พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พลาดพลั้ง (100%)...NC25+++

ชื่อตอน : พลาดพลั้ง (100%)...NC25+++

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.9k

ความคิดเห็น : 62

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2562 18:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พลาดพลั้ง (100%)...NC25+++
แบบอักษร





“อ่อนว่ะ”

“คุณก็ ‘อ่อน’ เหมือนกันนั่นแหละ” คิริมาทำปากยื่นสวนกลับ ปรามาสไม่พอแม่ตัวดียังส่งสายตาโคตรเชิญชวน โคตรยั่วยวน และท้าทายในที ก่อนจะโดนคนที่พยายามควบคุมตัวเองกระชากร่างอ้อนแอ้นเข้ามาปะทะแผงอกกว้าง แล้วคำรามกระหึ่มชิดกลีบปากสั่นระริก             

“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ!”

“ฉันบอกว่าคุณน่ะมันอ่อน” เธอเชิดหน้าสวนกลับอย่างไม่กริ่งเกรง วาจาหยามน้ำหน้าทำให้คนที่กำลังพยายามเก็บกดอารมณ์ดิบเอาไว้ถึงกับขบกรามดังกรอด       

 ช่างแม่งความรู้สึกผิดในอดีตเถอะว่ะ!   

คนที่พยายามอดทนอดกลั้นตะโกนก้องในอก ทันใดนั้นเขาก็กระแทกปากหยักลงขยี้ปากอิ่มอย่างต้องการลงโทษในความปากดีอวดเก่ง บดจูบหนักๆ จนแม่สาวไม่ประสาครางอื้ออึงกลั้วลำคอระหง แทนที่จะหวาดผวาเธอกลับเผยอปากให้เขาได้ตักตวงความหวานอย่างกระตือรือร้น กระทั่งอีกฝ่ายสำลักลมหายใจเขาจึงผลักร่างบางออกห่าง กัดฟันข่มกลั้นอารมณ์ที่กำลังโหมกระพือประหนึ่งไฟลามทุ่งเอาไว้อย่างสุดความสามารถ           

“ถ้าเธอไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิตก็อาบน้ำซะ อาบให้หายบ้า แล้วก็อย่ามาใกล้ฉัน” พงษ์สวัสดิ์เบือนหน้าหนี แล้วเค้นเสียงกระด้างเจือดุดันตะเพิดไล่คนที่เอาแต่ปั่นหัวเขาจนสติแตก หายใจแรงลึกปนหอบหนักๆ เมื่อความผิดชอบชั่วดีและความกระหายอยากตีกันให้วุ่นจนร่างร้อนรุ่มทุรนทุรายแทบบ้า         

ทว่าแทนที่จะทำตามคิริมากลับพุ่งเข้าใส่จนร่างใหญ่เกือบเสียหลัก ทันใดนั้นเธอก็เขย่งปลายเท้ายื่นปากไปประกบปากหยัก ท่ามกลางความตะลึงงันของคนถูกจู่โจม ก่อนที่แม่คนไม่ประสาแต่เมายาจะตะบี้ตะบันบดปากตัวเองเข้ากับปากเขา ถึงแม้เธอจะจูบไม่เป็นด้วยไม่ประสาแต่เพียงปากแตะปากความต้องการที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกก็พุ่งโผนโจนทะยานออกมาทลายกำแพงทิฐิจนราบเป็นหน้ากลอง      

นรก! การเปิดฉากใส่ ทั้งยั่ว ทั้งอ่อย ทั้งลวนลาม แถมยังจงใจถูไถเนื้อตัวนุ่มนิ่มเข้าหาไม่ยั้งทำให้เขาตบะแตก หูอื้อตาลาย ลำคอแห้งผากกระหายอยากจนน่าบัดซบ        

ไม่ทนแล้วโว้ย!

