goryaa กอหญ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ถ้าจะหวานขนาดนี้

ชื่อตอน : ถ้าจะหวานขนาดนี้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 947

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2562 14:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถ้าจะหวานขนาดนี้
แบบอักษร

ลูอิสที่ได้ทำการเปิดตัวสินค้าของแบรนด์รวมถึงนั่งชมแฟชั่นโชว์ที่เหล่านางแบบสาวสวยที่บางคนพยายามส่งสายตาเชิญชวน แต่เขากลับไม่สนใจเพราะใจคิดถึงแต่คนที่อยู่ด้านนอกของงาน ที่เขาเห็นเธอเขามาทำการถ่ายรูปช่วงสำคัญต่างๆ แล้วก็เดินออกไป ลูอิสได้สะกิดให้เจมส์เอากระดาษข้อความที่เขาเขียนเอาไปส่งให้ยังเจ้าตัว

“นายเอากระดาษนี้ไปให้บีม”

เจมส์ที่กำลังมองเหล่านางแบบเพลินๆ ซึ่งแต่ละคนสวยหยาดเยิ้มกันทั้งนั้น ต่างกับเจ้านายเขาที่ใจคงจะไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้เลย ตาก็คอยแต่ชำเลืองมองไปรอบๆ งานหาคุณบีม

เจมส์ที่รับจดหมายน้อย เอาว๊ะ!! เป็นลูกน้องก็ต้องทำอีกตำแหน่งกามเทพส่งสารข้อความรักให้กับเจ้านาย

“คุณบีมครับ คุณลูอิสเขาฝากข้อความมาให้ครับ”

แพรรัมภาที่กำลังนั่งเช๊กรูปภาพ เพื่อที่จะส่งให้ทีมไปทำข่าว หันหน้าไปที่เจมส์ซึ่งทำการฉีกยิ้มส่งมาให้เธอ เธอเห็นแล้วอดที่จะส่งยิ้มกลับไปไม่ได้ เขาช่างโชคดีที่มีลูกน้องคนสนิท น่ารักแบบนี้รู้ใจห่วงใยเจ้านายแบบสุดๆ เธอยังคิดถึงการทำงานในตำแหน่ง ใหม่ของเธอที่จะต้องมีนายปกรณ์ มาตามประกบ เธอจะมีความสุขไหม แค่คิดก็ไม่อยากที่จะเข้าไปรับตำแหน่งเลย

แพรรัมภาหยิบกระดาษที่มีเขาเขียนส่งมาให้เธอ เห็นแล้วเธอรู้สึกอมยิ้มกับข้อความที่เขาส่งมาให้

“รอผมด้วยนะครับ รอทานข้าวด้วยกันนะครับ ผมจีบคุณอยู่นะ❤️”

แพรรัมภาเห็นความพยายามของเขาเธอไม่รู้หรอกว่าเขาเคยทำแบบนี้กับใครหรือเปล่า เธออยากจะลองทำตามใจตัวเองดูช่วงที่ผ่านมา มันก็มีบทเรียนบททดสอบจิตใจของเธอว่าเธอรู้สึกยังไงกับเขา ที่เธอยุติความสัมพันธ์กับเขาในวันนั้นก็เพราะความน้อยใจที่เขาไปควงผู้หญิงอื่น ถึงแม้จะรู้ว่าเขาทำเพื่อประชดเธอก็ตาม หลังจากวันนั้นเธอคิดว่าต่างฝ่ายต่างได้รับบทเรียนของความสัมพันธ์ที่มันฉาบฉวยนั่นแล้ว ว่าผลมันเป็นเช่นไร

“คุณบีมจะรอคุณลูอิสหรือเปล่าครับ”

ฮ่า ฮ่า ฮ่า เขาใช้ให้คุณเจมส์มาถามหรือว่าคุณเจมส์อยากจะรู้เองคะ ว่าบีมจะรอเขาไหม”

เจมส์ที่ได้ยินคำตอบที่ว่าที่นายหญิงส่งมาก็ฉีกยิ้มส่งไปให้แล้วก็หัวเราะแฮะแฮะทำไมคุณบีมถึงรู้ว่าเป็นเขาที่อยากจะรู้คำตอบ

“ทำไมคุณบีมรู้ครับ ว่าเป็นผมที่อยากจะรู้”

“บีมคิดว่า เขาน่าจะไม่ถามคำถามแบบนี้แน่นอนคะ ถ้าเป็นเขา เขาจะรู้ว่าคำตอบของบีมว่าคืออะไร”

“เหรอครับคุณลูอิสกับคุณบีม เข้าใจกันมากขนาดนั่นเลยเหรอ แล้วทำไมช่วงก่อนหน้านั่นถึงสวมรองเท้าคอนเวิร์สละครับ”

“หึ รองเท้าคอนเวิร์ส คือ?”

