โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 9-2 บล็อกบัสเตอร์

ชื่อตอน : ตอนที่ 9-2 บล็อกบัสเตอร์

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 19:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9-2 บล็อกบัสเตอร์
แบบอักษร

​“อ่า… ท่านรองประธานคะ ฉัน... คือจริงๆ ฉัน…”

“อื้อ ทำไมเป็นงั้นล่ะ”

“ฉันขอบคุณมากเลยนะคะ แต่นี่มัน…”

“ไม่ต้องเขินไปหรอกหน่า”

“ไม่ค่ะ คือไม่ได้เขิน…”

“ของแบบนี้ต้องร้องให้มันเสียงดังๆ จะได้สนุกไง!

“คะ คะ ครั้งเดียวนะคะ ชะ ชะ ช่วยด้วยค่ะ! มีวิธีหยุดไหมคะ ฉันไม่โอเค ไม่รู้ มัน มัน สุด สุด สุดยอดแล้ว… อ๊ากกกกกก!”

“สูงจากพื้นห้าสิบหกเมตรเลยนะ หยุดตรงนี้ไม่น่ากลัวกว่าเหรอ”

“มะ มะ มะ ไม่เอาค่ะ ช่วยพาลงหน่อยนะคะ ได้โปรด”

“สนุกเถอะ อย่าปฏิเสธเลย”

“ฮื่ออออออ… มะ… ไม่ ไม่ ไม่ ไม่เอาแล้ววววววววว! ฉันไม่ชอบท่านรองในเวลาแบบนี้ที่สุดเลย! กรี๊ดดดดดดดดดดดด”

และท้องฟ้ายามค่ำคืนก็มีเสียงร้องดังลั่นของมีโซและยองจุนดังขึ้นอย่างยาวนาน ก่อนจะเงียบหายไป...



“เป็นโรคมือสั่นหรือเปล่า”

มือของมีโซที่กำลังถือขวดน้ำดื่มเอาไว้อยู่สั่นเข้าจังหวะอย่างพอดิบพอดี

“ท่านรองเล่นของแบบนั้นตั้งสองรอบแล้วไม่เป็นไรเลยเหรอคะ ไม่กลัวจริงๆ เหรอคะ”

“ใช่ นั่งเครื่องเล่นธรรมดาๆ แค่นี้ไม่ได้ทำให้หวาดเสียวน่ากลัวขึ้นมาได้หรอก”

“จริงเหรอคะ แล้วท่านรองประธานกลัวอะไรคะ”

“เรื่องนั้น…”

มีโซเงยหน้ามองยองจุนด้วยดวงตากลมโตเพราะความอยากรู้อยากเห็น

“ความลับ”

มีโซถอนหายใจยาว ทั้งๆ ที่มาทำให้เธออยากรู้ขึ้นมากๆ แต่กลับปิดปากสนิทไม่ตอบคำถามเสียอย่างนั้น

“เฮ้อ อย่าให้ฉันพูดเลย”

มีโซนั่งอยู่บนม้านั่งหน้าโรลเลอร์โคสเตอร์ เธอยังคงก้มหน้าและตัวสั่นอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ทั้งการเผชิญกับเครื่องเล่นที่มีระดับทั้งความเร็วและความสูงเสียดฟ้าเป็นครั้งแรกในชีวิตจนอาการยังค้างมาถึงตอนนี้ บวกความหนาวเข้าไปอีก เธอถึงหยุดสั่นไม่ได้

“หนาวเหรอ”

“ค่ะ นิดหน่อย”

จากนั้นรองเท้าหนังอ็อฟฟอดสีน้ำตาลเข้ามาในสายตาของมีโซที่กำลังก้มหน้าอยู่ ตามด้วยความอบอุ่นบนไหล่และกลิ่นหอมมีเสน่ห์น่าหลงใหล

“อ่า…”

แจ็กเก็ตของยองจุนทั้งใหญ่และอบอุ่นมาก และมันทำให้เธอรู้สึกเขินเพราะเหมือนถูกอีกฝ่ายโอบกอดเอาไว้

“เล่นอะไรต่อดี ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นกว่านี้แล้วเหรอ”

มีโซไม่อยากถูกจับได้ว่าหน้าแดงอย่างรุนแรง เธอจึงทำเพียงก้มหน้าเอาไว้เท่านั้น

“อยากทำอะไรก็บอกเลย วันนี้ฉันเช่าที่นี่ให้มีโซหมดแล้ว”

เธอควรตอบรับสิ่งที่ยองจุนพูด แต่มีโซตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่คิดมากเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน

“พูด…”

“หื้อ?”

