โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 9-3 บล็อกบัสเตอร์

ชื่อตอน : ตอนที่ 9-3 บล็อกบัสเตอร์

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 20:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9-3 บล็อกบัสเตอร์
แบบอักษร

​พอบอกว่าลืมไปแล้ว ทุกอย่างก็เหมือนจะไม่เป็นอะไร

เพราะชิ้นส่วนบางชิ้นที่พี่ชายเขาเป็นคนถือไว้ ถึงจะเป็นชิ้นเดียวแต่มันก็คือส่วนหนึ่ง แค่นั้นก็ทำให้ความเจ็บปวดทั้งหมดถาโถมเข้ามาได้แล้ว เขาเลยต้องทำเป็นลืมอยู่คนเดียวเผื่อว่าจะสามารถปิดกั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่พังทลายในใจไว้ได้

ฝังเอาไว้ในจุดลึกสุดแล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น ทำเหมือนเจ้าหมาที่เป็นทั้งสัตว์เลี้ยงและรับฟังทุกอย่างแทนเพื่อนที่เขาไม่เคยมี มันชอบฝังกระดูกทิ้งเอาไว้จนติดเป็นนิสัย ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็คล้ายจะคงอยู่ตรงนั้นตลอดไป เขาจึงซ่อนทุกอย่างทุกความทรงจำในช่วงเวลานั้นเอาไว้และกลบมันด้วยเท้าอย่างมิดชิด

แล้วอยู่ๆ ทุกอย่างก็หวนกลับมาราวกับเป็นเรื่องโกหกเขาจึงได้รู้หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน ว่า ‘ฉัน’ ในตอนนั้นก็ถูกฝังจมลงไปด้วยเช่นกัน

การพยายามเติมเต็มส่วนที่ขาด คือสัญชาตญาณของมนุษย์

เพื่อเติมเต็มทดแทน ‘ฉัน’ ที่ถูกฝังไปหายไป และถึงจะยึดติดอยู่กับ ‘ฉัน’ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ไม่ว่าที่ไหนก็ยังคงไม่มี ‘ฉัน’ อยู่ดี

ทว่า…


‘ฉันชื่อคิมมีโซนะ พี่ชื่ออะไร’

เมื่อได้เจอมีโซอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ตอนที่ได้เห็นใบหน้าขาวใสและแก้มอมชมพูสีเลือดฝาด ตอนมองเห็นลักยิ้มบุ๋มที่แก้มขวา ตอนได้ยินเธอแนะนำตัวว่า ‘คิมมีโซค่ะ’ พร้อมน้ำเสียงเสียงสั่นเครือ นั่นทำให้ยองจุนยิ่งมั่นใจ

ตึกตักตึกตัก

ว่าหัวใจที่ถูกฝังไว้ไหนสักที่ของเขาเริ่มกลับมาเต้นอีกครั้ง

ตึกตักตึกตัก


[รู้จักผมใช่ไหมครับ]

[ค่ะ]

[จริงเหรอ ผมเป็นใครครับ]

[ลูกชายท่านประธานค่ะ]


ปกติแล้วมนุษย์จะจำเรื่องราวก่อนอายุห้าขวบไม่ได้ มีโซเองก็คงลืมเรื่องวันนั้นและการมีอยู่ของ ‘ฉัน’ ไปแล้วเหมือนกัน

ก็นะ... ถึงจะเสียใจแต่ก็ไม่เป็นไร เพราะการที่เธอลืม ‘ฉัน’ และเรื่องราวในวันนั้น มันคือเรื่องที่เขาหวังเอาไว้มานานอยู่แล้ว

ใช่ ไม่เป็นไร

ถึงไม่เห็นด้วยตา ก็ใช่ว่าทุกอย่างมันจะหายไปนี่นา เพราะหลักฐานยังคงอยู่ชัดเจนตรงนี้ มีผู้หญิงที่รู้จัก ‘ฉัน’ ซึ่งเธอก็ยืนอยู่ตรงหน้าขนาดนี้แล้ว

