พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน : 1 [Re-update]

ชื่อตอน : คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน : 1 [Re-update]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2563 20:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน : 1 [Re-update]
แบบอักษร

 

 

 

- ตะวัน -

“ทางนี้โว้ย!”

เสียงตะโกนส่งสัญญาณดังมาจากทางปีกซ้ายของสนาม ผมเตะบอลส่งไปให้เพื่อนในทีมทันที ก่อนจะวิ่งอ้อมมาดักรอข้างหน้าเพื่อจะยิงประตู แต่ไอ้เวรนั่นดันโชว์ออฟคนเดียว เลี้ยงลูกหลบฝั่งตรงข้ามอย่างคล่องแคล่วก่อนเตะทำประตูไปแบบเท่ๆ เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ได้ตรึม รู้งี้ไม่ส่งให้มันก็ดี

หลังจากนั้นไม่นานเสียงนกหวีดเป่าหมดเวลาก็ดังขึ้น ผมเดินลากเท้าหนักๆ ตามคนอื่นออกมาทิ้งตัวลงนั่งข้างสนามอย่างหมดสภาพ หยิบขวดน้ำมาเปิดดื่มแก้กระหาย นั่งพักจนหายเหนื่อยก็ลุกขึ้นเดินมาหยิบกระเป๋าที่กองไว้บนอัฒจันทร์

“เฮ้ยมึงชื่อตะวันใช่ไหม”

รุ่นพี่คนหนึ่งตะโกนถามมาจากกลุ่มนักกีฬาตัวจริง ส่วนผมแค่อยากออกกำลังกาย เลยแวบมาวิ่งที่สนามแต่ดันเจอกับพวกนักฟุตบอลมหาลัยที่กำลังซ้อมกันอยู่ ผมก็วิ่งของผมตามปกติ แต่จู่ๆ ก็โดนกวักมือเรียกให้มาร่วมฟอร์มทีมเป็นคู่ซ้อมเพราะคนไม่พอ

“ครับ” ผมพยักหน้าให้รุ่นพี่หน้าหนวด ก่อนหน้านี้ก็เคยแนะนำตัวไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาน่าจะจำได้

“มึงใช้ได้เลยนี่หว่า ทำไมก่อนหน้านี้กูไม่เคยเห็นวะ”

“ผมแค่มาวิ่งเล่นเป็นครั้งคราวน่ะ”

กลางคืนมันนอนไม่ค่อยหลับ ผมเลยอยากออกกำลังเพื่อจะดับความฟุ้งซ่านในหัวให้ได้ ครั้นจะไปยิมก็เจอแต่พวกกล้ามปู มีสัญชาติเกย์เกินครึ่ง ผมเลยหอบรองเท้าวิ่งมาที่สนามกลางแจ้งแทนอย่างน้อยก็รู้สึกปลอดภัยกว่า แต่ไม่คิดว่าแค่วันแรกก็จะได้ออกกำลังเต็มที่ขนาดนี้ คืนนี้ไม่ต้องห่วงแล้ว กูหลับสนิทแน่นอน

“อ้อ งั้นพรุ่งนี้มาอีกสิ ถ้ามึงว่างก็มาช่วยพวกกูซ้อม ช่วงนี้บาดเจ็บกันเยอะ คนเลยขาด”

“ซ้อมกันทุกเย็นเลยเหรอพี่”

“เฉพาะช่วงใกล้แข่งแหละ แล้วนี่มึงไปไหนต่อ”

“พอดีผมนัดแฟนไว้ งั้นผมไปก่อนนะพี่ไว้เจอกัน”

“เออเจอกัน”

ผมเดินออกจากสนามฟุตบอลตรงกลับหอพักทันที ไอ้เอิร์ธนั่งหัวโด่อยู่ในห้อง กำลังโซ้ยบะหมี่ถ้วยเสียงดังซี้ดซ้าดดูซีรีย์ผ่านจอโทรศัพท์ไปด้วย มันหันมามองผมแวบหนึ่งก่อนหันกลับไปดูซีรีย์ต่ออย่างสบายใจเฉิบ