“ก็ทางใคร ทางมันไงครับ”

แพรรัมภาที่ได้ฟังคำพูดของเจมส์แล้วคิดว่าเขาต้องคุยกับยัยดาวเพื่อนเธอเยอะมาก คงจะเมาท์เรื่องเธอน่าดูเลย

“ท่าทางคุณเจมส์ จะคุยกับยัยดาวบ่อยใช่ไหมคะ ถึงได้มีคำพูดแปลกๆ แบบนี้”

“เปล่า!! เลย ครับ”

“มีเสียงสองด้วยนะคะ คุณเจมส์”

เจมส์ที่เห็นสายตาของแพรรัมภาส่งให้ เขาจึงส่งยิ้มกลับไปพร้อมกับคำพูดที่สุดแสนจะซื่อมาก

“ก็ผมแค่อยากจะรู้ว่าคุณเป็นยังไงบ้างช่วงที่สวมรองเท้าคอนเวิร์ส ผมก็เลยต้องหาข้อมูลจากคุณดาวนิดหน่อยเองครับ”

“บีมว่าคงจะได้มากกว่า นิดหน่อยแน่นอน”

แพรรัมภาถึงกับส่ายหัวให้กับลูกน้องเขา พอๆกันกับเพื่อนเธอเลย ที่รายนั่นก็ขยันสังเกตุอาการของเธอที่หนึ่งเลย

“ฝากบอกเจ้านายคุณว่าบีมจะรอที่ลานจอดรถนะคะ”

เจมส์ที่ได้รับคำตอบแล้วพาลนึกถึงว่า ยุคนี้มันยุคที่เทคโนโลยีมันก้าวล้ำนำสมัยไปแล้ว แต่ทำไมเจ้านายเขาไม่ส่งข้อความผ่าน line ไปหาคุณบีมเอง ยังจะมาใช้วิธีการส่งข้อความแบบสมัยโบราณแบบนี้ หรือว่าเจ้านายเขาชอบสไตล์วินเทจ นี้เขาเดินกลับไปหาก็เหนื่อยแล้ว ดีที่ไม่ต้องฝากส่งข้อความโต้ตอบกันไปมา คิดแล้วก็เหนื่อย

มาร์ตินที่เดินไปรับภรรยาสาวแสนสวยมาหาเพื่อนสนิท ที่ตอนนี้ใจมันคงอยากจะกลับไปปรับความเข้าใจกับคุณบีมเต็มทน

“ไงเพื่อน ฉันกับกั้งจะชวนนายไปทานข้าวนั่งฟังเพลง ไปไหม? ชวนคุณบีมไปด้วย วันนี้วันดีเร่งทำคะแนนหน่อย เว้ย!”

กั้งที่ที่เห็นเพื่อนของคนรักที่ตอนนี้ดูสดใสกว่า ช่วงก่อนหน้านี้มาก นี่คงจะได้คุยกับรุ่นน้องเธอแล้วแน่ๆ

“ไปทานข้าวด้วยกันนะคะ คุณลูอิสพวกเราไม่ได้สังสรรค์กันนานมากแล้ว”

“เออ...คือว่า คุณกั้งไปกับเพื่อนผมก็ได้ครับ ผมนัดกับบีมไว้แล้วเหมือนกันไม่เป็นไรครับ ดูจากสายตาแล้วมันคงอยากจะฉลองกับคุณสองคนมากกว่า”

