เจ้าแม่ดราม่า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5: ป่วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2562 13:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5: ป่วย
แบบอักษร






image


ซ่าาาาาา


“เอ๊ะ! ทำไมจู่ๆฝนถึงตกละเนี่ย” ในขณะที่กำลังเดินกลับห้องจู่ๆฝนก็ตกลงมาทำเอาผมต้องรีบวิ่งหาที่หรบฝนทันทีแต่ตรงป้ายรถเมล์ดันมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนหรบอยู่ก่อนละ

“โอ๊ย!” ผมเบรกไม่อยู่ดันชนเธอเข้าอย่างจัง

“ขอโทษครับผมไม่เห็นคุณเป็นอะไร....” ผมพูดไม่ทันจบก็เห็นหน้าของคนที่ผมชนชัดๆดันเป็นคนที่ทำให้ผมนึกถึงตลอดเอง

“อ่าาาา นี่เธอเป็นอะไรหรือเปล่า” เธอมองหน้าผมอย่างเคืองๆแต่จู่ๆหน้าเธอก็แดงซ่านขึ้นมา....

“นี่!!! ไม่สบายเหรอทำไมหน้าแดงจัง” เธอก้มหน้าไม่ยอมคุยกับผมมองลงต่ำๆ

“นี่เป็นอะไร...เธอมองอะไรอยู่เนี่ยถามได้ยินเปล่า!!!” ผมพยายามคุยกับเธอแต่ดูเหมือนเธอไม่สนใจอะไรจู่ๆก็วิ่งหนีชะงั้น

“อะไรว่ะ!!! วิ่งตากฝนไปทำไมว่ะนั่นพรุ่งนี้ต้องไม่สบายแน่ๆทำไมโง่แบบนี้นะ” ผมยืนงงอย่างไม่เข้าใจอะไรของเธอนะฝนนี่ก็ตกๆๆๆอยู่นั้นแหละยิ่งเหนื่อยอยากกลับไปนอนชะมัดห้าทุ่มละให้ตายสิวันนี้ทำงานหนักชะมัดพรุ่งนี้ไม่มีแรงไปเรียนแน่ๆ....



วันต่อมา

ตึ๊ดตื๋อ ตึ๊ดตื๋อ



“โว้ยยยย!!! ขอนอนอีกห้านาที!!!”

ตึ๊ดตื๋อ ตึ๊ดตื๋อ


เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนผมจำใจลุกขึ้นมาดีนะกลับมาเมื่อคืนนี้ผมกินยาไว้ไม่งั้นผมไม่สบายแน่....

“โว้ย!!! จะมีเรียนอะไรแต่เช้าว่ะเนี่ย!!!” ผมจำใจเดินไปอาบน้ำแต่งตัวแถมยังต้องแวะกินข้าวอีกให้ตายสิยุ่งยากชะมัด


20 นาทีต่อมา

แอ๊ดดดดด



พอจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วผมจึงเดินออกมาจากห้องแต่วันนี้แปลกที่ไม่ได้ยินเสียงอะไรจากห้องตรงข้ามเลยสงสัยเธอไปละมั้ง


แค่กๆ แค่กๆ



เสียงไอแหบๆดังออกมาจากในห้องจนผมต้องหันไปมองที่ประตูอีกครั้ง

“เธอคงดูแลตัวเองได้ละมั้ง” พอคิดแบบนั้นผมก็หันหลังเดินออกไปจากห้อง


แค่กๆ แค่กๆ


เสียงไอยังดังออกมาถึงข้างนอกผมจึงรีบเดินลงไปที่ชั้นล่างในขณะที่ผมกำลังจะทำกับข้าวทานนั้นผมก็เหลือบตามองชั้นสาม

“ให้ตายสิวุ่นวายชะมัดใครบอกให้โง่ตากฝนยัยช้างเอ๋ย!!!”

