matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.9k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2558 23:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 3
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 3 -

 

Tru…Tru…Tru

 

เสียงโทรศัพท์ของปอดังขึ้นฝ่าความเงียบในห้องนอน หลังจากปอคุยกับพ่อเสร็จเขาก็ขึ้นมาบนห้องนอนดูนิตยสารรถยนต์แกเซ็ง สายตาเหลือบไปมองไปยังมือถือที่วางไว้ตรงหัวเตียง ปอวางหนังสือในมือลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

 

กิง

 

หน้าจอโชว์ชื่อของเพื่อนสนิทปอกดรับสายก่อนจะกรอกเสียงลงไปแบบเซ็งๆ

 

“เออ”

 

“(เฮ้ย!!ทำไมมึงทำเสียงงั้นวะ ร่าเริงสัสๆ)” กิงถามเพื่อนขำๆ

 

“มึงโทรมามีไร” ปอตัดบทเพราะขี้เกียจต่อปากต่อคำ พูดกับไอ้กิงมากไม่ได้ไอ้นี่มันรั่ว

 

“(ทำเป็นเย็นชานะมึงกูเสียใจนะเนี้ย)” กิงดัดเสียงเล็กเสียงน้อยใส่ปอ

 

“ถ้ามึงไม่มีไรกูว่างนะ”

 

 

“(เฮ้ยๆเดี๋ยวดิวะมึงนี่แม่งแหย่นิดแหย่หน่อยทำเป็นของขึ้น ไปแดกรังแตนที่ไหนมาวะไอ้โหด)”

 

“............” ปอเงียบไม่ตอบคำถามทำให้ปลายสายรู้ตัวว่าปอกำลังเริ่มหงุดหงิด

 

“(พวกกูนัดกันไปแดกเหล้าเลยโทรมาชวนมึงแดกด้วยฉลองที่มึงสอบติดมาเป็นรุ่นน้องพวกกูว่ะ มึงจะมามั้ย? ห้ามปฏิเสธนะเพราะกูไม่อนุญาต)” กิงพูดด้วยน้ำเสียงยียวน ปอส่ายหัวกับความกวนประสาทของเพื่อน

 

 

“กวนตีนแล้วจะถามทำไมว่ากูจะไปมั้ย”

 

 

“(ฮ่าๆกูแค่ถามตามมารยาทว่ะ เดี๋ยวมึงออกมาเลยนะเจอกันที่ร้านพ่อมึงสาขาxx)”

 

“เอออีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน” แล้วสายก็วางไป ปอลุกขึ้นไปเปลี่ยนชุดเพื่อออกไปข้างนอกไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากหรอกแค่หยิบยีนส์ขาดๆมาสวมทับบ๊อกเซอร์เท่านั้นเอง ใส่กางเกงเรียบร้อยปอก็เดินไปหยิบโทรศัพท์กำลังจะหยิบกุญแจรถกับกระเป๋าสตางค์แต่นึกขึ้นได้ว่ามันคือกุญแจฟีโน่กับกระเป๋าสตางค์ที่ในกระเป๋าไม่มีตังไม่มีบัตรเครดิตขนาดบัตรเอทีเอ็มก็ไม่มี มีแค่บัตรประชนกับบัตรเซเว่นที่เติมเงินไว้สามพัน อ้อกระเป๋าสตางค์พ่อเขาให้เด็กในบ้านเอาขึ้นมาให้ทีหลังน่ะ

 

 

ปอกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างเซ็งๆ ทำไมชีวิตกูต้องมาเจออะไรแบบนี้วะครับ นี่เขาต้องบากหน้ากลับไปหาพ่อเพื่อขอเงินกับขอยืมกุญแจรถสินะไม่งั้นก็คงไม่มีปัญญาไปไหน ไม่รู้จะโดนกวนประสาทอะไรอีกบ้างให้ตายสิ

 

ปอตัดสินใจหยิบของแล้วเปิดประตูลงมาหาพ่อข้างล่าง แต่พอลงมาถึงก็ต้องแปลกใจเพราะเห็นคนเดินเต็มบ้านไปหมดมีทั้งที่คุ้นหน้าไม่คุ้นหน้า เขามองคนทั้งหมดด้วยความสงสัยก่อนจะเหลือบไปเห็นสัญลักษณ์ที่ข้อมือซ้ายของทุกคน

 

คนของปู่ ปอคิดในใจก่อนจะเดินผ่านคนเหล่านั้นไปแบบไม่ใส่ใจ ได้ยินเสียงพ่อคุยกับไอ้ปิงดังแว่วๆมาจากห้องนั่งเล่นมีเสียงใครไม่รู้คุ้นๆหูอีกคน แต่เสียงพ่อฟังดูเครียดๆยังไงไม่รู้สิ

 

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก

 

ปอเคาะตู้โชว์เบาๆเป็นการขัดจังหวะให้รู้ว่าตัวเองมาเขาเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาข้างไอ้ปิง ตอนนี้ในห้องนั่งเล่นมีคนสามคนที่เขารู้จักดี พ่อ ไอ้ปิง และตาแก่จาง ตาแก่นี่มาทำไมไม่รู้รู้แต่ว่ามาทีไรชอบพาเรื่องหนักใจมาให้พ่อเขาด้วยทุกที

