marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6: ดูแลคนป่วย

ชื่อตอน : ตอนที่ 6: ดูแลคนป่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2562 21:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6: ดูแลคนป่วย
แบบอักษร




image


“ผู้จัดการครับวันนี้โชมินเธอไม่สบายนะครับคงไม่ได้มาทำงาน” ทันทีที่เลิกคลาสผมก็ตรงดิ่งมาที่ร้านอาหารเพื่อลางานให้เธอ

“เธอเป็นอะไรมากหรือเปล่า” เจสันถามขึ้นหลังจากที่ได้ยินผมพูด

“ก็ไข้ขึ้นสูงมากแต่ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลแล้ว”

“แล้วพี่รู้ได้ไงค่ะ” ยัยเด็กเมื่อคืนถามขึ้นแต่ผมไม่สนใจอะไรที่ได้มาง่ายๆมักจะน่าเบื่อเสมอ

“โอเคเอาเป็นว่าวันนี้โชมินไม่มานะ”

“ครับ” ผมก็ตั้งใจจะลางานไปหาเธอแต่พอคิดๆดูละพึ่งมาแค่วันเดียวจะขอหยุดละคงทำไม่ได้ผมเลยตัดสินใจรีบทำให้เสร็จแล้วรีบกลับ



4 ทุ่ม



“โว้ววว วันนี้เหนื่อยชะมัด” พอถึงเวลาเลิกงานผมก็รีบเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

“นั้นสินะ เออว่าแต่อึนซานายมีนัดอะไรเหรอถึงดูรีบๆนะ” ขนาดผมยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าจะรีบไปหาเธอทำไม

“พอดีมีธุระนิดหน่อยนะฉันเสร็จละไปก่อนนะ” ผมรีบล่ำลาพวกเขาแล้วเดินออกมาจากห้องก็เห็นยัยเด็กนั้นยืนรออยู่

“วันนี้พี่ไม่ยอมคุยกับฉันเลยนะทั้งที่เมื่อวานเราพึ่ง...” ทันทีที่เธอจะพูดเรื่องเมื่อวานผมรีบเอามือปิดปากเธอไว้ทันที

“อย่าพูดเรื่องนั้นขึ้นมาอีกและไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” ผมไม่ชอบผู้หญิงวุ่นวายและตามตอแยผมแบบนี้

“แต่ว่า...”

“รู้ไว้อย่างหนึ่งนะฉันไม่ชอบผู้หญิงตอแยอย่ามาล้ำเส้นของฉันเพราะเธอไม่ได้รู้จักฉันดีขนาดนั้น...ถอยไปได้ละฉันรีบอยู่” ผมพูดเสียงต่ำด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเวลาที่ผมโมโหผมจะกลายเป็นคนที่ความอดทนต่ำที่สุดเธอยอมหลีกทางให้ผมดีๆโดยไม่พูดอะไรสักคำผมจึงรีบเดินออกมาทันที

“สี่ทุ่มละยัยนั้นจะนอนหรือยังนะ” แล้วทำไมผมต้องมานั่งคิดเรื่องยัยช้างนี่ช้ำไปช้ำมาว่ะเนี่ยสภาพผมตอนนี้ยังอยู่ในชุดไปเรียนเมื่อเช้าอยู่เลย

“อยากมีรถเองจริงๆจะได้ไปไหนมาไหนง่ายกว่านี้” ผมต้องนั่งใจเย็นบนรถเมล์กว่าจะไปถึงโรงพยาบาลก็สี่ทุ่มครึ่งละให้ตายเถอะวุ่นวายชะมัดก่อนเข้ามาผมแวะร้ายขายเสื้อผ้าละคิดว่าจะมาอาบน้ำที่นี่เลย

“สวัสดีครับคือว่าผมมาเยี่ยมคุณ คิมโชมินนะครับไม่ทราบว่าเธออยู่ห้องไหนเหรอครับ” ผมเดินไปถามพยาบาลที่อยู่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

“รอสักครู่นะคะ”

“ครับ”

“คุณ คิมโชมิน อยู่ห้อง 802 ค่ะขึ้นไปชั้น8เลี้ยวชายมือนะคะ”

“ขอบคุณครับ😊”

“ด้วยความยินดีค่ะ😊”

หลังจากที่ทราบห้องของเธอละผมก็รีบไปทันทีผมหิ้วของพะรุงพะรังมาด้วยไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่พึ่งซื้อ หนังสือ แล้วก็ของกินด้วยพอมาถึงชั้น8ผมก็เดินหาห้องเธอสักพักก็เจอ

