คีย์บอร์ดสีฟ้า(เตยหอม)

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

1 เมื่อเริ่ม ก็หวั่นไหว

ชื่อตอน : 1 เมื่อเริ่ม ก็หวั่นไหว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2562 22:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 เมื่อเริ่ม ก็หวั่นไหว
แบบอักษร

#พี่กันต์น้องพีช


ผมต้องเข้ามาอยู่คอนโดนี้อย่างช่วยไม่ได้ คอนโดนี้เป็นของคุณผู้หญิง (ถึงคุณกันต์จะอยู่ตลอดก็เถอะ) มีสองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว พื้นที่กว้างสำหรับรับแขก ของใช้เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างถูกตบแต่งในสไตล์ผู้ชายอย่างลงตัว


ผมกำลังจัดข้าวของอยู่ในห้องฝั่งซ้าย จริงๆ แล้วผมไม่ได้อยากมาอยู่ที่นี่เลย ผมขอคุณผู้หญิงจะออกไปอยู่คนเดียว แต่คุณผู้หญิงไม่ยอม เธอบอกให้ผมมาอยู่กับคุณกันต์ ให้เหตุผลว่า จะได้ดูแลสอดส่องลูกชายเธอ


คุณผู้หญิงเธอเป็นคนส่งผมเรียนตั้งแต่เด็ก แม่ผมทำงานรับใช้ที่บ้านคุณผู้หญิงกานดามานาน ตอนแม่ท้องผม พ่อก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แม่คลอดผมและเลี้ยงผมอยู่ที่บ้านใหญ่ตลอด ทุกคนในบ้านเอ็นดูผมมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งคุณผู้หญิง พอผมได้เก้าขวบแม่ก็เสียชีวิต แม่ก็เสียด้วยโรคประจำตัว คุณผู้หญิงเลยรับเลี้ยงผม ส่งผมเรียน เธอให้ทุกอย่างเหมือนผมเป็นลูกของเธอ นั้นมันอาจจะเป็นเหตุผลที่คุณกันต์มักจะชอบแกล้งและเกลียดขี้หน้าผมเสมอ


ผมออกจากห้องและเดินเข้าไปในครัว เปิดเช็คตู้เย็นดูว่ามีวัตถุดิบหรือของอะไรบ้าง ในตู้เย็นมีเพียงน้ำเปล่าสามขวด เบียร์ยี่ห้อดังเก้าขวด เป็นแบบกระป๋องอีกหกกระป๋อง


เฮ้อ..ใจคอจะดื่มแต่เบียร์รึไง...


หลังจากตรวจดูของผมก็จดใส่กระดาษว่าควรซื้ออะไรบ้าง เช็คของในกระเป๋าแล้วลงมาเรียกรถแท็กซี่เพื่อไปห้างใกล้ๆ จัดการซื้อพวกของสด ของกิน ผลไม้เอาไปเก็บแทนเบียร์


กลับมาถึงห้องก็เที่ยงแล้ว ผมเลยจัดแจงทำอาหารง่ายๆ อย่างข้าวผัดหมู มันเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่คุณกันต์ชอบ ผมเลยเลือกที่จะทำมัน


พอทำเสร็จผมกำลังจะจัดใส่จาน เสียงจากคนข้างหลังทำผมสะดุ้งหน่อยๆ "คิดจะเอาใจกันรึไง"

"ผมมีหน้าที่ดูแลคุณ คุณชอบอะไรผมก็ต้องทำ"

"เหรอ? "

"........"

