hansangyu (ติดเหรียญ4ตอน ที่เหลือฟรีค่ะ)

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

10 เสือร้ายกับดอกไม้ที่บอบบาง

ชื่อตอน : 10 เสือร้ายกับดอกไม้ที่บอบบาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 257

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2562 01:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10 เสือร้ายกับดอกไม้ที่บอบบาง
แบบอักษร



Hana :

และแล้ววันนี้ก็เป็นวันเปิดเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัย T มหาวิทยาลัยชื่อดังของโตเกียว ฉันเข้าเรียนคณะบริหารธุรกิจของที่นี่เพื่อจะได้กลับไปทำธุรกิจที่บ้านเกิด สำหรับฉัน ที่นี่น่ะ อะไรๆก็ใหม่ไปหมด ก็ฉันเพิ่งเข้ามาเรียนเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งนี่…ส่วนนายยูเซย์น่ะเค้าปีสามเข้าไปแล้ว เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์เอกคอมพิวเตอร์…ฉันเองก็เพิ่งได้คุยเรื่องส่วนตัวหลายๆอย่างกับเขาเมื่อคืน...


ก็อย่างที่รู้คือ…เมื่อวาน…ฉันกับเขา…เอ่อ…เรามีอะไรกันตั้งแต่เช้ายันเย็น เราไม่ได้กินอะไรเลยมาทั้งวันนอกจาก…เอ่อ…น้ำกามของกันและกัน…ในที่สุดฉันก็เหนื่อยจนสลบไป…ตื่นขึ้นมาอีกทีก็สองทุ่มเข้าไปแล้ว…ตอนนั้น พอจะลุกขยับตัว ฉันก็รู้สึกเจ็บ…ที่เนินสาวขึ้นมา ฉันพยายามจะหุบขา…แต่มันก็ยิ่งเจ็บ ราวกับสิ่งบอบบางภายในนั้นโดนใช้งานมาทั้งวันจนมันบอบช้ำอย่างหนัก…ฉันเลยต้องอ้าถ่างขาเหมือนอย่างเดิม…อ่า…ยูเซย์เอาฉันทั้งวันจนหุบขาไม่ลงจริงๆด้วย…เขาช่างร้ายกาจเหลือเกิน…แต่พอยูเซย์เห็นฉันพยายามจะลุกจากเตียงทั้งที่ยังถ่างขาพร้อมกับร้องโอยเบาๆ…เขาก็หลุดยิ้มออกมาจนฉันต้องส่งค้อนก้อนโตๆไปให้…ตาบ้าเอ๊ย…เพราะนายนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ เขาก็เลยเห็นใจฉันขึ้นมานิดนึงมั้ง? ถึงได้โทรสั่งอาหารมาแทนที่จะให้ฉันฝืนร่างกายทำอาหารค่ำ…และเขายังโทรสั่งยาสำหรับรักษาอาการเจ็บ….เอ่อ ที่เนินสาวของฉันด้วย…แต่พอได้ยามาเท่านั้นล่ะ…นายยูเซย์จอมซนก็ฉวยโอกาส ทายาที่กลีบแคมอ่อนไหวของฉันให้เอง ‘กับมือ’เลย…ดูเขาสิ แกล้งทำเป็นใจดี แต่ที่ไหนได้เขาน่ะฉวยโอกาสชัดๆ เขาป้ายยาที่นิ้วชี้กะนิ้วกลางเรียวยาว แล้วก็ละเลียดมันลงที่กลีบแคมอวบอูมนั้น…จนเรียกเสียงครางจากฉันได้อย่างเสียดเสียว…แล้วก็ยังสอดแทรกนิ้วที่เคลือบครีมยาเข้ามาภายในร่องสวาทบอบช้ำของฉันอีก…อู้วว…ถึงมันจะเจ็บ แต่ก็เสียวเหลือเกิน…จนฉันเผลอขยับสะโพกตอดรัดแท่งนิ้วใหญ่ของเขาขึ้นลงๆ แต่จู่ๆนายขี้แกล้งคนนี้ก็ชักนิ้วออกแล้วบอกฉันว่า…

‘เธอนี่นะ…ขนาดโดนเอาจนขาถ่างขนาดนี้แล้วยังไม่หายเงี่ยนอีกเหรอฮะ ฮะๆ…’

กะ…ก็…เขาทำฉันเสียวนี่นา…ฮึ…ฉันอายหน้าแดงจนล้มตัวลงนอนคลุมโปงผ้าห่มเลยล่ะ ดูเขาสิ แกล้งฉันแล้วยังจะมาหัวเราะเยาะฉันอีก…

เห็นรึยังล่ะว่า…

…เขาน่ะร้ายกาจที่สุดเลย…


เวลาผ่านไปจนถึงเวลาเลิกเรียนตอนบ่ายๆ ยูเซย์บอกว่าถ้าฉันเรียนเสร็จเมื่อไหร่ให้มารอเขาที่หน้าคณะวิศวะ และตอนนี้ฉันก็มานั่งรอที่ม้านั่งหน้าคณะของเขาแล้ว…