มีโซใช้เวลาสักพักกว่าจะควบคุมจิตใจได้ เธอเงยหน้าขึ้นและพูดออกมา

“พูดเหมือนยูอิลแลนด์เป็นของท่านรองเลยนะคะ”

“ก็ของฉันนี่”

“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อยค่ะ!”

ยองจุนเลื่อนสายตาไปมองมีโซช้าๆ ก่อนจะพูดออกมา

“อย่าบอกนะ ว่าเธอจะพูดว่า ‘ยูอิลแลนด์เป็นของเด็กๆ ทุกคนค่ะ‘ ออกมาอะ คงไม่ได้คิดจะล้อเล่นแบบนั้นใช่ไหมเนี่ย”

พอฟังคำพูดของยองจุนจบ มีโซก็ยิ้มหวานละมุนพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นแปะกันไปมา และนั่นทำให้ยองจุนหัวเราะขึ้นเช่นกัน

“รอบนี้จะยอมให้ครั้งนึงแล้วกัน”

“คนที่ไม่เคยมีคำว่าโอกาสที่สองในพจนานุกรม ทำไมถึงยอมล่ะคะ”

“ก็ใจฉันนี่”

ยองจุนยื่นมือออกมา

“จะย้ายที่เหรอคะ”

“ไหนว่าอยากนั่งม้าหมุน”

“โอ๊ะ”

มีโซยิ้มหวานด้วยสีหน้ายินดีแล้วยื่นมือไปจับอย่างนิ่งๆ หลังจ้องมองฝ่ามือของเขา

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอจับมือยองจุน เพราะการจับมือหรือควงแขนแทบจะเป็นเรื่องปกติสำหรับการเป็นพาร์ทเนอร์ออกงานอย่างเป็นทางการ

แต่ตอนนี้มันกลับแตกต่างออกไปจากครั้งอื่นๆ พวกเขาไม่ได้ทำเพื่อให้คนอื่นเห็น ไม่ใช่เพราะเรื่องงาน           

มีโซยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อเธอมองด้านหลังของยองจุนที่จับมือเธอเอาไว้แล้วค่อยๆ ก้าวออกไปด้วยกัน  

มือที่จับแน่นของยองจุนอบอุ่นจนทำให้เธอคิดถึงความทรงจำในอดีต ทำให้คิดว่าผู้ชายคนนี้เองก็มีด้านอบอุ่นแบบนี้ด้วยเช่นกัน

“หัวเราะทำไม”

“ไม่มีอะไรนี่ค่ะ”

“ประหลาด”



มีโซนั่งอยู่บนม้าหมุนคนเดียวหลังทิ้งให้คนที่ยืนยันว่าตัวเองเล่นของเด็กน้อยแบบนี้ไม่ได้อย่างยองจุนไว้ด้านล่าง

เธอนั่งวนแล้ว วนอีก วนไปสักพักก่อนจะค้นพบว่าเริ่มมึนจนทนต่อไม่ไหวจึงต้องตะโกนคำว่า ‘สต็อป!’ ออกมา มีโซเดินโซเซเหมือนคนเมา และขณะที่เธอลงมา ยองจุนก็ยังคงยืนรอเธออยู่ที่เดิมเหมือนเหมือนก่อนหน้านี้

เขาถือกระเป๋าให้เธอและยืนรออยู่ตรงนั้นอย่างเป็นธรรมชาติเอามากๆ จนเธอรู้สึกประทับใจ

“เล่นต่ออีกก็ได้นะ”

“แค่นี้ก็พอแล้วล่ะค่ะ เล่นจนเบื่อแล้ว”

“งั้นเหรอ”

หลังจากค่อยๆ ย่างก้าวมาเรื่อยๆ มีโซก็มาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ยองจุนที่สวมแค่เพียงเสื้อยืดคอเต่าเท่านั้น  เธอจึงเงยหน้าขึ้นเพื่อถามเขา

