Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อดีตของฮองเฮา

ชื่อตอน : อดีตของฮองเฮา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 799

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2562 22:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อดีตของฮองเฮา
แบบอักษร

หัวเมืองทางใต้

เมืองอิ๋น

ทหารของเทียนจินกระจายกำลังกันไปทั่ว ออกตามหาเจ้าของยาถอนพิษที่รู้ว่าว่าอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ ด้วยขนาดเมืองที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้การค้นหาเป็นไปได้ยากยิ่งนัก

การค้นหาใช้เวลาหลายวันก็ยังคงไม่พบ ตอนนี้เพิ่งค้นไปได้แค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่ทหารที่ถูกฝึกมาอย่างดีเหล่านี้ต่างทำงานอย่างขันแข็งไม่มีท้อจนกระทั่ง...

"เจ้าพอจะรู้จักชายในรูปรึไม่"ทหารองครักษ์เอ่ยถามชายชราในชุดสีขาวปิดหน้าปิดตา

"เจ้ามีอะไรกับชายผู้นั้นรึ"เสียงแหบแห้งตอบออกมาก่อนจะถึงผ้าที่ปิดบังใบหน้าออก

"พบแล้ว!!!"ทหารคนหนึ่งร้องออกมาอย่างดีใจ องครักษ์เพ่งมองเห็นว่าตรงตามภาพก็เข้าเรื่องทันที

"ข้าเป็นองครักษ์ขององค์รัชทายาท เดินทางมาจากวังหลวงเพื่อตามหายาถอนพิษชนิดหนึ่ง ใช้ถอนพิษพันราตรีพ่ายท่านพอจะรู้จักรึไม่"

"หมายถึงนี่น่ะรึ"นิ้วมือเหี่ยวย่นล้วงหนิบขวดยาเล็กๆทำจากไม้ไผ่ออกจากแขนเสื้อ

"นี่จะใช่ยาถอนพิษแน่รึ"เขาเอ่ยถามออกไปเพื่อความแน่ใจ

"หึ จะเอาหรือไม่เอามันไม่ใช่เรื่องของข้า ของแบบนี้ข้าไม่ต้องการอยู่แล้ว"ไม่ว่าเปล่ายังโยนิ้งลงน้ำอีกด้วย เหล่าทหารถึงกับรีบโดดไปเก็บเอาไว้อย่างรวดเร็ว

องครักษ์ที่เพิ่งขึ้นจากน้ำกำลังจะหันไปจัดการชายชราที่กล้าทำเรื่องเช่นนี้ก็พบว่าเขาหายไปแล้ว

ด้านหลังต้นไม้ไม่ไกลนัก

"เห้อ พี่คงช่วยเจ้าได้เท่านี้ ที่เหลือก็แค่รอเวลาสิ้นอายุขัยบนโลกมนุษย์เพื่อกลับคืนสู่เผ่าของเราเสียที"จากรูปร่างชรากลับคืนสู่รูปลักษณ์ชวนหลงใหลของชายหนุ่ม

เขาลงมายังโลกมนุษย์นี่เพื่อช่วยน้องสาวให้พ้นชะตากรรมอันโหดร้ายที่ถูกกลั่นแกล้งให้เกิดขึ้นโดยฝีมือของเทพนารีนางหนึ่งจากเผ่าสวรรค์

เมื่อทหารส่วนหนึ่งนำยากลับไปก็เท่ากับว่าเขาจัดการที่นี่เสร็จแล้วคงได้เวลาไปสะสางบัญชีแค้นคนที่กล้ารังแกน้องสาวของเขาเสียที

"หึ นางกล้ามากนะที่ใช้พิษที่ไม่มีในโลกมนุษย์มาทำร้ายน้องสาวของข้า แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"

วังหลวง

นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วหลังเกิดเรื่อง วังหลวงที่เงียบเหงาอยู่แล้วก็ยิ่งเงียบเหงาลงไปอีกสำหรับคนเป็นฮ้องเต้ที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว

ก่อนหน้านี้เพราะมีฮองเฮาอยู่ข้างกายจึงไม่รู้สึกอ้างว้างมาก่อน แต่ตอนนี้นางไม่ยอมมาพบเขาเลยแม้แต่น้อย มีแต่ข้าวของที่ถูกส่งมาเท่านั้น

ตำหนักฮองเฮา

ทั้งตำหนักเงียบสงบไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย ด้านในปรากฎร่างของสตรีผู้สูงศักดิ์นั่งคัดบทกวีลงในกระดาษอยู่เงียบๆ บางทีการทำเช่นนี้คงเป็นทางเดียวที่ทำให้จิตใจสงบลง จดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะได้ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่าน

