email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเรานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านทุกตัวอักษร ฝากเอ็นดูนิยายของเราด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขอย่างยิ่งค่ะ

ชื่อตอน : Diamond eyes {1} 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2562 14:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Diamond eyes {1} 100%
แบบอักษร

Diamond eyes

#ดมอบีนยอง

{1}

            ความตื่นตระหนก ตื่นกลัวคือสิ่งตอบแทนจากการหยิบยื่นความช่วยเหลือออกไป

            แม้แต่ตอนนี้สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในความรู้สึกของแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม

            ตามจริง มันดูเหมือนจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

            "นี่มันเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุด พวกอิจฉาริษยานี่มันน่ารังเกียจจริง ๆ เลย ชิ" แม้เสียงของเพื่อนร่วมห้องอย่างลูเซียน แห่งตระกูลโรมานอฟนั้นจะเต็มไปด้วยคำบ่นว่า ทว่าเสียงหวาน ๆ นั้นก็ทำให้สถานการณ์รอบตัวของจีนทุเลาความย่ำแย่ลงได้บ้าง

            แม้จะเล็กน้อยก็ตาม

            ความหวาดกลัวแล่นวาบขึ้นจับใจเสียยิ่งกว่าตอนที่รู้ตัวว่าถูกอัลฟ่าแปลกหน้าที่เข้าไปช่วยชีวิตกัด กลัวมากล้นเสียยิ่งกว่าตลอดทางที่ร้องไห้และวิ่งกลับขึ้นมาโรงเรียน ที่เดียวที่ตนรู้สึกปลอดภัย

มันจึงมีแต่ความกลัว เมื่อยามที่ต้องก้าวขาออกมาจากขอบรั้วเดียวที่เคยปกป้องตน

            จีนคิดมาเสมอว่าตนคือโอเมก้าต้องสาปที่หอบหิ้วอาถรรพ์มาเกิดอย่างมากล้นจนแม้แต่เดินตลาดก็ไม่อาจจะทำได้ ทว่ายามนี้ความรู้สึกว่าตนช่างเป็นศูนย์รวมความซวยซ้ำซากประจักษ์ชัดให้ได้เห็น

            เมื่อวันที่ถูกกัดจากอัลฟ่านัยน์ตาสีดำประกายเพชรที่พยายามช่วยเหลือ คือวันเดียวกับที่ครูใหญ่เกเบรียลที่แสนใจดีไม่อยู่

             หากสิ่งไม่น่าโสภาของอัลฟ่าเมื่อรวมหมู่คือการแข่งขัน ความหลงอำนาจและแพ้ไม่เป็น สิ่งร้าย ๆ ที่จะเกิดขึ้นในหมู่มวลโอเมก้ามากมายก็คงเป็นความริษยา

            หลังขอบรั้วโรงเรียนนี้มีหลายคนไม่ชอบจีน ตั้งแต่นักเรียนด้วยกันจนถึงเหล่าผู้ทำการสอน ไม่ชอบเอามาก ๆ เพราะไม่อาจยั่วเย้าได้มากกว่า ทั้งที่สำหรับจีนแล้วมันคือคำสาป

            แม้จะพยายามไม่สนใจมาตลอด แต่วันนี้มันชัดเจนแล้วว่าพวกเขาไม่ชอบจีนมากพอที่จะขับไล่ออกมาจากโรงเรียน ด้วยเหตุผลว่าในกฎโรงเรียนระบุชัดว่านักเรียนของโรงเรียนโอเมก้าลินน์จะต้องไม่ถูกกัดสร้างพันธะสัญญาจากอัลฟ่า

            ในเมื่อครูใหญ่ที่มีสิทธิ์ตัดสินเด็ดขาดไม่อยู่ อำนาจเสียงส่วนใหญ่จึงชนะ

            และผลเกินครึ่งนั้นก็ทำให้ขาเรียวผอมกำลังจะก้าวออกจากรั้วใหญ่ตระหง่าน

            "อัลฟ่านั่นที่อุกอาจกัดเจ้าว่าเลวร้ายแล้ว พวกโอเมก้าขี้อิจฉาพวกนั้นแย่กว่าอีก" ลูเซียนหน้ามุ่ย คุณหนูตระกูลโรมานอฟผู้นี้เป็นเพื่อนที่ใจดีกับจีนเสมอ เพื่อนคนนี้ทำแผลรอยกัดให้กับจีนในขณะที่คนอื่นเอาแต่ถกเถียงและพยายามกล่าวโทษโอเมก้าต้องสาป

            และเป็นเพียงคนเดียวที่ออกเสียงอย่างไม่หวั่นเกรงใครว่าจีนไม่ใช่ผู้ผิดในเรื่องนี้ คงเพราะนิสัยไม่ชอบเห็นคนถูกรังแกตามประสาคุณหนูคนเล็กจากตระกูลตุลาการแห่งนอร์ธ แม้จีนจะรู้สึกเกรงใจแต่ก็กลัวเกินกว่าจะปฏิเสธน้ำใจของลูเซียน

            เขาไม่เคยออกมานอกรั้วโรงเรียนโดยที่ครูใหญ่ไม่อนุญาต

       แล้วการออกมาในสถานที่ที่มีแต่อัลฟ่าและเบต้าเต็มไปหมด หลังจากที่เพิ่งถูกอัลฟ่ากัดตีตราที่หลังคอทั้งที่ประโคมสมุนไพรป้องกันไปทั้งตัว

            มันคือสิ่งเลวร้ายที่น่าหวาดกลัวกว่าทุกความฝันที่จีนเคยฝัน และมันยิ่งทวีความย่ำแย่ขึ้นเมื่อมันเป็นเรื่องจริง

            "ข้ากลัว ฮึก ลูเซียน" เสียงหวานนุ่มสั่นสะท้าน เห็นแบบนั้นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของจีนเช่นคุณหนูตระกูลโรมานอฟก็แทบจะวิ่งเข้าไปตอกโอเมก้าพวกนั้นแต่ก็หาทำได้ เสียงเร่งไล่ตามมาจากด้านหลังให้รีบออกไป