“กลับมาแล้วเหรอ” มันถามทั้งที่ปากยังเคี้ยวเส้นบะหมี่ตุ้ยๆ “ไปวิ่งมาเหนื่อยไหมวะ”

“มึงลองไปวิ่งดูสิ”

“ขี้เกียจ แล้วนี่มึงกินอะไรยัง”

“ยัง กูนัดบีบีไว้ อาบน้ำเสร็จก็ไปเลย”

“อ้อ แล้วคืนนี้มึงนอนห้องไหนเนี่ย”

“ไม่แน่ใจ ถ้าดึกมากกูก็อาจจะค้างกับบีบีเลย”

“โทรบอกกูด้วยแล้วกันจะกลับไม่กลับ”

“เออ แล้วนี่มึงนั่งดูซีรีย์ตั้งแต่กลับมาเลยหรือไง” ผมถามระหว่างถอดเสื้อโยนลงตะกร้าผ้า

“เปล่า กูเพิ่งดูก่อนมึงมาเนี่ยแป๊บเดียว ไปดูหอใหม่มา”

เอิร์ธบอกเสียงเรียบ ผมกำลังจะถอดกางเกง หันไปมองมันแวบหนึ่ง แต่พอเห็นใบหน้านิ่งขรึมของมันแล้วผมก็สลัดเรื่องที่อยากจะพูดออกจากหัวแล้วถอดกางเกงออกเหลือกางเกงในตัวเดียว หยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ

ผมใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวไม่นานก็เสร็จ หันมาอีกทีไอ้เอิร์ธก็ยังจ่อหน้าดูซีรีย์อยู่ท่าเดิม แต่ข้างตัวมันไม่มีถ้วยบะหมี่แล้วเปลี่ยนเป็นขวดน้ำเปล่าแทน

“กูไปแล้วนะ” ผมบอก

“อืม”

กำลังจะออกจากห้อง บีบีก็ไลน์มาซะก่อน ผมชะงักทันทีที่เห็นข้อความในแชท พอไอ้เอิร์ธเห็นผมยืนนิ่งอยู่หน้าประตูมันก็ถามขึ้นมาอย่างสงสัย

“มีอะไรวะ”

“บีไลน์มาบอกติดงาน ไปกินข้าวกับกูไม่ได้” ผมเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตามประสาคนแห้ว แอบเซ็งนิดหน่อยเพราะอุตส่าห์อาบน้ำแต่งตัวรอ แต่สุดท้ายก็เก้อ

ไอ้เอิร์ธมองผมเงียบๆ อยู่พักหนึ่ง จนผมรู้สึกแปลกใจ หันไปมองมันอย่างสงสัย “มีไรวะ”

“เปล่า” มันหันกลับไปจ้องโทรศัพท์ต่อ ผมหรี่ตาลงอย่างไม่หายข้องใจ แม่งมีพิรุธชัดๆ

“อะไรของมึงวะเอิร์ธ มีอะไรก็พูดมาสิ”

“ไม่มี”

“อ้าวไอ้เหี้ย แล้วมึงมองหน้ากูทำไม”

“แล้วกูมองหน้ามึงเฉยๆ ไม่ได้หรือไง” เอิร์ธมันพูดกวนๆ กลับมา ผมถึงกับไปต่อไม่เป็น

“ก็กูเห็นมึงจ้อง นึกว่ามีอะไร ก็เลยถาม ถ้าไม่มีก็แล้วไป”

“เออ ไม่มีหรอก”

เอิร์ธมันพูดแค่นั้นก็เงียบไป ผมเลิกสนใจมันเหมือนกัน เปิดไลน์ขึ้นมาแชทหาบีบี แต่ก็ใช่ว่าผมจะลืมความหิว ไม่นานเสียงท้องผมก็ร้องประท้วง