 

“สวัสดีครับคุณจาง” ปอยกมือไหว้คนอาวุโสกว่าตามมารยาท จางเองหันมารับไหว้ปอก่อนจะหันกลับไปหาคุณปรีชา

 

“นายใหญ่ต้องการคำตอบโดยเร็วที่สุดนะครับนายน้อย” จางพูดด้วยน้ำเสียงจิงจัง “งั้นผมลานะครับนายน้อย คุณหนู” จางก้มหัวให้ก่อนจะเดินจากไป

 

“มีไรอ่ะพ่อ แต่ถ้าให้เดานะตาแก่จางมาแบบนี้ไม่พ้นเรื่องไอ้ป้องชัวร์” ปอเอ่ยออกมา ตาแก่จางเนี้ยเป็นมือขวาของปู่เวลามีอะไรสำคัญๆปู่จะชอบใช้ให้มาแทน และเรื่องที่คุยกันก็น่าจะสำคัญพอควร พ่อเขาถึงได้หน้าเครียดขนาดนี้

 

คุณปรีชามองหน้าลูกชายคนเล็กแต่ไม่ได้ตอบรับอะไรออกไป ปีนี้ปออายุครบ 20 ครบกำหนดสัญญาที่ท่านเคยให้พ่อตัวเองไว้ แน่นอนท่านไม่มีทางทำตามสัญญาหรอก ท่านจะไม่ยอมให้ลูกท่านเข้ามาวนเวียนกับวงจรอุบาทแบบที่ท่านเจอ แต่ตอนนี้แค่คิดไม่ออกแค่นั้นเองว่าจะแถเอาตัวรอดยังไง เพราะพ่อของท่านรู้ทันท่านหเมือนที่ท่านรู้ทันไอ้ปอนั้นแหละ

 

“ว่าแต่ตาแก่จางนี้ก็ตลกเนอะพ่อ อายุพ่อปูนนี้แล้วยังเรียกพ่อว่านายน้อยอยู่ได้” ปอพูดต่ออย่างขำๆ คิดดูละกันครับเรียกคนอายุ 50 ว่านายน้อย

 

“พ่อจะเอายังไงต่อ” ปิงถามขึ้นมาหลังจากที่เงียบมานาน

 

“ไม่เอาไงทั้งนั้นกูก็ปฏิเสธไปเหมือนเดิมนั้นแหละ” คุณปรีชาเอ่ยออกมาแบบไม่คิดมาก แต่สีหน้าไม่ได้ตรงกับท่าทีสบายๆที่พยายามแสดงออก

 

“พ่อโอเคแน่นะ” ปิงเอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วง

 

“เออกูไม่เป็นไรปู่พวกมึงเขาก็มากวนประสาทกูแบบทุกทีนั้นแหละ ลุงพวกมึงก็มีลูกชายมึงลืมรึไง ไอ้วิกเตอร์น่ะ” คุณปรีชาเอ่ยเพื่อให้ลูกๆสบายใจ

 

“แล้วพ่อทำหน้าเครียดทำไมถ้ามันไม่มีอะไร” ปอเอ่ยขึ้นมาบ้าง

 

“กูเครียดเรื่องบริษัทของเราหุ้นมันตกกูกลัวไม่มีตังให้พวกมึงผลาญ”

 

“โธ่พ่อซีเรียสทำไมมีให้ใช้แค่เดือนละ 10 ล้านผมก็อยู่ได้แหละ” ปอพูดอย่างกวนๆ

 

“ปากดีนะมึง” คุณปรีชาเอ่ยเสียงรอดไรฟัน ก่อนจะคว้าเอาเบาะพิงโซฟามาขว้างใส่หน้าปอด้วยความหมันไส้ แต่ปอรับไว้ได้ทันก่อนจะหัวเราะอย่างสะใจ

 

“พ่ออย่าเครียดมากนะครับเดี๋ยวไอ้ป้องก็กลับมาแล้วผมเองก็จะเรียนจบแล้ว เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยงานพ่อละ” ปิงเอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยนด้วยความเป็นห่วง คุณปรีชาเองก็ส่งยิ้มบางๆให้ลูกชาย

 

 

“มึงควรเอาแบบพี่มึงบ้างนะ” คุณปรีชาหันมาจิกกัดปอ ปอไหวไหล่ให้แบบชิลๆ แบมือไปขอตังกับพ่อทันที คุณปรีชาเองก็ควักเงินให้โดยไม่ได้ถามอะไร เพราะขี้เกียจต่อปากต่อคำ ปอได้เงินแล้วก็ยกมือไหว้ขอบคุณพ่อก่อนจะเดินออกไป ส่วนปิงเองก็บอกลาพ่อลุกตามน้องชายไป

 