            ลูเซียนอยากก้าวเดินออกมาด้วยกับจีน แต่ก็รู้ดีว่าหากออกมาโดยไม่ได้รับคำอนุญาตจากครูใหญ่ก็จะพ้นสภาพนักเรียนของที่นี่เช่นกัน และตระกูลโรมานอฟก็ฝากความหวังไว้มากเสียจนลูเซียนไม่อาจทำตามใจตนเองได้ จึงทำได้เพียงอยู่ใกล้เพื่อนให้มากที่สุด

            แกร๊ง

            เสียงรั้วถูกปิดเข้าจนเสียงดังทันทีที่โอเมก้าต้องสาปออกมาจากรั้วโรงเรียน จีนทรุดนั่งลงตรงข้างรั้วได้แต่กอดกระเป๋าของตัวเองไว้จนแน่น รอยกัดที่หลังคอทั้งเจ็บและตึงจนน้ำตายิ่งไหลออกมาสัมทับ

            ตระกูลปาร์กเกอร์นั้นมีบ้านและวงศ์เครือญาติอยู่ที่เมืองวินด์ ใช้เวลามากโขกว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ และที่สำคัญจีนยังไม่ได้ส่งข่าวผ่านนกฮูกไปบอกที่บ้านเรื่องนี้ จีนถูกส่งมาอยู่ในโรงเรียนซึ่งมีแต่โอเมก้าเพราะร่างกายสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น

            ยามนี้ก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะเหตุนั้น โดยมีรอยกัดของอัลฟ่าอยู่ที่คอ

            ท่านพ่อกับท่านแม่จะผิดหวังมากแค่ไหนในตัวเขา

            ทำได้ก็แค่รอขอความเมตตาจากครูใหญ่เมื่อท่านกลับมา ซึ่งไม่ว่ากี่วันโอเมก้าจากตระกูลปาร์กเกอร์ก็จะอดทนรอ

            "ไม่ต้องกลัวนะจีน ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าตรงนี้ พอครูใหญ่เกเบรียลกลับมาต้องจัดการพวกนั้นให้เจ้าแน่ ท่านมีเหตุผลที่สุด" ลูเซียนบอกเสียงดัง ร่างน้อยผอมบางไม่แพ้กันนั่งจุ้มปุกอยู่ริมรั้ว อยากจะยื่นมือออกมาลูบผมให้เพื่อนรักปลอบใจแต่ก็หาทำได้ไม่

รั้วนี่ถูกลงคาถาไว้ตั้งแต่ก่อตั้ง หากพยายามยื่นเข้าหรือแหย่ออกก็จะถูกกระแสผลักให้กระเด็นถอยออกห่าง

            "ขอบคุณเจ้ามากลูเซียน" หลังมือผอมกวาดน้ำตาออกจากแก้มของตัวเอง ผิวขาวแดงเรื่อเปล่งปลั่ง แม้ว่าจะผ่านการร้องไห้ยาวนาน ทว่าตากลมสวยที่หางตารียาวนั้นกลับเป็นประกายระยิบระยับอย่างน่ามอง แม้แต่ยามนี้ แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ก็ยังคงงดงามราวกับเป็นเทพธิดาที่ร่วงหล่นลงจากท้องนภา

มือผอมดึงผ้าคลุมเข้ากระชับร่างตัวเองมากขึ้นเพื่อกันลมหนาวและอยากพลางตัวไว้ในความมืดมิด เสียงพูดเจื้อยแจ้วปลอบใจจากลูเซียนก็ไม่อาจทำให้น้ำตาหยุดไหลได้

แม้จะเพียงหนึ่งก้าวจากโรงเรียนแต่นี่ก็คือโลกข้างนอก โลกที่น่ากลัวและเต็มไปด้วยสารพัดสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นได้โดยมีตัวเขาเป็นสาเหตุ

            "อัลฟ่านั่นน่าโมโหนัก เป็นแค่ซากศพรอความตายแต่กลับทรยศการช่วยเหลือมากัดคอเจ้า ทำให้เจ้าต้องเจอเรื่องแย่แบบนี้ ข้าขอให้เจ้าอัลฟ่านั่นสิ้นใจตายไปกลางป่าเสียเลยเถอะ" ลูเซียนบ่นออกมาเสียงเขียวอย่างไม่ชอบใจ ทว่าก็ยังมีเสียงที่ดังกว่าเสียงหวานของโอเมก้าแทรกเข้ามา

            สวบ สวบ

            เสียงแปลกปลอมดังขึ้นในอากาศทำให้คนผู้อยู่นอกรั้วแห่งการป้องกันยันตัวลุกขึ้นอย่างตกใจ หันไปสบตาของลูเซียนที่อยู่ด้านในรั้วก็มีความตระหนกไม่ต่างกัน

            "นั่นเสียงอะไร จีนเสียงอะไร" ลูเซียนร้อนรน ร่างผอมบางของโอเมก้าต้องสาปกระโดดเข้าชิดกับซี่รั้วแต่นั้นกลับทำให้อาคมภายในทำงานจนกระแทกร่างผอมให้ดีดห่างออกมาล้มลุกคลุกฝุ่นบนพื้น

            การขยับตัวเฉียบพลันเช่นนั้นทำให้ความเจ็บจากแผลที่ถูกกัดแล่นวาบจนเจ็บไปทั้งก้านคอ ทว่าร่างน้อยก็ยังคงเร่งลุกวิ่งไปที่ประตูรั้วโรงเรียนที่ตนคุ้นเคยมากที่สุด

            เมื่อโอเมก้าต้องสาปเห็นที่มาของเสียงแล้ว

            แม้จะห่างไกลไปสุดสายตาแต่ทั้งใจก็สั่นไหวด้วยความกลัว ตาเบิกกว้างมองคนที่กำลังวิ่งตรงมา

