ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 18 :: สกินชิพหรือสิง(ฆ์)สู่?

ชื่อตอน : โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 18 :: สกินชิพหรือสิง(ฆ์)สู่?

คำค้น : ฑิวากรณ์ โลจิสติกส์ สิงฆ์เมียร์แคต ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.7k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.พ. 2562 19:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 18 :: สกินชิพหรือสิง(ฆ์)สู่?
แบบอักษร

3 วันต่อมา

หลังจากที่ผมอนุญาตให้พี่มันสกินชิพผมได้ ไอ้พี่สิงฆ์มันก็กลายร่างจากสิงฆ์เป็นปลิงควายแทน เกาะติดโคตรแน่นขนาดตอนผมเข้าเรียนพี่มันก็ตามเข้าไป อาจารย์ด่าจนเขาเบื่อที่จะด่าพี่มันอ่ะ ยอมใจความหน้าด้านหน้ามึนของพี่มันเลย แล้วเพราะมันเกาะติดผมแบบนี้แหละทำให้ใครต่อใครคิดว่าเราเป็นแฟนกัน ดีนะที่ไอ้บัวกับไอ้โซ่ไปดอยอ่ะส่วนไอ้ปาล์มมันเรียนหนักมาก ผมเลยไม่ต้องมานั่งฟังเสียงเพื่อนนรกล้อ

"หิวข้าวยัง?"

ไอ้พี่สิงฆ์เอ่ยถามขณะนั่งมองผมเขี่ยโทรศัพท์ไปมา แล้วนั่งเนี่ยไม่ได้นั่งข้างๆธรรมดานะครับ นั่งแบบแทบจะเกยผมไปนั่งบนตักพี่มันอ่ะ แขนซ้ายยกพาดเอวผมหลวมๆส่วนข้างขวาเท้าศอกบนโต๊ะมือค้ำแก้มมองผมยิ้มๆ

"ทำไมอ่ะ จะลุกไปซื้อให้หรอ"

"อือ กินเลยป้ะล่ะ"

ผมส่ายหัวก็ตอนนี้เราไม่ได้อยู่โรงอาหารนี่ครับ ผมกับพี่มันนั่งที่โต๊ะเดิมใต้ตึกคณะเนี่ยแหละถ้าให้พี่มันไปซื้อ มันก็เดินไปไกลอ่ะดิ

"ไว้รอพวกพี่อิ๊กก่อนดิ ไปพร้อมกัน"

ผมบอก พี่สิงฆ์มันเลยพยักหน้าแล้วขยับเอนหัวพิงไหล่ผม ใครเดินผ่านก็มองยิ้มๆบางคนแอบถ่ายไปลงเพจอี๊กกก คือพวกคุณครับ ผมอยากใช้ชีวิตปกติอ่ะแค่ชื่อแม่งก็ไม่ปกติแล้วล่ะยังมาทำแบบนี้กับผมอีก! หรือผมต้องโทษไอ้คนข้างกายนี่วะ

"มึงจะสิงน้องหรอวะไอ้สิงหราช"

ผมเงยหน้าจากจอมือถือแล้วยิ้มให้พวกพี่ที่เดินมาที่โต๊ะ สามคนนี้เขาสายเรียนมากอ่ะ ไม่เคยโดดเลยจากที่พี่สิงฆ์บอกแต่ตัวพี่มันเนี่ยสายโดด เก็บกิจกรรมเอาแต่พี่มันคงลืมว่าการเรียนก็สำคัญเหมือนกัน

"ถ้าสิงได้กูสิงไปนานล่ะ"

พี่มันบอกแล้วไม่ยอมผละออกด้วย ไอ้ผมก็ไม่ได้อึดอัดด้วยไงประเด็นเพราะพี่มันนั่งพิงผมเฉยๆอ่ะ ไม่ยุกไม่ยิก ไม่กวนประสาทตอนเล่นมือถือด้วย แต่เนี่ยแหละคือสิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือการที่ผมไม่ได้รำคาญไม่ได้อึดอัดกับพี่มันแล้วถ้าวันหนึ่งพี่มันไม่ได้ทำแบบนี้กับผมแต่ไปทำกับคนอื่น ผมจะรู้สึกยังไง ผมจะบ้าแค่ไหน กลัวโคตรๆเลย

"จะเที่ยงล่ะไปโรงอาหารเลยเหอะว่ะ"

พี่ไพ่บอกแล้วเดินลิ่วๆไปก่อนใครเลย ผมกับพี่สิงฆ์ พี่แฮมและพี่อิ๊กเดินตามไป คือพี่ไพ่มันดีดอะไรทุกวั๊นทุกวันก็ไม่รู้อ่ะแต่พี่อิ๊กกับพี่แฮมก็อยู่กับพี่มันได้อ่ะ