"วันนี้ก็คัดจนเต็มหีบสี่หีบแล้ว รวมกับวันก่อนๆอีกยี่สิบหีบ หม่อมฉันว่าทรงพักก่อนดีรึไม่เพคะ ทรงไม่ได้ออกจากตำหนักมาหลายวันแล้วนะเพคะ"นางกำนัลชราคนสนิทนามว่าจิ่วชุ่ยเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง

"อืม เช่นนั้นพาข้าไปตำหนักยวิ๋นชิงก้แล้วกัน ไม่ได้พบหน้าหลานมานานแล้ว"จิ่วชุ่ยพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินออกไปสั่งเตรียมเกี้ยวให้พร้อมสำหรับเดินทาง

ใช้เวลาไม่นานเกี้ยวสำหรับเดินทางก็มารออยู่หน้าตำหนัก หลี่ฮองเฮาลุกขึ้นจากกองกระดาษที่กางอยู่เต็มโต๊ะก็เกิดอาการหน้ามืดขึ้นทันที

"ฮองเฮาเพคะ!!"จิ่วชุ่ยรีบเข้ามาพยุงนายของตนเอาไว้ก่อนจะพากันค่อยๆนั่งลง นางส่งสัญญาณให้คนไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการ

"ข้าไม่เป็นไรแล้ว พักผ่อนน้อยไปหน่อยก็เท่านั้นเอง"กล่าวพลางยิ้มน้อยๆให้อีกฝ่ายคฃายกังวล

"เช่นนั้นให้หมอหลวงจัดยาสลบให้ดีกว่าเพคะ ทรงดื้อไม่ยอมพักผ่อนมาหลายวันแล้ว"นางกล่าวอย่างประชดประชัน ฮองเฮาไม่ตรัสว่าอะไรเพราะจิ่วชุ่ยอยู่กับนางมานานจนเหมือนมีพี่สาวอีกคนคอยดูแลนางมาตลอด

"ก็ดีสิข้าอยากหลับลึกๆสักสองสามวัน"พระนางกล่าวเย้าเล่นๆแต่กลับได้สายตาดุๆกลับมา

"เห้อออ หม่อมฉันไม่ชอบให้เป็นเช่นนี้เลยเพคะ เรื่องก็นานมาแล้วทรงปล่อยวางเสียเถิด"

"ข้าปล่อยวางมานานแล้วเจ้าก็รู้ ความจริงที่ข้าได้เป็นฮองเฮามาถึงทุกวันนี้เพราะฮ้องเต้ทรงถูกบังคับข้าฟังจนชินแล้ว"นางเอ่ยเสียงเบาใบหน้าหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

ในตอนนั้นฮองเฮาที่ตอนนั้นเพิ่งเข้าวังได้ไม่ถึงสองปีได้รับการเลื่อนขั้นจากสนมอี้ฟางขึ้นเป็นฮองเฮาอย่างกระทันหัน

ความสัมพันธ์ของนางกับฮ้องเต้เป็นเพียงการที่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตน แต่เวลาเปลี่ยนใจคนย่อมเปลี่ยนเมื่อนางเริ่มมีความรักให้แก่ฮ้องเต้อย่างหมดใจและเขาก็ดีกับนางเสมอมา นางดูแลเขาอย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่องมาตลอด

หลังจากนั้นสองปีนางได้ให้กำเนิดโอรสองค์แรกแต่เป็นลำดับที่สองเพราะก่อนหน้ามีสนมเอกคนนึงตั้งท้องก่อนนาง แต่โชคร้ายที่โอรสองค์นั้นป่วยหนักจนสิ้นชีวิตไปก่อน

ในตอนนั้นฮ้องเต้ดูจะรักและเอาใจใส่นางมากขึ้น มาหานางกับลูกบ่อยขึ้นจนนางแอบดีใจคิดว่าอีกฝ่ายคงจะเริ่มมีใจให้นางบ้างแล้ว แต่ผ่านมาไม่ถึงปีทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม...