“จูบเขาทำกันอย่างนี้”

หลังจากเธอถอนปากออกห่างพร้อมทำหน้ายุ่งคล้ายไม่ได้ดั่งใจ เขาก็ทาบมือลงตรงซีกแก้มเนียนแล้วเอ่ยเสียงกระด้าง ขาดคำก็ก้มลงบดจูบปากแม่คนช่างอ่อยอย่างดุดัน ก้าวร้าว และเอาแต่ใจ อารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นมาทำให้เขาสติขาดผึง ความยับยั้งชั่งใจอันตรธานไปในชั่วพริบตา     

คนเจอฤทธิ์จูบของจริงเข้าไปถึงกับสำลักลมหายใจ จนเขาต้องผละห่างนิดหน่อยเพื่อให้เธอได้สูดอากาศเข้าปอด ก่อนจะป้อนจูบละเมียดละไม ทั้งที่อยากจะกระทำการดุดันดิบเถื่อนเอาแต่ใจแต่สำเหนียกดีว่าอีกฝ่ายไม่ประสา ฉะนั้นเขาจึงจำต้องค่อยเป็นค่อยไป พ่อคนช่ำชองในเกมรักค่อยๆ นำพาแม่สาวไม่ประสาไปตามครรลองที่ตนปรารถนา จากจูบเงอะๆ งะๆ ดูอึดอัดขัดใจ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นกล้าตอบสนองเท่าที่สมองจะเรียนรู้ได้ ลิ้นเล็กยื่นออกมาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นสากระคาย ที่สุดทั้งคู่ก็จูบปากแลกลิ้นกันอย่างเมามัน    

คิริมาไม่มีสติมากพอ เธอรู้แค่ว่าร้อนและทรมานจนเจียนบ้า มือเรียวลนลานลูบไล้แผงอกกำยำเรียกเสียงคำรามกระหึ่มด้วยความพึงพอใจกลั้วลำคอหนา ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อของเขาออกด้วยท่าทางทุลักทุเล ไม่ทันใจก็หลับหูหลับตากระชากมันออกไปให้พ้นๆ จากนั้นก็จัดการถอดบราเซียร์และกางเกงในตัวจิ๋วของตัวเองออกโดยมีเขาช่วยอีกแรง วินาทีที่เห็นร่างเย้ายวนเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้าคนมองก็แทบหยุดหายใจ      

พระเจ้า! เห็นตัวบางๆ จนจะปลิวลมแบบนี้ยัยป้าแว่นสุดเชยซ่อนรูปเป็นบ้า พับผ่า! นั่นนมหรือลูกมะพร้าววะ ตูดงอนๆ นั่นท่าจะเด้งบนตัวเขามันดี  

ความคิดห่ามๆ พลันหยุดชะงัก เมื่อคนที่จัดการกับอาภรณ์ของตนจนหมดเกลี้ยงพุ่งมาจัดการกับกระดุมกางเกงยีนส์ของเขา แต่ความใจร้อนทำให้ลนลานไปหมด       

“ใจเย็นสิป้า” พงษ์สวัสดิ์เอ่ยห้ามปรามเมื่อคนที่ขาดสติและทำอะไรไม่ได้ดั่งใจทำท่าฮึดฮัดด้วยความหัวเสีย ซึ่งคำว่า ‘ป้า’ แบบเน้นๆ ในตอนท้ายก็ทำให้เธอทำตาขวาง    

“อย่ามาเรียกฉันว่าป้า!” คิริมาได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วๆ แต่หาสนใจไม่ พอเห็นเขาเป็นฝ่ายปลดกระดุมกางเกงออกเสียเองก็จัดการผลักร่างใหญ่ไปชิดผนังห้องน้ำ    

“เฮ้ย! ใจเย็นก่อนสิวะ แก้ผ้าแล้วจะเอาท่าเดียวเลยหรือไง”    

“ไม่! ฉันทนไม่ไหวแล้ว”

เธอปฏิเสธอย่างดื้อดึง ลนลานลูบไล้อกกำยำเปล่าเปลือย แล้วตั้งท่าจะลูบต่ำลงไปกว่านั้น หากว่าอีกฝ่ายไม่คว้ามือเอาไว้ กระชากไปตรึงติดผนังเหนือศีรษะ แล้วก้มลงกระซิบถามชิดริมฝีปากอิ่ม   

“บอกความจริงมาก่อนว่าเธอจำฉันได้ไหม…จำฉันได้หรือเปล่า”