ผมตั้งใจทำข้าวต้มแทนจากที่คิดว่าจะทำแค่แซนด์วิชง่ายๆกินผมก็ต้องเปลี่ยนความคิดหลังจากที่ได้ยินเสียงแหบๆของยัยนั้นไอออกมาอย่างทรมานแล้วผมยังต้องไปถึงมหาวิทยาลัยภายในเวลา40นาทีอีกด้วยเพราะถ้าผมไม่ไปเธอก็คงไม่มีเลกเชอร์ดูยัยนี่ยิ่งโง่อยู่ด้วย


ก๊อกๆ ก๊อกๆ


“นี่โชมินเปิดประตูหน่อยฉันทำข้าวต้มมาให้” หลังจากที่ทำข้าวต้มเสร็จผมก็รีบเอาขึ้นมาให้เธอทันทีแต่เคาะห้องเท่าไหร่เธอก็ยังไม่ยอมเปิด


ก๊อกๆ ก๊อกๆ

“โชมินเธอจะเปิดดีๆหรือให้ฉันพังเข้าไป”

........

ยัยช้างยังคงเงียบให้ตายสิ!!!

“นี่ฉันจะไปเรียนสายแล้วนะถ้าไม่เปิดฉันทิ้งไว้หน้าห้องนะ”

.......

เธอยังคงเงียบเหมือนเดิมจนผมทนไม่ไหววางชามข้าวไว้แล้วรีบวิ่งลงไปชั้นล่างไปหาห้องของผู้ดูแลทันที

ก๊อกๆ ก๊อก

“เชิญค่ะ”

ผมเปิดประตูเข้าไปด้วยความรีบร้อนทันที

“ช่วยเปิดห้องให้ผมหน่อยครับ” เธอเงยหน้าขึ้นมามองผมพร้อมกับวางเอกสารที่อ่านอยู่ลง

“ห้องอะไรค่ะ”

“นี่ไม่ใช่เวลาจะมาถามนะครับช่วยตามผมมาก่อนผมรีบนะ” ผมคะยั้นคะยอเธอตามผมมาจนเธอถอนหายใจแล้วตามผมขึ้นมาบนห้องแล้วผมอธิบายให้เธอฟัง

“คือว่าเธอคนนี้ที่พักอยู่ห้องนี้ไม่สบายผมเลยทำข้าวมาให้เธอแต่เรียกเท่าไหร่เธอไม่ยอมเปิดประตูคุณช่วยเปิดห้องเธอให้หน่อยได้มั้ยครับเผื่อเธอเป็นลมหรืออะไรก็ไม่รู้” เธอฟังสิ่งที่ผมพูดก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ได้ค่ะ” แล้วเธอก็หยิบพวงกุญแจสำรองขึ้นมาเปิดให้แต่พอเปิดประตูออกผมก็เห็นยัยช้างนั้นเป็นลมอยู่ข้างๆเตียงไปละ

“เฮ้ย!!!” ผมรีบวิ่งเข้าไปซ่อนตัวเธอขึ้นมาตัวเธอร้อนจี๋เลยผมจึงหันไปหาคุณเจ้าของอีกครั้ง

“ช่วยเรียกรถพยาบาลด้วยครับเธอไข้ขึ้นสูงมาก”

“โอเค” เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกทันทีส่วนผมก็ซ่อนตัวเธออุ้มขึ้นมานอนบนเตียงผมหันมองนาฬิกาก็อยากอยู่ช่วยมากกว่านี้หรอกนะแต่ใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนละ

“งั้นผมฝากที่เหลือด้วยนะครับผมต้องรีบไปเรียน”

“ได้ค่ะไปเรียนก่อนเลยเดี๋ยวทางนี้ดิฉันจัดการเอง”

“ครับขอบคุณครับ” พอได้ยินเธอรับปากแบบนี้ผมก็รีบวิ่งออกไปทันทีก่อนไปผมเหลือบตามองร่างเล็กที่นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นนิดหน่อย

‘เลิกเรียนแล้วจะไปหาละกัน’




อีกด้านหนึ่ง



ติ๋ง!