“ห้องนี้สินะ...ไหนดูป้ายชื่อดิ”

‘คิมโชมิน’

“โอเคถูกละ” ผมค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้องทีวียังเปิดอยู่ ไฟก็ยังเปิดอยู่ และ เจ้าตัวก็ยังไม่หลับทันทีที่เห็นผมเธอก็ตกใจนิดหน่อย

“อ่ะ!!! มาทำไม😑” แหม่เป็นคำพูดที่น่ารักชะมัด😑

“นี่เธอพูดกับผู้มีพระคุณของเธอแบบนี้เหรอ” เธอเบือนหน้าหนีผมแต่ใครสนละผมเดินไปวางของลงบนโต๊ะ

“กินอะไรหรือยัง”

“เกี่ยวอะไรกับนาย”

“โอเคถือว่ากินละฉันจะได้กินคนเดียวไม่ต้องแบ่งเธอไง”ฟ

“ไม่สนใจหรอก”


จ๊อกกกกกกก



“ฮ่าๆๆ หิวก็บอกว่าหิวสิลีลาอยู่นั่นแหละรอแป๊บเดี๋ยวเอาใส่ชามมาให้” ยัยบ๊องนั้นท้องร้องโคตรแรงทันทีที่บอกว่าไม่หิวฮ่าๆ

“จิ๊!!!” เธอจิ๊ปากใส่ผมแต่เอาเถอะผมเห็นทุกวันตั้งแต่มาที่นี่ละชิ้นละผมเดินหยิบชามมาใส่จาจางเหมี่ยนที่ผมแวะซื้อที่ร้านอาหารเกาหลีมาผมแกะใส่ชามแล้วเดินไปหาเธอ

“ขอบคุณ” เธอยื่นมือมารับพร้อมกับพูดขอบคุณแต่ผมยืนมองนิ่งๆ

“นี่ส่งมาสิฉันเมื่อยแขนนะ”

“ใครบอกฉันจะให้เธอกินเองเขยิบไปฉันนั่งด้วย”

“แล้วนายจะมาเบียดฉันทำไมหะ!!!”

“เบาๆหน่อยสิคนป่วยบ้าอะไรเสียงดังชะมัด”

“นี่!!!”

“หยุดพูดแล้วอ้าปากจะป้อนฉันซื้อมาอันเดียวแบ่งกันกิน” มันไม่ได้มีสาระสำคัญหรอกที่ผมป้อนเธอ

“ฉันกินเองได้”

“รีบอ้าปากถ้าไม่กินฉันกินนะ” พอได้ยินผมพูดแบบนี้เธอก็อ้าปากตามที่ผมบอกทันทีผมค่อยๆป้อนเธอช้าๆพร้อมกับกินเองด้วย

“บทเรียนวันนี้ฉันจดเลคเชอร์มาให้แล้วนะถ้าพรุ่งนี้หมอยังไม่ให้ออกโรงพยาบาลก็อย่าพึ่งออกละ” ในขณะที่เธอกำลังเคี้ยวตุ๋ยๆอยู่เธอก็หันมามองหน้าผม

“เอ่อแล้วที่ทำงานนะฉันไปลาป่วยให้เธอแล้วด้วยผู้จัดการเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร”

“ทำเรื่องดีๆกับเขาเป็นด้วยเหรอ”

“เธอนี่มันจริงๆเลย...อ่ะกินสะฉันอิ่มละที่กินด้วยแค่เสียดายเงินที่ซื้อมา”

“แล้วใครขอให้ซื้อมาละ”

“ถ้าไม่มีฉันปานนี้เธอคงนอนท้องร้องจนถึงเช้าละ”

“ไม่กลับหรือไง” ผมหันไปมองเธอนิดหน่อย

“ถ้าฉันกลับไปเธอก็อยู่คนเดียวอ่ะดิไม่กลัวหรือไง”

“แล้วใครอนุญาตนายให้นอนที่นี่มิทราบ”

“รีบกินไปสะ” ผมชอบเปลี่ยนเรื่องเพราะขี้เกียจเถียงกับเธอบางทีเธอก็ชอบเถียงอะไรไม่เข้าท่าจะโกรธเกลียดผมอะไรปานนั้นผมเดินออกมาระเบียงห้องก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบเธอหันหน้ามามองผมส่วนผมก็มองหน้าเธอเราสองคนมองกันผ่านกระจกที่กั้นอยู่

