ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 19 :: บ๊อกเซอร์และรอยเย็บ

ชื่อตอน : โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 19 :: บ๊อกเซอร์และรอยเย็บ

คำค้น : ฑิวากรณ์ โลจิสติกส์ สิงฆ์เมียร์แคต ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.7k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2562 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 19 :: บ๊อกเซอร์และรอยเย็บ
แบบอักษร

"ถอดชุดใส่ตะกร้าเลยนะเมียร์ พี่จะได้ซัก"

"อือ"

ผมรับปากพี่มันแล้ววางถุงของกินไว้ที่ห้องนั่งเล่นก่อนเดินเข้าไปในห้องถอดเข็มกลัด เนคไท เสื้อและกางเกงรวมถึงบ๊อกเซอร์ตัวโปรดลงในตะกร้าหน้าตู้เสื้อผ้า ผมมองบ๊อกเซอร์ของตัวเองก่อนจับมันขึ้นมาแล้วกอดหอมด้วยความรัก ตัวนี้ผมซื้อเองเลยนะ ซื้อตอน ม.3 เป็นลายสก็อตธรรมดาๆที่ตอนนี้มันเก่าและบางมาก! เหมือนสภาพการใช้งานเริ่มถดถอยแต่ผมไม่อยากทิ้งอ่ะ เป็นของชิ้นแรกที่เก็บเงินซื้อเอง สามตัวร้อยแต่อ้อนแม่ค้าได้สี่ตัวร้อย อีกสามตัวที่เหลือแม่เอาไปทำผ้าขี้ริ้วหมดแล้ว...ก็แค่ถอดไม่เป็นที่ถึงกลับต้องเอาไปทำผ้าขี้ริ้วเลยหรอ!

ผมวางมันลงในตะกร้าตามเดิมแล้วเปิดตู้เอาเสื้อยืดกับกางเกงเจเจลายกราฟฟิคมาใส่ กางเกงเจเจนี่ก็แพงนะ ตัวละ 79 แต่ต่อแม่ค้าได้แค่ตัวละ 70 โคตรขี้ตืดเลอ

พอเปลี่ยนชุดแล้วผมก็ออกมาห้องนั่งเล่นให้พี่สิงฆ์ต่อเน็ตฟลิกซ์เข้าจอใหญ่ให้ส่วนพี่มันเข้าห้องไปถอดชุดบ้าง ตั้งแต่เหตุการณ์นั้นพี่มันจะไม่เข้าห้องจนกว่าผมจะเปลี่ยนชุดเสร็จ ผมจะเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำแต่พี่มันให้เปลี่ยนข้างนอกแทนกันเสื้อผ้าชุดใหม่ตกพื้น แต่พื้นมันก็แห้งป้ะล่ะถ้าไม่ได้ใช้งานอ่ะ ยังไงก็อยู่ที่มหาลัยเกือบทั้งวันแต่พี่มันยืนยันที่จะให้ผมเปลี่ยนข้างนอก ผมก็เลยเออออไป

"อย่าพึ่งกินหมดล่ะ พี่ซักผ้าก่อนเดี๋ยวออกมากินด้วย"

"ครับพ่อออ"

พี่มันหัวเราะแล้วหายเข้าห้องไปผมเลยหันมามองจอต่อ พี่สิงฆ์มันประหยัดนะแต่มันดันใช้จ่ายเปลืองพอเป็นเรื่องผม อย่างซักผ้า เราเอาไปซักที่ร้านก็ได้ หยอดแค่เหรียญสิบบาทเอง พี่มันไม่เอา ยืนยันจะซักเองแล้วตากตรงระเบียงเอา ยังไงแดดมันก็สาดมาทางนี้อยู่แล้วมีแค่เสื้อนักศึกษาอ่ะแหละที่ต้องเอาเข้าร้านไปรีด

ผมถอนหายใจก่อนเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วคอลไลน์กลุ่มหาเพื่อน ตาก็มองหนังในจอมืออีกข้างก็ถือไม้ลูกชิ้นไว้จิ้มลูกชิ้นในถุงเข้าปาก มืออีกข้างถือโทรศัพท์ ถามจริง มีใครสบายเท่าผมบ้างเนี่ย

[สิงฆ์]