โครก~

ผมเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ ไอ้เอิร์ธเหลือบมองผมทันที เราสองคนสบตากันเงียบๆ ก่อนที่มันจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

“มึงหาอะไรกินก่อนดีไหม”

“เออ กูก็ว่างั้น แล้วมึงจะออกไปกับกูไหม” ผมถามเพราะรู้ว่าบะหมี่ถ้วยเดียวไม่น่าจะพอยาไส้ ไอ้เอิร์ธตอบรับอย่างไม่เสียเวลาคิด

“ไป รอเดี๋ยว กูเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

พูดเสร็จมันก็ลุกไปหยิบเสื้อผ้าตัวใหม่เข้าห้องน้ำ

ความจริงมันจะเปลี่ยนข้างนอกเลยก็ได้เพราะยังไงผมก็ไม่ถือ แต่คงเพราะเรื่องนั้น... ทำให้มันเกรงใจไม่กล้าปล่อยตัวตามสบายกับผมเหมือนแต่ก่อน

เรื่องที่มันโดนพี่ชายจับปล้ำทำเมีย จนตอนนี้ผมก็ยังไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นความจริง

ผมชำเลืองมองบานประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท คิดเรื่องมันแล้วก็กลุ้มใจตาม เห็นชัดๆ ว่าแม่งกำลังซึมแต่ผมก็ไม่กล้าไล่ให้มันกลับไปหาพี่กันต์ บอกตามตรงผมไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความรักระหว่างเพศเดียวกัน แม้ว่าผมจะเคยผ่านค่ำคืนที่ร้อนแรงกับผู้ชายมาแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่รู้สึกผูกพันมีแต่จะรังเกียจเท่านั้น

ผมมองหน้าคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำ ไอ้เอิร์ธสวมเสื้อยืดคอวีสีขาวกับกางเกงยีนเดฟเข้ารูปขับเน้นเรียวขาเล็กเรียวของมันให้เด่นชัดขึ้น เออว่ะ เป็นเพื่อนกันมาสองปีเพิ่งสังเกตว่าขามันสวยก็วันนี้นี่แหละ

“มองไรของมึงตะวัน”

ผมไอแค่กทันทีที่ถูกไอ้เอิร์ธทำตาขวางใส่ รีบปฏิเสธทันควัน “เปล่า ไม่มีอะไร”

เอิร์ธมันจ้องผมอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนหยิบกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์เดินนำผมออกจากห้องโดยไม่พูดอะไรอีก ผมยืนงงอยู่ครู่หนึ่งก็รีบตามมันออกไป

“มึงอยากกินอะไร หมูกระทะไหม” ผมถามทำลายบรรยากาศอึมครึมระหว่างอยู่ในลิฟต์

“มึงอยากกินอะดิ”

“เออ กูยอมรับ กูอยากกิน หิวจนจะกินควายได้ทั้งตัวอยู่แล้วเนี่ย”

“ได้ ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน”

หลังจากได้ข้อสรุปผมกับไอ้เอิร์ธก็ตรงมาขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปที่ร้านหมูกระทะเจ้าประจำ เป็นร้านบุฟเฟ่ต์อยู่ห่างจากมหาลัยไม่กี่ซอย คนที่มากินส่วนใหญ่ก็เป็นนักศึกษารั้วเดียวกันทั้งนั้น

“พวกไอ้แต้มว่าไง จะมาไหม” ผมถามระหว่างเดินเข้าร้าน เห็นตอนอยู่ในรถไอ้เอิร์ธมันบอกว่าจะชวนไอ้สองตัวนั่น

ปึ้ก!

“เหี้ยเอิร์ธ หยุดเดินทำไมวะ”

จู่ๆ ไอ้เอิร์ธที่เดินนำอยู่ข้างหน้าผมก็หยุดกึกจนผมไม่ทันมอง เดินชนเข้ากับแผ่นหลังของมันอย่างจัง

“พี่ไนท์”

“หา?”

