โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 8-2 เพื่อความโรแมนติก

ชื่อตอน : ตอนที่ 8-2 เพื่อความโรแมนติก

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 18:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8-2 เพื่อความโรแมนติก
แบบอักษร

​หลังจากพนักงานหายไปจากโต๊ะของพวกเธอ มีโซจึงแจกกระดาษให้กับเพื่อนๆ ก่อนจะเริ่มชวนคุยเมื่อได้โอกาสต่อจากบทสนทนาที่ถูกตัดบทไปเมื่อครู่

“คือ… ยองซอน”

“หื้อ?”

“คุณแจชุนเป็นนักข่าวสายสังคมใช่ไหม”

“อืม ใช่เลย”

“แล้ว… เขาพอจะหาพวกข่าวอุบัติเหตุในอดีตให้ได้หรือเปล่า”

“อุบัติเหตุเหรอ”

เพื่อนทั้งห้าคนที่นั่งอยู่รอบตัวจ้องมองเธออย่างตั้งใจ

“อ่า… ไม่ๆ ไม่ได้เป็นเรื่องจริงจังขนาดนั้น มันเป็นเรื่องอุบัติเหตที่เกี่ยวกับเด็ก ตอนช่วงปลายปีแปดแปด แปดเก้าประมาณนั้นน่ะ”

ยอนซองทำหน้าประหลาดเมื่อได้ยิน

“สเกลมันกว้างไปนะ ถึงไม่รู้ว่าเธอกำลังหาอะไร แต่เคสแนวนั้นมันเยอะมากเลย ไม่น่าจะหาได้ง่ายๆ หรอก”

มีโซนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าแล้วตัดสินใจพูดต่อ

“งั้นหาอุบัติเหตุลักพาตัวก็ได้ที่เกิดช่วงประมาณนั้น”

“อะไรนะ ลักพาตัวเหรอ เธอ… ตอนเด็กๆ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”

มีโซรีบปัดมือปฏิเสธหลังเห็นสีหน้าเต็มไปด้วยคำถามของยองซอน

“เปล่าเลยๆ ไม่มี! มีคนฝากหาต่างหาก”

“งั้นเหรอ ไว้เดี๋ยวคุยให้แล้วกัน”

“ขอบใจนะ”

“ต้องใส่ซองเยอะๆ เลยนะ”

“โหยยย”

ตอนนั้นใครสักคนก้มลงไปอ่านแบบสอบถามแล้วบ่นออกมาเสียงดัง

“เฮ้ นี่มันแบบสอบถามอะไรกันเนี่ย คำถามแนวนี้หมดเลยเหรอ งั้นน่าจะเขียนบอกไว้หน่อยนะว่ากลุ่มเป้าหมายคือคนโสดน่ะ เสียเวลาเลย”

สีหน้าของมีโซเองก็เต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกจนอธิบายได้ยากหลังเธอได้อ่านคำถาม


<กรุณาเขียนสถานที่ที่อยากไปกับคนที่คุณรู้สึกดีด้วย>

<กรุณาเขียนสิ่งที่คุณอยากทำเมื่อคุณมีคนที่รู้สึกดีด้วย>

<กรุณาเขียนหากคุณมีของขวัญที่ต้องการจากคนที่คุณรู้สึกดีด้วย>


มันเป็นคำถามง่ายๆ ทั้งนั้น แต่ก็น่าสงสัยเพราะคำพูดมันดูขัดหูขัดตาแปลกๆ ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าตรงไหนเหมือนกัน เข้าใจได้ยากว่าเป็นแบบสอบถามหัวข้ออะไร เดี๋ยวนี้มันมีแบบสอบถามที่ขึ้นด้วยคำสั่งว่า ‘กรุณาเขียน’ ด้วยเหรอ แล้วยังมีอยู่ในร้านอาหารที่เอาเครื่องดื่มมาเป็นของตอบแทนแบบนี้อีกเนี่ยนะ

มีโซเงยหน้าหันมองรอบตัว

นอกจากโต๊ะเธอแล้ว โต๊ะอื่นๆ เองก็ตั้งใจกับการตอบคำถามลงในแบบสอบถามแปลกๆ เหมือนกันจนทำให้เสียงภายในร้านเงียบลงชั่วคราว

วิตกไปเองล่ะมั้ง น่าจะนะ

มีโซจึงก้มหน้าลงอีกครั้งและเริ่มจับปากกาเพื่อตอบแบบสอบถาม  



“ว้าว สุดยอด นี่ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ แค่ถามเอาเองก็ได้มั้ง ทำไมต้องทำให้มันอัศจรรย์พรรค์นี้ด้วย”