…อ้อ..มหาลัยในญี่ปุ่นน่ะไม่มีชุดเครื่องแบบนักศึกษาหรอกนะ…ทุกคนก็เลยสวมใส่ชุดไปรเวทได้ตามความเหมาะสม…วันนี้ฉันเองก็เลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวกับกระโปรงทรงเอสีดำ ฉันว่ามันดูเรียบร้อยดี…แต่ติดอยู่อย่างนึงที่…เสื้อผ้าฉันมันเก่าไปหน่อย มันก็เลยคับที่สะโพก…แล้วก็หน้าอกของฉัน…อือ…กระโปรงตัวเล็กนี่น่ะรัดพอสมควรจนมันเห็นเป็นรูปก้นงอนของฉันโดดเด้งขึ้นมา…ยิ่งไปกว่านั้น…เสื้อตัวฟิตพอดีทรวดทรงของฉันก็ออกจะดูรัดทรวงอกคัพอีของฉันจนอาจแลดูอึดอัด…ไม่ไหวเลยๆ ถ้าฉันได้เงินเดือนก้อนแรก ฉันควรจะซื้อเสื้อผ้าใหม่เป็นอันดับแรกจริงๆ…


แต่ในขณะที่ฉันนั่งเหม่ออยู่ที่ม้านั่งตัวยาวหน้าคณะวิศวะ ฉันก็สังเกตเห็นสายตาของเหล่าผู้ชายหลายคนที่ส่งสายตามามองฉันอย่างโลมเลีย…นายคนทางซ้ายมือก็มองเรียวขาของฉัน…นายคนที่กำลังเดินผ่านหน้าก็เหล่ตามามองหน้าของฉัน…ส่วนกลุ่มผู้ชายราวห้าหกคนที่รวมกลุ่มกันอยู่ที่ขวามือก็ต่างมองมาที่หน้าอกของฉันเป็นสายตาเดียวกัน…ดูพวกเขายิ้มสิ…มันน่ากลัวแปลกๆ…ฉันไม่อยากให้ร่างกายของฉันเป็นจุดสนใจเลย…ฉันอึดอัดจัง ไม่ชอบอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เลย…เมื่อไหร่ยูเซย์จะมาซะทีนะ?…


…จนฉันทนไม่ไหวก็เลยลุกขึ้นจะย้ายที่นั่งไป แต่ก็ดันไปชนกับผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาปะทะร่างกับฉันพอดีจนโทรศัพท์ในมือของเขาหล่นกระเด็นลงพื้นแบตเตอรี่เด้งกระดอนออกมาพร้อมกับฝาครอบกระจัดกระจาย


“อุ๊ย!…ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ…” แย่ชะมัดเลย…ฉันนี่มันซุ่มซ่ามได้ตลอดจริงๆ ฮือๆ โทรศัพท์เครื่องแพงของเขาก็ไม่รู้จะพังหรือเปล่า? ฉันรีบลนลานก้มเก็บโทรศัพท์ของเขาทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้ามองเจ้าตัวเลยด้วยซ้ำ


“ไม่เป็นไรหรอกครับ…ผมต่างหากที่มือไม้อ่อนทำตกเอง” แล้วฉันก็เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายร่างสูงคนนั้น เขายิ้มให้ฉันอย่างเป็นมิตรราวกับไม่ถือโทษโกรธอะไร…เขาดูใจดีจัง…หน้าตาก็ดี…อาจจะเป็นเดือนคณะเลยล่ะมั้ง?...หน้าหล่อเนียนใสทรงผมรากไทรสีน้ำตาลแอลมอนด์แบบนี้คงถูกใจสาวๆหลายคนเลยล่ะ


“ฉะ…ฉันขอโทษนะคะ โทรศัพท์คุณพังหรือเปล่าคะ? ฉันยินดีชดใช้ให้”


“อย่าลำบากเลยครับคุณ…เอ่อ?”


“ฉัน…คุโรซากิ ฮานะค่ะ บริหาร ปีหนึ่ง” ฉันตอบรับเขาไปอย่างเลิ่กลั่ก แหงล่ะ ก็ฉันเป็นคนผิดนี่นา…


“อ่อ…ผม ยาซูโอะ โทชิฮิโระ วิศวะเครื่องกล ปีสาม ยินดีที่ได้รู้จักครับ…” แต่น่าแปลกๆ เขาเอาแต่มองหน้าฉันแล้วยิ้มให้ ไม่สนใจโทรศัพท์ของตัวเองเลยรึไงกัน?


“ค่ะ…คุณยาซูโอะ…ละ…แล้วโทรศัพท์คุณเปิดติดหรือเปล่าคะ?”