"ไปไหนก็ไป ไม่อยากเห็นหน้า"

พอคุณกันต์เขาบอกแบบนั้น ผมเลยระเห็จตัวเองออกไปให้พ้นจากสายตาเขา เขาคงอึดอัดแย่ถ้าต้องนั่งกินข้าวกับคนไม่ชอบหน้า


เวลาผ่านไปสักพัก ผมคิดว่าเขาน่าจะกินเสร็จแล้วเลยเดินออกมาจากห้อง ข้าวผัดที่ผมทำไว้พร่องไปเกือบหมด เหลืออยู่ในกระทะแค่พอผมกินพอดี

กินเสร็จผมก็เก็บล้างทำความสะอาด รวมถึงปัด กวาด เช็ด ถู ทั้งห้องด้วย มองดูเวลาอีกสองชั่วโมงจะถึงเวลาอาหารเย็น ผมเลยกลับเข้าห้องอาบน้ำแต่งตัวใหม่ ออกมาทำอาหารเย็นสองอย่างไว้ในครัว


ปึก!!!


"อ้ะ " ผมร้องขึ้นมา มันเป็นจังหวะที่ผมกำลังเดินออกจากครัว และเป็นจังหวะเดียวกันที่คุณกันต์เดินเข้ามา ทำให้ผมชนกับแผ่นอกกว้างเข้าอย่างจัง จมูกผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆแบบผู้ชาย จนผมต้องถอยหลังหนี

เขาไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่เบี่ยงตัวแล้วเดินเข้าไปในครัว หยิบจานมาตักข้าวแล้วนั่งลงบนโต๊ะ พอเห็นเขาเริ่มทาน ผมก็เดินออกมา


อย่างน้อย เขาก็ทานอาหารที่ผมทำ


ผมอยู่ที่คอนโดมาได้สองอาทิตย์แล้ว ชีวิตไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เราพูดคุยกันแทบจะนับคำได้ ผมก็ทำงานของผมทุกวัน ผมทำอาหาร ทำความสะอาดทุกอย่างทั้งหมด (ยกเว้นห้องคุณกันต์ที่เขาไม่ให้ผมเข้าไปยุ่ง) คุณผู้หญิงเลิกจ้างแม่บ้านท่านบอกว่าจ้างผมแทน ผมเดาว่าคุณผู้หญิงดักทางไม่ให้ผมไปทำงานพาร์ทไทม์

อาทิตย์หน้าจะเปิดเรียน ก่อนหน้ามีรุ่นพี่นัดเจอกับน้องๆ ปีหนึ่ง สองสามครั้ง รุ่นพี่ดูโหดเหี้ยม หน้าดุกันทุกคน แต่น้อยกว่าเจ้านายผมอะนะ

ผมได้เพื่อนในคณะมาสามคน พวกมันคุยง่ายและผมคิดว่าพวกมันนิสัยโอเคดี พวกเราแลกเบอร์ เฟซ ไลน์กันเอาไว้ มี ผม สายฟ้า หม่อน และคิม คิมเป็นคนตั้งกลุ่มไลน์เอาไว้ เผื่อมีอะไรได้คุยกัน

ผมนอนเล่นโทรศัพท์ ไถเฟซไปเรื่อยๆ เห็นไอ้คิมมันโฟสรูปไปเที่ยวกับสาว ไอ้หม่อนแชร์โพสของกิน ไอ้สายฟ้าไม่โพสอะไร เท่าที่ดูมันเป็นคนเงียบที่สุดในพวกเรา


ไลน์

Kim KH : พวกมึง เห็นที่พี่ๆ โพสยัง

ใบหม่อน คนดี : ยังไม่ได้เข้าเฟซ ทำไมวะ?

Pp Peach : เหมือนกัน

Saifha: ว่า?

Kim KH : ดีจริงๆ พวกมึงนี่

Kim KH : ได้ส่งรูปภาพ


พอคิมส่งภาพมา ผมก็ก่อนเข้าไปอ่าน ใจความว่าวันเปิดเรียนรุ่นพี่ขอเวลาเรียนให้ปีหนึ่งตั้งแต่เช้าในการรับน้อง ให้น้องๆ ทุกคนรวมกันที่ตึกกลางวิศวะ ให้เตรียมชุดสีทึบมาเปลี่ยน (ใช้แล้วทิ้งได้ยิ่งดี) เพื่อทำกิจกรรม


Pp peach : ต้องเละขนาดไหนวะ ใช้แล้วทิ้ง

ใบหม่อน คนดี : เสื้อผ้าหรือถุงยาง?