น่าแปลกที่เขาก็เอ่ยถามปกติ ออกจะน้ำเสียงเย็นชาเสียด้วยซ้ำ แต่ทำไมเธอถึงสัมผัสได้ถึงความเศร้า เสียใจ และคาดหวังจากสายตาคู่นั้น หรือเธอจะเมามากจนสติเลอะเลือนไปแล้ว         

“เรารู้จักกันด้วยเหรอ”

คิริมาทำท่าฉงน หรี่ตาจ้องหน้าอีกฝ่ายพลางเอียงคอครุ่นคิด แต่เพราะในสภาพที่สายตาสั้นพันกว่าโดยไม่มีแว่นช่วยในการมองเห็น ถึงแม้เธอจะคลำทางเดินมาหาเขาได้ แต่ถ้าถามว่าเขาหล่อไหม หน้าตาเป็นยังไง เธอมิอาจตอบได้ เพราะมองเห็นแค่เค้าโครงหน้าของอีกฝ่ายแบบพร่ามัวและเบลอ  ถึงแม้จะเป็นในระยะประชิดก็ไม่สามารถระบุได้ว่าหน้าตาของเขาเป็นเช่นไร บวกกับอยู่ในภาวะที่สติไม่สมประดี ทำให้ทุกอย่างดูเลือนลางและรวนเรไปหมด           

แต่คำถามที่อีกฝ่ายเอื้อนเอ่ยออกมาคล้ายใคร่รู้เสียเต็มประดาก็ทำให้เธอกระหวัดคิดไปถึงหนุ่มฮอตสุดแนวของคณะแพทย์ศาสตร์ ผู้ชายคนนั้นเคยถามเธอด้วยคำถามคล้ายๆ กันในตอนที่ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกในมหา’ลัย จำได้ว่าตอนนั้นเขาโผเข้าหา แล้วละล่ำละลักถามไถ่ด้วยท่าทางตื่นเต้นท่ามกลางความตะลึงงันของเธอ พอเธอตอบไปว่าเธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน คำตอบก็ทำให้เขาสะอึกและนิ่งอึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายไปด้วยความยินดีพลันเย็นชาในชั่วพริบตา

จากนั้นเขาก็ทำท่าหมางเมินเย็นชา ไม่เฉียดกายเข้าใกล้ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับเธออีกเลย มิหนำซ้ำยังแสดงท่าทีรังเกียจอย่างชัดเจนในทุกครั้งที่เจอหน้า ฉะนั้นมันจึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่อยู่ๆ เขาจะช่วยเธอในค่ำคืนนี้ ถึงแม้จะถามด้วยคำถามคล้ายกัน ถึงแม้จะหัวเทาเหมือนกัน แต่มันก็คงเป็นแค่ความบังเอิญเท่านั้น เพราะเขาเกลียดเธอจะตาย เกลียดชนิดไม่อยากแม้แต่จะชายตาแล แล้วเรื่องอะไรผู้ชายเย่อหยิ่งพรรค์นั้นจะยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ                                   

“รู้สิ รู้ดีด้วยล่ะ ตั้งแต่สมัย ม.ปลายโน่น”    

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ฉันไม่รู้จักคุณเสียหน่อย” คิริมาหลุดหัวเราะออกมา แล้วเอ่ยด้วยท่าทางซื่อๆ แต่คนฟังกลับตีความหมายว่าเธอกำลังหัวเราะกลบเกลื่อนความจริง          

“เธอคงเกลียดฉันมากสินะ ถึงได้ทำเป็นลืมฉัน”

พงษ์สวัสดิ์เอ่ยด้วยสีหน้าผิดหวัง คนที่ทำเป็นลืมเรื่องราวในอดีตอย่างเธอคงไม่รู้สึกอะไร แต่เขาที่ยังจำเธอได้ เขาที่ยังจดจำทุกอย่างได้ เขาที่ยังจมปลักอยู่กับความรู้สึกผิดในอดีต กลับโคตรเสียใจ พงษ์สวัสดิ์ถอยห่างจากร่างเย้ายวนด้วยสภาพเสียศูนย์ คำตอบที่เธอยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่เคยรู้จักเขามันทำให้เขาแทบคลั่ง          