“ยัยช้างเอ๋ย” ผมพึมพำคนเดียวเบาๆพร้อมกับยิ้มออกมาผู้หญิงตรงหน้าผมเคยเป็นคนที่โกรธมากแต่ตอนนี้ไม่รู้สินะหรือผมแค่อยากทำดีกับเธอเพื่อให้พ่อแม่หายโกรธละมั้ง


10 นาทีต่อมา



“อิ่มแล้วเหรอเอาชามมาฉันจะเอาไปเก็บแล้วจะอาบน้ำเลย” ผมเดินเข้ามาพร้อมถามเธอที่ตอนนี้นั่งดูทีวีอยู่

“อื้อ” เธอรับคำสั้นๆปกติเธอจะเถียงผมนิแล้วนี่เป็นอะไรไปอีกละ

“เป็นอะไรไปเงียบเชียว”

“เปล่ารีบไปอาบน้ำสินายมีเสื้อผ้าเหรอ”

“เธอนี่นะชอบทำอะไรแปลกๆ”

“รีบไปได้ละฉันง่วงแล้ว”

“เครๆรอแปปละกัน”

ผมเดินไปหยิบเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำผมซื้อชุดนอนกับชุดที่จะใส่ไปเรียนพรุ่งนี้มาด้วยขี้เกียจกลับห้องวันนี้กเป็นอีกวันที่โคตรเหนื่อยแต่ไม่รู้ทำไมพอมาที่นี่กลับไม่คิดแบบนั้น

“มีเวทมนต์หรือไงนะยัยช้าง”



20 นาทีต่อมา



ผมเดินออกมาจากห้องน้ำเธอก็ยังนั่งดูทีวีอยู่

“ไม่นอนหรือไงไหนว่าง่วงรอฉันเหรอ”

“ใครรอนายกันฉันแค่นอนไม่หลับเพราะไฟยังเปิดอยู่แถมนายอาบน้ำเสียงดังขนาดนั้น”

“บ้านเธออาบน้ำไม่มีเสียงเหรอยัยบ๊องรีบนอนเลยฉันเหนื่อยมาทั้งวันละจะปิดไฟละ” ผมเดินไปหยิบรีโมทมาปิดทีวีพร้อมกับเดินไปปิดไฟก่อนเดินไปหาเธอที่เตียง

“นายมาทำไมมิทราบ”

“ก็มานอนไงนี่เธอคิดว่าฉันจะนอนโซฟางั้นเหรอฝันไปเถอะขยับตัวไปเลย” ให้ผมตายยังดีกว่าให้ผมนอนโซฟา

“ไม่!!!” ผมเดินไปเปิดไฟทันที

“งั้นเอางี้ม่ะถ้าเธอไม่ให้ฉันนอนที่เตียงด้วยเธอลงไปนอนโซฟาฉันจะนอนที่เตียง” แบบนี้ง่ายดีเหมือนกัน

“นายกลับไปเลยไป๋!!! ฉันป่วยอยู่นะจะให้ฉันนอนที่โซฟาได้ไง”

“งั้นเขยิบตัวไปฉันจะนอนด้วยฉันนอนที่แข็งๆไม่หลับ” เธอกลอกตามองผม

“ฉันไม่ทำอะไรหรอกน๊าาาเหนื่อยจะตายละ” ผมเดินไปปิดไฟอีกครั้งพร้อมกับเดินไปที่เตียงเหมือนเดิมเธอเขยิบที่ให้ผมนอนดีนะเตียงนี้กว้างดีน่าจะนอนได้สองคนพอดี

“ถ้านายทำอะไรฉันละก็ฉันเอานายตายแน่”

“น่าสนุกดีนะโดนเธอเอาจนตาย😊” ผมนอนลงข้างๆเธอ

“ซิ!! ไอโรคจิต” เธอด่าผมแล้วหันหน้าหนีทันทีสงสัยง่วงมากละมั้ง

“ฝันดี” ผมหลับตาลงผ่านไปสักพักเธอหันกลับมาผมก็แกล้งทำเป็นหลับแล้ว

“นายหลับแล้วเหรอ...” ผมไม่ตอบเพราะอยากรู้ว่าเธอจะทำอะไร

“ขอบคุณมากนะ...ฝันดี” แล้วเธอก็หันหลังให้ผมอีกครั้งผมลืมตาขึ้นมองแผ่นหลังเล็กๆของเธอ

“ฉันขอโทษนะสำหรับเรื่องที่ผ่านมาโชมิน”




อร้ายยยยยตอนนี้เขินอ่ะถึงอิซาจะปากแข็งแต่เราก็รู้ว่าแกคิดอะไรงือๆๆๆๆ

ความคิดเห็น