kuroyukiya

ฝากติดตามและอ่านผลงานด้วย จะพยายามอัพเดตเพิ่มความสมบูรณ์ให้มากขึ้นเพื่อให้อ่านกันสนุกขึ้น 😆

ชื่อตอน : 6 - Gun at the trigger- build road

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 29

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2562 16:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6 - Gun at the trigger- build road
แบบอักษร

มีแค่บางคนที่เงียบไปเพราะเหมือนรู้แล้วว่าสิ่งที่จะเจอคืออะไรในตำแหน่งที่ซ่อนของเขา

ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่ฝันกลางวัน

เพราะของจริงในกำมือนั้นคืออาวุธที่เอาไว้ยิงเพื่อต่อสู้กัน

ระหว่างที่ทุกคนเหมือนกำลังละเมอ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในวงจรการสื่อสารก็เรียกพวกเขาที่หลุดโลกไปกลับมา จนบางคนสะดุ้งจนเกือบทำปืนตก

{{“…ทุกคนรายงานสภาพของที่เจอด้วย” }}

มันคือคำสั่งที่จะยืนยันว่าสิ่งไหนที่พวกเขาพบเจอ อีกนัยหนึ่งมันคือความหวังเดียวที่จะพาพวกเขากลับเข้าสมรภูมิ ไม่ก็หนีออกไปให้ไว้ที่สุด

“เจอของจริงเงียบไป เจอของเทียมตอบกลับมา”

คำถามที่สองคือคำถามชี้เป็นตาย เพราะเธอคิดเอาไว้แล้วว่าถ้ามีใครพบของปลอมแม้แต่คนเดียวเธอจะให้คนนั้นถอนตัวออกไปจากที่นี่ เธอหวังลึก ๆ ว่ามันจะมี แต่คำขอนั้นคงจะไม่มีทางเป็นจริง เธอคิดอย่างนั้น

“………”

ไม่มีเสียงใดสื่อสารกลับมาหาโอเปอร์เรเตอร์บริดจ์

เยี่ยม

ถ้าเป็นลอตเตอรี่ก็คงจะถูกซักพันล้าน พวกเธอถูกสับเปลี่ยนอาวุธทั้งหมดในพื้นที่กลายเป็นอาวุธจริง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาหาความจริงว่า มันมาจากไหน มาได้ยังไง ใครเอามันมา

ถ้าตอนนี้ที่นี่เป็นนรกก็หมดทางขึ้นถ้าไม่มีเชือก

ตอนนี้ปืนที่พวกเขาพบนั้นคือเชือกเส้นเดียวที่พวกเขาตามหาอยู่ จะว่าดีก็ดี แต่ถ้าว่าแย่ก็แย่สุด ๆ เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็พบอุปกรณ์สำหรับคนหนึ่งคนต่ออาวุธหนึ่งชิ้น

จริง ๆ ยังมีข้อเท็จจริงอีกหลายอย่างที่เธอคิดในหัว แต่ตอนนี้หมดเวลา พวกเขาต้องเร่งมือ

“กระสุนจริงก็เงียบ ของปลอมก็ตอบกลับ…”

ในหูฟังยังเงียบเหมือนคำถามแรก

ดีมากทุกอย่างครบ

โอกาสพวกเธอยังมี

เปรี้ยงงง!!!!

แต่ไม่มีคำถามที่สามของบริดจ์ต่อมาในหูฟังเพราะเสียงกระสุนต่อเนื่องชุดใหม่ดังขึ้นมาทันทีในอีกด้านของสมรภูมิ การถล่มครั้งนี้คือผลอันมาจากฝีมือการยิงเข้าเป้าของสไนเปอร์อีเกิลที่ส่งคนกลับไปชั้นล่างจนคนสามคนที่นำหน้ากะจะบุกรุกเพราะคิดว่าไม่เห็นต้องเปลี่ยนจากบุกขึ้นชั้นสองและถูกยิงจนเปลี่ยนเป็นต้องล่าถอยและดึงเพื่อนที่บาดเจ็บกลิ้งกลับออกไปเพื่อหาที่หลบ

“ไอ้ชาติชั่ว โผล่หัวมาสิวะชอบลอดกัดรึไง !!!”