ไม่เป็นไร ตอนนี้มันไม่เป็นแล้ว

เพราะมีโซ เขาถึงได้หัวใจและ ‘ความเป็นตัวเอง’ กลับมาอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตตลอดเก้าปีที่ผ่านมาอย่างสงบสุขจนไม่มีอะไรที่ต้องการมากกว่านี้อีกแล้ว

ขอแค่ทุกอย่างจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเท่านั้น เขาขอเพียงแค่นั้น

แต่ตอนนี้เธอกลับจะจากไป…



“สุดยอดไปเลย เพราะอยู่ข้างๆ ท่านรองก็เลยได้ทำเรื่องหรูๆ แบบนี้ด้วย เยี่ยมไปเลยค่ะ”

ยองจุนหลุดจากห้วงความคิด เขาเงยหน้ามองฟ้า ก่อนจะถามอีกคนกลับไป

“ชอบไหม”

“ค่ะ ชอบมากค่ะ”

ชอบสินะ อืม... ชอบขนาดนั้นเลยสินะเนี่ย อืม... มาตอกตะปูใส่ศักดิ์ศรีของผู้ชาย แล้วก็ปักลงอกกันแบบนี้ก็เลยยิ้มออกมาได้สินะ เธอน่ะ

“ฉันทำให้โดยที่ไม่อยากได้อะไรตอบแทนหรอกนะ”

“คะ?”

ด้วยการเตรียมงานอย่างเร่งรีบทำให้ไม่สามารถหาพลุได้เพียงพอ และทันทีที่ยองจุนคิดขึ้นมาว่า ‘เหลืออีกแค่ไม่กี่ลูกก็คงจะหมดแล้ว’ พลุรูปหัวใจดวงใหญ่มหึมาก็ปรากฎขึ้นกลางท้องฟ้าเป็นสัญญาณว่านี่คือพลุลูกสุดท้าย

“ว้าว”

มีโซปรบมือรัวชอบใจเป็นแมวน้ำน้อยหลังจากเสียงทุกอย่างเงียบสงบลง

“ขอบคุณมากเลยนะคะ”

“แค่นี้เอง”

เธอจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคนที่เพิ่งไหวไหล่แล้วยิ้มละมุนเหมือนอยากพูดอะไรออกมาสักอย่าง

“ทำไม”

“ประทับใจค่ะ จริงๆ นะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ ท่านรองประธาน”

ยองจุนมองใบหน้าหวานสดใสดูไร้ความกังวลแต่งแต้มด้วยยิ้มละมุนละไม รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของมีโซมองกี่ครั้งก็ยังคงดูอ่อนหวานจนทำให้เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปช้าๆ หลังคิดด้วยความลังเล

จากนั้นก็เพิ่งคิดได้ว่าตัวเองไม่เคยแสดงออกให้ชัดเจนเลยสักครั้ง

“ไม่เป็นไร”

ฉันต่างหากต้องขอบคุณ

“ท่านรอง…?”

ยองจุนยกมือขึ้นมาวางลงบนศีรษะของมีโซทันทีแล้วลูบอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังชื่นชมเด็กเล็กๆ ก่อนจะยีผมเธอจนยุ่งเหยิง

“โอ๊ะ! อะไรกัน! ทะ ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะ!”

“อยากทำ”

มีโซจ้องมองแผ่นหลังของยองจุนที่หันหนีและเดินนำลิ่วล่วงหน้าไปก่อนด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งอย่างยาวนาน



“วันนี้สนุกมากเลยค่ะ”

“ดีใจที่เธอสนุกนะ”

“ฉันไม่ได้สนุกอย่างเต็มที่แบบนี้มานานมากแล้วล่ะค่ะ”

“ฉันด้วย”

“พรุ่งนี้ฉันจะรีบไปบ้านท่านรองแต่เช้านะคะ ถ้างั้นกลับดีๆ นะคะ ขอให้เป็นค่ำคืน…”

“เดี๋ยว”

ระหว่างที่ร่ำลากันและกันหลังรถจอดลงที่หน้าบ้าน ยองจุนพูดขัดมีโซขึ้น

เธอกำลังสงสัยว่าคนที่มักจะนั่งฟังคำบอกลาอยู่ในรถเฉยๆ ทุกครั้งที่มาส่งถึงบ้าน ทำไมถึงลงจากรถมาเหมือนจะทำอะไรสักอย่าง