เสียงข้อความเตือนขึ้นในขณะที่ผมกำลังทำงานอยู่ผมกดอ่านข้อความที่เจสิก้าส่งมาให้

‘วันนี้คุณหนูไปเรียนแล้วค่ะแต่ก่อนไปเขาพยายามให้ดิฉันมาเปิดประตูห้องรูมเมทของเขาให้เพราะเธอไม่สบายและวันนี้เขายังทำข้าวขึ้นมาให้เธอด้วยค่ะ’

ผมยิ้มออกมาเล็กน้อยที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผมรู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นขึ้นมาเล็กน้อยจริงๆแม่หนูนั้นก็เป็นเด็กที่เขาเคยทำร้ายเธออีกด้วย

‘ดีมากเจสิก้าฝากดูแลเขาด้วยถ้าเขาทำอะไรที่ไม่เข้าท่ารายงานฉันได้’


ติ๋ง!

‘ค่ะท่าน’


“ฮ่าๆเจ้าซาเอ๋ยยยหรือแกจะชอบแม่หนูนั้นกันนะเจ้าลูกชาย” ผมเลื่อนอ่านข้อความที่เจสิก้าส่งมาอีกครั้งอย่างอารมณ์ดีเมื่อวานก็ไปทำงานพิเศษวันนี้ก็หัดทำกับข้าวให้คนอื่นทานฮึๆ

“บททดสอบลูกยังไม่จบแค่นี้หรอกนะอึนซาอย่าทำอะไรไม่คิดละ”




โชมิน




“อื้อออออ” ฉันค่อยลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากให้ตายสิเพราะตากฝนเมื่อวานแท้ๆแต่พอคิดถึงเรื่องเมื่อวานฉันต้องรู้สึกอายอีกครั้ง

“อร้ายยยยยย” ฉันร้องออกไปจนจู่ๆคุณเจสิก้าเจ้าของอาพาร์คเม้นวิ่งเข้ามา

“อ้าวตื่นแล้วเหรอคุณโชมิน” แต่เดี๋ยวนะฉันอยู่ที่ไหนเนี่ยฉันมองไปรอบห้อง

“เอ๊ะ!! ที่นี่มัน...โรงพยาบาลนิ”

“ใช่แล้วค่ะเมื่อเช้าคุณอึนซาบอกว่าคุณไม่สบายเขาพยายามเรียกให้คุณออกมาทานข้าวแต่คุณไม่ตอบเขาเลยไปเรียกฉันขึ้นมาเปิดประตูให้พอเปิดออกมาก็พบว่าคุณสลบอยู่เขาเลยให้ฉันพาคุณมาที่โรงพยาบาล” หมอนั่นนี่นะช่วยฉัน???

“แล้วเขาไปไหนค่ะ”

“เขาไปเรียนแล้วค่ะ” อาจเพราะสงสารคนอยู่ห้องเดียวกันละมั้งคนอย่างเขารู้จักสงสารด้วยเหรอคิดแล้วสยอง

“อ่อค่ะ...ตอนนี้กี่โมงแล้ว”

“บ่ายสองแล้วค่ะ..เดี๋ยวฉันมานะคะจะไปแจ้งพยาบาลว่าคุณฟื้นแล้ว”

“ค่ะขอบคุณมากนะคะคุณเจส”

“ไม่เป็นไรค่ะคนที่คุณควรขอบคุณไม่ใช่ฉันหรอกแต่เป็นรูมเมทของคุณต่างหาก”

“ค่ะ” พูดจบเธอก็เดินออก

“บางทีหมอนั่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากหรอกมั้ง” แต่พอนึกถึงเรื่องเมื่อวานนี่ได้ฉันต้องเตือนตัวเองใหม่อีกครั้งว่าเขาเลวร้ายกว่าที่คิด!!!!

“คนบ้า!!! ทำอะไรตรงหลังร้านฉันเห็นนะไอ้เลวววว!!!”




**หือโชเห็นด้วยงั้นเหรองานนี้คงจะแข็งเหมือนหินแน่ๆถ้าซาคิดจะชนะใจโชได้**😧😧😧😧


ความคิดเห็น