คุณปรีชามองแผ่นหลังของลูกชายทั้งสองด้วยแววตาเปี่ยมสุข ท่านอยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตปกติแบบนี้ไปเรื่อยๆแต่ไม่รู้ท่านจะยื้อเวลาออกไปได้นานแค่ไหน ท่านไม่เคยปิดบังภรรยาและลูกชายเรื่องธุรกิจของตระกูลท่านและท่านไม่เคยให้คนในครอบครัวเข้ามายุ่ง แต่ก็ไม่ได้นิ่งเฉยท่านให้ลูกท่านทุกคนเรียนศิลปะป้องกันตัวทุกชนิดเพราะอนาคตมันเป็นสิ่งไม่แน่นอน

 

ธุรกิจฉากหน้าของท่านคือบริษัทลงทุนด้านการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ และมีผับที่เปิดอยู่ 3 สาขา แต่ธุรกิจแค่นี้ไม่มีทางทำเงินให้ท่านร่ำรวยได้ถึงขนาดนี้ เหรียญมันมีสองด้านเสมอท่านเองไม่ใช่ว่าอยากจะยุ่งกับสิ่งผิดกฎหมาย แต่มันคือสิ่งที่พ่อของท่านสร้างมาท่านจำเป็นต้องช่วยเหลือแต่ไม่เคยคิดจะสานต่อ เงินที่ได้มามันมากมายมหาศาลแต่มันคือเงินบาปที่แลกมาด้วยชีวิตคนอื่น และท่านจะไม่มีทางให้ลูกท่านคนไหนเข้ามายุ่งเกี่ยวกับมันเด็ดขาด

 

...

...

 

“ไอ้ปอ!!!” ปิงตะโกนเรียกน้องชายเพื่อให้หยุดรอเขาก่อน ปอเองหันมามองอย่างงงๆ

 

“มีไร”

 

 

“อ่ะนี่” ปิงยัดบัตรเครดิตกับกุญแจรถใสมือน้องชาย ปอเองเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม เขาเห็นพ่อเครียดๆเลยไม่ถามเรื่องรถกะว่าจะโบกแท็กซี่ไปเอา แต่นี่ไอ้ปิงวิ่งเอากุญแจมาให้แถมบัตรเครดิตอีก

 

“บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินแต่มึงอย่าใช้เกินเหตุละ แล้วก็กุญแจรถกูให้ยืมจนกว่ามึงจะได้รถคืน” ปิงบอกน้องชายถึงเขาจะช่วยพ่อยึดของๆน้อง แต่เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดีน้องเขาถึงจะไม่ได้ทำตัวป๋า แต่มันก็ไม่เคยอยู่แบบไม่ตังติดกระเป๋านะ

 

“เออขอบใจนะมึง” ปอตบไหล่พี่ชายของเขาเบาๆ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างดีใจ

 

“ขับรถดีๆนะมึงอย่าแดกเยอะแล้วก็อย่ากลับดึกไม่ไหวก็นอนที่บ้านเพื่อน” ปิงเอ่ยบอกอย่างเป็นห่วง ปอพยักหน้ารับแบบขอไปทีก่อนจะก้าวขาขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ปิงมองตามรถที่ขับออกไปด้วยความเร็วก่อนจะระบายลมหายใจหนักๆออกมา ทั้งไอ้ป้องไอ้ปิงไม่เคยมีใครฟังที่เขาเตือนเลยให้ตาย

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ความจริงคืนนี้เลิฟกะจะเข้านอนแต่หัววันไม่ได้คิดจะออกไปไหน แต่นาวโทรศัพท์มาชวนเขาออกมาเที่ยวผับทั้งๆที่เป็นคนบอกให้เขานอนอย่าออกไปไหน ตอนนี้ทั้งเขากับนาวและเอยเลยมายืนรอไอ้กั้มกับไอ้พีทอยู่หน้าผับชื่อดังแห่งนึงย่านxx

 

นาวกับเอยออกอาการตื่นเต้นเล็กๆเพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้มาเที่ยวผับ แต่สำหรับเลิฟแล้วเขามานับไม่ถ้วนเลยละ แค่ไม่ใช่ที่นี่เพราะที่นี่เข้มงวดเรื่องอายุคนเข้าผับแล้วเขาเองพึ่งจะ 19 ไม่มีทางเข้าที่นี่ได้แน่ๆและที่สำคัญโคตรแพง เพื่อนอีกสองคนของเขาก็รู้แต่ก็ยังนัดมาที่นี่อีก เขาเองก็สงสัยแต่ขี้เกียจถามเลยปล่อยเลยตามเลย ไม่นานนักก็เห็นเพื่อนสองคนเดินมา

 

“ป่ะ” พีทเอ่ยปากชวนและเดินนำไปหน้าทางเข้า พีทคุยกับคนตรวจบัตรหน้าผับครู่นึงก่อนจะหันมาพยักหน้าเรียกเพื่อนให้เดินตามเข้าไป

 

เลิฟได้แต่งงปนสงสัยว่าพีทมันคุยอะไรกับคนตรวจบัตร เขาถึงยอมให้เด็กอายุไม่ถึง 20 เข้ามาข้างในได้ และในเมื่อสงสัยเลิฟก็ไม่เก็บมันไว้ให้รกสมอง ดึงแขนพีทที่เดินนำหน้ามาถามทันที