ยูชิกกำลังยุ่งอยู่กับการค้นหาชื่อมีโซท่ามกลางแบบสอบถามเกือบห้าสิบชุด เขาหัวเราะออกมาด้วยความสิ้นหวัง

“แล้วคนที่ตอบว่าอยากไป ‘โมเต็ล’ กับคนที่รู้สึกดีด้วยนี่ยังไงเนี่ย โอ๊ย โลกนี้มีความโรแมนติกบ้างไหมถามจริง”

ยองจุนยืนอยู่หน้าโต๊ะพูลอีกฝั่งหนึ่งของห้องนั่งเล่น เขาเอาชอล์กถูปลายไม้คิวแล้วออกคำสั่ง

“เลิกพูดไร้สาระ แล้วรีบหาต่อไปเถอะหน่า”

ยูชิกจึงนั่งปิดปากเงียบพลิกกระดาษไปมาค้นหาอยู่พักใหญ่ ก่อนที่อยู่ๆ จะตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่น

“โอ๊ะ เจอแล้ว!”

“เขียนไว้ว่าอะไรบ้าง”     

แต่ยูชิกก็ระเบิดหัวเราะออกมาหลังก้มหน้าตั้งใจอ่านกระดาษแผ่นนั้น

“ความโรแมนติกที่คิดว่าหายไปแล้ว อยู่ตรงนี้นี่เอง”

“หมายความว่าไง”

เขาเงยหน้าขึ้นแต่ยังคงหัวเราะเบาๆ อยู่แล้วพูดออกมา

“เขียนว่าสถานที่ที่อยากไปคือสวนสนุก สิ่งที่อยากทำคือไปดูเทศกาลดอกไม้ไฟที่แม่น้ำฮันด้วยกัน ของขวัญที่อยากได้คือดอกกุหลาบเก้าสิบเก้าดอกกับจูบโรแมนติกตรงถนนหน้าบ้านแหละ”

ยองจุนหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ฟังคำตอบ จากนั้นไม่นานก็มีคำพูดหนึ่งหลุดออกมาจากปากเขา

“เชยสุดๆ”

“งั้นเหรอ แต่ฉันว่านี่สมกับเป็นมีโซเป๊ะเลยนะ”

หลังยองจุนเอนร่างกายส่วนบนลงบนโต๊ะและดึงไม้คิวออกไปทางด้านหลังแล้ว เขาก็พูดพึมพำด้วยสีหน้าจริงจัง

“อะแฮ่ม ตั้งแต่อาทิตย์หน้าจะเริ่มยุ่งขึ้นแล้ว จะทำได้ทั้งหมดตอนไหนนะ”

พลั่ก!

เมื่อแทงคิวบอลเบอร์หกลงพ็อกเก็ตอย่างรวดเร็วแล้ว ยองจุนก็หันกลับมายืนจุดเดิมอีกครั้ง

เขานิ่งอยู่กับความคิดครู่หนึ่งก่อนจะก้มมองลูกเบอร์เจ็ด แปดและเก้าที่ยังเหลืออยู่บนโต๊ะ พลางพูดกับตัวเองด้วยเสียงมั่นคงแน่วแน่

“ปัญหาคุณภาพจริงๆ นั่นแหละ คงต้องใช้สมองซะแล้ว”

ยองจุนก้มตัวลงดันไม้คิวแทงลูกอีกครั้ง คิวบอลหมุนด้วยความเร็วสูงไปชนลูกอื่นๆ ตามลำดับก่อนจะเรียงลงพ็อกเก็ตอย่างสวยงาม

“โอ้ สมเป็นลียองจุน เก็บเรียบทุกลูกในครั้งเดียว”

ยองจุนยืดตัวผายไหล่ขึ้นราวกับจะบอกว่ามันเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วด้วยสีหน้ามั่นใจ แต่เขาก็ถอนหายใจออกมาหลังจากนั้น เสื้อเชิ้ตที่ถูกพับแขนเสื้อขึ้นทั้งสองข้าง ประกอบกับรูปร่างสูงโปร่งอย่างสมบูรณ์แบบทำให้คนมองรู้สึกดวงตาพร่ามัวได้ไม่ยาก

“ผู้เชี่ยวชาญพัค พรุ่งนี้หลังห้าโมงเย็น นายนัดมีโซไว้ให้ที”

“แล้วถ้าเธอมีนัดก่อนแล้วล่ะ”

“ถ้าไม่มีเรื่องพิเศษอะไรจริงๆ คนที่ทำงานทุกวัน แม้กระทั่งวันหยุดสุดสัปดาห์มาเก้าปี อยู่ๆ จะมีนัดขึ้นมากะทันหันทั้งๆ ที่ไม่มีเวลาพักรึไง ถ้ามีก็คงเป็นแพลนทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ละมั้ง ลองถามดูสิ”