มาร์ตินที่อยากจะเดินเข้าไปหอมแก้มเพื่อนรักที่มันช่างรู้ใจเขาเหลือเกินว่าเขาต้องการจะทำอะไร วันนี้เขาจะสำเร็จโทษคนบ้างคนที่ใส่ชุดได้เซ็กซี่บาดใจเขามาก รวมถึงหนุ่มๆ ในงานที่ยังพยายามส่งสายตามาให้เมียเขา

“นายไม่ไปจริงเหรอ กั้งเขาอุตส่าห์ชวนนะ”

ลูอิสที่เห็นสายตาไอ้เพื่อนรัก ที่มันยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้เขา มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรคุณกั้ง เขาเห็นชุดที่คุณกั้งใส่แล้วคิดอยู่ว่าคนอย่างมันจะปล่อยผ่านไม่ว่าได้เหรอ

“ถามจริงๆ นายอยากให้ฉันไปด้วย แน่ใจนะ”

มาร์ตินที่เห็นสายตาของเพื่อนที่ส่งมาให้ ก็รับรู้ว่ามันกำลังกวนเขาอยู่ ถ้าเกิดมันไปด้วยแผนทำลูกก็ต้องมีอันพับไป แต่งงานมีอะไรกันมาก็นาน ทำไมเจ้าตัวเล็กไม่มาสักที เขาก็ปรึกษาหมอในเรื่องนี้ทั้งเขาและกั้งร่างกายต่างสมบูรณ์ดีด้วยกันทั้งคู่ หรือว่าเราทำน้อยไป ต้องเพิ่มรอบเข้าไปอีก

“นี่คุณคิดอะไรอยู่ คุณมาร์ติน!!!ทำไมคุณลูอิสถึงได้ถามแบบนั้น”

“อ้าว!! แล้วทำไมอยู่ดีๆ คุณมาสงสัยผมละครับ ลูอิสมันอาจจะอยากไปปรับความเข้าใจกันสองคนก็ได้ ก็แค่นั่น จริงๆนะครับคุณภรรยาคนสวย”

“ไปๆ ฉันจะขึ้นไปหาบีมเขาก่อนให้เขารอฉันนานแล้ว ส่วนนายก็กลับเลยน๊ะเจมส์ ไม่ต้องรอฉัน”

ทุกคนที่เห็นรอยยิ้มที่ห่างหายจากใบหน้าของคนที่เคยขี้เล่น สนุกสนานกลับมาก็ดีใจขอให้มันสมหวังสักที

ลูอิสที่เดินมายังรถที่แพรรัมภาได้จอดไว้ ซึ่งเป็นรถสปอร์ตสีขาวสมกับสไตล์ของเธอจริงๆ

“คุณรอผมนานไหม”

แพรรัมภาที่เห็นเขาเดินมาแต่ไกล ทำไมเขาดูหล่อขึ้นหรือว่าเราไม่ได้เจอเขานาน ทันทีที่เขาเปิดประตูรถแล้วขึ้นมานั่ง ได้ยินเสียงหอบนิดๆ อย่าบอกว่าเขาวิ่งขึ้นมานะ

“คุณไปทำอะไรมา ถึงได้เหนื่อยแบบนี้”

“ก็ผมกลัวคุณจะไม่รอผมนะสิผมเลยวิ่งขึ้นมาหาคุณ”

แพรรัมภาได้ฟังก็รู้สึกตกใจนิดๆ ว่าเขาทำไมถึงคิดว่าเธอจะไม่รอ ทั้งๆ ที่เธอก็ฝากเจมส์ไปบอกเขาแล้ว

“ทำไมถึงคิดว่าฉันไม่รอละคะ เหนื่อยไหมดื่มน้ำก่อนหรือเปล่า”

ลูอิสที่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหนื่อยไหมก็เอาเรื่องอยู่ แต่พอได้เห็นหน้าและน้ำเสียงที่ส่งมาก็รู้สึกหายเป็นปลิดทิ้ง

“ขอบคุณครับ หิวหรือยังไปหาอะไรทานกันเถอะครับ ให้ผมขับรถให้เอาไหมครับ”

“ไม่เป็นไรคะ ฉันขับดีกว่าถนนหนทางในเมืองไทยคุณก็ไม่ค่อยเท่าไหร่”

ลูอิสที่จ้องมองใบหน้าของคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย เวลาเธอพูดเขารู้สึกอยากจะจูบริมฝีปากคิดถึงรสชาตของมันยังติดบนริมฝีปากเขาอยู่เลย