            สวบ สวบ

            เสียงใกล้เข้ามามากขึ้นตามน้ำหนักฝีเท้าที่กำลังวิ่งควบใกล้ มือผอมกระชับจิกผ้าคลุมห่อหุ้มร่างหวังว่าจะช่วยเหลือตนได้ แต่มันไม่ได้ผลเลย ไม่ได้ผลแม้แต่น้อย

            "เจ้า โอเมก้า เจ้า อาา" เสียงแหบกระหายสั่นสะท้าน ดวงตาสีเขียวจัดเป็นประกายทำให้รู้ได้ในทันทีว่าเจ้าของเสียงคำรามนั้นเป็นอัลฟ่า จีนกลัวจนร้องไห้ทั้งตัวสั่นทว่ามือน้อยก็คว้ากำกระเป๋าไม้ของตนไว้แน่น

            "อย่ามาใกล้เพื่อนข้านะ" ลูเซียนตะโกนออกมาเสียงดัง พยายามขว้างกิ่งไม้ออกมาแต่มันก็สะท้อนกลับไปข้างในจนหมด

            "ข้าจะไปตามคนมาเปิดประตู จีนรอข้า รอข้าครู่เดียว" ลูเซียนกรีดร้องเสียงดัง หนทางเดียวที่จะรอดไปได้คือต้องให้เพื่อนรักของเขากลับมาข้างใน ขาเรียวรีบวิ่งไปตามทางลาดยาวตะโกนร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง

            แม้จะอยู่ห่างไปหลายสิบเมตรแต่เสียงวิ่งนั่นก็ใกล้มากขึ้น พร้อมเสียงของลูเซียนที่ยิ่งห่างไป จีนตัวแข็งทื่อน้ำตาไหล หัวใจเต้นแรงอย่างคุมไม่อยู่และมันยิ่งขับกลิ่นหอมให้ทวีมากขึ้นตามแรงชีพจร

            "เจ้า เจ้านี่เองเจ้าของกลิ่นหอม" อัลฟ่าร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินครามที่หลุดรุ่ย ยืนหอบหายใจด้วยท่าทีอยากกระสันอย่างน่ารังเกียจ โอเมก้าต้องสาปยืนตัวแข็งทื่อกำกระเป๋าในมือจนแน่น ตาสั่นระริกจนน้ำตาร่วงหล่นเมื่อเห็นดวงตาเป็นประกายอีกสองคู่และเสียงวิ่งจากด้านหลังที่ตามเข้ามาใกล้

            "หอมเหลือเกิน" อัลฟ่าตาสีเขียวเลียปากตัวเองอย่างกระหาย สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่

            "กลิ่นนั่นมัน หึ มีปลอกคอแล้วเหรอ บัดซบ!" ก่อนจะนิ่วหน้าเหมือนถูกเคาะด้วยค้อนยักษ์เรียกสติ

“แต่หอมขนาดนี้ ฮ่าา ช่างมัน ช่างมันสิ” อัลฟ่าที่กำลังคลั่งสบถออกมาเสียงดัง ก่อนที่จะกลับไปเคลิบเคลิ้มตามเดิม แม้จะได้กลิ่นอัลฟ่าแหลมแทรกมาจากตัวของโอเมก้าที่แสนยั่วเย้าตรงหน้าแต่ก็เพิกเฉย เมื่อคลั่งจนเกินจะฝืน

            "เจ้าต้องเป็นของข้า!" อัลฟ่ากระหายตะโกนก้องก่อนจะกระโจนเข้ามาอย่างรวดเร็ว จีนเหวี่ยงกระเป๋าไม้ของตัวเองออกมาสุดแรงแม้ว่าจะหวั่นกลัวมากแค่ไหน กระเป๋าฟาดเข้าตัวโต ๆ ของอัลฟ่าอย่างสะเปะสะปะ

            ผัวะ!

            ก่อนจะถูกตะปบจนแตกกระจายกระเด็นออกไป จีนตะเกียกตะกายหนีอย่างสุดตัว

            แคว่ก

            ผ้าคลุมผืนโตถูกกระชากดึงด้วยมือที่แข็งไม่ต่างจากกรงเล็บของอัลฟ่ามันจิกทึ้งเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของจีนจนขาดแหว่งเป็นวงกว้างติดไปด้วย  กลิ่นฟีโรโมนที่หอมสะพรั่งกระดังงาหอมเย้ายวนยิ่งสะพัดออกมารุนแรงมากขึ้น

            ขาน้อยที่กำลังวิ่งออกไปให้รอดพ้นจึงถูกตะปบจับกระชากเข้าหาร่างของอัลฟ่าอย่างหื่นกระหาย เสียงหัวเราะคำรามลั่นเมื่อคว้าโอเมก้าที่ทำให้คุ้มคลั่งหนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนได้

            "ปล่อยข้า! ฮึก อย่า ปล่อยข้านะ!" จีนกรีดร้องเสียงดัง ถีบขาออกไปอย่างรุนแรงสุดตัวแต่แรงโอเมก้านั้นก็เป็นเพียงแมลงปีกบางที่บินเฉี่ยวอัลฟ่าเท่านั้น ความกลัวและขยะแขยงกับสัมผัสหยาบโลนที่กำลังดึงกระชากตัวเองให้ไถลเข้าหาทำเอาจีนแทบจะอาเจียนออกมา

            จีนกลัว กลัวเหมือนกำลังจะขาดใจตาย

            "บัดซบ กลิ่นหอมนี่ต้องเป็นของข้า"    

"โอเมก้านี่เป็นของข้า!"