Pp peach : ไอ้หม่อน!!! ไอ้คนกาม!!!!

Kim KH : มึงไม่ใช่คนดี ไอ้หม่อน

Saifha: คนเหี้ย

ขำพรืดออกมาเบาๆ กับแชทไอ้สายฟ้า มันเป็นคนแบบนี้ อยากพูดมันก็พูด อยากด่ามันก็ด่า ไม่เคยแคร์ สายฟ้ากับหม่อนเป็นเพื่อนกันมาก่อน ผมยังไม่รู้เลย ถ้าไม่มีไอ้หม่อน พวกผมจะสื่อสารกับไอ้สายฟ้ายังไงให้รู้เรื่อง


ติ๊ดติ๊ด


ได้ยินเสียงแสกนคีย์การ์ดทำให้ผมลดโทรศัพท์ลง มองดูนาฬิกา วันนี้เขากลับเร็วแฮะ ผมคิดในใจเพราะนี่มันพึ่งจะเกือบห้าทุ่ม ทุกทีเขาจะกลับก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว


โครมม!!!


เสียงอะไรบางอย่างล้มจนเสียงดังทำให้ผมต้องรีบดีดตัวออกจากห้องเพื่อไปดูอย่างรวดเร็ว

"คุณกันต์" ผมเรียกเสียงดัง ผมตกใจจริงๆ ภาพที่เห็นคือคุณกันต์ล้มกองอยู่กับเสาโคมไฟต้นใหญ่ที่แตกกระจายเต็มพื้น ผมเลยรีบเข้าไปพยุงเขาอย่างระมัดระวัง

"คุณเมาหรอครับ" ผมถามขณะที่กำลังพยุงเขาไว้แล้วพาเดินไปนั่งที่โซฟา แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา

"......."

"คุณ นั่งรอตรงนี้นะ ผมจะไปเอากล่องยามาทำแผลให้"

"......."

"ไม่ต้องตอบผมก็ได้ อยู่เฉยๆ ก็พอครับ"

ผมเดินไปที่ตู้ติดผนัง เปิดตู้ออกหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา เดินกลับมาที่โซฟา เอาสำลีชุบน้ำยาล้างแผล ค่อยๆ แตะลงที่แผลฝ่ามือ มันไม่ลึกมาก แต่เศษแก้วบาดเป็นทางยาวลงมา ที่แขนไม่เป็นอะไรเพราะเขาใส่แขนยาวอยู่

"ดีนะที่ใส่แขนยาว ไม่งั้นเป็นแผลเยอะแน่"

"....." ยังไม่พูดเหมือนเดิม

"ดูแผลดีๆ นะครับ พรุ่งนี้ผมจะทำแผล เปลี่ยนผ้าให้ใหม่" ผมบอกตอนกำลังพันผ้าที่มือให้

"เสร็จแล้วครับ"

ไร้เสียงตอบรับใดๆ มีแต่เสียงลมหายใจผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่มาจากตัวคุณกันต์เท่านั้น ผมเงยหน้ามองสบตากับเขาเพราะเขามองอยู่ก่อนแล้ว


ตึกตัก!