คนที่กำหมัดกันฟันแน่นตั้งท่าจะก้าวไปหาเสื้อมาใส่แล้วหนีไปให้พ้นๆ หากว่าร่างเย้ายวนจะไม่ผวาโถมตัวเข้ามากอดจากทางด้านหลัง แล้วจงใจถูไถหน้าอกนุ่มหยุ่นเข้ากับแผ่นหลังกว้าง ทันใดนั้นกระแสความร้อนก็แล่นปราด อารมณ์คุกรุ่นที่ทำท่าว่าจะเริ่มสงบประทุขึ้นมาอีกครา

“ปล่อย!” เสียงแข็งๆ โพล่งขึ้น              

“ได้โปรดอย่าทำแบบนี้ ช่วยฉันก่อน ฉันร้อน ไม่ไหวแล้ว”   

“งั้นก็บอกมาสิว่าเธอรู้จักฉัน บอกมาว่าเธอจำเรื่องราวสมัย ม.ปลายได้” เขาแกะแขนเรียวที่ร้อยรัดรอบเอวสอบออก หันไปมองใบหน้าแดงก่ำ แล้วเอ่ยคาดคั้นพร้อมรวบมือเรียวเอาไว้กันเธอลวนลามจนไร้สติ แต่กระนั้นแม่คุณก็ยังไม่วายแอ่นหน้าอกนุ่มหยุ่นมาถูไถกับแผงอกกว้าง จนเขาเสียววาบหลุดคำรามออกมา                 

“ฉันเรียนมัธยมที่อเมริกาไม่ได้เรียนในไทยจะไปรู้จักคุณได้ยังไง”  

คิริมาเอ่ยไปตามความเป็นจริง…ความเป็นจริงที่คนในครอบครัวบอกเล่าให้ได้รับรู้ อยากจะนึกหาคำตอบว่าเขาใช่คนในอดีตที่หายไปพร้อมกับความทรงจำหรือไม่ เขาใช่คนที่เธอเคยรู้จักมาก่อนหรือเปล่า แต่ก็กลัวว่าจะปวดหัวจนแทบระเบิดเช่นทุกครา ฉะนั้นจึงเลือกที่จะผลักมันออกไปจากห้วงความคิดอย่างเข็ดขยาดและหวาดผวา อีกทั้งฤทธิ์ยาก็กระตุ้นเร้าให้เธอไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรมากไปกว่าหาทางปลดเปลื้องอารมณ์ความใคร่ที่กำลังครอบงำจนไร้ซึ่งความยับยั้งชั่งใจ ร้อนรุ่มไปทั้งสรรพางค์กาย และไม่เป็นตัวของตัวเอง                 

“อย่าเซ้าซี้เลยนะ ฉันไม่รู้จักคุณจริงๆ” คนหูอื้อตาลายเพราะตกอยู่ภายใต้อำนาจของแรงกำหนัดละล่ำละลักเสียงสะท้าน ก่อนจะทำให้เขาสะดุ้งเฮือกด้วยการกุมมือไปที่เป้านูนเป่ง ในจังหวะที่เธอกางมือขยุ้มหน่วงหนักเขาก็หลุดสบถออกมา ความปรารถนาอันแรงกล้าฉีกทึ้งความอดทนอดกลั้นจนไม่เหลือชิ้นดี     

“นรก! ไม่รู้จักก็ไม่รู้จัก ในเมื่อเธอจำฉันไม่ได้ เธอทำเป็นลืมฉัน เราก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน เอากันให้หายอยาก จากนั้นก็ทางใครทางมัน” เขาคำรามอย่างฉุนเฉียว ยัยตัวแสบยังมีหน้ามาพยักหน้าหงึกหงัก แถมคล้องแขนเข้ากับลำคอแกร่ง ยิ่งได้ใกล้ชิด กายเสียดสี ลมหายใจร้อนผ่าวคละเคล้าอารมณ์ความกระหายอยากยิ่งพุ่งทะยาน        

“อืม…”