ผมเข้าห้องมาเปลี่ยนชุดแล้วยกตะกร้าผ้าไปในห้องน้ำรวมถึงตะกร้าน้องมันด้วย ช่วงนี้ราศรีพ่อบ้านจับผมขึ้นมากตั้งแต่รู้จักน้องมันเลยก็ได้ แม้มันจะเป็นเรื่องปกติที่ผมซักผ้าเองแต่พอมีเสื้อผ้าน้องมันมาด้วย มันทำให้การซักผ้าสนุกขึ้น ผมไม่รังเกียจที่จะซักชั้นในให้น้องมันแม้แรกๆเมียร์จะปฏิเสธก็เถอะแต่เจอลูกตื๊อผมไปถึงยอม

ผมเลื่อนผ้าม่านที่กั้นระหว่างโซนอาบน้ำกับโซนธุระส่วนตัวออกแล้วหยิบกะละมังสีดำมาวางก่อนต่อสายยางสีขาวขนาดไม่ยาวมากจากก็อกน้ำที่ทางหอทำให้เป็นพิเศษ นักศึกษาอย่างเราๆต้องประหยัดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงการซักเครื่องหยอดเหรียญมันไม่แพงก็เถอะ แต่จะให้เสียทุกๆสิบบาทยี่สิบบาทก็ไม่ไหว มหาลัยเลยต่อก็อกน้ำสูงขนาดหัวเข่าให้ไว้ใช้ซักผ้า มีกะละมังให้พร้อม แปรงฃักผ้า กระดานไม้ซักผ้า เตรียมทุกๆอย่างรวมถึงราวตากผ้าที่ระเบียง

ความจริงผมไม่ได้รวยอะไรมาก ถึงบ้านจะรวยแต่ไม่ใช่ระดับมหาเศรษฐีนอนกินก็มีเงินหมุน ทั้งป๊าและม๊าต่างทำงานกันทั้งสอง บ้านผมมีธุรกิจส่วนตัวคือบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ป๊าม๊าจบวิศวะโยธาทั้งคู่เลยสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมาและป๊าคอยควบคุมเงินเดือนที่ผมได้รับในแต่ละเดือน นี่ถ้าป๊ารู้ว่าผมเปย์เด็กรุ่นน้องหมด ผมโดนด่าจนจบปีสี่แน่ๆ

พอน้ำเต็มกะละมังผมถึงปิดก็อกแล้วเปิดกระปุกแฟ้บตักมันใส่ซักสองช้อนตวงก่อนตีให้เกิดฟอง เก้าอี้พลาสติกตัวเล็กถูกหยิบมานั่ง ผมเทผ้าลงพื้นห้องน้ำแล้วหยิบมาซักทีละตัว ผมเริ่มซักของน้องมันก่อน เสื้อนักศึกษาสีขาวมีกลิ่นเหงื่อกับกลิ่นโรออนอ่อนๆของเจ้าตัวทำผมกลายเป็นโรคจิตสิบวิ ผมส่ายหัวยิ้มๆแล้วจุ่มมันลงในกะละมังก่อนขยี้หนักบ้างเบาบ้างสลับกันไป

"55555555555555555 พวกมึงอย่าพากูขำดิ ลูกชิ้นจะติดคอตายล่ะสัส"

เสียงหัวเราะของคนที่นั่งดูเน็ตฟลิกซ์ดังเข้ามาในห้องน้ำทำผมยิ้มตามไปด้วย น้องมันโคตรมีพลังบวกอ่ะ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม น้องไม่เคยคิดลบหรือต่อให้คิดมันก็ไม่เอามาเผื่อแผ่ให้คนอื่นรับพลังงานลบไปด้วย

ผมบิดแฟ้บให้ออกจากเสื้อนักศึกษาสีขาวหลังจากขยี้จนเสร็จก่อนโยนใส่ตะกร้าแล้วหยิบตัวอื่นมาซักต่อ ผมทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆพลางฟังเสียงหัวเราะของน้องมันเป็นกำลังใจจนกระทั่งผมหยิบบ๊อกเซอร์เก่าๆบางๆของน้องมันมา เก่าขนาดนี้แต่ไม่ทิ้งคงเป็นตัวโปรดสินะ ผมจุ่มมันลงในกะละมังแล้วขยี้ๆให้เต็มแรง ถ้าเป็นตัวโปรดน้องมันต้องอยากให้สะอาดๆ

แคว่ก...!

"...."