จากวันสู่สัปดาห์จากสัปดาห์สู่เดือน หลายเดือนผ่านไปฮ้องเต้ก็ไม่เสด็จมา มีวันเฉลิมฉลองครานึงนางก็ได้พบเขาทีนึง งานสำคัญเท่านั้นที่เขาจะมานอนที่ตำหนักกับนางเป็นเช่นนี้อยู่หนึ่งปีเต็มๆ

ตำหนักฮองเฮา

"อ้วกกก! อ้วกกก"เสียงอาเจียรยามเช้าตรู่ดังขึ้นทุกๆเช้าเป็นเวลาเกือบเจ็ดวัน หลี่ฮองเฮาตั้งท้องได้สามเดือนแล้วตามคำบอกกล่าวของหมอหลวง นางดีใจมากจนอยากจะบอกให้คนเป็นพ่อของลูกได้ยินดีกับข่าวนี้แต่ยังไม่มีโอกาส

"ฟางเออร์!!!"เสียงทุ้มเอ่ยเรียกนางอย่างตื่นเต้นดีใจตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ของชายที่นางรัก

หลี่อี้ฟางหรือหลี่ฮองเฮายิ้มออกมา เขาคงมาหานางเพราะรู้จากหมอหลวงแล้วเป็นแน่

"ท่านพี่"นางยิ้มรับจนแก้มแทบปริ เขาจับมือสองข้างของนางมือของเขาเย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้น

"ท่านพี่คงจะรู้แล้ว^^"ฮ้องเต้หนุ่มพยักหน้ารับ รอยยิ้มของเขาสดใสอย่างที่นางไม่เคยเห็น

"เจ้าช่วยเป็นธุระจัดการของรับขวัญลูกคนแรก อ่อ ของขวัญของนางนางด้วยนะ เจิ้น เจิ้นเลือกไม่ถูก ไม่รู้ว่าสตรีชอบอะไร หลันเออร์ก็ไม่เคยบอกพี่ว่านางอยากได้อะไรเจิ้นไม่รู้จริงๆ"ราวกับมีสายฟ้าสายหนึ่งผ่าลงกลางใจของนาง รู้สึกชาไปทั้งตัวพูดอะไรไม่ออก

ของรับขวัญหรือ? นางจำไม่ได้ว่าตอนเทียนเออร์ของนางคลอดออกมาจะของเช่นนี้ด้วย หลันหลิงที่ว่าคงจะหมายถึงกุ้ยเฟยหลันหลิงสินะ ได้ยินมาว่าได้เป็นพระชายารองตั้งแต่ก่อนที่นางจะขึ้นเป็นฮองเฮาเสียอีก

"เห้ออ จะเป็นชายหรือหญิงกันนะ"ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งตื่นเต้นยินดี เขาคงไม่ทันสังเกตจริงๆว่าคนตรงหน้าตอนนี้กำลังรู้สึกเช่นไร

เวลาต่อมา

"จิ่วชุ่ยเจ้าว่าปิ่นจากหยกชั้นดีนี้พอจะใช้เป็นของขวัญให้กุ้ยเฟยได้รึไม่"นางเอ่ยถามตามหน้าที่ ในเมื่อเขาให้นางทำนางก็จะทำให้

"หยกชั้นดีเช่นนี้นับว่าเหมาะสมแล้วเพคะ"

จิ่วชุ่ยตอบพลางสังเกตอาการนายหญิงของตน หลังจากฮ้องเต้เสด็จกลับไปนายหญิงของนางก็ดูซึมลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นนางก็คงไม่ต่างกัน

"ฮองเฮาเพคะ จางกุ้ยเฟยมาขอเข้าเฝ้าเพคะ"นางกำนัลหน้าตำหนักเข้ามารายงาน อี้ฟางหันไปมองจิ่วชุ่ยแวบหนึ่งเห็นนางส่ายหน้าไม่เห็นด้วย แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อคนมาถึงทีาแล้วหากไม่ต้อนรับคงมีการคาบข่าวไปฟ้องแน่

"อืม ให้นางเข้ามา"นางพยักหน้าให้นางกำนัลคนสนิทเพื่อบอกกรายๆว่านางไม่เป็นอะไร อย่างไรเสียด้วยตำแหน่งที่สูงกว่ากุ้ยเฟยคงไม่กล้าทำอะไรนางอยู่แล้ว

"ถวายพระพรเพคะ"กุ้ยเฟยสาวย่อตัวทำความเคารพก่อนจะลุกขึ้นโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต อี้ฟางไม่ได้กล่าวว่าอะไรดีเสียอีกไม่ต้องเปลืองน้ำลายพูดกับนาง

"มาถึงนี่มีอะไรรึ"

"ไม่มีอะไรเพคะ หม่อมฉันแค่อยากเห็นหน้าคนที่แย่งตำแหน่งฮองเฮาของหม่อมฉันไปก็เท่านั้น"นางเอ่ยพลางมองอี้ฟางแววตาเหยียดหยามอย่างปิดไม่มิด

"พูดอะไรของเจ้า ต้องการอะไรพูดมาตรงๆดีกว่า"อี้ฟางเอ่ยขึ้น คำพูดของอีกฝ่ายนางได้ยินมาก็บ่อยจากเหล่าสนมที่มีอยู่เต็มจนล้นวังหลัง

"หม่อมฉันสงสัยจนนอนไม่หลับเลยเพคะว่าพี่สาวจะเลือกของขวัญอะไรให้หม่อมฉันที่เป็นรักแรกและรักเดียวของฝ่าบาท"นางยิ้มออกมาอย่างเหนือกว่า ฮองเฮาสาวจุกจนพูดไม่ออก รักแรก? รักเดียว?

