Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 48 ทิ้งมันไปซะ

ชื่อตอน : บทที่ 48 ทิ้งมันไปซะ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 242

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 12:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 48 ทิ้งมันไปซะ
แบบอักษร

        ​ช่างภาพวัยเบญจเพส ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู เขาเดินเลี่ยง มาทางด้านหน้าของตัวตึก    

        "ครับเลขาหลี่ ผมว่าช่วงนี้ไป๋เหล่าซือ อาการยิ่งแย่ลงทุกวัน เมื่อวันก่อน เขาอาเจียนจนไม่เหลืออะไรในท้อง วันนี้ผมก็เห็นเขาร้องไห้แบบไม่อายใครเลย..."  ช่างภาพคนนี้ เป็นคนที่เลขาหลี่วางไว้ข้างตัวไป๋อวี่ เพื่อให้เขาคอยรายงานเหตุการณ์ต่างๆ      

        ถึงแม้ว่าไป๋เทียนเจ้าจะเคยลั่นปากว่า จะไม่ก้าวก่ายงานของไป๋อวี่และของเอเจนซี่ แต่เขาก็ไม่เคยวางใจ วางคนไว้รอบตัวลูกชาย ถึงแม้จะไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายกับงานของลูก แต่ก็คอยระวัง ดูหลังให้ไป๋อวี่เสมอ    

        "เล่าให้ละเอียดกว่านี้ได้ไหม"    

        "คงเรื่องจูเหล่าซือเหมือนเดิม... เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมโทรมาอีกที" เขาวางหู เมื่อเห็นเสี่ยวหลานเดินออกมา


        "ไป๋เหล่าซือร้องไห้ทำไมเหรอเสี่ยวหลาน" เขาเดินเข้าไปหาสาวน้อยที่เดินทำหน้ายุ่งออกมาจากประตูหน้าของตึก เสี่ยวหลานส่ายหัวเป็นเชิงบอกว่าไม่รู้    

        "เรื่องจูเหล่าซือหรือเปล่า" เสี่ยวหลานนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่    

        "จูเหล่าซือไม่ยอมคุยกับอวี่เกอ...." เธอบอก    

        "หนูให้ติดต่อเผิงเหล่าซือ อวี่เกอเลยโกรธ" เธอเล่าตามที่เธอเข้าใจ    

        "อวี่เกอบอกว่าจะเอาจูเหล่าซือไว้ในเนี๊ยะ" เธอเอามือทุบอกปุปุ เธอเข้าใจดีว่านั่นคือการบอกรักอย่างนึง     

        "บอกด้วยว่าจูเหล่าซือไม่รู้ว่าอวี่เกอรักเขามากขนาดไหน" เธอทอดถอนใจ เธอไม่รู้ว่าเธอควรจะรักหรือเกลียดจูอี้หลงดี ไป๋อวี่รักเขามากขนาดนี้เธอก็ควรจะรักเขาด้วย แต่พอเห็นไป๋อวี่ทรมานมากมายอย่างนี้ เธอก็รักจูอี้หลงไม่ลงแล้ว

        "อวี่เกอจะกินสร้อยด้วย" เสี่ยวหลานเล่าต่อ     

        "หา?"    

        "สร้อยที่จูเหล่าซือคืนมาไง" เธอพยามยามทำมือเป็นรูปจี้ขนนก แล้วเลิกกลางคัน ถอนหายใจเฮือกใหญ่    

        "หนูไม่ควรพูดถึงเผิงเหล่าซือเลย ใช่ไหม" เธอถามช่างภาพเบาๆ    

        "มันไม่เกี่ยวกันหรอก.... อย่ากังวลไปเลย" เขาปลอบใจ


        ช่างภาพหนุ่มโทรไปรายงานเลขาหลี่ ก่อนจะโทรไปหาเผิงกวนอิง เล่าเรื่องเดียวกันให้ฟัง    

        "ผมบอกทางไป๋เทียนจ้าวไปแล้วนะพี่"     

        "นายน่าจะโทรมาหาฉันก่อน... " เผิงกวนอิงติง ช่างภาพคนนี้เป็นคนบ้านเดียวกันกับเผิงกวนอิง แถมยังเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยด้วย แต่เรียนคนละสาขา ตอนที่ทางเลขาหลี่มาทาบทามขอเขาคอยช่วยเป็นหูเป็นตาให้ เขาก็ยังโทรมาปรึกษาเผิงกวนอิง ที่บอกให้เขารับปาก เพราะทางไป๋เทียนจ้าวไม่น่าจะมีเจตนาร้ายกับลูกชายของตัวเองอยู่แล้ว    

        "ขอโทษครับพี่ แต่ผมเห็นอาการของไป๋เหล่าซือแล้ว ผมคิดว่า ทางบ้านเขาควรจะรู้เรื่องให้เร็วที่สุดน่ะครับ แต่ผมไม่ได้พูดเรื่องพี่นะ"    

        "เรื่องพี่?"    

        "ผมว่า ไป๋เหล่าซือ คงจะหึงพี่เข้าแล้ว ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ"    

        "หา? มันเรื่องอะไรวะ?"    