มือสองข้างหยุดนิ่งแล้วกำบ๊อกเซอร์ที่อยู่ใต้ฟองสีขาวแน่น คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันนิดๆ ผมว่าผมได้ยินเหมือนเสียงผ้าขาดนะ? ใช่ไหมครับ? ด้วยความสงสัยเลยขยี้อีกรอบและ...

แคว่ก...!

ชัดเลย! ผมค่อยๆยกบ๊อกเซอร์ของน้องมันขึ้นมาก่อนวางลงบนหัวเข่าแล้วแหวกดูตามส่วนขา ทว่ารอยขาดที่ผมทำมันใหญ่กว่าที่คิด มันเป็นทางยาวตั้งแต่เป้าหน้ามาถึงช่วงก้น ผมวางมันลงในกะละมังตามเดิมแล้วลุกขึ้นล้างมือล้างขาก่อนออกไปที่เตียงแล้วหยิบเงินสักร้อยหนึ่ง ผมต้องไปซื้อเข็มกับด้ายที่ร้านสวัสดิการใต้หอ

"ไปไหนอ่ะแล้วทำไมไม่ใส่เสื้ออ่ะ"

ออกมาปุ๊บก็เจอน้องมันทัก เมียร์แคตนอนราบกับโซฟาขาขวายกขึ้นพาดพนัก ขาซ้ายทิ้งลงพื้น มือขวาถือโทรศัพท์ มือซ้ายถือไม้ลูกชิ้นชี้มาทางผม สบายจริงๆเลยเมีย(ร์)ผม

"น้ำยาปรับผ้านุ่มหมด เอาอะไรมั้ยล่ะ"

"เป๊ปซี่อ่ะ"

"รอแปป"

ผมสวมแตะคีบแล้วรีบวิ่งไปที่ลิฟต์ นี่ถ้าน้องมันรู้ว่าผมทำบ๊อกเซอร์ขาด มันจะกินหัวผมไหม เข้าลิฟต์ได้ นิ้วชี้ผมกดเลขหนึ่งรัวๆ ดีหน่อยที่อยู่ชั้นสามถ้าอยู่ชั้นบนสุดผมทำเวลาตายเลย

ติ๊ง!

ไม่ต้องรอลิฟต์เปิดกว้าง แค่รอดตัวออกมาได้ก็วิ่งไปร้านสวัสดิการทันที

"อ้าวสิงฆ์ ทำไมไม่ใส่เสื้อล่ะลูก"

ป้าอุ่นทักผมยิ้มๆขณะปัดเช็ดเคาน์เตอร์แคชเชียร์

"ผมรีบอ่ะป้าอุ่น ป้ามีเข็มกับด้ายไหมครับ?"

"มีจ้า อยู่ชั้นเดียวกับพวกอุปกรณ์ล้างแผลน่ะ"

ผมพยักหน้าแล้วก้าวยาวๆไปหยิบมัน บ๊อกเซอร์น้องมันสีดำแต่ด้ายมีแค่สีขาวกับสีแดง ผมจำใจหยิบสีขาวมาแล้วเดินไปตู้แช่เอาเป๊ปซี่ไปสองขวด

"เย็บเป็นหรอเรา"

"นิดหน่อยครับ"

จริงๆไม่เป็นแต่มันไม่น่ายากขนาดหรอก ผมจ่ายเงินรับตังทอนเรียบร้อยก็ใส่เกียร์หมากลับห้องทันที

แกร๊ก...

"อ่ะเมียร์"

เข้าห้องได้ก็ส่งเป๊ปซี่ให้เขาก่อนเลยแล้วค่อยกลับไปถอดรองเท้าจากนั้นเดินเข้าไปซักผ้าต่อเนียนๆ ผมนั่งลงบนเก้าอี้แล้วล้วงเอาบ๊อกเซอร์ขึ้นจากกะละมัง บิดแฟ้บออกก่อนวางลงบนหัวเข่า

"จะยากแค่ไหนเชียววะ"

ให้กำลังใจตัวเองแล้วล้างมือเช็ดให้แห้งก่อนหยิบเข็มกับด้ายออกมา ผมคาบเข็มไว้ในปากก่อนกระตุกด้ายให้ขาดจากนั้นหยิบเข็มออกจากปากถือไว้ในมือซ้าย มือขวดจับปลายเข็มแตะเบาๆที่ลิ้นพอให้ปลายมันเปียกๆแหลมๆ ขั้นตอนต่อมาคือตั้งสมาธิเพ่งเล็งไปที่ตูดเข็มที่ช่องเล็กๆนั่น ผมจะสอดเข้าป้ะวะ