“…อ้อๆ” แล้วเขาก็ลองประกอบแบตเตอรี่เข้ากับโทรศัพท์อีกครั้ง แล้วก็เปิดเครื่อง


“อ้าว…ไม่ติดอ่ะครับ…แต่ไว้ผมค่อยกลับไปซ่อมก็ได้ ไม่ใช่ปัญหา…แต่ตอนนี้ผมมีธุระด่วน…รบกวน…ขอยืมโทรศัพท์คุณฮานะโทรหาเพื่อนผมหน่อยได้มั้ยครับ?...” โห…เขากำลังมีธุระด่วนแท้ๆแต่ดันมาเจอเรื่องซวยๆเพราะฉัน ถ้ามีอะไรจะไถ่โทษคุณยาซูโอะ ฉันก็ทำได้ทั้งนั้นล่ะ…


“ได้ค่ะๆ นี่ค่ะ…” ฉันยื่นโทรศัพท์เครื่องเก่าของฉันให้เขาไป แล้วเขาก็ใช้มันกดเบอร์แล้วก็หันหลังไปคุยธุระไม่ถึงนาที เขาก็หันหน้ากลับมายื่นโทรศัพท์คืนฉัน


“ขอบคุณมากนะครับ…คุณคุโรซากิ…” คุณยาซูโอะส่งยิ้มหวานๆมาให้ฉัน ส่วนฉันก็ทำได้แค่สบตาเขาแล้วก้มหน้างุดไป แล้วทันใดนั้นเอง


“ฮานะ!...” เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของคุณยาซูโอะ…


“…นายท่าน…” มาซะที…ฉันต้องรอเขาตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าเขาจะลงมาจากอาคาร แล้วยังจะมาทักฉันด้วยเสียงดุแบบนี้อีก…โมโหอะไรมานะ?


“มายืนทำอะไรตรงนี้?”


“ฉันมารอนายท่านนั่นล่ะค่ะ” แต่ดูเหมือนคำเรียกยูเซย์ของฉันคงจะทำให้บุคคลที่สามอย่างคุณยาซูโอะงงขึ้นมาทันที


“ ‘นายท่าน’ เหรอครับ?” เขาพูดด้วยท่าทีประหลาดใจพลางหันหน้ามามองฉัน


“ค่ะ…คือ…”


“ทำไมไอ้ฮิโระ? มึงมายุ่งอะไรกับคนของกู…” เฮ้..ฉันพอเข้าใจนะว่าเขาสองคนคงเป็นเพื่อนกันถึงได้ใช้คำเรียกแบบนั้นกันได้…แต่ทำไมยูเซย์ต้องโมโหขนาดนั้นด้วย?...


“คนของมึง?...”


“คือฉันเป็นแค่คนใช้ของคุณยูเซย์น่ะค่ะ…ฉันรับจ้างทำความสะอาดที่พักของเขาอยู่”


ฉันพูดออกไปพลางมองหน้าคนที่ฉันกำลังพูดถึง…ใช่ ยูเซย์พูดถูก ฉันเป็นคนของเขา…เป็นคนใช้ของเขา…มันก็ถูกแล้ว…แต่…ทั้งๆที่ฉันพูดเรื่องจริงออกไปแท้ๆ…แต่ทำไม…ฉันถึงรู้สึกเจ็บที่หัวใจขึ้นมาทุกครั้งที่ต้องมองหน้าเขาทั้งที่ต้องเก็บความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ภายในใจกันนะ…เขาจะรู้บ้างมั้ย? ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา…มันทำให้หัวใจฉันปั่นป่วนขนาดไหน?…มันเป็นความลับที่พูดไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้…ทำได้แค่ตอกย้ำกับหัวใจตัวเอง…ว่าอย่าคิดเกินเลยไปมากกว่านี้…มันเจ็บเหลือเกิน…ที่ระบายความในใจออกไปไม่ได้เลย…


“คนใช้?...ทำไมคนสวยๆอย่างคุณ…ต้องไปทำงานหนักแบบนั้นด้วยล่ะครับ?” ไม่ผิดหรอกที่เขาจะตั้งคำถามกับฉันแบบนี้…แต่ไหงยูเซย์ต้องทำเป็นฮึดฮัดไม่พอใจด้วย ดูเขาจ้องมาที่ฉันสิ…อย่างกับโกรธอะไรซักอย่างแน่ะ…


“ฉันต้องส่งตัวเองเรียนค่ะ…แล้วทางบ้านของคุณยูเซย์…ก็จ่ายค่าตอบแทนให้สูง ฉันก็เลยยินดีทำงานนี้ค่ะ…” ฉันตอบคุณยาซูโอะไปโดยไม่หันไปมองหน้าใครบางคนแถวนี้ที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่อย่างไร้เหตุผล…


“แล้วถ้าผมจะจ่ายค่าตอบแทนให้คุณสูงกว่ายูเซย์…สามเท่า…คุณจะยินดีมาทำงานที่บ้านผมมั้ยครับ?” พอได้ยินเขาพูดดังนั้นฉันก็เงยหน้าสบตากับยูเซย์ทันที ฉันเองก็อยากรู้ว่าเขาจะยินดียินร้ายอะไรกับฉันบ้างหรือเปล่า?...ถ้าเขาเห็นว่าฉันมีทางอื่นที่จะไปจากเขา…แล้วเขาจะทำยังไง?…


“…ฉัน…”




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น