 

“มึงคุยอะไรกับคนตรวจบัตรวะเขาถึงยอมให้พวกเราเข้า”

 

“อ๋อ..ลูกพี่ลูกน้องกูเป็นเพื่อนกับลูกเจ้าของผับอ่ะพี่ไมล์ไงมึงเคยเห็นนิ กูเคยมากับพี่เขาบ่อยๆก็เลยเข้าได้งัย” อ้ออออ อย่างนี้นี่เองที่แท้ไอ้พีทก็มีเส้น เลิฟพยักหน้างึกงักกับตัวเอง พีทเห็นเพื่อนเข้าใจแล้วก็เดินนำเข้าไปข้างในต่อ

 

พอเข้ามาถึงข้างในพวกเขาก็เลือกนั่งโต๊ะใกล้ๆโซนวีไอพี เพราะมันไม่วุ่นวายและเงียบสงบดี จากนั้นก็สั่งเครื่องดื่มไปคุยไปสายตาของสามหนุ่มในโต๊ะก็มองบรรดาสาวๆที่ยักย้ายส่ายสะโพ       กกลางฟลอร์ ส่วนเอยกับนาวนั่งซุบซิบคุยกันมองไปทั่วผับอย่างตื่นเต้น

 

สักพักกั้มก็ลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะนึงใกล้ๆเพราะสาวคนนึงในนั้นยกแก้วให้มัน ส่วนไอ้พีทหายหัวไปจากโต๊ะตั้งแต่เครื่องดื่มมาเสิร์ฟแรกๆแล้ว ส่วนตัวเลิฟเองก็ได้แต่มองส่งยิ้มให้สาวๆอย่างเสียดาย จะให้เขาลุกไปไหนได้ละเล่นทิ้งให้เขาดูแลลูกคุณหนูอยู่คนเดียวเนี้ย

 

“เฮ้อออออออออออออออ” เลิฟถอนหายใจอย่างเบื่อๆไม่ใช่ว่ารังเกียจที่จะนั่งดูแลเพื่อนทั้งสองคนนะ แต่แบบเห็นไอ้พีทไอ้กั้มได้สาวเขาก็อยากได้บ้างก็แค่นั้น จะทิ้งเพื่อนไปหาสาวมันก็ทำได้อยู่หรอกแต่ใครจะกล้าทิ้ง คนนึงก็หญิงสาวหน้าตาบ๊องแบ๊วน่ารัก ตัวเล็กๆไซส์หมากระเป๋าสเปคผู้ชายเลยละ อีกคนถึงจะเป็นผู้ชายแต่ดันทะลึ่งตัวเล็กๆบาง ตาโต ผิวขาว แก้มป่อง ขนตางอนอย่างกับปัดมาสคาร่า หน้าตาน่ารักจนผู้หญิงบางคนอาย เขาที่ใครๆว่าหน้าหวานยังดูแมนกว่าไอ้เอยเยอะคับ สรุปคือเพื่อนเค้าสองคนเห็นแล้วน่าลากไปเอาทั้งคู่อ่ะครับ!!

..

..

            “โธ่ไอ้สัสขนาดนั้นเปิดห้องเลยมั้ยคับ” เสียงกวนๆของกิงดังขึ้น ทำให้ปอต้องละใบหน้าจากซอกคอฟาร์มโคนมที่นั่งอยู่บนตัก

 

            “ทำเหี้ยรัยนึกถึงใจเมียอย่างกูบ้างที่รัก” กิงพูดต่อ ปอได้แต่ส่ายหัวอมยิ้มขำไอ้กิงมันกวนตีนชอบพูดเล่นแบบนี้ประจำ ปากก็แซวเขาแต่ตัวมันไม่ต่างมือแม่งกำลังล้วงเข้าไปในเสื้อสาวที่นั่งข้างกัน คือหนักกว่ากูอีกครับ

 

            “สัส” ปอด่ากลับยกนิ้วกลางให้เป็นของแถม กิงก็นั่งขำแล้วหันไปนัวเนียสาวต่อ

 

            ปอถึงที่ร้านได้สักพักแล้วล่ะเห็นพวกเพื่อนๆเขาก็นั่งกันหน้าสลอน ที่มากินที่ร้านพ่อเขานี่ไม่ใช่อะไรนะมันได้ส่วนลด พวกแม่งเลยขยันมากันนี่ยังดีนะที่มันยังมีความคิดว่าไม่ควรแดกฟรี เมื่อกี้พ่อก็โทรมาบอกให้ดูร้านให้ด้วยกำชับว่าอย่ามีเรื่อง จะพยายามนะพ่อถ้าไม่มีคนมากวนตีน

 