            เสียงคำรามลั่นพร้อมเสียงวิ่งที่หยุดลง อัลฟ่าตัวโตทั้งสองคนดวงตาวาวโรจน์ด้วยสีที่แตกต่าง ทว่าทั้งหมดนั่นใส่ชุดแบบเดียวกัน เครื่องแบบสีครามเข้ม

            "พวกเจ้าอยากตายใช่ไหม! โอเมก้านี่ต้องเป็นเมียข้า" อัลฟ่าตาเขียวที่คร่อมทับโอเมก้าน้อยอยู่คำรามลั่น ทันทีที่เห็นอีกสองคนจะกระโจนเข้าใส่ก็ตะกายเข้าไปต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว แม้ปกติตนจะเป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชาตามระเบียบเคร่งครัดของทหารเมืองนอร์ธก็ตาม

            ทว่าสัญชาติญาณอัลฟ่าถูกกระตุ้นจนสุดขอบ ไม่ว่าจะการคลั่งหรือหวงสิ่งในครอบครองจนต้องต่อสู้แย่งชิงกัน แม้โอเมก้าผู้นี้จะไม่ใช่ของตนเลยก็ตาม

            จีนรีบคลานหนีออกมาเมื่ออัลฟ่าทั้งสามกำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรงอย่างไม่มีใครยอมใคร คลานหนีออกมาให้ห่างไกลด้วยทั้งตัวที่สั่นเทาและหวาดกลัว

            โครม !

            อัลฟ่าคนแรกถูกต่อยจนเลือดอาบหน้าร่วงกระแทกพื้น จีนยิ่งกลัวมากขึ้น ทันทีที่อัลฟ่าได้ผู้ชนะในการต่อสู้ โอเมก้าผู้นี้ก็จะถูกทำลายจนหมดสิ้น

            แกรก แกรก แกรก

            ร่างน้อยสะดุ้งวาบเมื่อแผ่นเหล็กที่ตนพิงนั้นแยกตัวออก ตะเกียดตะกายด้วยสองมือสองเข่ารีบคลานเข้าช่องว่างรั้วที่เปิดออกแม้เพียงนิด

            แกร๊ง

            เหล็กเปิดประทบกันอีกครั้งทันทีที่ข้อเท้าของโอเมก้าเข้ามาด้านในได้ทั้งตัว จังหวะเดียวกับอัลฟ่านัยน์ตาเขียวที่เพิ่งชนะการต่อสู้ด้วยเลือดอาบหน้า

            "อ๊ากก เจ้า! เจ้า!" เสียงคำรามก้องพร้อมแรงกระโจนเข้าใส่รั้วที่กั้นมันกับโอเมก้าตรงหน้า ทว่าก็โดนกระเด้งออกห่างไปเท่านั้น

            "ฮึก ฮือ ฮึก" แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ร้องไห้ออกมาเสียงดังจนตัวสั่นโยน

เขารอดแล้ว รอดแล้วใช่ไหม มือผอมกอดตัวเองที่ยามนี้เหลือเพียงเศษเสื้อห้อยต่องแต่งกับกางเกงขายาวที่ขาดแหว่งไปทั้งตัว

            ในชีวิตนี้เขาจะต้องเจอเรื่องน่ากลัวแบบนี้อีกกี่ครั้งกัน

            โอเมก้าชายหญิงหลายสิบชีวิต ทั้งนักเรียนและผู้ให้การสอนของโรงเรียนโอเมก้าลินน์ จ้องมองภาพของโอเมก้าผู้เย้ายวนและน่าหลงใหลซึ่งตนเคยนึกอิจฉากันอย่างน้อยคนละหนสองหนตลอดชีวิตที่ได้รู้จักแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์

            ทว่ายามนี้ทุกคนต่างคิดเหมือนกันในใจตนว่าความยั่วเย้านั้นหาได้น่าอิจฉาไม่ สิ่งที่ถูกนำพามาจากกลิ่นฟีโรโมนที่ปั่นประสาททุกชีวิตที่ได้พบเจอ ผลร้ายที่โอเมก้าผู้นี้ได้ประสบเพราะมัน           

            แองเจลโล่ ปาร์เกอร์ มีความงดงามยั่วเย้าราวกับคำสาปอย่างแท้จริง

            คำสาปที่อันตรายต่อตนเองยิ่งกว่าใครอื่น

            "จีนเจ้าไม่เป็นอะไรแล้วนะ ปลอดภัยแล้ว" ลูเซียนบอกเพื่อนรักเสียงดังพร้อมอ้อมกอดที่ปลอบประโลม

            "ขอบคุณลูเซียน ฮึก ขะ ขอบ ขอบคุณ"  เสียงสั่นสะท้านของจีนดังสะท้อนไปทั่ว แต่ก็ยังแผ่วเบากว่าเสียงคำรามอย่างสิ้นสติของอัลฟ่าด้านนอก แม้จะรอดพ้นแล้วในยามนี้แต่จีนก็ยังกลัว กลัวจนสั่นไปทั้งตัว

            "ดูสิ แผลเจ้าเลือดไหลออกมาอีกแล้ว" เสียงกังวลของลูเซียนพร้อมกับมือน้อยที่ซับผ้าไปกับแผลถูกกัดบนหลังคอของจีนที่เปิดออกจากการขยับตัว ซึ่งท่วมทะลักไปด้วยเลือดแดงฉาน ยังไม่รวมรอยข่วนจนมีแผลเล็กน้อยตามตัวอีก

            ความเจ็บที่แผลหลังคอยิ่งเจ็บวาบเมื่อถูกกดผ้าห้ามเลือด ความเจ็บที่ตอกย้ำว่าจีนไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียนโอเมก้าลินน์อีกแล้ว

            เพียงไม่ถึงชั่วยามที่ย่างเท้าออกนอกรั้วแห่งนี้อย่างไม่พร้อม จีนก็เจอเรื่องน่ากลัวถึงเพียงนี้แล้ว หากต่อจากนี้ต้องออกไปจากโรงเรียนอย่างไม่อาจหวนคืนเพราะถูกอัลฟ่ากัด

            เขาจะใช้ชีวิตในโลกภายนอกที่น่ากลัวนั่นได้อย่างไร

            "...." อัลฟ่านั่นทำไมถึงได้กัดเขา ทำไมถึงได้ใจร้ายกับเขาแบบนี้

            "ข้าเกลียด ฮึก อัลฟ่าผู้นั้นที่กัดคอข้า" เสียงหวานสั่นของเพื่อนรักทำให้ลูเซียนเงียบฟัง