กว่าด้ายจะเข้ากินเวลาไปสิบกว่านาที เข็มมันเล็กเกินไปน่ะสิ พอเข้าแล้วก็ดึงด้ายให้ยาวๆก่อนกัดมัดปลายเป็นปม

"พี่ขอโทษนะครับเมียร์"

บอกขอโทษน้องมันกับบ๊อกเซอร์ที่โชคร้ายแล้วเริ่มเย็บมันให้ดีที่สุดเท่าที่จำได้

"สัส!"

สะดุ้งโหยงเมื่อปลายเข็มจิ้มนิ้วบางทีก็จิ้มหัวเข่าเพราะผมวางบ็อกเซอร์บนเข่าตัวเอง ผมโดนเข็มจิ้มบ่อยมาก บางจุดจิ้มไม่เข้า บางจุดจิ้มเลือดแต่นั่นไม่เจ็บเท่ากับรอยเย็บที่เริ่มบิดเบี้ยวบนบ๊อกเซอร์ตัวบาง ถ้าเย็บตามรอยขาดตั้งแต่เป้าหน้ามาถึงช่วงก้นมันจะเป็นรูปตัวยูที่โคตรเพอร์เฟค ทั้งๆที่ทำแบบนั้นแต่ทำไมตอนนี้มันเริ่มคดเคี้ยวเป็นถนนขึ้นเขาคิชกุฏ ผมขมวดคิ้วนิดๆแล้วอยากเริ่มใหม่แต่ถ้ารื้อด้ายพวกนี้ออก ตัวบ๊อกเซอร์มันจะมีรูเล็กๆแล้วถ้าเย็บใหม่ผมได้สร้างบาดแผลให้มันหนักกว่ารอยขาดแน่ๆ

ผมว่าผมต้องบอกน้องมันแล้วล่ะ

"เมียร์ครับ! มาหาพี่หน่อยสิ!"

ผมตะโกนเรียกน้องมันเสียงดังแล้วทำใจเตรียมรับระเบิดที่กำลังจะลง

"จะเอาไม้แขวนเสื้อหรอ?"

เมียร์แคตเดินมาหยุดหน้าประตูห้องน้ำพร้อมเอ่ยถาม ผมส่ายหัวก่อนหมุนตัวไปหาและเงยหน้าขึ้นมองน้องมันที่ตอนนี้สายตาน้องจับจ้องบางอย่างบนหัวเข่าผม

"พี่ขอโทษครับ พี่ซักมันแรงไปหน่อยมันเลยขาด"

เมียร์แคตเงียบก่อนก้าวเข้ามาแล้วนั่งยองๆลงตรงหน้าผม มือเรียวหยิบบ๊อกเซอร์เปียกๆไปดูก่อนมองหน้าผมนิ่งๆ

"พี่มึง...เย็บเชี่ยไรเนี่ย 55555555555555"

"....."

อ้าว ไม่โกรธหรอวะ?

"เย็บขนาดนี้จะให้ผมยัดขาลงตรงไหนวะ 55555555555"

"ไม่โกรธ?"

"ตอนแรกก็โกรธอ่ะเพราะมันเป็นตัวโปรดแต่พอเห็นรอยเย็บแล้วแม่งจี้ โกรธไม่ลง 555555555"

"เดี๋ยวพี่ซื้อให้"

"ไม่เอาอ่ะ พี่แก้ด้ายออกแล้วซักปกติเถอะ พอแห้งแล้วค่อยเย็บใหม่ก็ได้ ฮึๆๆ"

"แต่มันน่าเกลียด"

"ถ้าคนเย็บเป็นพี่มันไม่น่าเกลียดหรอก"

"...."

"อีกอย่างผมใส่ตอนอยู่กับพี่ ไม่มีใครเห็นนี่"

น้องมันพูดแค่นั้นก็ลุกเดินออกไปปล่อยให้ผมถูกตกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าไม่ติดว่ามันเปียกแฟ้บ ผมจะฟัดบ๊อกเซอร์ตัวนี้ให้ขาดหนักกว่าเดิมเลยแม่ง!

[จบ]

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น