            “กูละขำมึงจริงๆนะไอ้ปอ เหี้ยทำเล่นตัวไม่มาเรียนพร้อมพวกกูสุดท้ายแม่งก็ต้องมาเรียนอยู่ดีแถมมาเป็นรุ่นน้องพวกกูอีก” ต้าหนึ่งในเพื่อนสนิทพูดขึ้น หลังจากที่ปอเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังพวกเพื่อนก็ขำกลิ้ง ไอ้ต้านี่ทั้งขำทั้งสมน้ำหน้าไม่หยุด คือมันสะใจมากครับกูไปเป็นรุ่นน้องมัน อ้อ..เพื่อนก็เรียวิศวะที่มหาลัยเดียวกับไอ้ปิงพี่ชายเขาเหมือนกัน เห็นเหี้ยๆแบบนี้มีสมองทุกคนนะครับ (แต่แม่งไม่ค่อยใช้)

 

            “อย่าว่าที่รักกูกูขอร้องกูตะเตือนไต” กิงว่า ปอเลยปาฝาขวดเหล้าไปใส่กิงเจ้าตัวก็นั่งหัวเราะจนตัวงอ คือแม่งจงใจกวนตีนไงครับมีหันไปตบมือกับไอ้ต้าอีก เออ!!!วันนี้เป็นทีพวกมึง

 

            “เอาน่ามึงอย่าหงุดหงิดแดกๆไปเดี๋ยวเมาเหล้ากูพาเมานมต่อ” กิงเอื้อมมือมารินเหล้าใส่แก้วให้เพื่อนอย่างเอาใจ ตบหัวแล้วต้องลูบหลังกันหน่อยครับ

            “แล้วนี่สรุปมึงต้องมาเป็นรุ่นน้องพวกกูจิงดิ” ฝุ่นถามขึ้นมาบ้างหลังจากเงียบมานาน

 

            “เออ” ปอตอบเซ็งๆมันไม่จริงกูจะอยู่สภาพนี้มั้ยครับ

 

            “งั้นเดี๋ยวกูขอเพื่อนให้มึงเป็นน้องรหัสไอ้กิงละกัน” ฝุ่นบอก ที่ให้มาเป็นน้องรหัสกันเองไม่ใช่อะไร แต่เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้ไอ้ปอมันกระทืบเพื่อนร่วมคณะเวลามันโดนว๊าก ปอเองก็พยักหน้ารับรู้

 

            “แล้วทำไมต้องเป็นกูวะมีน้องรหัสทั้งทีกูอยากได้เอ็กซ์ๆไม่ใช่สูงล้ำแถมหล่อกว่ากูแบบนี้” กิงโอดครวญออกมาหลังจากได้ยินฝุ่นกับปอคุยกัน เรียกเสียงหัวเราะดังลั่นโต๊ะเลยทีเดียว มันจะไปหาเอ็กซ์ๆจากไหนในคณะวิศวะได้ครับผู้หญิงสวยๆเขาคงมาเรียนหรอก แต่จริงๆก็มีอยู่คนนะชื่อแฟงเป็นเพื่อนในกลุ่มเนี้ยแหละ สวยจัดแต่ห้าวโคตรความสวยเลยไม่ได้ช่วยอะไรมันเลย แฟงมันเป็นช่างสักวัยรุ่นชื่อดังรอยสักบนตัวปอก็ได้เพื่อนคนนี้แหละสักให้แถมยังสอนปอสักด้วย วันนี้มันติดลูกค้าเลยไม่ได้มาด้วยแต่หัวเราะเยาะสมน้ำหน้าปอมาในสายเรียบร้อย

 

            เพล้งงงงงงงง...โครมมมมมมมม

 

            เสียงดังสนั่นขึ้นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก ปอหันหน้าไปทางต้นเสียงก่อนจะลุกขึ้นและก้าวยาวๆไปทางที่เกิดเหตุ นี่มีเรื่องอะไรวะ ทำไมต้องมาเกิดวันที่กูมาด้วยครับ

 

            “มีอะไรกัน” ปอถามพนักงานที่ยืนอยู่บริเวณใกล้ๆ

 

            “เอ่อ...พอดีว่ามีลูกค้าทะเลาะกันน่ะครับ” พนักงานตอบปออย่างสุภาพ ปอได้ยินแบบนั้นเลยเดินแทรกตัวฝ่ากลุ่มคนที่ยืนมุ่งเข้าไปข้างใน

 

            สิ่งที่ปรากฎต่อหน้าปอคือผู้ชายสองคนที่ยืนประจันหน้ากันแต่ห่างกันพอสมควร คนนึงใช้มือกุมหัวไว้มีเลือดไหลออกมาตามแขนส่วนอีกคนกำลังโดนผู้ชายที่ตัวสูงกว่าเล็กน้อยกอดไว้แน่น

 

            “อ้าวพี่นนท์” ปอทักขึ้นหลังจากได้มองผู้ชายที่หัวแตกดีๆ

 

            “ไอ้ปอ..” นนท์เองก็ทักปอกลับอย่างงงๆ ค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อยที่เจอปอที่นี้ เพราะตั้งแต่ที่ปอลาออกจากโรงเรียนก็ไม่มีใครเจอปออีกเลย อย่างว่าแหละเพราะปอเองก็ไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษ

 