            "ข้าเกลียดอัลฟ่า เกลียดอัลฟ่าผู้นั้นที่ทำให้ข้าเป็นแบบนี้" เสียงของแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์สั่นระริกแต่เคลือบข้นด้วยความกลัวและโศกเศร้า

           แท้จริงในใจจีนโกรธ เสียใจ และเกลียดชังตัวเองเสียยิ่งกว่าที่เอ่ยปากเกลียดอัลฟ่านัยน์ตาเพชรผู้นั้น

            เมื่อรู้ดีแก่ใจว่าทำไมจึงโดนกัดแม้อัลฟ่าตาเพชรผู้นั้นจะเจ็บสาหัส ทำไมอัลฟ่าสามคนนี้ถึงกระหายจู่โจมตนอย่างไม่คิดชีวิต

            ทุกสิ่งแย่ ๆ นี่มันก็เพราะเขา  

             เพราะเกิดมาเป็นโอเมก้าผู้ต้องสาป

            ไม่ใช่ครั้งแรกที่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ได้เข้ามาในห้องของครูใหญ่เกเบรียล แต่การเข้ามาในครั้งนี้แตกต่างออกไปจากทุกที

            ดวงตากลมวาวที่หางตาทอดยาวราวกับจะหว่านความเสน่หาออกไปสู่ทุกคนที่สบมองของจีนยังคงบอบช้ำกว่าปกติเพราะผ่านการร้องไห้มาหนักหน่วง แม้บัดนี้ดวงตาไม่เปียกชื้นหรือมีน้ำตาอีกแล้ว

            อาจเพราะเราร้องจนเกินพอตลอดเวลาที่รอคอยครูใหญ่กลับมา เป็นเวลาสองวัน กับอีกเจ็ดชั่วยามที่ยาวนาน

            เป็นช่วงเวลาที่ไม่ใช่แค่จีนรอจนอึดอัด แต่เหมือนโรงเรียนโอเมก้าลินน์แห่งนี้ปั่นป่วนและไม่ปกติไปด้วย การเรียนการสอนเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น นักเรียนไม่มีสมาธิจะเรียน ผู้สอนก็ยังสนใจสิ่งอื่นมากกว่าตำราในมือ จึงทำให้ลูเซียนที่โดนเรียนมารอครูใหญ่กับเพื่อนรักไม่มีปัญหาใด

            "ครูใหญ่เกเบรียลคงจะไม่ส่งจีนผู้น่าสงสารของเราออกไปเผชิญความเลวร้ายด้านนอกเพียงลำพังใช่ไหมครับ ก่อนที่พวกนั้นจะวิ่งเข้าใส่ ผมสาบานเลยว่าจีนก้าวออกจากรั้วไปไม่ถึงห้านาที ไม่สิ ไม่ถึงนาทีเสียด้วยซ้ำครับ" ลูเซียนร้องบอกเสียงดังอีกรอบ สองมือผอมเรียวของโอเมก้านัยน์ตาหวานบีบไหล่ผอมแคบของเพื่อนรักจ้องมองครูใหญ่ไม่ละสายตา

            ครูใหญ่เกเบรียลนั่งนิ่งฟังมานานตั้งแต่กลับมาถึง ฟังความเห็นจากทุกฝ่ายในห้อง แต่วันนี้โอเมก้าคนอื่น ๆ ไม่ได้เสนอความคิดให้ไล่จีนออกไปอย่างดุเดือดอีกแล้ว จากเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อน ตอนนี้เสียงสนับสนุนของลูเซียนจึงดูน่ารับฟังที่สุด

            "ข้าขอคุยเรื่องนี้กับแองเจลโล่ตามลำพังแล้วกัน" ประโยคแรกจากริมฝีปากบางสวยของครูใหญ่ทำให้ทุกคนในห้องมองหน้ากัน 

     ครูใหญ่มองผ่านแว่นทรงกลมที่มีสายเงินจากแร่สเวนสันห้อยยาวด้วยดวงตาเรียวเล็กของตนเอง แถบผ้ามันวาวสีเขียวไข่กาทาบทับชวนให้ลำคอขาวดูเพรียวยาวและบอบบาง วาดยิ้มบาง ๆ ที่ขับดันให้ใบหน้าหมดจดของโอเมก้าชายผู้นี้ทั้งน่าถนอมและน่าเกรงใจ

            "ข้าคงไม่ต้องพูดย้ำใช่ไหม" และครูใหญ่แห่งโรงเรียนโอเมก้าลินน์ก็ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

            จีนเข้ามาที่โรงเรียนนี้เร็วกว่าเด็กคนอื่น ๆ ด้วยปัญหาการเป็นโอเมก้าต้องสาปที่สร้างแต่ความวุ่นวายของเขา ครูใหญ่เป็นผู้ใหญ่อีกคนที่มีเมตตากับจีนมาตลอด แต่พอไม่มีลูเซียนแล้ว แม้จะเป็นครูใหญ่ที่ใจดีกับตนอยู่เสมอ จีนกลับรู้สึกกดดันกว่าเดิม

            มันเป็นสถานการณ์ที่จีนคิดเรื่องดี ๆ เพื่อตัวเองไม่ออกเลย

            "แองเจลโล ปาร์กเกอร์" ครูใหญ่เอ่ยเรียกชื่อทำให้จีนจำต้องเงยหน้าขึ้นมา ยามนี้ครูใหญ่ถอดแว่นตาออกและวางมันบนโต๊ะ เผยใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์จนสามารถเดินปะปนกับนักเรียนของตนได้แทบไม่แตกต่าง

            ดวงตาของครูใหญ่เกเบรียลข้างหนึ่งเป็นสีเทา อีกข้างเป็นสีเขียวแก่ ยังคงดูคล้ายวันแรกที่จีนได้เจอ ใจดีและเจือความสงสารไว้