พอมาถึงโรงอาหารพี่สิงฆ์ก็พาผมไปที่โต๊ะประจำของพวกพี่เขา พวกพี่ๆไปซื้อข้าวที่ตัวเองจะกินส่วนผมถูกใช้ให้นั่งเฝ้าโต๊ะแต่คือถึงไม่ให้ผมเฝ้ามันก็ไม่มีใครมานั่งป้ะ?ระหว่างที่รอพวกพี่มันผมก็เข้าไลน์ทักไปหาไอ้ปาล์มหน่อย อยากจะรู้ว่ามันจมวิชาตายห่ายัง

กูชื่อแคต :: ตายยังพวกมึง

ไหนๆก็จะถามไอ้ปาล์มล่ะ ถามอีกสองตัวที่อยู่ดอยด้วยแล้วกัน

ปอปาล์ม :: เผากูพรุ่งนี้อ่ะ ไอ้เหี้ยยย อยากทำเรื่องย้ายฉิบหายเลย เรียนห่าไรเยอะแยะอ่ะ กูจะตายล่ะเนี่ย

หญิงบัวใจงาม :: กูกับไอ้โซ่จะตายล่ะเนี่ย พวกพี่เขาแกล้งกูสองคนโหดมากแต่ประเด็นคือกูแอบได้ยินพี่หิน เพื่อนพี่หมีอ่ะ พี่มันพูดกับเพื่อนว่ากูกับไอ้โซ่เป็นเพื่อนกับเด็กโลจิสฯ เลยเอาให้หนัก เผลอๆพวกกูอาจจะไม่ได้เสื้อช็อป

ผมพูดอะไรไม่ออกเลยแล้วที่ผมไปนั่งกิบหมูกะทะกับพวกพี่เขาล่ะ ที่ผมไปโรงอาหารวิศวะล่ะแล้วที่พี่หมีเข้ามาหาผมล่ะ เพราะอะไรกันแน่วะเนี่ย งงไปหมดล่ะนะ

กูชื่อแคต :: กูขอโทษ กูเป็นต้นเหตุเองแหละถ้ากูไม่ได้เรียนโลจิสฯพวกมึงคงไม่ซวยอ่ะ

โซ่สนิม :: ช่างแม่ง แค่เสื้อช็อปกับเกียร์โง่ๆ กูไม่เอาก็ได้วะ

อือหือ เกียร์โง่ๆ ถ้าพวกพี่ว๊ากรู้นะ มึงตายอ่ะโซ่ ไอ้ฉัดดด

หญิงบัวใจงาม :: ไม่ได้ก็ไม่ได้ดิ กูทำเรื่องย้ายคณะก็ได้วะถึงจะยุ่งยากหน่อยก็ช่างแม่งเหอะ ถ้าจะให้กูทิ้งเพื่อนเพียงเพราะเรื่องบาดหมางที่พวกกูไม่ได้เอี่ยว ไม่เอาหรอกสัส

ปอปาล์ม :: กูไม่น่ามาสายธุรกิจเลยอ่ะ เหมือนกูแยกออกจากพวกมึงเลย TYT

กูชื่อแคต :: ไม่เกี่ยวไอ้สัส มึงเรียนเพราะที่บ้านนี่ มันช่วยไม่ได้แต่เรื่องคณะกูกับพวกบัวมันมีเรื่องมาก่อนอ่ะ ไว้คอลคุยกันเดี๋ยวเล่าให้ฟัง

โซ่สนิม :: พวกพี่เขาก็เกรงๆพี่หมีอยู่เพราะพี่หมีมันชอบมึง แต่เสียงเดียวคงสู้หลายเสียงไม่ได้ พวกกูไปเข้ากิจกรรม ไว้ได้เรื่องยังไงกูจะทักไปอีกที

ไอ้โซ่ปิดการสนทนาผมกับไอ้ปาล์มเลยส่งสติ๊กเกอร์โอเคแทน ผมกดล็อกหน้าจอก่อนถอนหายใจจึงเห็นว่าพวกพี่ๆมากันครบแล้วและทั้งสี่คนกำลังมองมาที่ผมอยู่

"เป็นอะไร คิ้วขมวดเชียว"

พี่สิงฆ์ถามแล้วเลื่อนถ้วยก๋วยเตี๋ยวมาให้ผม ผมถอนหายใจอีกครั้งก่อนบอกพวกพี่ๆ

"สามวันแล้วที่บัวกับโซ่ เพื่อนผมอ่ะไปขึ้นดอยรับเสื้อช็อปของวิศวะ เมื่อกี้พึ่งคุยกันบัวมันบอกผมว่ามันกับโซ่ถูกแกล้งหนักกว่าใครเลยแล้วบัวมันได้ยินพี่หินเพื่อนของพี่หมีมันแอบพูดกันประมาณว่าเอาบัวกับโซ่ให้หนักเพราะมีเพื่อนเป็นเด็กโลจิสฯแบบผม ผมกลัวมันไม่ได้ช็อปกับเกียร์อ่ะพี่"