            “นี่มันเรื่องอะไรวะพี่” ปอถามก่อนจะหันไปดูคู่กรณีอีกคน พอมองร่างโปร่งบางตรงหน้าดีๆปอก็ถึงกับร้องขึ้นมา

 

            “ไอ้เตี้ย!!/มึง!!” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันเมื่อต่างฝ่ายต่างได้มองหน้ากันชัดๆ

 

            เลิฟตกใจพอสมควรเขาไม่คิดเลยว่าจะได้เจอไอ้ยักษ์ปักหลั่นที่นี้ ทำไมโลกมันถึงกลมแบบนี้หวังว่าเขาคงจะไม่ต้องทะเลาะกับหมอนี่เพิ่มอีกคนนะ

 

            ปอเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่เจอไอ้เตี้ยปากเสียอีกครั้งทั้งๆที่ยังไม่ทันข้ามวัน สายตาของปอเลยพาลมองสังเกตุที่คนตัวเล็กอย่างไม่รู้ตัว ก่อนที่จะกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นแขนของผู้ชายอีกคนที่กอดรัดเอวบางอย่างแนบแน่นโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ปฏิเสธ ระหว่างนั้นปอก็นึกขึ้นมาได้พอดี

 

            “มึงเข้ามาที่นี้ได้ยังไง” ปอเอ่ยถามแต่สายตาไล่มองพนักงานของร้านที่ยืนอยู่โดยรอบนิ่งๆ พนักงานเองก็ต่างหลบสายตากันเป็นทิวแถว

 

            “ที่นี้มีกฎว่าห้ามคนอายุไม่ถึงเข้าและถ้าเข้ามาแล้วห้ามก่อเรื่องมึงไม่รู้รึไง” ปอพูดต่อแต่ตาไม่ได้มองที่เลิฟเขามองไปที่พนักงานทุกคนที่อยู่ตรงนี้ เห็นทีต้องมีเรื่องคุยกันยาว

 

            “กูไม่ได้อยากหาเรื่องแต่ไอ้เหี้ยนั้นมันเริ่มก่อน!!!!” เลิฟชี้นิ้วไปที่นนท์ตวาดเสียงดังลั่นทำให้ปอต้องละสายตาจากพนักงานมามองหน้าเลิฟแทน

 

            “เงี่ยนนักมึงไม่ไปหาอีตัวมานอนก๊กวะ” เลิฟตะคอกต่ออย่างฉุนๆ

 

            ความจริงแล้วเลิฟไม่ได้เป็นคนชอบมีเรื่องไม่ชอบเรื่องเจ็บตัวเท่าไหร่ แต่ไอ้เวรนี่มันมาทำสันดานเหี้ยๆกับเขาก่อน ระหว่างที่เลิฟนั่งเฝ้าโต๊ะอยู่คนเดียวเพราะเพื่อนตัวเล็กสองคนไปเข้าห้องน้ำไอ้ห่านี่ก็เดินเข้ามา พูดจาจีบเขาซึ่งเลิฟเองก็นึกฉุนแต่เฉยไว้เพราะไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่โดนแบบนี้ แต่ไอ้บ้านี่มันไม่หยุดทั้งๆที่เขาปฏิเสธไปแล้ว มันพยายามชวนเขาไปนอนด้วยก้มหน้าจะจูบเขาแถมจับแขนเขาไว้แน่น เลิฟดิ้นแล้วบอกให้ปล่อยแต่มันไม่ยอมพอแขนหลุดได้ข้างนึง เลิฟเลยตัดสินใจคว้าขวดเหล้าบนโต๊ะฟาดที่หัวแม่ง

 

            “จริงหรอวะพี่” ปอหันไปถามแต่ได้ความเงียบเป็นคำตอบ แต่แค่นี้มันก็บอกทุกอย่างได้หมด

 

            “หึ หึ ถ้าพี่คิดจะเอาทำไมไม่เอาคนโสดวะไปยุ่งกับคนมีผัวแล้วทำไม” ปอเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเยาะๆ ก็คิดอยู่แล้วว่าหน้าหวานๆแบบนี้คงจะใช่แนวๆนั้น ยิ่งได้มาเห็นกับตาว่ากอดกันกลมดึกขนาดนี้ชัดซะยิ่งกว่าชัด

 

            “ผัวเขาก็......”

 

            ผลั่ว!!!!!!!!!