            “ขะ..ขอรับ” เสียงของจีนสั่นระริกเหมือนเนื้อตัวที่เริ่มหนาวเหน็บเพราะความกลัวเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่ก้าวเท้าออกจากรั้วโรงเรียน แผลที่ถูกกัดบนคอทำให้รู้สึกเจ็บแปลบจนมือผอมเอื้อมจับมัน แผลที่ไร้ผ้าใดบดบังเพราะกำลังสมานตัว

             ครูใหญ่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวโต ร่างผอมบางที่ตัวเล็กเสียยิ่งกว่าเขาแต่ดูน่าเกรงขามเดินมาหยุดอยู่ไม่ไกล ปลายนิ้วแตะลงที่หน้าผากของจีน

            ความอุ่นไหลวาบเข้ามาในร่างพร้อมความรู้สึกเจ็บจากรอยกัดและบาดแผลตามตัวหายไปราวปลิดทิ้ง

            ครูใหญ่เคยบอกว่าตนเป็นนักแปลธาตุ ผู้ดึงพลังจากธรรมชาติมาได้ เป็นศาสตร์ความรู้ที่ตกทอดจากแม่มดในตำนานของเฟนเรียร์ ผู้แปรธาตุย่อมไม่อาจเก่งกาจเท่าแม่มดที่เป็นเพียงเรื่องเล่าเก่าแก่ แม้จะเป็นเช่นนั้นจีนก็ตื่นตาตื่นใจทุกครั้งที่ครูใหญ่ใช้พลังช่วยเหลือ

            แต่สำหรับจีนแล้วครูใหญ่เกเบรียลมีพลังเวทมนตร์ที่เยี่ยมยอดที่สุดจนบอกว่าเป็นแม่มดจริง ๆ ก็คงไม่นึกข้องใจ แต่นั่นล่ะมันแค่ความเห็นของเด็กที่แทบไม่เคยออกไปจากขอบรั้วโรงเรียน

            "ขอบคุณขอรับครูใหญ่ ข้าไม่เจ็บแล้ว" 

          "มันแค่ทำให้เจ้าหายเจ็บ แต่ไม่ได้รักษาแผลให้หรอกนะ" ครูใหญ่เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวโตของตน ปลายนิ้วกระดิกพร้อมแก้วชาหอมกรุ่นที่ลอยมาวางลงตรงหน้าให้ยกจิบ

            "แล้ว แล้วข้า ไม่ออกจากโรงเรียนได้ไหมขอรับครูใหญ่"

            "ข้าเคยคิดถึงเรื่องเจ้าอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่เจ้าเข้ามาที่นี่จีน ว่าเจ้ากับความพิเศษของเจ้าจะเป็นอย่างไรเมื่อเจ้าเติบใหญ่” เลือกใช้คำว่าพิเศษเพื่อถนอมใจคนฟัง ทว่าทุกคนต่างรู้ดีรวมทั้งจีน ว่าความจริงเขาก็แค่ผิดปกติและเป็นตัวสร้างปัญหา

“เมื่อไม่เป็นนักเรียนที่นี่แล้วเจ้าจะออกไปอยู่ในโลกภายนอกนั่นอย่างไร เจ้าจะไปอยู่ที่ไหนได้โดยทั้งตัวเจ้าและคนรอบข้างจะรอดปลอดภัย แต่ก็แค่คิด รอเวลาให้เจ้าจบการศึกษาและหารือกับผู้ปกครองของเจ้า" ตอนนี้จีนเหลือเรียนอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น หากผ่านเกณฑ์การประเมินครบถ้วนตามหลักสูตรก็จะถือว่าจบการศึกษา

            "เจ้ารู้ไหมว่าทำไมถึงมีกฎว่านักเรียนของโอเมก้าลินน์จะต้องไม่ถูกกัดสร้างพันธะ" พอครูใหญ่ถามจีนก็เม้มปากแน่น เขาพอจะคาดเดาได้ แต่พูดไม่ออก

            "เพราะว่าเมื่อถูกกัดแล้ว โอเมก้าผู้นั้นจะมีกลิ่นของอัลฟ่าคู่พันธะสัญญาแผ่ออกมารุนแรง มันส่งผลอย่างมากต่อเหล่าโอเมก้า อย่างยิ่งโอเมก้าที่ยังคงเดียงสา ไม่เคยถูกครอบครองหรือมีพันธะตีตราจากอัลฟ่า บริสุทธิ์เช่นเพื่อนร่วมชั้นของเจ้า" พอฟังถึงตรงนี้แล้วจีนก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจกับความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง

            ต้องสาปแล้วยังแปดเปื้อนเสียอีกด้วย

            "ข้าขอโทษ" ขอโทษที่โง่เง่า ขอโทษที่ไม่ระวังตัว

            "ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องขอโทษ เจ้ามีน้ำใจมันเป็นสิ่งดี นี่คงเป็นเรื่องของโชคชะตา" เกเบียล ซินเวียร์อยู่มาเนิ่นนานแล้ว พบเจออะไรมามากมาย และเรียนรู้ว่าเมื่อเกิดเรื่องเลวร้ายคาดเดาไม่ได้นั้นก็ให้โชคชะตารับผิดชอบไปเสียจะดีต่อความรู้สึกคนเผชิญมากที่สุด

            "ตามกฎระเบียบ เจ้าคงไม่อาจดำรงสภาพนักเรียนของโอเมก้าลินน์ต่อไปได้"

            จีนคิดว่าตนเองจะไม่ร้องไห้อีกแล้วเพราะเรื่องนี้ แต่เมื่อฟังคำตัดสินแล้วก็ร้อนไปทั้งขอบตา

            "แต่ห้องสมุดของเราขาดบรรณารักษ์ คุณโดโรธีคงต้องการผู้ช่วย และเธอก็สูงวัยมากพอที่กลิ่นของอัลฟ่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเธอ"