ชื่อที่หลุดออกจากปากของมันทำหลังคอผมเย็นวาบ มองตามสายตาไอ้เอิร์ธไปตกอยู่ที่โต๊ะโต๊ะหนึ่ง นัยน์ตาผมกระตุกริกๆ เมื่อเห็นไอ้ไนท์ตัวจริงเสียงจริงกำลังนั่งคีบเนื้อย่างอยู่ที่โต๊ะตัวนั้น

จากที่หิวๆ อยู่ก็พลันไม่อยากอาหารขึ้นมาดื้อๆ แต่ผมรู้ว่าร่างกายผมยังต้องการพลังงาน แค่ความรู้สึกเท่านั้นที่อิ่ม ทางเดียวที่จะคลี่คลายได้คือเปลี่ยนร้าน

“ไปร้านอื่นกันเถอะ”

“หืม?”

ไอ้เอิร์ธมองผมอย่างประหลาดใจ มันรู้ว่าผมไม่ชอบขี้หน้าไอ้ไนท์แต่ไม่รู้ว่าระหว่างผมกับไอ้ไนท์เกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉะนั้นการที่ผมเสนอให้ไปร้านอื่นจึงดูออกนอกหน้าเกินไป

“เว่อร์! มึงจะเปลี่ยนร้านเลยเหรอ”

“เออสิ หรือมึงอยากกินร้านนี้ แล้วถ้าไอ้ไนท์มันนัดไอ้พี่กันต์มามึงคิดว่ามึงจะสู้หน้าเขาไหวเหรอ”

“...!!!” เอิร์ธทำหน้าสะอึก ทันทีที่ได้ยินชื่อพี่กันต์มันก็ทำหน้าหดหู่จนผมรู้สึกผิดที่พูดออกไปแบบนั้น

“ลูกค้ามากี่ท่านครับ”

ระหว่างที่ผมกับไอ้เอิร์ธยังหาข้อสรุปกันไม่ได้ พนักงานก็เดินเข้ามาทัก  

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะไปแล้ว”

“ครับ?”

ผมบอกแบบหน้าด้านๆ พนักงานก็หน้าเหวอกลับมาแล้วเดินออกไปแบบมึนๆ

“เอิร์ธ?”

ผมกับไอ้เอิร์ธกำลังออกจากร้าน ก็ดันมีคนตะโกนเรียกชื่อมันพอดี ผมกลั้นหายใจไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าเสียงใคร

“พี่ไนท์...”

ไอ้เอิร์ธหันกลับไปตามเสียงเรียก ผมจะห้ามแต่ไม่ทัน เลยได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันกลับไปมองตามไอ้เอิร์ธ

ไอ้เวรไนท์ที่กำลังจะเดินไปเติมอาหารดันเหลือบเห็นพวกผมเข้าระหว่างทาง มันร้องเรียกชื่อไอ้เอิร์ธอย่างไม่แน่ใจ แต่พอไอ้เอิร์ธหันกลับไป มันก็เผยรอยยิ้มดีใจที่ทักคนถูก

เหี้ยเอ๊ย ไอ้เอิร์ธทำหูทวนลม เดินออกจากร้านไปก็ไม่ต้องปะหน้ากันแล้ว

“มากินเนื้อย่างเหรอ”

“ครับ” เอิร์ธมันตอบไม่เต็มเสียง สีหน้ากังวล ในหัวมันยังคงคิดเรื่องที่ผมพูดถึงพี่กันต์ก่อนหน้านี้อยู่ “แต่ว่ากำลังจะเปลี่ยนร้าน”