เสียงสบถจากคนแปลกหน้าเสื้อแดงปลุกสติของเด็กหนุ่มสาวทั้งหมดที่กำลังถูกดึงให้กลับมาหาความเป็นจริง เพื่อนเธอกำลังตกที่นั่งลำบากอยู่ไม่ใช่เวลาจะมาอยู่นิ่ง ๆ จะหนีก็หนีไป จะช่วยก็ต้องลงมือให้เกิดผล


สัญญาณของการยิงนั้นบอกว่าเวลาของพวกเธอในการเตรียมใจหมดลงแล้ว พวกเธอได้เวลาที่ขอเอาไว้อีเกิลและไปถึงจุดต่าง ๆ เรียบร้อยถ้าจะหนีหรือคิดทำอะไรต้องตอนนี้ “น้ำกำลังเดือด เหล็กกำลังทวีความร้อน คนบ้ามักจะทำอะไรก็ได้โดยไม่คิดเมื่อขาดสติ” พวกมันอาจจะลงมือขั้นรุนแรง อาจจะใช้จำนวนคนบุกรุกพร้อม ๆ กันหรือทำอะไรมากกว่านั้น

ทันทีที่ทุกคนพร้อมหรือไม่พร้อมก็ไม่รู้ บริดจ์จึงกระจายคำสั่งทันทีโดยเริ่มจากจุดที่ควรทำมากที่สุดก่อนคือรักษาความปลอดภัยให้เพื่อนที่เหลือเพราะถ้าอีเกิลสั่งการเธอน่าจะสั่งแบบเดียวกัน เธอคิดอย่างนั้นก่อนเปิดปาก

“โอเวอร์ จำจุดเก็บสัมภาระได้ใช่มั้ย ?”

เสียงวิทยุสื่อสารของเด็กหนุ่มโอเวอร์ดังอีกครั้ง ข้อความนั้นระบุถึงเขาโดยตรงจนเขารู้สึกพิกลเพราะบริดจ์เอ่ยปากถามเด็กหนุ่มถึงอะไรแปลก ๆ ที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ที่กำลังชี้เป็นตายและเวลาที่น้อยลง มาถามถึงสัมภาระอะไรเอาตอนนี้

“จำได้มีอะไร ?”

โอเวอร์ที่กำลังปลดแมกกาซีนเช็คกระสุนปืนสั้นที่เพิ่งพบเจอทำหน้าตาแหยง ๆ ต่อของที่เห็นก่อนตบมันกลับเข้าไปที่เก่าแล้วหันมองรอบ ๆ ตัวคล้ายกลัวใครบางคนจะพบเข้า

“ห้ามเหลือหลักฐานหรืออะไรที่บ่งบอกถึงพวกเรา”

“?!”

“…ดีมาก”

ขณะที่เด็กหนุ่มมึนงงคล้ายถูกตบหน้า อีเกิลบนตึกชั้นสามที่ได้ยินคำสั่งนั้นยิ้มที่มุมปากแห้ง ๆ ก่อนยิงกระสุนไปยังเส้นทางที่เป้าหมายจะเคลื่อนมาอีกครั้งเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวที่ออกไปนอกพื้นที่เรียกคำด่าและกระสุนที่พุ่งมาตัวจากชายเสื้อน้ำเงินเข้มสองคนที่คิดจะแอบอ้อมไปอีกด้าน แต่ก็ยังมีคนอีกมาตรงหน้า ไม่ต่ำกว่าสิบคนแน่ ๆ แต่เพราะเธอมองเห็นไม่ชัด จะยิงให้ตายก็ไม่มีทางทำได้ ยิงให้บาดเจ็บเฉพาะแขนขาก็ไม่มีเวลามากพอที่จะเล็งเหมือนครั้งแรกและตอนที่มีคนบอกตำแหน่ง ทันทีที่เธอคิดจะยื่นหน้าหรือปืนออกไปนอกกำแพง เสียงปืนก็จะดังขึ้นมา กลุ่มนี้มีคนจับจ้องเธออยู่ บีบบังคับให้เธออยู่นิ่ง ๆ และลอบยิงได้แค่จุดที่กำแพงเป็นช่องเท่านั้น จึงได้แต่ยิงถ่วงเวลาตามโอกาสอำนวย

ตอนนี้เธอยิงไปแล้วทั้งหมด หกนัด

สองนัดเข้าขาและเท้า เสร็จไปสอง แต่ก็ไม่นาจะถึงตายแค่เคลื่อนไหวไม่สะดวก แถมปืนใช้มือยิง ไม่ใช่เท้าดังนั้นกำลังของคนพวกนั้นยังไม่ได้ลดลง นอกนั้นที่เหลือไม่โดนอะไรนอกจากดิน กำแพง และไม้

ถ้าเป็นปกติคงจะถูกเยาะเย้ยแล้วว่าไม่แม่นเอาซะเลย

แต่สี่นัดคือทั้งหมดคือการสกัด บังคับเส้นทางและขู่เพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอเห็นการเคลื่อนไหวของพวกมัน เธอไม่รู้ว่าคนอื่นอยู่ไหนกันบ้าง มีเพียงตำแหน่งของเธอที่ชัดเจนที่สุด โกสต์ที่อยู่ใกล้ที่สุดตอนนี้ถอนตัวออกไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้ต้องบีบตำแหน่งของคนพวกนี้เอาไว้ที่นี่

”…?!”