“เธอเป็นคนเรียกร้องมันเอง แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน” เสียงห้าวปนคำรามถูกเค้นลอดไรฟันขณะยกร่างเย้ายวนขึ้นไปวางบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ขาดคำเขาก็กระแทกปากหยักลงมาอย่างหมดสิ้นความอดทน ตะโบมจูบอย่างตะกละตะกลาม บดขยี้ริมฝีปากอิ่มขณะที่มือกระด้างตะโบมโลมลูบไปทั่วเรือนกายสวยสะพรั่ง จากนั้นก็สลัดกางเกงยีนส์ที่เหลืออยู่บนร่างทรงพลัง ตามด้วยถอดกางเกงในทิ้งอย่างไม่ไยดี  

ริมฝีปากร้อนร้ายพรมจูบลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ใบหน้าหมดจดแดงก่ำมายังลำคอระหง ก่อนจะค่อยๆ ลากไล้เคลื่อนสู่เนินอกสล้างซึ่งปลายยอดชูชันอย่างเชิญชวน ผวางาบงับดุดันเรียกเสียงครางกระเส่าจากคนตัวเล็ก แล้วเขาก็ทำให้เธอแทบดิ้นพล่านด้วยการประกบปากดูดเอาๆ     

ลมหายใจของสาวเจ้าขาดเป็นห้วงๆ ในวินาทีที่ริมฝีปากร้ายกาจเคลื่อนต่ำจากฐานอก สู่หน้าท้องแบนราบ ขนลุกเกรียวยามที่เขาบรรจงจูบสะดือบุ๋ม จากนั้นพ่อเจ้าประคุณก็ทรุดกายลงนั่งคุกเข่าตรงหว่างขาเนียน แล้วผวาซุกหน้าเข้าหากลางกายสาว ทำเอาคนเป็นฝ่ายถูกจู่โจมบ้างถึงกับสะดุ้งเฮือก นัยน์ตาเบิกกว้าง และยกกำปั้นขึ้นอุดปาก  

มือใหญ่จับขาเรียวยกขึ้น แล้ววางเท้าของเธอทั้งสองข้างให้กางออกในแนวตั้งฉากกับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ส่งผลให้กลีบผกาอวบอูมที่ปิดสนิทเพราะไม่เคยมีภมรได้ล่วงล้ำกล้ำกลายแบะออก ความสาวสะพรั่งเปิดเปลือยอล่างฉ่างต่อสายตาหิวกระหาย เขาครางกระหึ่มกลั้วลำคอหนาด้วยสภาพหูอื้อตาลาย ลำคอแห้งผาก ก่อนจะลนลานซุกไซ้อย่างหลุดหลง เรียกเสียงครางผาดแผ่วให้กระเด็นออกมาจากปากเจ่อ                   

แล้วเธอก็ต้องผวาสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ช่องท้องปั่นป่วน เมื่อคนที่ซุกอยู่ตรงหว่างขาแลบลิ้นออกมาปาดเลียไปตามรอยแยก ก่อนจะจุ่มจ้วงเข้าสู่ความคับแน่นทว่าอุ่นร้อน ทำให้แม่สาวไม่ประสาดิ้นพล่านด้วยการห่อลิ้นให้เรียวแหลมแล้วทิ่มแทงเข้าสู่พูเนื้อฉ่ำน้ำหวาน ก่อนจะชักนำเข้าออกผสานกับปลายนิ้วกระด้างที่บดขยี้บี้คลึงปุ่มกระสันบวมเห่อกลางกายสาว กระหน่ำทั้งลิ้นและนิ้วเข้าใส่ ทุกจังหวะของการเสียดสีหน่วงหนักเร้าอารมณ์ บ้างเชื่องช้าชวนอึดอัดขัดใจ นำพามาซึ่งความเสียวจัดจนเธอครวญคร่ำร่ำร้องไม่ขาดสาย   

“อื้อ…อ๊า…” คิริมาแหงนหน้าสูดปากครางตาลอย แอ่นสะโพกส่งความสาวสดให้เขาได้เชยชิมอย่างถนัดถนี่ ขณะที่มือกดศีรษะทุยให้จ่อมจมไปกับซอกรัก            