“บีม หันหน้ามาหาผมหน่อยสิ”

แพรรัมภาที่รู้สึกงงอยู่ดีๆ เขาก็เรียกเธอทำไมแต่ก็ช้ากว่าคนที่นั่งข้างๆ ที่ดึงเธอเข้าไปหาริมฝีปากหนา จัดการปิดริมฝีปากของเธอเรียบร้อยแล้ว

เขารู้สึกโหยหาความหอมหวาน เขาค่อยกดจูบไปเบาๆ เริ่มที่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ต่างคนต่างรู้ว่าความรู้สึกที่ส่งไปให้กันมันคืออะไร มันช่างเติมเชื้อไฟได้ดีจริงๆ แพรรัมภาที่ตอบสนองเขาอย่างลืมตัวว่าที่นี่คือลานจอดรถ จนเธอเริ่มหายใจไม่ทันก็ได้ทำการผลักคนที่จูบให้ออกห่าง ก่อนที่มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ถ้ามีใครเดินผ่านมาเห็นถึงแม้รถเธอจะติดฟิล์มสีดำก็ตาม มันก็รู้สึกแปลก

“ผมขอโทษ ผมคิดถึงคุณมากรู้ไหม”

“เออ...เราไปทานข้าวดีกว่าไหมคะ”

“ผมว่าเรากลับไปทำอะไรทานที่ห้องกันดีกว่าไหม”

แพรรัมภาที่เห็นสายตาที่เขาส่งมามันชัดเจนมาก ว่าเขาต้องการสื่ออะไร

“คุณไม่หิวเหรอคะ กว่าจะถึงห้องที่นี้เมืองไทยนะคะ รถติดมาก คุณทนไหวหรือเปล่าหละ”

“ได้อยู่เมื่อกี้ผมก็ทานอะไรรองท้องไปบ้างแล้ว ผมอยากทานฝีมือคุณมากกว่า คุณจะว่าไหมถ้าผมขอให้คุณทำให้ทาน”

แพรรัมภาเจอสายตาลูกอ้อนที่เขาพยายามส่งมาให้เจอแบบนี้ก็ตายสิคะชะนีอย่างพวกเราไปหัดทำมาจากไหนเนี่ยสายตาแบบนี้

“แล้วแต่นะคะ ถ้าคุณทนไหว อย่ามาบ่นทีหลังก็แล้วกัน”

ลูอิสที่ส่งรอยยิ้มบาดใจไปให้ พร้อมกับจับมือขึ้นมาจูบเบาๆ เขาจะทำให้เธอหลงรักเขาให้ได้ มีเสน่ห์เท่าไหร่พ่อจะขุดมาใช้ให้หมด อย่าให้เสียชื่อเทพบุตรหน้าหล่อบาดใจสาวๆ งานนี้ต้องลงทุนถ้าอยากได้เมียคืน

แพรรัมภาถึงกับหัวเราะกับสิ่งที่เขาพยายามทำให้กับเธอ แต่มันน่ารักมากๆ คนบ้าอะไร ทำอะไรไม่ดูตัวเองเลยอายุเท่าไหร่แล้ว

ทั้งสองฝ่าอุปสรรครถติด ติดมากๆ จนลูอิสเผลอบ่นออกมา ไม่ใช่เพราะหิวแต่เขาเบื่อการจราจรของเมืองไทยแบบสุดๆ ทุกครั้งที่เขามา

“เป็นไงละคะ บีมบอกแล้วว่าคุณทนไหวไหม รถมันติดมาก ยิ่งวันนี้เป็นวันศุกร์อีก คนทำงานเขาก็ออกไปเที่ยวกัน”

“คุณเบื่อไหม เรากลับไปสเปนกันดีกว่า ที่นั่นสะดวกสบายกว่านี้เยอะ”

“เหรอคะ คุณลูอิส เดี๋ยวก็ถึงแล้วคะ ลงทางด่วนตรงนี้”

ลูอิสรู้สึกแปลกๆ ที่มีผู้หญิงมาขับรถให้นั่ง ปกติไม่เขาก็เจมส์เป็นคนขับ แล้วแต่ว่าเขาจะไปไหน ไม่เคยเลยจริงๆที่ต้องมานั่งรถผู้หญิง ดูจากท่าทางแล้วน่าจะขับรถเร็วใช่ย่อย