"หม่อมฉันกับฝ่าบาทเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เราทั้งสองต่างเป็นรักแรกของกันและกัน ฝ่าบาทยังพูดกับหม่อมฉันอยู่บ่อยๆเลยนะเพคะว่าต่อให้มีสตรีอื่นเสนอตัวเข้าหาอีกกี่คน หม่อมฉันก็คือที่หนึ่งในดวงใจพระองค์เสมอ"

"อึก ออกไป"อี้ฟางกำหมัดแน่น ไม่ต้องเสียเวลาถามนางก็เชื่อว่าสตรีตรงหน้าสำคัญกับคนที่นางรักขนาดไหน แต่ประโยคหลังที่นางกล่าวมาไม่ต่างจากการกรีดหัวใจของคนที่รักเขาเพียงฝ่ายเดียวจนยับเยิน

"รับความจริงไม่ได้หรือเพคะ? เป็นฮองเฮาแต่กลับไม่ได้หัวใจของนเป็นฮ้องเต้คงจะทุกข์ใจหน้าดู"

"ฮองเฮาทรงรับสั่งให้กงท่านกลับไปก็กลับไปเสียเถิดเพคะ อย่าให้ต้องถึงกับออกปากไล่เหมือนหมูเหมือนสุนัขเลยเพคะ"จิ่วชุ่ยกล่าวอย่างเหลืออด นางอยู่กับฮองเฮาอี้ฟางมาตั้งหลายปีตั้งแต่ก่อนเข้าวัง ไม่เคยให้ใครมาดูถูกกันถึงเพียงนี้

"เป็นแค่นางกำยงนัลอยากหัวขาดรึ! นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า!"นางวาดกลับอย่างไม่เกรงกลัว

"ออกไป! ข้าบอกให้ออกไปจากตำหนักของข้า!" ครานี่เป็นอี้ฟางที่ตวาดออกมา

"กล้าขัดคำสั่งฮองเฮาอยากมีโทษรึ!"หลันหลิงกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจที่อีกฝ่ายยกตำแหน่งมาขู่ แต่ช่างเถิดเพราะวันนี้นางเย้ยหยันอีกฝ่ายได้สำเร็จแล้วนี่

"หึๆ เช่นนั้นหม่อมฉันกลับก่อนก็ได้เพคะ เอาไว้วันหลังจะมาเยี่ยมใหม่"นางกล่าวแล้วเดินยิ้มหน้าระรื่นออกไปไม่มีการทำความเคารพใดๆทั้งสิ้น

"อึก ฮืออๆ จิ่วชุ่ย"อี้ฟางร่ำไห้ออกมาหลังจากอีกฝ่ายเดินออกไปไกลแล้ว นางพูดถูกถึงจะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮาคือที่หนึ่งในวังหลังแต่นางก็ไม่ใช่สตรีที่ได้อยู่กลางดวงใจของฮ้องเต้จริงๆ

"ฮองเฮาเพคะ"จิ่วชุ่ยเข้าไปกอดปลอบอี้ฟางด้วยความสงสารจับใจ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายร้องออกมาราวจะขาดใจยิ่งทำให้นางเจ็บปวดไม่ต่างกัน

อี้ฟางร้องออกมาจนรู้สึกจุกอกไปหมด นางยกมือขึ้นกุมเสื้อกลางหน้าอกเอาไว้จนยับย่น

"อึก จะ จิ่วชุ่ย ขะ ข้าเจ็บ"นางกำนัลจิ่วชุ่ยรีบผละออกทันที อี้ฟางขดตัวลงกับตั่งที่นั่งด้วยความเจ็บที่กลางอก

"ฮองเฮาเพคะ! มะ หมอหลวง! ไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้า!"นางตะโกนก้อง นางกำนัลหน้าห้องรีบวิ่งออกไปทันที

"ฮึก จะ เจ็บ อืออ"ร่างบางหมดสติลงท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในตำหนัก จิ่วชุ่ยพยามทั้งเรียกทั้งเขย่าเบาๆเพื่อเรียกสติแต่นางก็ไม่ฟื้นขึ้นมา