“เอาแจ็กเก็ตคืนไหมคะ”

“ไม่เป็นไร”

“ท่านรองขี้หนาวนี่คะ ไม่หนาวเหรอคะ”

“พูดอีกพูดถูกอีก ฉันคิดว่าตัวเองจะหนาวตายตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

“งั้นฉันคืนให้ค่ะ”

“บอกว่าไม่เป็นไรไง”

มีโซหัวเราะคิกคักกับคำตอบกลับที่ดูเนือยๆ ของยองจุน ตอนนั้นม้าหมุนที่หยุดไปแล้วก็เริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง

แสงไฟอันงดงามสว่างวิบวับ บวกกับเสียงออแกนแสนไพเราะ รวมถึงความอบอุ่นอ่อนโยนราวกับจะกล่อมให้หลับใหลจากไออุ่นของแจ็กเก็ต ทุกอย่างทำเอาเธอแทบร้องไห้ออกมา

เหมือนย้อนกลับไปตอนนั้นอีกครั้ง เมื่อนานมาแล้ว ตอนที่เธอจับมือของพ่อเอาไว้แล้วคิดว่า ‘เมื่อไหร่จะถึงตาของเราบ้างนะ’ 

นี่เรียกว่าความทรงจำของผู้ใหญ่หรือเปล่า ถึงรู้สึกปวดหนึบและแสบร้อนจมูกขึ้นมาแบบนี้

“บ้านฉันในตอนนั้นจะอยู่ตรงแถวๆ ไหนเหรอคะ”

“ไม่รู้สิ”

มีโซยื่นมือไปจับมืออบอุ่นของยองจุนไว้อีกครั้งอย่างเงียบๆ อาจเพราะอารมณ์พาไป เธอรู้สึกเหมือนไหล่ของยองจุนสะดุ้งเล็กน้อย

“อยากให้เป็นตรงม้าหมุนนี้จังค่ะ”

ยองจุนจึงพูดขึ้นหลังเหม่อมองม้าหมุนอยู่เนิ่นนาน 

“ไม่ใช่บ้านผีสิงหรอกเหรอ ไม่สิ อาจจะตรงเป็นห้องน้ำรวม หรือส่วนที่เป็นซาฟารีก็ได้นะ”

“อ่า จริงๆ เลย ใจร้ายจังเลยนะคะ”

“ใจร้ายตรงไหนกัน ไม่ได้เพิ่งผ่านไปแค่วันสองวันนะ ไปกันได้แล้วล่ะ”

“เชอะ แต่ยังไงก็ยังใจร้ายอยู่ดีค่ะ”

แม้จะบ่นพึมพำเรื่อยๆ ไม่หยุด แต่ในช่วงเวลาที่เดินออกมาจากตรงนั้นมีโซก็ยังไม่ปล่อยมือจากยองจุนอยู่ดี



เซนส์ของมีโซรู้สึกถึงอะไรบางอย่างได้ตั้งแต่เธอขึ้นไปเล่นม้าหมุนได้ไม่นาน

ตอนนี้ยองจุนเดินเหมือนคนมีเป้าหมายต่างจากเมื่อครู่ที่ผ่านมาที่ค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ เขาไม่หันมองรอบตัวเลยสักนิด แถมยังดูนาฬิกาข้อมือไปสามรอบแล้วด้วย ดูท่าทางเหมือนนัดเจอใครเอาไว้อย่างนั้น

เมื่อเดินไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของยูอิลแลนด์ ก็จะพบกับยูอิลรีเวอร์ เป็นคลองที่ถูกสร้างขึ้น ฝั่งนึงของคลองจะมีเรือสำราญขนาดเล็กให้บริการทุกๆ สามสิบนาทีอย่าง ‘ควีน ยงนยอ’ กำลังทอดสมออยู่ ซึ่งยองจุนกำลังเดินตรงไปทางเรือลำนั้น

“นั่งตอนนี้เลยเหรอคะ”

“ทำไมอะ กลัวเหรอ ก็รู้นี่ว่าเราตรวจความปลอดภัยตลอดอยู่แล้ว”

“ไม่ใช่ค่ะ…. ไม่ใช่เรื่องนั้นค่ะ”