สบตากันเพียงแค่เวลาไม่นาน ผมก็ต้องหันหน้าหนีเพื่อหลบสายตา เพราะเสียงหัวใจผม มันเต้นแรงเกินไป

"ผม... ผมไปนอนก่อนนะครับ" พูดจบแค่นั้นผมก็รีบเดินเข้าห้องทันที

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

ผมทรุดตัวกับพื้นหลังจากปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้ว เอามือจับที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง ทำไมใจผมเต้นแรงขนาดนี้ เขาจะได้ยินไหม แค่สบตาเอง แค่ไม่กี่วินาทีผมก็หายใจไม่ทั่วท้อง แทบจะหยุดหายใจให้ได้เลย

อันตราย... อันตรายต่อใจผมจริงๆ



Gun talk

เสียงหัวใจเต้นระรัวเมื่อกี้มันยังติดอยู่ที่หู ผมยังนั่งอยู่ที่โซฟาที่เดิม เป็นเวลาสองอาทิตย์ที่ผมออกไปข้างนอกทุกวันช่วงเย็น กลางวันก็จะนอนเก็บตัวอยู่ในห้อง (ออกจากห้องเมื่อเข้าห้องน้ำและออกมาหาอะไรทาน) จะว่าผมหลบหน้ามันก็ใช่... ถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากเข้าใกล้มันเลย

วันนี้ผมกลับเร็วเพราะโดนมอมมาด้วยเหล้าเพียวๆ หลายแก้ว ไหนจะเบียร์อีก ด้วยสภาพพวกเพื่อนผมไม่เคยเห็นผมเมา ผมเลยชิงกลับก่อน ปรกติผมไม่ได้เมาง่ายๆ แต่วันนี้วันเกิดพี่ชายของเพื่อนและเป็นเจ้าของผับที่สนิทกันเลยดื่มกันหนักไปหน่อย

กว่าผมจะฝืนแบกร่างตัวเองขับรถกลับมาได้ดึงสติอยู่ตั้งนาน แต่พอถึงห้องอยู่ๆ เหมือนโลกจะเหวี่ยง ผมเซล้มลงทำให้โคมไฟแตก เศษแก้วมันบาดเข้ามือผม แต่ไม่ได้ลึก เจ็บแค่คันๆ

"คุณกันต์" เสียงเรียกตื่นๆ จากคนด้านหลังทำเอาผมนิ่งค้าง

"คุณเมาหรอครับ? " คงเห็นผมไม่ตอบเลยพูดต่อ ไม่ได้ตอบอะไรออกไป ยังคงปล่อยให้ไอ้คนตัวเล็กพูดต่อไปเรื่อยๆ


คนหรือหมากระเป๋าวะ


"คุณ นั่งรอตรงนี้นะ ผมจะไปเอากล่องยามาทำแผลให้"

"ไม่ต้องตอบผมก็ได้ อยู่เฉยๆ ก็พอครับ"

พอผมไม่ได้ตอบอะไรไป ปล่อยให้ไอ้เด็กตัวเล็กพูดต่อไป มันเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้ ไม่รู้ว่ามันลืมตัวหรืออะไร ยังพูดไปเรื่อยไม่หยุด

"ดีนะที่ใส่แขนยาว ไม่งั้นเป็นแผลเยอะแน่"

"ดูแผลดีๆ นะครับ พรุ่งนี้ผมจะทำแผล เปลี่ยนผ้าให้ใหม่"

..........

"เสร็จแล้วครับ"

นิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรอีกหลังจากมันพันผ้าพันแผลให้เสร็จ ไอ้คนตัวเล็กมันช้อนตาขึ้นมอง สบตาผมไม่กี่วินาที มันก็เบี่ยงหน้าหนี

"ผมไปนอนก่อนนะครับ" มันพูดออกมาเร็วๆ พร้อมกับแก้มขึ้นสีจางๆ หันตัวเดินเข้าห้อง

ตึกตัก

เสียงหัวใจเต้นแรงไม่ใช่แค่ของมันหรอก หัวใจผมก็แทบจะทะลุออกมาอยู่แล้ว ถ้าเมื่อกี้มันไม่ลุกออกไป ผมคงได้กระชากปากสีชมพูนั้นมาจูบแน่



อา.. หรือผมต้องผิดสัญญาเหรอวะ




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น