 

            ยังไม่ทันที่ปอจะเอ่ยประโยคถัดมาได้จบ ปอก็ถึงกับหน้าหันไปตามแรงปะทะที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว สัมผัสได้ถึงรสคาวของเลือด เขาโดนชกจนปากแตกไม่ใช่ว่าโดนชกแรงขนาดนั้นหรอกนะ แต่เป็นเพราะโดนชกในจังหวะที่อ้าปากพูดพอดีมันเลยทำให้ฟันกระแทกปากอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็แขนเล็กแค่นั้นตัวก็บางจะไปมีแรงอะไรมาชกเขาจนปากแตก

 

            “พูดจาเหี้ยๆอย่ามีปากไว้แดกข้าวเลยมึง!!!!!” เลิฟตะคอกใส่ปอด้วยความโมโหสุดๆ ไอ้เหี้ยปากหมามันคิดได้ยังงัยว่าเขากับไอ้พีทเป็นผัวเมียกัน ความคิดจัญไร ท่าทางเหี้ยไม่พอปากยังเหี้ยอีก

 

            ปอใช้นิ้วโป้งแตะที่มุมปากข้างที่แตกเบาๆก่อนจะหันหน้ามามองเลิฟด้วยแววตาดุดัน เลิฟเองพอเห็นสายตาแบบนั้นของปอก็ถึงกับกลั้นลมหายใจไปแป่บนึง ใจมันสั่นๆแต่ก็ยังใจสู้จ้องหน้าปอกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ปอพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองก่อนจะหันหน้าไปพูดกับพนักงานร้าน

 

            “เดี๋ยวพาทั้งคู่ออกนอกร้านไปแล้วก็ขอโทษลูกค้าโต๊ะอื่นด้วย” ปอสั่งแค่นั้นกำลังจะหันหลังกลับเพราะขืนอยู่นานกว่านี้ได้กระทืบคนตายแน่ๆ แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

 

          ซ่าาาาาาาาาาาาาาาา

 

            น้ำถูกสาดเข้าใส่หน้าปอเต็มๆ เลิฟยืนถือแก้วเหล้าที่ตอนนี้ไม่มีเหล้าซักหยดไว้แน่น เขาสาดมันไปที่หน้าปอด้วยความขาดสติ เพราะโมโหที่ปอจะเดินหนีทั้งๆที่ยังไม่ขอโทษที่ตัวเองปากหมา

 

            ปอยกมือขึ้นลูบน้ำออกจากหน้าและจ้องไปที่เลิฟเขม็ง ก่อนจะเดินไปคว้าขอเสื้อของเลิฟไว้แน่นมืออีกข้างก็กำหมัดเงื้อขึ้นสูง กูไม่ทงไม่ทนแม่งแล้วถ้าจะวอนตีนขนาดนี้

 

 

            เลิฟพอเห็นท่าทางแบบนี้ของปอก็แอบหวั่นๆ แต่ก็ยังมองหน้าปออย่างท้าท้ายทั้งๆที่ดวงตาไหวระริกด้วยความกลัว ในขณะที่คนอื่นๆเห็นการกระทำของปอก็พยายามจะเข้ามาช่วยเลิฟและห้ามปอ แต่ก็โดนพนักงานร้านกันไว้ทำให้เข้ามาใกล้ทั้งสองคนไม่ได้

 

            ปอเองพอได้เห็นแววตาสั่นไหวของเลิฟก็ลดมือข้างที่จะชกลง ประตุกยิ้มมุมปากนิดๆ เพราะเขาคิดอะไรดีๆมากกว่าซัดกำปั้นใส่หน้าสวยๆนี้ออกแล้ว

 

            แล้ววินาที่นั้นเองปอก็กดปากลงบดจูบริมฝีปากบางๆนั้นอย่างรุนแรง มือข้างที่กระชากคอเสื้อเปลี่ย นไปจับท้ายทอยของคนตัวเล็กไว้แน่น มืออีกข้างก็จับแขนเล็กสองข้างไปไขว้หลังไว้ เลิฟที่โดนจู่โจมแบบกระทันหันก็พยายามดิ้นแต่สู้แรงของตัวโตกว่าไม่ได้ ริมฝีปากบางก็พยายามเม้มแน่นไม่ให้ปอแทรกลิ้นเข้ามาได้ ปอเห็นท่าทางแบบนั้นก็นึกขำในใจก่อนจะใช้มือข้างที่จับท้ายทอยบีบเข้าที่คอแรงๆทำให้เลิฟเจ็บจนต้องเผยอปากออกในที่สุด จากนั้นปอก็สอดลิ้นเข้าไปกระหวัดกับลิ้นนุ่มอย่างดุดัน ลิ้นร้อนพริ้วไหวพยายามไล้ต้อนลิ้นนุ่มให้จนมุมเกิดเสียงดังจ๊วบขึ้นเป็นระยะ

 

 

ปอกับเลิฟจูบกันนานเท่าไหร่ไม่รู้แต่ตอนนี้เลิฟเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ ปอเห็นแบบนั้นก็ผละแต่ก็แค่แป่บเดียวเพื่อให้เลิฟสูดอากาศหายใจก่อนจะบดจูบลงไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เลิฟมีเวลาตั้งตัวทันทีที่ลิ้นของปอแทรกเข้ามาเลิฟก็งับลงไปเต็มแรง ปอเองก็ไม่ใช่คนโง่เขารู้อยู่แล้วว่าเลิฟต้องมาแนวนี้เลยผละริมฝีปากออกก่อนที่เลิฟจะงับลงมา

 

เลิฟจ้องปอด้วยความแค้นใจที่เอาคืนปอไม่ได้ส่วนปอมองด้วยความสะใจ ทั้งสองคนยืนจ้องกันอย่างไม่ยอมแพ้ก่อนที่ปอจะเป็นฝ่ายก้มลงกัดริมฝีปากของเลิฟแรงๆ