เมื่อเห็นนกสีขาวที่ไม่รู้ว่าเป็นหงส์หรือเป็ดกันแน่ รวมตัวอยู่อยู่สองสามกลุ่มในคลองแห่งนี้ มีโซก็มองพวกมันแค่แวบเดียวแล้วก็ขึ้นไปบนเรือด้วยความรู้สึกแปลกๆ เมื่อทั้งคู่ขึ้นไปเรียบร้อย เสียงหวูดเรือก็ดังขึ้นจากนั้น ‘ควีน ยงนยอ’ เริ่มเคลื่อนตัวทันที

มีโซเฝ้ามองหัวเรือตัดผ่านกระแสน้ำพร้อมกับส่งเสียงสบายหูออกมา เธอเริ่มลูบๆ คลำๆ เจ้า ‘มันชิกกี’ อีกครั้ง ก่อนจะถามขึ้น

“ทำไมมาสคอตถึงชื่อมันชิกกีล่ะคะ”

ยองจุนที่ทอดสายตาเงยหน้ามองท้องฟ้าอยู่จึงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“ชื่อของคุณปู่ทวด”

“อ๋อๆ”

มีโซพยักหน้ารับ แต่แล้วเธอก็เบิกตากว้างถามยองจุนอีกครั้ง

“ถ้างั้นชื่อควีนยงนยอ…”

“คุณย่าทวด”

ให้ตาย

ขณะที่เธอมองหน้าของยองจุนอย่างไม่เต็มใจนัก อยู่ๆ ช่วงเวลานั้นใบหน้าของเขาก็สว่างเจิดจ้าขึ้นมา

ปัง ปังง!

เสียงระเบิดดังกระทบหูพร้อมกับพลุดอกไม้ไฟหลากหลายสีสันเริ่มกระจายเต็มทั่วท้องฟ้า

“โอ๊ะ! นี่อะไรกันคะ”

“บอกแล้วไง ของขวัญการพ้น ตำ แหน่ง”

ถึงรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจพูดเน้นคำว่า ‘พ้นตำแหน่ง’ เป็นพิเศษ แต่มีโซก็ไม่ได้สนใจนักเพราะกำลังจดจ่อดื่มด่ำกับภาพตรงหน้า

ดอกไม้ไฟทั้งเล็กและใหญ่ถูกจุดขึ้นเป็นประกายราวกับดอกไม้กำลังเบ่งบาน กระจายออกกว้างเหมือนสปอร์ของดอกแดนดิไอออนก่อนจะค่อยๆ สลายหายไป มีโซอ้าปากค้างเมื่อได้เงยหน้าพลุอันแสนงดงามที่ถูกประดับไว้บนท้องฟ้าซึ่งถูกจุดขึ้นต่อเนื่องตามลำดับ

“ว้าว! สวยมาก! มากๆ เลยค่ะ... เพิ่งเคยเห็นพลุใกล้ๆ แบบนี้ครั้งแรกเลย ว้าวว มันดีมาก!”

เธอชอบขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ชอบขนาดที่ปรบมือและเริ่มวิ่งไปวิ่งมาเหมือนเด็กๆ

“ดูนั่นสิคะ ท่านรองประธาน! เร็วๆ สิคะ!”

“อ่า...”

ยองจุนมีสีหน้าเหม่อลอย

เดี๋ยว นี่ ฉันมาที่นี่ทำไมกันนะ ตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ที่ไหนที่ไหน แล้วฉันเป็นใครกัน           

“ไม่สวยเหรอคะ”

“อืม… สวยสิ”

ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่สายตาของยองจุนหยุดอยู่ที่ใบหน้าของมีโซโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ไม่สนใจแม้กระทั่งพลุแสนงดงามตรงหน้า

ถึงใบหน้าของมีโซจะดูสดใสและอ่อนโยนเหมือนเดิมตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้ว แต่ตอนนี้เธอทั้งน่ารักและสวยงามน่าทะนุถนอม

ยองจุนรู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตกลับไปเมื่อนานมาแล้วอีกครั้ง เมื่อได้เฝ้ามองใบหน้าของมีโซที่ตัวเองไม่ได้สังเกตมาสักพักเพราะงานที่ล้นมือ

ความคิดเห็น