จนกระทั่งทั้งคู่ได้มาถึงคอนโดที่พัก ที่บีมเอารถไปจอดตรงชั้นของตัวเองที่แยกไว้ส่วนตัว ลูอิสสังเกตไม่เคยรู้เลยว่ามีส่วนนี้อยู่ด้วย แต่ก็ไม่แปลกเพระเธอเป็นลูกสาวเจ้าของคอนโดหรูนี้

บีมที่เดินลงจากรถ เอื้อมไปหยิบอุปกรณ์ที่ด้านหลังซึ่งมีทั้งกระเป๋ากล้อง กระเป๋าเอกสารงานต่างๆ เยอะมาก

“นี่คุณ ไปทำงานกี่วัน ห๊ะ!! ถึงมีของเยอะมากขนาดนี้”

“วันนี้วันเดียวคะ ที่เห็นอย่างนี้ นี่แหละชีวิตนักข่าว”

“มาๆ ผมช่วยเดี๋ยวมันจะล่วงตกลงมาพังกันพอดี”

แพรรัมภาที่ยื่นอุปกรณ์ต่างๆ ให้เขาช่วยถือ ซึ่งดูหน่วยก้านแล้วถือแค่นี้เขาไม่หนักแน่นอน

ลูอิสที่เดินตามหลังผู้หญิงที่เขารู้สึกยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้สึกดีต่างฝ่ายต่างไม่ได้ตั้งกำแพงไว้เหมือนก่อนหน้านั้นดูเธอก็เปิดใจให้เขามากขึ้นกว่าเดิม

จนกระทั้งมาถึงหน้าห้องของอีกฝ่ายบีมที่ทำการเปิดประตูแล้วผลักให้เขาที่ถือให้เธอเข้าไปก่อนลูอิสที่สังเกตบริเวณภายในห้องที่ดูเรียบง่ายสมกับเป็นห้องของสาวทำงานจริงๆ

“คุณเอาวางไว้บนโต๊ะตรงนั้นเลยคะ”

แต่แพรรัมภาที่เผลอลืมไปว่าบนโต๊ะที่เธอให้เขาเอาของไปวางมันมีรูปที่เธอสะเก็ตภาพเป็นรูปของเขาอยู่เยอะแยะมากวางซ้อนๆ กับ รูปเครื่องประดับที่ตอนนี้เธอเริ่มรักงานออกแบบเหมือนเช่นเขาแล้ว

ลูอิสที่สังเกตบนโต๊ะทำงานมีรูปสะเก็ตดอกเดซี่ เป็นแหวน ตุ้มหู สร้อยคอ จนสายตาไปปะทะเข้ากับรูป คล้ายกับรูปวาดของใคร เขาเลยเอามือเอื้อมไปจะเปิดดู แต่แพรรัมภาเห็นพอดีจึงรีบเอาตัวไปบังไว้ ถ้าเขารู้เขาจะต้องมองเธอแปลกๆ แน่นอน

“คุณ!!! รูปของใคร อ๊ะ!! ผมขออนุญาตดูได้ไหม”

แพรรัมภาที่หันหลังรีบเก็บภาพเหล่านั้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับสายตาที่สงสัยของลูอิสที่เขาเห็นชัดเจนว่าเป็นรูปผู้ชายแต่มองไม่ถนัดว่าเธอวาดรูปใคร

“คุณ!! รูปผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำไมคุณถึงไม่ให้ผมดู”

แพรรัมภาที่รีบเก็บช่วงที่วิ่งเอางานเข้าไปไว้อีกห้องมีบางชิ้นล่วงลงมาบนพื้นทันทีที่เห็นเธอกำลังจะวิ่งไปเก็บแต่ช้ากว่าคนที่ตัวสูงและขายาวกว่าเธอ ทันทีที่ลูอิสเห็นภาพตกลงบนพื้นเขารีบวิ่งไปเก็บ พอเห็นรูปเท่านั้น เขาถึงกับเงยหน้ามองคนที่ทำหน้าตกใจ ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าแดงท่าทางคงจะเขินมากแน่ๆ