ยองจุนก้าวเดินไปทางท้ายรถ มีโซมองด้านหลังของยองจุนเงียบๆ ก่อนที่เธอจะพูดตัดบทออกมาหนึ่งประโยคอย่างเฉียบขาด

“คงไม่ใช่ว่ามีกุหลาบเก้าสิบเก้าดอกอยู่ท้ายรถหรอกใช่ไหมคะ”

ยองจุนชะงักการก้าวเดินทันทีแล้วหันกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ใช่ มี”

“ช่อดอกไม้ที่ถูกทิ้งกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ท้ายรถนานๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ค่ะว่าจะมีสภาพเป็นยังไง”

“งั้นเหรอ”

ยองจุนฉีกยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจก่อนเดินกลับไปเปิดด้านหลังรถอีกครั้ง เขาหยิบช่อดอกไม้จากด้านในกล่องเก็บความเย็น หลังจากดึงแผ่นกันกระแทกออกช่อดอกไม้ก็เผยโฉม

ช่อกุหลาบสีแดงสดน่ามองและสมบูรณ์โดยไม่มีจุดไหนเสียหายเลยสักนิด มันยังคงเบ่งบานสวยงามอวดโฉมตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น

หลังรับช่อกุหลาบช่อใหญ่ซึ่งส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วมาไว้กับตัว มีโซก็พูดขึ้นเสียงนิ่ง

“ทุกอย่างอยู่ในแบบสอบถามประหลาดๆ นั่นหมดเลยนี่คะ ฉันตกใจนะคะเนี่ย ต้องลำบากเพื่อฉันขนาดนี้เลย”

“ลำบากอะไรกันล่ะ ถ้าเพื่อเลขาคิมแล้ว แค่นี้มันธรรมดามาก”

มีโซถามด้วยสีหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มละมุน ระหว่างเธอมองยองจุนที่ยังคงฉีกยิ้มด้วยสีหน้าสบายๆ

“คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะเปลี่ยนใจ บอกว่า ‘ในอนาคตฉันจะตั้งใจทำงานไปตลอดชีวิตค่ะ!’ อย่างนั้นเหรอคะ”

“อ่า ว่าแล้ว หลอกมีโซไม่ได้จริงๆ”

แล้วทั้งคู่ก็มองหน้ากันอยู่ครู่นึงก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน ซึ่งระหว่างนั้นมีโซก็หยิบบางอย่างจากกระเป๋ามายื่นให้คนตรงหน้า

“วันนี้วันเปเปโร่* ค่ะ ตอนแรกฉันตั้งใจจะฝากผอ. พัคไปให้ท่านรอง รับไว้นะคะ”

บริษัทขนมในเครือยูอิลกรุ๊ปเคยปล่อยสินค้าใหม่เมื่อสามปีก่อน ซึ่งมีเป้าหมายว่าจะต้องทะยานล้มขนมแท่งผอมเพรียวอย่างเปเปโร่ให้ได้ แต่ก็พับโครงการไปหลังเข้าตลาดได้เพียงแค่สามเดือน ไม่ใช่แค่พัง แต่เรียกว่ายับเยินเลยทีเดียว       

“ให้ของขวัญเป็นสินค้าจากบริษัทคู่แข่งงั้นเหรอ เซนส์เธอนี่…”

อย่างที่คิดไว้เป๊ะ ทำเป็นปล่อยผ่านก็ไม่ได้เลยนะ มีโซยู่หน้าบ่นพึมพำ

“อ่า แต่อันนี้มันมาจากใจเลยนะคะ แค่รับไว้แบบไม่ต้องคิดนู่นคิดนี่ไม่ได้เหรอคะ”

“ใจเหรอ”

ยองจุนมองมีโซยื่นสองกล่องที่ถืออยู่ในมือแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงยุ่งๆ

“อ๋อ ใจเลขาคิมคือเปเปโร่ที่ซื้อมาจากมินิมาร์ต แถมยังซื้อแบ่งฉันกับผู้เชี่ยวชาญพัคคนละกล่องอีกต่างหาก หัวใจแบบนี้นี่เองสินะ”