 

“โอ๊ย!!!!!” เลิฟร้องออกมาด้วยความเจ็บเพราะโดนกัดแถมยังได้รสชาดเลือดอีกด้วย ไอ้ยักษ์มันกัดเขาจนเลือดออกเลยหรอวะ ปอยิ้มเยาะๆไม่พูดอะไรแต่ใช้ลิ้นตัวเองไปเลียเลือดที่ริมฝีปากบางออก

 

 

“ปากมึงก็หวานดีนี่หว่า” ปอพูดทั้งที่ปากยังคลอเคลียกับปากเลิฟ จากนั้นปอก็ปล่อยเลิฟให้เป็นอิสระและส่งสัญญาณบอกพนักงานให้ปล่อยทุกคนได้

 

ทันทีที่หลุดจากการกักตัวพวกเพื่อนๆก็วิ่งไปดูเลิฟที่ยืนหอบ กั้มทำท่าจะมาเอาเรื่องปอแต่นาวที่มาเห็นช๊อตเด็ดพอดีดึงแขนห้ามเพื่อนไว้ นาวไม่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกหรอกแต่เดาว่าถ้ากั้มจะเข้าไปเอาเรื่องคนตรงหน้าเรื่องน่าจะไม่จบง่ายๆ เอยเองก็มองอย่างตกใจ ส่วนพีทยืนนิ่งๆเพราะเริ่มจะเดาออกแล้วว่าปอเป็นใคร

 

“ไม่ต้องไล่เด็กพวกนี้ออกจากร้านแล้วนะวันนี้อนุโลมให้เป็นพิเศษค่าเหล้าก็ไม่ต้องเก็บ...” ปอบอกพนักงานก่อนจะทิ้งหางเสียงให้สงสัย

 

            “เพราะได้ค่าตอบแทนหวานๆมาละ” ปอเอ่ยต่อแล้วมองไปที่หน้าเลิฟส่งยิ้มยียวนให้แล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้พนักงานเคลียร์กับลูกค้าและพานนท์ไปทำแผล

 

            ส่วนเลิฟมองตามหลังปอด้วยความแค้นใจที่ทำอะไรไม่ได้ เขาโดนผู้ชายจูบต่อหน้าคนเป็นสิบเขาจะเอาหน้าไปไว้ไหน ใบหน้าเนียนเห่อร้อนและแดงไปทั่วใบหน้าจนถึงหูด้วยความอายผสมโมโห โคตรจะอายโดนมันชกหน้าแหกยังไม่อายขนาดนี้เลย

 

            กูเอาคืนมึงแน่ไอ้เหี้ย!!!’ เลิฟคิดในใจอย่างแค้นๆ

 

            

 

 

2 Be Con...

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

คุยกันซักนิดนะคับ^^

คัยที่อ่านมาถึงตอนนี้คงสงสัยว่าบ้านเลิฟมีอะไร และบ้านอีปอทำอะไร

(ทุกอย่างจะค่อยๆเฉลยไปในเรื่องนะคับ นี่นิยายสืบสวนฆาตกรรมใช่ป่ะ 55 )

แลดูเหมือนเนื้อเรื่องจะออกทะเลรึป่าว?

ไม่ออกทะเลนะคับ แต่ที่ต้องเขียนไว้เพราะว่ามันมีผลไปหาคู่ป้องxวิน

(ถ้าอ่านมาน่าจะเดาออกเนาะ ป้องวินไม่ใช่คู่รองนะคับแต่จะเป็นคู่หลักเรื่องถัดไปส่วนคู่รองเรื่องนี้มีแน่แต่ไม่บอกให้เดาเอาฮ่าๆ)

เรื่องนี้สไตล์โหด มัน ฮา หื่นนะคับ

ถามว่ามีมาม่าให้ต้มมั้ย ตอบเลยว่ามีแน่ๆแต่เป็นมาม่าช้างน้อยพอ

คนเขียนเบื่อมาม่าช่วงนี้ อิ อิ ไม่อยากกินห่อใหญ่ แต่จะไม่ให้มีเลยมันก็จะขาดอะไรไปอ่ะเนาะ 

เพราะชีวิตคนยังมีดราม่ามันถึงได้มีสีสัน นิยายก็เหมือนกันขาดดราม่ามันก็ไม่ครบรส ขาดสีสันไป

สุดท้ายขอบคุณคนอ่านที่เข้ามาอ่านแล้วก็ทุกคอมเม้นท์ด้วยนะคับ

(ไม่คิดว่าจะมีแต่ก็มีน้ำตาจะไหล // งานดราม่าต้องมา)

ไม่เม้นท์ก็ไม่เป็นรัยนะคับแค่สละเวลาอ่านก็ดีใจแล้ว

ขอบคุณจิงๆนะคับ ^/\^ (ไว้อยากเซไฮกันค่อยมาเมาท์ในเพจก็ได้)

สุดท้าย รักคนอ่านทุกคนคับ ^^

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}