            "จริงเหรอขอรับ! ครูใหญ่ ขอบพระคุณขอรับ ขอบพระคุณ" จีนลุกขึ้นยืน วิ่งมาเกาะที่โต๊ะของครูใหญ่ด้วยดวงตาเป็นประกาย เห็นรอยขีดใต้ตา และรอยยิ้มกว้างเสียจนในห้องเหมือนสว่างไสวขึ้นมา

            ปกติแล้วจีนก็หมกตัวอยู่ในห้องสมุด ดื่มด่ำเรื่องราวของโลกในจินตนาการและโลกภายนอกที่ตนไม่อาจจะออกไปสัมผัสได้อยู่เสมอ ถ้าไม่นับโรงนอน ที่นั่นก็คือที่ที่จีนใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด คุณโดโรธีเองเป็นโอเมก้าหญิงอายุร้อยห้าปีที่แสนใจดีกับจีนอยู่เสมอ

            "ขอบพระคุณขอรับครูใหญ่ ครูใหญ่เกเบรียลจิตใจดีที่สุดเลย" จีนน้ำตาหยดเผาะ ๆ อาบแก้มนวลอีกรอบแต่ครานี้เพราะความปีติยินดี หลังมือน้อยเช็ดน้ำตาตัวเองไปทั้งรอยยิ้ม

            เกเบรียลเองพอมองโอเมก้าแสนเยาว์วัยตรงหน้าแล้วก็นึกเอ็นดู เมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อนตอนที่ตนอายุพอ ๆ กับจีนก็ตื่นกลัวกับโลกภายนอกแบบนี้อยู่เหมือนกัน

            แต่กับโอเมก้าต้องสาปซึ่งเรียกแต่อันตรายหาตัวเอง ไม่น่าแปลกที่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ในวัยสิบเก้าปีจะกลัวโลกข้างนอกรั้วโรงเรียนซึ่งเกเบรียลลงคาถาอาคมไว้

            ถ้ายังอยู่ในรั้วโรงเรียนเวทมนตร์จะกีดกั้นปกปักษ์สิ่งที่อยู่หลังรั้วเอาไว้ รวมทั้งกลิ่นที่แสนดึงดูดของโอเมก้าต้องสาปเช่นแองเจลโล ปาร์กเกอร์ก็ด้วย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจึงอยู่ได้อย่างปลอดภัยไม่มีอัลฟ่าหรือเบต้าหน้าไหนพยายามมาแหกรั้วโรงเรียนที่เกเบรียลรักยิ่ง

            "เช่นนั้นตอนนี้เจ้าเป็นบุคลากรคนหนึ่งในโรงเรียนนี้ไม่ใช่นักเรียนของที่นี่แล้ว เจ้าต้องย้ายโรงนอน เครื่องแบบนักเรียนที่ใส่อยู่นี้ก็ใช้ไม่ได้อีก ไม่สามารถเข้าเรียนในชั้นเรียนกับเพื่อนได้อีกรู้หรือไม่"

            "ขอรับ" หน้าหงอยไปสักหน่อย แต่เท่านี้ก็ดีเหลือเกินที่จีนจะขอได้แล้ว

            "เช่นนั้นลูเซียน..."

            "ลูเซียนนอนห้องนอนเดียวกับเจ้าไม่ได้แล้ว กลิ่นอัลฟ่าบนตัวเจ้าค่อนข้างคุกคาม เจ้าอาจจะไม่รู้สึกตัว แต่ขนาดข้ายังได้กลิ่นจาง ๆ จากตรงนี้" เกเบรียล ซิลเวียร์บอกชัดเจน

            "นี่กุญแจห้องสมุดของเจ้า เก็บรักษามันไว้ให้ดีคุณบรรณารักษ์ของโรงเรียนโอเมก้าลินน์"

            "โอยย ขอบคุณเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ขอบคุณครูใหญ่เกเบรียลที่เจ้าได้อยู่ที่นี่ต่อ" ลูเซียนร้องบอกอย่างดีใจกับข่าวดีที่ได้ฟัง แม้จะมีเรื่องเสียดายอยู่หลายส่วน แต่แค่แน่ใจว่าเพื่อนรักจะปลอดภัยแล้วได้เล่นกันในโรงเรียนตามเดิมคุณหนูตระกูลโรมานอฟก็ยิ้มกว้าง

            และตั้งแต่ถูกกัดคอมานี่ก็เป็นครั้งแรกที่แองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ยิ้มออกมาได้จนตาหยีเห็นขีดเล็ก ๆ ใต้ตาได้เช่นกัน

            "พรุ่งนี้เจ้าต้องช่วยข้าย้ายของไปที่โรงนอนหลังห้องสมุดนะลูเซียน"

            "ได้สิ ข้าจะช่วยเจ้าเอง จริง ๆ ข้าแอบไปนอนกับเจ้าก็ได้นี่ โรงนอนนั่นออกจะโอ่โถงกว่าโรงนอนตอนนี้ของเราเสียอีก"

            "ไม่ได้หรอก" จีนระบายยิ้มเจื่อน "ครูใหญ่บอกว่ากลิ่นของอัลฟ่าบนตัวข้าจะส่งผลเสียต่อเจ้า ต่อโอเมก้ารอบตัวข้า" คิดแล้วจีนก็ถอนหายใจเฮือกยาว ปกติลำพังแค่ตัวเขาเองก็สร้างความเดือดร้อนปั่นป่วนให้ผู้อื่นมากพอแล้ว

            พอทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นของอัลฟ่าสภาพซากศพผู้นั้น ก็ยิ่งวุ่นวายใหญ่

            "พูดถึงอัลฟ่านั่น" ลูเซียนเปรยขึ้นมา แต่สีหน้าที่ดูลังเลใจ ไม่ได้โกรธเคืองเท่าที่ผ่านมานั้นดูแปลกตาอยู่เล็กน้อย

            "ตอนที่เจ้าคุยกับครูใหญ่ ข้าได้เจอเพื่อนคนอื่น ๆ จีน แล้วเขาก็มีข่าวจากข้างนอกกลับมา"