“จะคิดยังไงก็ตามใจเลยค่ะ รสสตรอว์เบอร์รี​ของผอ. พัค ส่วนรสช็อกโกแลตของท่านรองค่ะ ฉันจะบอกเพิ่มอีกอย่าง ของท่านรองประธานทั้งกล่องใหญ่แล้วก็แพงกว่าด้วยค่ะ”

“ดีเลย อันนี้เป็นข้อเดียวที่ถูกใจ”

มีโซยิ้มหวานละมุนอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคนั้น    

“วันนี้ขอบคุณมากจริงๆ นะคะ ฉันจะลืมเรื่องจุดประสงค์ไปแล้วกันค่ะ”

“ไม่ได้ จะตายก็ห้ามลืม ต้องจำไว้ให้แม่นจนชาติหน้าเลยนะ”

หลังจากพูดย้ำและจ้องตากับมีโซเสร็จ ยองจุนจึงเดินกลับไปที่รถ

“กลับดีๆ นะคะ”

แต่มีโซก็ต้องเบิกตาโตขึ้น เมื่อเธอเห็นว่าคนที่เธอโบกมือลาจนเขาเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับเรียบร้อยแล้วดันกลับลงมาอีกครั้งและกำลังเดินมาทางที่เธอยืนอยู่

“ลืมอะไรหรือเปล่าคะ…”

ยองจุนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจังโดยไร้คำพูดใดๆ และอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น พวกเขาจะอยู่ในระยะใกล้ชิดจนแทบจะตัวติดกันแล้ว จากนั้นเขาจึงก้มมองเธอ

มีโซเงยหน้าขึ้นช้าๆ มองยองจุนที่ก้มลงมา เธอยิ้มหวานละมุนก่อนจะยกมือห้าม

ใกล้จนคิดว่าปลายนิ้วของเธออาจจะโดนริมฝีปากของเขาไปแล้ว…

“เรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ”

มีโซดันหน้าของยองจุนออกแล้วหนีเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว

ยองจุนก้มหน้าลงหัวเราะอยู่สักพักหลังจากถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในซอย ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับหายไปจากตรงนั้น



เมื่อส่งยองจุนกลับเรียบร้อยแล้วมีโซก็เหลือแต่ความเหนื่อยล้า หลังอาบน้ำเสร็จเธอจึงผล็อยหลับไปทันที แต่ก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งเพราะมีแสงสว่างแยงตา มีโซเลยลุกขึ้นเพื่อดูว่าตัวเองลืมปิดผ้าม่านหรือเปล่า และนั่นทำให้มองเห็นแสงจากดวงจันทร์เต็มดวงส่องสว่างผ่านทางหน้าต่าง

เธอฝัน ฝันถึงวันนั้นเมื่อนานมาแล้ว


[นี่บ้านเธอเหรอ]

[อื้อ]

[เข้าไปเร็ว แอบออกมาตอนนอนไม่ใช่เหรอ]

[พี่ยังเจ็บขาอยู่ไหม]

[ไม่แล้ว]

[แล้วทำไมเดินกะเผลกล่ะ]

[ก็…แค่…]

[พี่บ้านอยู่ตรงไหน ฉันจะไปเล่นด้วย]

[บ้านพี่อยู่ไกลจากที่นี่]

[มากเลยเหรอ]

[ใช่]

[งั้นให้พ่อขี่จักรยานไปส่งก็ได้]

[ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่มาเล่นด้วยเอง]

[จริงนะ]

[อืม จริงสิ]

[ฉันจะไม่ลืมชื่อพี่เด็ดขาดเลย พี่…]

[เด็กโง่ ไม่ใช่ชื่อนั้น พี่ชื่อซอง… ลีซอง… ต่างหากล่ะ!]