พงษ์สวัสดิ์อยากจะเล้าโลมให้แม่สาวอ่อนเดียงสาพร้อมพรักมากกว่านั้น อยากจะทำให้เธอซาบซึ้งกับประสบการณ์รัก หากแต่ยังไม่ทันไรคนที่ครางเพ้อเพราะนิ้วและลิ้นสากระคาย คนที่เกือบไปถึงทั้งที่ยังไม่ทันได้สอดใส่ ก็ทำหน้าเหยเก ร้องครางว่าร้อน ก่อนจะแลบลิ้นแดงๆ ออกมาเลียปาก ขณะมองเขาประหนึ่งจะกลืนลงท้อง จากนั้นก็ผลักเขาออกห่าง ไถลลงจากเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าอย่างทุลักทุเล พอเขายืนขึ้นเท่านั้นแหละเธอก็ดันร่างใหญ่ถอยหลังไปเรื่อยๆ จนชนผนัง แล้วเป็นฝ่ายก้มลงงาบงับหัวนมเขาเสียเอง       

“อ๊า…ยัยตัวร้าย!” คนถูกตลบหลังคำรามกระหึ่มด้วยความเสียดเสียว เจ้าของใบหน้าแดงก่ำเพราะแรงฤทธิ์พิศวาสกัดปากครางซี้ด แล้วลนลานล้วงมือไปขยำหน้าอกนุ่มหยุ่นหนักๆ ทนไม่ไหวก็จัดการผลิกร่างบางไปพิงผนังห้องน้ำแทน รวบมือซุกซนไปไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะผวาดูดรวบปลายถันปลิเปล่งเข้าไปอย่างเต็มปากเต็มคำ ดูดข้างนั้นแล้วย้ายมาขบเม้มข้างนี้อย่างไม่ยอมให้น้อยหน้า ดูดเอาๆ จนเกิดเสียงดังจ๊วบๆ         

“อ๊า…อ๊ะ…อ๊า…” คิริมาครวญคร่ำด้วยความเสียวจัด ขณะแอ่นหน้าอกหน้าใจให้คนที่ยืนชะโงกอยู่เหนือร่างได้ดูดดึงอย่างเมามัน ยิ่งเขาทำรุนแรงเท่าไหร่เธอก็ยิ่งหวีดร้องอย่างสาแก่ใจ ก่อนจะครางตาลอยในจังหวะที่มือกระด้างอีกข้างตะปบเข้าตรงพูเนื้อฉ่ำน้ำหวาน จากนั้นก็กรีดขึ้นลงตามรอยแยกให้ได้หายใจสะดุด ไม่นานร่างบางก็สะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกโพลง เมื่อนิ้วร้ายกาจสอดแทรกเข้าสู่ซอกหลืบนุ่มร้อน             

“ซี้ดดด…คุณช่วยหน่อย…เสียว…” คิริมาแหงนหน้าครางกระเส่าเว้าวอนอย่างกระสันซ่าน ขณะแอ่นสัดส่วนความเป็นหญิงให้นิ้วกระด้างเสือกไสเข้าหาอย่างกระตือรือร้น ในจังหวะที่นิ้วร้ายกาจหมุนวนควานคว้างร่างเย้ายวนก็ดิ้นเร่าๆ พร้อมแหงนหน้าสูดปากครางซี้ดอ้าด้วยความเสียวจัดจนแทบขาดใจ              

“เรียกป๋าขาสิ แล้วฉันจะให้ทุกอย่าง”

หลังจากผงกหัวเงยหน้าที่ซุกอยู่กับนมขึ้นมา เคลื่อนนิ้วออกห่างจากพูเนื้อหยาดเยิ้มท่ามกลางเสียงครางประท้วง พ่อคนเอาแต่ใจก็เอ่ยสั่งแกมบีบบังคับ ขณะประคองความอลังการมาถูไถปากทางสวรรค์แต่ไม่ยอมสอดใส่ ใช้เพียงปลายป้านแดงก่ำสะกิดเกสรดอกรัก แต่เพียงเท่านั้นก็ทำเอาเธอครางหลุดหลง             

“ป๋าขา…อ๊ะ…อ๊า…ซี้ด…ป๋าขา…”   