ยูชิกมองยองจุนด้วยความสงสัย พร้อมๆ กับทำตามคำสั่งด้วยการต่อสายโทรศัพท์หามีโซไปด้วย

“อือ เลขามีโซ ฉันเอง ผู้อำนวยการพัค อื้อ ทำอะไรอยู่อะ อ๋อ เพื่อนแต่งงานเหรอ อ่า ดีเลย ฝากแสดงความยินดีด้วยนะ อื้อ อ่า ฉันเหรอ ฉันก็นอนเล่นอยู่บ้านอะแหละ กลางวันกินอะไรไปน่ะ โอ้ จริงเหรอ ร้านนั้นพาสต้าอร่อยนี่นา เป็นไง อร่อยจริงไหม”

ยองจุนขมวดคิ้ว เขาไม่พึงใจเท่าไหร่กับบทสนทนาอย่างไม่มีจุดจบเหมือนพวกคุณป้าคุยกัน และนั่นทำให้ยูชิกรู้สึกเจ็บแปลบเลยถามเข้าประเด็นในที่สุด

“ว่าแต่ ไม่ได้มีอะไรหรอก พรุ่งนี้เลขามีโซจะทำอะไรเหรอ หื้อ ทำความสะอาดบ้านเหรอ โห… สุดยอดจริง อะ... อ๋อ เปล่าๆ ไม่มีอะไร งั้นตอนเย็นคงว่างล่ะสิ ไปดูหนังกับฉันไหม ยองจุนเหรอ พรุ่งนี้ยองจุนไม่ว่าง มาไม่ได้น่ะสิ อื้อ ชอบหนังบล็อคบัสเตอร์ไหม โอเค งั้นเดี๋ยวห้าโมงฉันไปรับหน้าบ้านนะ”

ยูชิกเหม่อมองยองจุนนิ่งเมื่อวางสายโทรศัพท์

“มองอะไร”

“พวกนายสองคนมีญาณหยั่งรู้เหรอ”

“ก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน เดาได้อยู่แล้ว”

“ไม่ง่ายเลยนะ แต่รู้จักกันดีขนาดนั้น ทำไมเรื่องสำคัญถึงคุยกันไม่รู้เรื่องล่ะ”

แต่ยูชิกก็ปิดปากเงียบทันทีหลังถูกยองจุนจ้องตาเขม็ง



วันต่อมา วันอาทิตย์ที่สิบเอ็ด พฤศจิกายน เวลาห้าโมงเย็น

เมื่อมีโซออกมาหน้าบ้าน แต่เธอก็ต้องพบว่าคนที่รอเธออยู่คือยองจุนแทนที่จะเป็นยูชิกที่นัดเธอดูหนังเอาไว้ด้วยกัน

“อ้าว ท่านรองประธาน สวัสดีค่ะ”

หลังจ้องมองเจ้าของรอยยิ้มหวานที่ยิ้มหวานละมุนอย่างไม่มีสิ้นสุดอยู่ตรงหน้า ยองจุนก็พูดขึ้นนิ่งๆ

“อย่าทำหน้าอึ้งขนาดนั้นต่อหน้าคนอื่นสิ เสียมารยาทนะ”

“ขอโทษค่ะ แต่ทำไมถึงมานี่ได้ล่ะคะ”

“มีเรื่องจะคุยด้วย”

“ขอโทษนะคะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยสะดวกน่ะค่ะ คือฉันนัดกับผอ. พัคยูชิกไว้...”

“วันนี้ผู้เชี่ยวชาญพัคไม่มา”

“คะ?”

“เพราะฉันสั่งเอง”

รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าของมีโซ เธอตาโตขึ้นด้วยความตกใจแล้วถามขึ้น

“ทำไมต้องทำขนาดนั้น… แค่ท่านรองบอกฉันเองก็ได้นี่คะ”

“ถ้าฉันชวนให้มาเจอกัน เธออาจจะไม่สะดวกใจก็ได้นี่”

มีโซสับสนและหน้าแดงขึ้นพร้อมความคิดที่ว่าคนคิดเรื่องตัวเองเป็นอย่างเดียวแบบยองจุนรู้จักห่วงคนอื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ก็… ไม่ ขนาดนั้นหรอกค่ะ”

“ขึ้นรถสิ ไปรับลมเล่นกัน”

ยองจุนเปิดประตูฝั่งข้างคนขับให้ ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้มีโซหน้าแดงขึ้นไปอีกก่อนจะพาตัวเองขึ้นไปบนรถอย่างว่าง่าย


ความคิดเห็น