นาฬิกาบอกเวลาตีสามแล้ว แต่มีโซยังคงนั่งเหม่อลอยและบ่นพึมพำราวกับยังอยู่ในความฝัน

“วันนั้นดวงจันทร์ก็สว่างแบบนี้เลย… ลีซอง… จินเหรอ หรือลีซองฮวาน ลีซองฮยอน…? อ่า ชื่ออะไรนะ”



เพราะมัวแต่ไปเที่ยวเล่นกับมีโซ ยองจุนจึงต้องกลับมาเคลียร์งานของบริษัทสาขาต่างประเทศจนรู้ตัวอีกทีก็ตีสามแล้ว และถ้าเขาจะไปนอนตอนนี้ก็คงนอนได้แค่สองชั่วโมงเท่านั้น สู้ไม่นอนเลยน่าจะดีกว่า

หลังจากปิดแล็ปท็อปลงแล้ว ยองจุนก็ลุกขึ้นยืนอยู่หน้าตู้หนังสือพร้อมกับทุบไหล่เบาๆ เพราะไม่สบายตัว จากนั้นก็ก้มมองเปเปโร่สองกล่องที่วางอยู่ตรงมุมโต๊ะก่อนจะหยิบกล่องสีแดงที่ถูกห่ออย่างสวยงามขึ้นมา  

มีโซมีฝีมือเรื่องนี้อยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ก็มักจะทำของขวัญมาให้ แต่ครั้งนี้ดูพิเศษกว่าครั้งไหนเพราะเน้นคำว่า ‘ใจ’ มาด้วย

พอพลิกสำรวจกล่องเปเปโร่แล้ว ยองจุนก็ถือมันไว้อย่างระมัดระวังและเดินไปทางผนังด้านหนึ่งของห้องหนังสือ

เขาเปิดประตูตู้สำหรับจัดแสดงถ้วยรางวัลและเหรียญต่างๆ ที่เคยได้รับจากการได้ที่หนึ่งในการแข่งขันมาตลอดจนถึงตอนนี้พลางมองหาชั้นที่ตัวเองจะมองเห็นได้ชัดที่สุด ก่อนจะวางของขวัญลงไปหลังจากผลักพวกถ้วยรางวัลไปกองกันไว้ด้านหนึ่งแล้ว

“อืม ดูดีใช้ได้”

จากนั้นก็ปิดประตูตู้ลงให้สนิทแล้วกลับมาที่โต๊ะตัวเดิม ก้มมองขนมอีกกล่องที่วางเอาไว้

ยองจุนดึงกระดาษที่เขียนไว้ว่า ‘ถึงผู้อำนวยการพัค’ ออกโยนลงถังขยะแล้วแกะห่อของขวัญออก หยิบเปเปโร่รสสตรอว์เบอร์รี​ขึ้นมากินหนึ่งแท่งก่อนจะทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทันที

“แหวะ เสียดายลิ้นเลย ทำไมรสชาติเป็นงี้เนี่ย”

เขาโยนเปเปโร่ที่เหลือทิ้งแล้วหยิบบุหรี่มาคาบไว้แทน จากนั้นก็ย้ายตัวเองไปที่หน้าต่างก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกหลังจากจุดไฟติด


[คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะเปลี่ยนใจ บอกว่า ‘ในอนาคตฉันจะตั้งใจทำงานไปตลอดชีวิตค่ะ!’ อย่างนั้นเหรอคะ]

[อ่า ว่าแล้ว หลอกมีโซไม่ได้จริงๆ]


“เด็กโง่ หลอกไม่ได้ที่ไหนกันล่ะ”

เมื่อพ่นควันขาวคละคลุ้งออกมายาวๆ ยองจุนก็พึมพำพร้อมหัวเราะเบาๆ

“ระยะฟักตัวมันน่ากลัวตรงไหนรู้ไหม เพราะเจ้าตัวไม่รู้จนกว่าจะมีอาการยังไงล่ะ”

คำสาปของบล็อกบัสเตอร์เริ่มขึ้นแล้ว แค่เธอไม่รู้เท่านั้นเอง



* เปเปโร่เดย์ วันที่สิบเอ็ด เดือนพฤศจิกายนของทุกปี คนเกาหลีจะนิยมให้ขนมเปเปโร่ (ขนมชนิดเดียวกับป็อกกี้) แก่กัน

ความคิดเห็น