        "พี่ไม่ต้องใส่ใจหรอกครับ รู้กันทั้งทีมแล้วว่าไป๋อวี่ชอบจูเหล่าซืออยู่ พอจูเหล่าซือไม่เล่นด้วยเลยคลั่งใหญ่ ฟาดหัวฟาดหางไปทั่ว"    

        "นายก็ระวังปากด้วยล่ะ ..." เผิงกวนอิงเตือน    

        "ผมรู้น่าพี่ ในทีมถึงรู้ก็ยังไม่คุยกันเรื่องนี้เลย" ทั้งสองคุยเรื่องสัพเพเหระอยู่สักพักก็วางหู


        เผิงกวนอิงมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ ....จูเหล่าซือไม่เล่นด้วยเหรอ ....ถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ.... เผิงกวนอิงถอนหายใจ



        "พี่ไฉ่หง..." เสียงของเสี่ยวหลานค่อยยังกับเสียงแมงหวี่    

        "เยี่ยหลานเหรอ"    

        "ขอจูเหล่าซือคุยกับอวี่เกอของฉันหน่อยได้ไหม....?" เธออ้อนวอน    

        "เอ่อ จูเหล่าซือกำลังถ่ายฉากสำคัญอยู่" จูไฉ่หงหาเหตุผลมาปฏิเสธ รู้สึกลำบากใจที่ต้องโกหกเสี่ยวหลาน    

        "อวี่เกอจะไม่ไหวแล้วนะ เขากินอะไรเข้าไปก็อ้วกออกมาตลอดเลย" จูไฉ่หงกลอกตาขึ้นมองหลังคาเต้นท์เหนือหัว อยากจะบอกเสี่ยวหลานไปว่า จูอี้หลงก็กำลังจะไม่ไหวเหมือนกัน    

        "เดี๋ยว ช่วงที่เบรค จะบอกจูเหล่าซือให้นะ"     

        "ฉันขอเบอร์ใหม่จูเหล่าซือได้ไหมจ๊ะ"    

        "ไม่มีหรอก...."    

        "หือ?"    

        "จูเหล่าซือไม่ได้ใช้โทรศัพท์เลยน่ะ...."    

        "เค้าไม่ได้เปลี่ยนเบอร์เหรอ"    

        "ไม่ได้เปลี่ยน.... แค่ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องที่ทางสปอนเซอร์ให้มา... ตามสัญญาที่เซ็นไปน่ะ...  ไม่ได้เปิดใช้เครื่องเดิมเลย" จูไฉ่หงอธิบาย ทำใจให้โกหกเสี่ยวหลานอีกไม่ได้ เธอถอนหายใจเบาๆ นึกโล่งใจที่ไม่ได้โกหกเด็กพิเศษอย่างเสี่ยวหลาน   

        "งั้นขอเบอร์เครื่องที่ใช้อยู่... "     

        "ไม่ได้หรอก...." เธอถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะรีบขอตัว แล้วตัดสาย


        ไม่รู้เสี่ยวหลานนึกยังไง จู่ๆเธอก็เปิดเบอร์จูอี้หลงขึ้นมา แล้วกดโทรออก ก็พี่ไฉ่หงบอก จูเหล่าซือไม่ได้เปลี่ยนเบอร์ แค่ใช้โทรศัพท์คนละเครื่อง แสดงว่าเบอร์นี้ก็ยังเป็นของจูเหล่าซืออยู่น่ะสิ แล้วเธอก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงตอบมา...    

        "ฮัลโหล..."    

        "จูเหล่าซือ"     

        "เสี่ยวหลาน..." จูอี้หลงเปิดโทรศัพท์ พอดีกับที่เสี่ยวหลานโทรเข้า เขาตัดสินใจรับสายเมื่อนึกถึงว่าเธอเป็นเด็กพิเศษ ที่ปกติดูไม่ชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่ โทรหาเขาโดยตรงแค่ครั้งสองครั้ง ก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องด่วนจริงๆเท่านั้น

        "อวี่เกอเกือบตายแล้ว" เสี่ยวหลานโจมตีด้วยประโยคเรียบๆ ที่ทำเอาหัวใจจูอี้หลงกระตุกเยือก    

        "เกอจะกลืนสร้อยขนนกนั่น ... เลือดเต็มปากเลย...." เธอพูดถึงสิ่งที่เธอเห็น แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบจากจูอี้หลงเลย เสี่ยวหลานไม่สนใจ เธอพูดต่อ    

        "อวี่เกอบอก อยากเก็บเค้าไว้ในอก อวี่เกอบอกจะขาดใจตายอยู่แล้ว..." ทางปลายสายยังเงียบงัน จนเสี่ยวหลานต้องถอนโทรศัพท์จากหู หงายดูหน้าจอ ก็เห็นหน้าจอบอกว่ากำลังสนทนาอยู่ เธอจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมา ตะโกนใส่หน้าจอ    

        "ถ้าอวี่เกอเป็นอะไรไป ชั้นจะฆ่าคุณ!"


        "ทิ้งมันไปซะ" เป็นเสียงจากปลายสาย...    

        "ห๊า?" เสี่ยวหลานงงกับคำพูดของจูอี้หลง    

        "สร้อย ... ทิ้งมันไปซะ" 

           ..............        


        เสียงกรี๊ดกรี๊ดกรี๊ดติดๆกัน ลั่นลานสวนหน้าตึกอพาร์ทเม้นท์คอมเพล็กซ์ .....

        ..............


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}