เวลาต่อมา

"อึก อืมมม"ฮองเฮาอี้ฟางค่อยๆลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานของเตียงที่นางนอนอยู่ นางจำได้ว่าตนเองหมดสติอยู่ด้านนอก คงจะเป็นนางกำนัลในตำหนักไม่ก็จิ่วชุ่ยพานางเข้ามาพัก

"ทรงฟื้นแล้ว!"จิ่วชุ่ยเอ่ยด้วยความดีใจ แต่ยังไม่ทันพูดอะไรก็ถูกอีกฝ่ายโผเข้ากอดเสียก่อน

"ฮึก ฮืออออ ข้าอยากกลับจวน ฮึก จิ่วชุ่ยข้าไม่อยากอยู่ที่นี่"

"ฮองเฮาเพคะ"

"เจ้าเป็นชายาของเจิ้นแล้วจะกลับได้อย่างไร?"

อี้ฟางตกตะลึงไปชั่วขณะ เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มาตั้งแต่เมื่อใด

"ฝะ ฝ่าบาท"นางเอ่ยตะกุกตะกักแต่กลับไม่ยอมคลายอ้อมกอดออกจากนางกำนัลคนสนิทสร้างความไม่พอใจให้คนเป็นฮ้องเต้ขึ้นมา ไหนจะสรรพนามที่เปลี่ยนไปนั่นอีก ปกตินางมักเรียกเขาว่าท่านพี่มาตลอด วันนี้กลับไม่เหมือนเดิม

"จะกอดกันต่อหน้าเจิ้นอีกนานรึไม่?"

จิ่วชุ่ยรีบผละตัวเองออกมาทันที นางรีบเดินออกไปด้านนอกพร้อมกับไล่นางกำนัลอื่นๆออกจากห้องจนหมด

"เหตุใดจึงอยากกลับจวน อยู่ที่นี่ไม่มีความสุขรึ? หรือเพราะเจิ้นดูแลเจ้าไม่ดี?"

"เปล่าเพคะ หม่อมฉันแค่คิดถึงจวนคิดถึงคนในครอบครัว" อย่างน้อยที่จวนของนางก็เต็มไปด้วยความรักจากบิดามารดา...

"คนในครอบครัว...ได้เช่นนั้นเราจะไปกันวันนี้"

"ระ เราหรือเพคะ"

"หรือเจ้าไม่ได้นับเจิ้นเป็นคนในครอบครัว?"ขมวดคิ้วถามสีหน้าไม่พอใจนัก

"ไม่ใช่อย่างนั้นเพคะ หม่อมฉันไม่อยากไปแล้วเพคะ"นางตอบออกมา เมื่อครู่นางใช้อารมณ์มากไป ตอนนี้มีสติดีแล้วจึงคิดได้ว่านางไม่ควรเดินทางไปที่ไหนในช่วงนี้

"เหตุใดจึงไม่อยากไป?ไหนเจ้าว่าอยากกลับจวน"

"หม่อมฉันไม่อยากเดินทางไม่อย่างนั่งรถม้าเพคะ"นางก้มหน้าก้มตาตอบ

"เพราะเหตุใด?"นางเงยหน้ามองอีกฝ่าย ปกติเขาแทบไม่สนใจด้วยซ้ำว่านางจะไปไหนทำอะไร แต่ตอนนี้กลับมานั่งซักไซร้ไล่ความกับนางเสียอย่างนั้น

"เพราะว่า...เพราะไม่ชอบนั่งรถม้าเพคะ"

"เช่นนี้เจิ้นจะพาขี่ม้าไป"

"ไม่ได้เพคะ!!"

"???"

"คะ คือ คือหม่อมฉัน"

"คือเจ้าคิดจะพาลูกหนีเจิ้นกลับจวนใช่รึไม่"เอ่ยถามเสียงเรียบแววตาจริงจังต่างจากทุกครั้ง

"เอ่อ..ฝะ ฝ่าบาททรงคิดมากไปแล้วเพคะ เทียนเออร์ก็ฝึกอยู่กับราชครูหม่อมฉันจะพาหนีได้อย่างไร"

"เจิ้นไม่ได้หมายถึงองค์ชายสอง เจิ้นหมายถึงลูกคนที่สามของเจินในท้องของเจ้าต่างหาก หลี่ฮองเฮา" ปะ เป็นไปไม่ได้ นางไม่ได้บอกใครเรื่องนี้เสียหน่อย!! อี้ฟางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นสีหน้าดุดันของอีกฝ่าย เหตุใดเรื่องจึงเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า!นางจะร้องไห้แล้วนะ!!!

----------------------

สปอยไว้ ตอนหน้าได้ยามาถอนพิษแล้วจ้า😁

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น