            "เรื่องอะไรหรือ" ท่าทีกังวลของลูเซียนทำให้จีนอดถามไม่ได้ โอเมก้านัยน์ตาหวานทำหน้ายุ่งยากอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองรู้

            "เมื่อวานเย็นมีคนเจอศพของอัลฟ่าถูกเผาในป่าแถว ๆ จุดที่เจ้าเล่าว่าถูกกัดคอมา ที่เขาแน่ใจว่าเป็นอัลฟ่าก็เพราะโครงขี้เถ้านั้นใหญ่โต แถมยังมีก้อนผลึกของเพชรสีดำที่ยังไม่ได้เจียรนัยตกอยู่สองชิ้น" ลูเซียนเล่าเสียงเบาหวิว

            "ตอนท่านปู่ข้าถูกเผาร่างในอัคคีเพื่อคืนสู่อ้อมกอดของเทพีแห่งความอุดมบูรณ์หลังเหลือแต่กองเถ้า ก็มีผลึกโกเมนตกอยู่" ใช่ จีนเคยรู้เรื่องนี้จากหนังสือที่อ่านเช่นกัน

อัลฟ่าเมื่อคืนร่างสู่ธรรมชาติ เมื่อตายจากจะทิ้งก้อนผลึกของอัญมณีสีและชนิดเดียวกับดวงตาของตนไว้

            "แล้วที่เจ้าเล่า อัลฟ่าผู้นั้นมีดวงตาเป็นเพชรสีดำ" ลูเซียนมีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเพื่อนของตนนิ่งไป นี่ไม่เท่ากับว่าเพื่อนของตนถูกอัลฟ่าแปลกหน้ากัดคอไม่พอ เจ้าอัลฟ่านั่นยังด่วนตายทิ้งเพื่อนของเขาเอาไว้คนเดียว

            จะเรียกว่าเป็นม่ายก็ยังดูแปลกพิกล

            "อ่อ อื้ม" จีนพึมพำรับในลำคอ ในหัวสมองเหมือนมีเสียงครางวิงจนอื้ออึงไปหมด จีนกำลังประมวนผลเรื่องราวที่ได้ฟัง มือผอมเผลอจับแผลที่คอของตนซึ่งยามนี้ไม่เจ็บอีกแล้ว ทว่ารอยและผิวสัมผัสถึงคมเขี้ยวนั้นยังคงชัดเจน

            "สภาพของเขาก็ยากที่จะรอด มันคงเป็นโชคชะตาของเขานั่นแหละ" จีนพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่รู้เช่นกันว่าทำยังไงออกไป  

            "โธ่ จีน" แต่เพื่อนรักเช่นลูเซียนนั้นลุกขึ้นแล้วกอดหัวทุย ๆ ของเพื่อนตนไว้ซุกอก แม้จะต้องนิ่วหน้าเพราะกลิ่นเปลือกไม้แปลกจมูกที่เป็นของอัลฟ่าผู้นั้นสะพัดโจมตีเข้าสู่การรับรู้จนหูร้อนฉ่าไปหมด

            มิใช่ว่าอัลฟ่าผู้นั้นตายไปแล้ว วิญญาณมาวนเวียนอยู่รอบตัวเพื่อนของเขาหรอกนะ กลิ่นถึงรุนแรงเพียงนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ปกป้องเพื่อนของเขาด้วยให้สมกับความวุ่นวายที่ก่อไว้ก่อนตาย

            แล้วที่สำคัญห้ามมาหลอกลูเซียน โรมานอฟผู้นี้เด็ดขาดนะพี่ซาก

            "ตอนนี้พี่ซากคนนั้นคงกลับไปหาเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์แล้ว คืนสู่ผืนน้ำ สู่ธรรมชาติไปหาทวยเทพ ข้ามไปภพภูมิใหม่" ลูเซียนทั้งพยายามปลอบและพูดจาให้ตลกในเวลาเดียวกัน

            แต่เช่นนั้นแองเจลโล่ ปาร์กเกอร์ก็ทำได้แค่ยิ้มแกน ๆ และไม่อาจห้ามน้ำที่คลอหน่วยตาไว้ได้อยู่

            ที่จริงเขาควรที่จะรู้สึกยินดีที่ฟ้าดินได้ลงโทษอัลฟ่าใจร้ายซึ่งอุกอาจมากัดคอเขาทั้งที่เขาเป็นห่วงช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง ปีติที่จะไม่ต้องพบเจอคนซึ่งทำให้ชีวิตของเขายากลำบากอีก แต่เพราะการเชื่อมโยงของการกัดสร้างพันธะสัญญา เพราะความอ่อนต่อโลกหรือไร เมื่อจีนคิดว่าความตายนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

            “เจ้าไม่เป็นนะจีน ไม่เป็นไรนะ” ลูเซียนยังลูบผมนุ่มนิ่มของเพื่อนรัก ปลอบด้วยเสียงอ่อนโยน  

            "เขาทำร้ายข้านะ ข้าไม่เห็นจะต้อง ฮึก ต้องเป็นอะไรเลย” จีนเอ่ยค้านคำปลอบ ทว่าก็กอดตอบเพื่อนคืนไป

            อัลฟ่าผู้นั้นใจร้ายกับเขาแต่ก็ไม่ควรจะตายไปเพียงลำพัง ต้องเป็นเพราะเขาอ่อนต่อโลกมากไปแน่ ๆ แม้จะเป็นคนที่ทำร้ายเขา แต่พอตายจากไปจริง ๆ จีนถึงรู้สึกเสียใจ

            ถึงได้เสียน้ำตาเพื่ออัลฟ่าผู้นั้น


  ส่งฟีดแบ็คได้ในแท็ก #ดมอบีนยอง  พูดถึงเรื่องนี้ก็อย่าลืมติดแท็กกันน้าาา  ถือว่าบำบัดใจดวงนี้ ถถถถ ฮื่อออ

#ดมอบีนยอง

ความคิดเห็น