บัวแมนกว่าแฟนมากจนใครๆก็ชอบล้อว่าบัวเป็นผัว สุดท้ายมันก็ทิ้งไปบัวไปมีผัวแม่งเลย บัวช็อกอยู่สามวันก่อนตามไปด่ายันบ้าน ไม่ได้ด่าเพราะทิ้งมันไปมีผัว แต่ด่าเพราะด่ามันว่าไม่ใช่ผู้หญิง

"แต่พวกพี่รู้อะไรป้ะ กลุ่มกูอ่ะนอกจากลูกยายนวล ลูกยายแอน ลูกยายปิ่น มันขาดลูกตาทัศอย่างกูไม่ได้อ่ะ"

ไอ้บัววางช็อปกับเกียร์ลงตามเดิมแล้วเดินข้ามมาหาผม ผมโคตรอยากร้องไห้เลยแม่งงง พวกเหี้ยนี่...รักฉิบหายยย

"เห็นไหมว่าน้องมันไม่เหมือนมึง หยุดมโนว่าการทิ้งเพื่อนแล้วเลือกคณะมันเท่"

"....."

"มันไม่ได้เท่แต่มันน่าสมเพช"

ผมมองพี่หมีนี่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาก่อนหันหลังกลับไปกับพวกพี่สิงฆ์ รวมถึงบัวกับโซ่ด้วยและนี่คงเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดหลังจากผ่านความบาดหมางมาหลายปีของคณะโลจิสฯและวิศวะแต่เชื่อเถอะว่าฝั่งผมไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นแต่เป็นพวกเขาต่างหากที่ไม่ยอมหยุดสักที

"อยากย้ายคณะไหมล่ะ ถ้าจะย้าย พี่จะจัดการให้ทุกอย่าง"

พี่สิงฆ์บอก พอบัวกับโซ่พยักหน้า พี่สิงฆ์ก็หันไปหาพี่อิ๊กก่อนยกโทรศัพท์ติดต่อพี่ฟ้า เรื่องย้ายคณะพวกพี่ว๊ากจะเป็นคนจัดการให้ทั้งหมดส่วนเข็มกลัดจะได้รับก็ต่อเมื่อเรื่องย้ายคณะผ่าน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}