ถ้ามันไม่ได้มันก็เหมือนว่าบัวกับโซ่ไม่ได้เป็นเด็กวิศวะอ่ะทั้งที่เรียนคณะวิศวะ ผมไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกแบบนั้น

"ถ้่าพวกมันแยกแยะไม่ได้ เดี๋ยวพี่คุยกับคณะผู้บริหารให้"

พี่สิงฆ์บอกแล้วให้ผมกินก๋วยเตี๋ยวก่อนที่มันจะเย็นชืดหมด ผมกินแบบไม่รู้รสเท่าไหร่เพราะเป็นห่วงเพื่อนอ่ะ บัวกับโซ่มันไม่ผิดนะเว้ย แยกแยะกันไม่ได้หรอวะ

หลังจากกินกันอิ่มแล้วนั่งย่อยเรียบร้อย พวกพี่ไพก็พากันกลับไปพักเพราะพี่แกมีเรียนแค่ช่วงเช้าแต่ผมอ่ะมีเรียนบ่ายเลยต้องไปห้องเรียนส่วนไอ้พี่สิงฆ์มันบอกจะรอข้างล่างที่ม้านั่งตามเดิม คาบนี้เป็นของอาจารย์จิรา อาจารย์ที่บ่นเก่งที่สุดในมหาลัยและเป็นคนที่บ่นให้พวกผมฟังเรื่องรับน้องของพวกพี่จนทำให้พวกผมไม่ได้เรียนคาบแรกของเทอม นั่นแหละครับคืออาจารย์คนนี้แหละ

"แคตๆ แคตเป็นแฟนกับพี่สิงฆ์หรอ?"

คนที่เรียกผมแคตก็มีคนเดียว แก้วตาครับ แก้วตากระซิบอย่างสนอกสนใจ แววตาเธอประกายวิบวับแตกต่างจากตอนกลัวผีโดยสิ้นเชิง

"ไม่อ่ะ คือเราบอกไม่ถูกอ่ะแต่ไม่ใช่แฟน"

"อ่อออ ประมาณว่าพี่เขาตามจีบแคตอยู่?"

"มั้ง..."

เรียกว่าจีบได้ไหมล่ะ ซักผ้าให้ ซื้อข้าวให้กิน บางทีก็ให้ตังใช้ เรียกใช้อะไรก็ยอมหมดทั้งที่สัญญาทาสยังไม่ได้เริ่มต้น พี่สิงฆ์มันโอ๋ผมมากกว่าไอ้พี่ชายที่บ้านอีก มันไม่ติดต่อมาเลยอ่ะพอผมทักไลน์ก็ชอบด่าบอกขัดตอนเอากับเมีย เอ้า กูจะไปรู้ไหมล่ะว่าเวลาเอาเมียมันเอาตอนไหนอ่ะส่วนพี่ออสติน พี่เขาให้ตังผมใช้ด้วยเพราะพี่เขารู้สึกผิดที่ทำให้ผมออกจากบ้านมาอยู่หอ ผมไม่โทษพี่เขานะเพราะพี่เขาซื้อฟิกเกอร์และสมุดของแท้มาให้ผม พี่เขาดีอ่ะเอาจริงๆ

แต่ไอ้พี่มังกือเชี่ยๆของผมนี่แหละที่ไม่ดีแต่ผมไม่โกรธนะผมรักมันจะตาย มันก็รักผมแหละแต่ตอนนี้มันมีคนที่มันรักเพิ่มมาหนึ่งมันก็ต้องใส่ใจเขาให้มากๆแถมไม่ใช่คนไทยยิ่งต้องดูแลยามออกจากบ้านเกิดมา ผมเลยไม่อยากงี่เง่ากับมัน ยังไงมันก็ครอบครัวอ่ะ ยังไงผมก็ไม่ทิ้งมันอยู่แล้ว

"น่ารักนะ คือใครๆก็พูดอ่ะว่าพี่สิงฆ์ไม่เหมือนตอนรับน้องเหมือนพี่เขาเป็นแบบนั้นแค่กับแคต"

"พี่มันทำเฉพาะกิจอ่ะ"

"น่าร้ากกกกกกกก"