สายตาที่จับจ้องไปยังจุดเดียวมากเกินไปของอีเกิลทำให้เธอมองทุกอย่างแคบลง การหยุดยิงสกัดซ้ายที่ขวาทีทำให้ตัวของไม่เคลื่อนที่และไม่เห็นถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่มาเพิ่มทางขวาในพงหญ้าที่ติดชั้นหนึ่งจนกระทั่งอีเกิลเห็นแสงที่แดงพุ่งมาที่ด้านข้างของตัวเองซึ่งเป็นจุดที่กำแพงโหว่เป็นรูปตัววีบริเวณมุมตึก

เสียงกระสุนดังทึบ ๆ พร้อมทั้งหยดเลือดที่สาดกระเซ็น


“เอาล่ะ งั้นก็ลุยกัน”

นอกจากจะต้องพาอีเกิลหนีสิ่งที่บริดจ์ต้องทำเพิ่มอีกอย่างคือลบร่องรอยที่จะทำให้ไม่มีอะไรสาวไปถึงตัวพวกเขา บริดจ์ไม่รู้หรอกว่าพวกมันรู้จักพวกเขาก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ไหม ถึงได้บุกรุกเข้ามาพร้อมอาวุธ แต่ต้องคิดในแง่ดีที่สุดและร้ายที่สุดไปพร้อม ๆ กัน เธอต้องเผื่อเอาไว้ว่าตัวตนของพวกเขายังไม่เปิดเผย เพราะถ้ามันรู้ที่บ้านก็ไม่น่าปลอดภัย แต่ถ้าไม่ก็ให้พวกมันรู้ไม่ได้เพราะของธรรมดาพวกนั้นมันย่อมโยงไปหาพวกเขาได้ แค่เสื้อผ้าชุดนักเรียนหนึ่งชุดก็เกิดปัญหาได้

จุดที่เป็นสัมภาระของพวกเขาอยู่วงนอกดังนั้นต้องใช้ใครสักคนเพื่อทำการนั้นให้พวกเธอมีทางรอดเพิ่มหากหนีไปจากที่นี่แบบเป็น ๆ ได้

คนแรกที่บริดจ์ตัดออกจากการต่อสู้ไปทำเรื่องที่ว่าคือโอเวอร์เด็กหนุ่มที่แต่งตัวเหมือนสายลับเขาอยู่ในชุดและสภาพที่เหมาะแก่การทำแบบนั้นที่สุดเพราะต่อให้มองจากไกล ๆ ก็ยากที่จะระบุว่าคืออะไร ถือเป็นหน้าที่ ๆ ดีที่สุด

แต่การให้ไปคนเดียวภารกิจจะสุ่มเสี่ยงได้เพราะสัมภาระที่เขาต้องรับผิดชอบมีจำนวนเป็นสิบเท่าไม่ใช่แค่ของตัวเองเท่านั้น

“บอมเบอร์กับวอลไปกั้นเส้นทางซ้ายขวาจากจุดที่ว่าขอเส้นทางที่สะดวกที่สุดให้โอเวอร์ จุดเก็บของคือทางลับแต่เล่นเซเวอร์ จำได้นะ”

คำสั่งนั้นชัดเจนว่าใครต้องทำอะไร แต่โค้ดดและแผนการนั้นเธอเรียกมันตามรูปแบบที่พวกเธอเคยเล่นกันมา พวกเขาน่าจะจำได้เลา ๆ ว่าเธอหมายถึงอะไร ตอนนี้ต้องกำจัดส่ิ่งที่ทำให้พวกเธอกังวล เปิดเส้นทางที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด จากนั้นเอาตัวอีเกิลลงมาแล้วไป

<<“รับทราบกำลังไป”>>

<<“กำลังตามไป”>>

วอลชายหนุ่มร่างโย่งได้รับคำสั่งและเคลื่อนตัวไปสมทบโอเวอร์ตามคำสั่งทันที

หญิงสาวผมสั้นบอมเบอร์คว้าของที่พบใส่กระเป๋าเท่าที่เอาไปได้ เธอคว้าแต่ของที่น่าจะมีประโยชน์ ”……” แต่พอเธอมองดูไอ้ของที่เธอพบนั้นส่วนมากแต่ละอันมันเกินมือถ้าใช้บอกตามตรงคงไม่จบแค่เจ็บแต่อาจจะถึงตาย เธอจึงเอาของในกล่องดันกลับเข้าไปและหยิบอะไรที่มันน่าจะอันตรายน้อยที่สุดใส่แยกคนละกระเป๋าเพื่อไม่ให้กระทบกัน ก่อนมองปืนสั้นในมือที่เพิ่งได้มาและขึ้นไกเอาไว้


-7-

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น