คิริมาแอ่นสะโพกผายส่งความเป็นหญิงร้อนผ่าวเข้าเสียดสีอย่างไร้การควบคุม ขณะเผยอปากร้องครวญคร่ำตามที่คนเอาแต่ใจบัญชาอย่างขาดสติ พ่อตัวโตกำลังจะกระแทกความแข็งกร้าวพร้อมพรักเข้าหลอมรวมเป็นหนึ่งอยู่แล้วหากเขาไม่คิดได้เสียก่อน ว่าครั้งแรกของเธอมันควรจะเกิดขึ้นที่เตียงมากกว่าในห้องน้ำที่ค่อนข้างประหยัดพื้นที่ใช้สอย ทว่าพอจะก้าวถอยห่างแม่ตัวดีกลับผวาตามกอดรัดไว้แน่น           

“ยะ…อย่าหยุด…ได้โปรด…” เจ้าของเสียงสะท้านละล่ำละลักวิงวอน พร้อมทำท่าเหมือนจะร้องไห้   

“ไม่ได้จะหยุด แต่เอากันที่นี่ไม่ได้” คนถูกมือบางโลมลูบกลั้นใจเค้นเสียงกระด้างเจือหอบหนักๆ แล้วตั้งท่าจะย่อตัวลงอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกขึ้น ทว่าแม่คุณกลับขืนตัวเอาไว้        

“จะเอาที่นี่” คนโดนวางยาแถมยังโคตรดื้อเถียงเสียงแข็ง ท่าทางขึงขังบวกกับสายตาดุวับของแม่เสือสาวทำให้เขาอยากจะจับยัยตัวร้ายกดแบบไม่สนห่าเหวอะไรทั้งสิ้น   

“เวรเอ๊ย! ก็บอกว่าเอาที่นี่ไม่ได้ไงวะ” พ่อหนุ่มฮาร์ดคอร์หลุดสบถ แล้วตะคอกใส่ด้วยท่าทางหัวเสีย มีอย่างที่ไหนบังคับให้เขาเอาไม่พอ ยังจะจับมือเขาไปบีบหน้าอกตัวเองอีก  

“เอาไม่ได้ก็ต้องเอา ฉันไม่ไหวแล้ว” คนโดนฤทธิ์ยากระตุ้นรุมเร้าเอ่ยเป็นเชิงบังคับอย่างเอาแต่ใจ แล้วทันใดนั้นเธอก็ผลักร่างใหญ่ลงไปนั่งบนฝาชักโครก ก่อนจะตามขึ้นไปนั่งคร่อม       

“เฮ้ย! ป้า! จะไวไฟเกินไปแล้วนะ!” 


เอาแล้วไง!!! รู้สึกว่าหนูครีมจำมาแรงแบบไม่ทันใจปล้ำมันเองเสียเลย เอ๊ะ! แล้วอิป๋าจะยอมตกอยู่ใต้กำมือยัยแว่นเหรอ รู้แล้วเนาะ…ว่าสรุปอีป๋าจำหนูครีมได้ แต่หนูครีมดันความจำเสื่อม แล้วต่อไปใครจะปล้ำใครกันแน่ ไปตามลุ้นกันต่อในตอนหน้า รับรองว่าจะมาแบบจัดเต็ม เอ้า…ใครไม่อยากค้าง ใครอยากอ่านต่อ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างรัวๆ จ้า ^^

###ปล.กรุณาอย่าทำตัวเป็นนักอ่านเงานะคะ ถ้าเม้นท์มาให้กำลังใจกันเยอะๆ พรุ่งนี้คนเขียนจะมาอัพต่อให้รัวๆ แต่ถ้าหามาน้อยเจอกันวันพฤหัสหรือไม่ก็วันศุกร์เด้อจ้า ช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับเพราะแพ้อากาศหนักมาก เป็นผื่นและจ้ำแดงๆ เต็มตัว เกาจนไม่ได้นอน ฉะนั้นหากเอหายไปบ้างก็แสดงว่าไม่สบายนะคะ^^

***ส่วนเรื่องสายตาสั้นก็ยึดตามประสบการณ์ที่มีเพื่อนสนิทสายตาสั้นพันกว่าตั้งแต่มัยมัธยมยันมหา’ลัย และยึดจากสายตาตัวเองที่สั้นประมาณสามร้อยเป็นหลักนะคะ หากใครต่างออกไปก็มาบอกกันได้จ้า ^^






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น