แล้วทำไมแก้วตาต้องยกมือกุมแก้มเขินอายด้วยทั้งที่พูดเรื่องผมอยู่ถ้ารู้ว่าดี๊ด๊าขนาดนี้นะ รู้งี้แอบถ่ายตอนกลัวผีไว้ก็ดี ผมส่ายหัวยิ้มๆแล้วหันมองโปรเจ็คเตอร์ก่อนจดยิกๆสลับกับฟังบ้าง แต่พอแกสอนได้สักพักก็บ่นเรื่องลูกที่บ้านให้ฟัง เอ้าาา เกี่ยวหรอออ แบะเพราะแกบ่นนี่แหละครับถึงทำให้การเรียนของคลาสนี้กินเวลาไปประมาณสามสิบนาที หน้าแกไม่ได้รู้สึกผิดด้วยนะ

"ทำไมนาน"

พอลงจากตึกเดินไปหาพี่มัน มันก็เปิดปากถามทันทีพร้อมคิ้วขมวดนิดๆ

"อาจารย์แกบ่นอ่ะ"

"ออกด้านหน้า ม. ไหม วันนี้น่าตะมีตลาดเล็ก"

ผมพยักหน้าแล้วเดินนำพี่มันไป

หมับ!

"เอ่อะ..."

แทบถลาทิ่มดินเมื่อพี่มันกระโดดกอดผมจากด้านหลังแล้วเกยคางบนหัว สองแขนแกร่งกอดคอผมไว้แล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงมาก้าวเดินตามผมทั้งที่กอดไม่ปล่อย คือผมก็หนักป้ะอ่ะ พี่มันตัวเท่าควายอ่ะแล้วคนก็มอง ผมก็อายไง!

"หนัก! ปล่อยผมแล้วเดินดีๆดิ๊ล่ะ"

"ไม่อ่ะ พี่อยากกอดเราอ่ะ"

พูดงุ้งงิ้งๆแล้วกระชับกอดจนคอผมแทบหัก ผมตบแขนมันแรงๆพี่มันถึงคลายแขนออกพอให้ผมหายใจได้สะดวกจากนั้นก็พากันเดินไปตลาดเล็ก ตลาดเล็กคือพวกพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของตามรถจะขับมาจอดริมรั้วมหาลัย มีทั้งหมดสิบกว่าคัน ที่มหาลัยอนุญาตให้ขายได้เฉพาะวันพุธกับศุกร์เท่านั้นและห้ามทำพื้นที่สกปรกด้วย

ผมกับพี่สิงฆ์ซื้อลูกชิ้นทอด ปลาหมึกย่าง โรตี ผัดไทแล้วก็ไส้กรอกกลับไปกินที่หอ แน่นอนว่าพี่สิงฆ์มันจ่ายเอง มันไม่ยอมให้ผมออกเงินบ้างเลยอ่ะแถมค่าเน็ตฟลิกซ์ก็ไม่ยอมหารอีก ค่าน้ำค่าไฟที่หอก็ออกเองหมด เน็ตมือถือยังสมัครแบบรายเดือนให้ผมอ่ะ เลือกแบบแรงสุดแพงสุดด้วยนะ ผมเกรงใจโคตรๆแต่พี่มันไม่เคยบ่นไม่เรียกร้องอะไรเลย ผมเลยไม่ว่าถ้ามันจะสกินชิพผมแบบสิงร่างหรือสิงวิญญาณ เอ่อ นอกจากบ่นนิดหน่อย

"แล้วเกียร์อ่ะ เมื่อไหร่จะคืนมัน"

"เออน่า เดี๋ยวคืน"

"เห็นแล้วหงุดหงิดชิบ"

แล้วพี่มันก็บ่นงุ้งงิ้งๆไปเรื่อยๆระหว่างทางกลับหอเลยมีเสียงพี่มันเป็นซาวด์ประกอบ ผมเลยต้องหยุดด้วยการจิ้มลูกชิ้นใส่ปากพี่มัน พี่มันมองผมแล้วเคี้ยวลูกชิ้นไป ทางกลับหอช่วงนี้ผมกับพี่มันจะกลับทางด้านหลัง ผ่านตึกวิศวะไปแน่นอนว่าพี่สิงฆ์มองเด็กวิศวะด้วยหางตา แขนแกร่งยกกอดคอมอย่างหวงๆทั้งที่พี่หมีไม่อยู่ รายนั้นกว่าจะกลับจากดอยก็เหลืออีกสี่วัน คงได้เจอวันจันทร์หน้าอ่ะ

"วันเสาร์ไปเที่ยวไหม? จะได้เอารถออกไปปัดฝุ่นหน่อย"

ช่วงนี้รถเบนซ์สี่ประตูกลายเป็นหมันเพราะพี่มันเดินกลับหอเดินมา ม. กับผมแทน

"อื้อ เลี้ยงนะ"

"ครับเมียร์"

ผมเริ่มจะชินที่พี่มันเรียกเมียร์ล่ะ ไม่รู้ว่าเมียร์จากเมียร์แคต หรือ เมียจากผัวเมีย แต่ถ้าพี่มันเป็นคนเรียก มันก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแล้วแหละวะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}