“คิดถึงผมมากเหรอครับ ถึงได้วาดรูปผมแบบนี้”

แพรรัมภาที่ตอนนี้อายจนใบหน้าร้อนผ่าวจนแก้มออกชมพู ลูอิสที่เดินก้าวเข้ามาใกล้ๆ เอามือลูบไปบนแก้มที่ตอนนี้แดงสุกเป็นลูกเชอรีี่แล้ว

“ไงคะ ได้ยินที่ผมถามไหม ว่าคิดถึงผมมากใช่ไหม ถึงได้วาดภาพพวกนี้”

แพรรัมภาที่ตอนนี้หาเสียงของตัวเองไม่เจอ ไม่รู้จะตอบเขายังไง แต่รู้ว่ารู้สึกร้อนวูบวาบ สั่นไปทั้งตัวอาจจะเพราะทั้งคู่ได้ห่างกันมาสักพักเกือบ 3 เดือน ใช่เธอคิดถึงเขา คิดถึงทุกวันห่วงมากตอนที่เขาเงียบ ยิ่งรู้ว่าเขาเป็นยังไงเธอก็ยิ่งรู้สึกกังวล พอนานวันเข้าเธอเริ่มรู้ใจตัวเองว่า ตัวเธอนั้นรักเขาไปแล้วยิ่งเพิ่มความห่วงหาเข้าไปอีก

ลูอิสที่จับใบหน้าของแพรรัมภาให้หันมามองเขาตรงๆ สายตาที่เขาส่งมาให้เธอช่างร้อนแรงมาก มันสื่อออกมาให้เธอเห็นว่าเขา คิดอะไรและต้องการอะไร

“บีม ผมรู้นะว่าเราสองคนต่างรู้สึกยังไง ผมขอให้ครั้งนี้ถ้ามันเริ่มขึ้นอีกครั้ง ผมขอให้คุณแสดงออกมาว่า เราสองคนต่างคิดตรงกัน อย่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดเอง ได้ไหมครับ”

ลูอิสที่สื่อความหมายผ่านคำพูดที่เธอรู้ว่าเขาต้องการอะไรในเมื่อต่างคนต่างรู้ใจกันแล้วก็ลองทำตามความรู้สึกของกันและกัน

“คุณแน่ใจแล้วเหรอคะ ว่าฉันคือคนที่คุณตามหา คุณตอบได้แล้วหรือยังว่าคุณให้ฉันอยู่ในตำแหน่งอะไร คุณตอบได้หรือยังคะ”

ลูอิสค่อยๆเอานิ้วไล่ไปตามโครงหน้าสวยหวานดวงตาริมฝีปากเล็กๆที่เขารู้ว่ามันหวานแค่ไหนเขาค่อยเอามือไปแตะไว้ตรงเอาที่เล็กได้สัดส่วน

“ผมรู้ตั้งแต่วันที่คุณหันหลังทิ้งผมไปแล้วว่าผมรู้สึกยังไงช่วงที่เราห่างกันผมว่าเราสองคนน่าจะได้คำตอบแล้วว่า เรารักกันไหม ผมตอบได้ว่าผมรักคุณมาก ผมพร้อมพิสูจน์ทุกอย่างไปพร้อมกับคุณ ให้โอกาสกับผมอีกครั้งได้ไหม ที่รัก”

แพรรัมภาที่จ้องเข้าไปในดวงตาที่คมเข้มของคนข้างหน้า เธอค่อยๆ โน้มใบหน้าของคนที่ตัวสูงกว่าเธอให้ก้มลงมา รับการจุมพิตที่มันพอจะแทนคำตอบที่เธอจะบอกให้กับเขา

ลูอิสเห็นสิ่งที่แพรรัมภาส่งมาให้เขา โอ้!!มันช่างดี จริงๆ เขาไม่เคยรู้สึกมีความสุขได้แบบนี้ เพราะนี้มันเกิดจากความรู้สึกของเธอจริงๆ ไม่มีการบังคับหรือใช้เล่หเหลี่ยมอะไรมาหลอกเธอให้หลงไปกับเขา และมันช่างตื่นเต้นที่ครั้งนี้เธอเป็นคนเริ่มมันเอง







แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น