“หืม ทำไมล่ะ” ไอ้ไนท์เอียงคอสงสัย

ไอ้เอิร์ธหลบตาไม่ตอบคำ แล้วไอ้ไนท์ก็มองผม ดวงตาคมกริบหรี่ลงราวกับรู้ว่าผมเป็นคนต้นคิดเรื่องเปลี่ยนร้าน เหอะ ต่อให้มึงจ้องกูจนตาหลุด กูก็ไม่กลัวมึงหรอก

“ไปเถอะเอิร์ธ”

ผมไม่สนสายตาไอ้ไนท์ หันไปเรียกเอิร์ธออกจากร้าน ไอ้เอิร์ธพยักหน้าอย่างว่าง่ายกำลังจะเดินตามผมออกมา เสียงไอ้เหี้ยไนท์ก็ดังขึ้น

“เดี๋ยวก่อน” แล้วไอ้ไนท์ก็ก้าวมาขวางหน้าผมกับไอ้เอิร์ธ “พี่ทำอะไรให้เอิร์ธไม่พอใจหรือเปล่า”

             “เอ๋? ไม่นะครับ คือไม่เกี่ยวกับพี่ไนท์หรอก” เอิร์ธทำหน้าเลิ่กลั่ก

             “งั้น...” สายตายะเยือกของไอ้ไนท์ตวัดมองมาที่ผม ทำเอาผมร้อนๆ หนาวๆ กลัวมันจะพูดอะไรไม่เข้าท่าออกมา เลยชิงพูดขึ้นมาซะก่อน

             “เอิร์ธไม่อยากเจอพี่กันต์พวกกูก็เลยจะเปลี่ยนร้าน”

             พอผมโพล่งออกไปแบบนั้นไอ้เอิร์ธก็หันมาเขม่นหน้าผมทันที คงไม่อยากให้ไอ้ไนท์รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ แต่นอกจากเรื่องนี้ผมก็นึกหาเหตุผลดีๆ มาอ้างไม่ออกแล้ว

ถึงจะรู้สึกผิดที่เอาไอ้เอิร์ธมาบังหน้า แต่ผมจะไม่พูดเด็ดขาดว่าผมไม่อยากกินข้าวร่วมโต๊ะกับไอ้ไนท์เพราะเรื่องที่ขึ้นเตียงกับมันคราวนั้น รวมถึงเรื่องที่มันทำระยำกับผมตรงริมถนนวันนั้นด้วย

             “หืม... ไอ้กันต์มันจะมาเหรอ?” ไอ้ไนท์ทำหน้างวยงง มองผมทีมองไอ้เอิร์ธทีอย่างไม่รู้มาก่อน

             “พี่ไม่ได้นัดพี่กันต์เหรอ” คราวนี้เอิร์ธทำตาโต เผยสีหน้าโล่งอกออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

             สถานการณ์ที่กำลังจะคลี่คลายไปในทางที่ดีนี่มันอะไรกัน ชักสังหรณ์ใจไม่ดีแล้วสิกู

             ไอ้ไนท์ส่ายหน้า “เปล่า พี่มากินกับ... น้องชายน่ะ”

ไอ้ไนท์สะดุดไปจังหวะหนึ่งตอนบอกว่ามากับใคร แล้วทำไมตอนพูดมันต้องชำเลืองมองผมด้วยวะ ที่แปลกกว่านั้นคือผมดันรู้สึกร้อนวูบวาบด้วยเนี่ยสิ เชี่ยเอ๊ย ขนาดสายตาของมันก็ยังทำผมรำคาญใจได้ ไอ้เหี้ยนี่ขวางหูขวางตาไปหมดเลยโว้ย

“ผมนึกว่าพี่นัดกับพี่กันต์ ก็เลย...”

ไอ้ไนท์หรี่นัยน์ตาคมเข้มที่ดึงดูดผู้คนได้ลงจ้องไอ้เอิร์ธ

“หืม... ใครบอก พี่ไม่ได้นัดไอ้กันต์ อีกอย่างชวนมันก็ไม่มาหรอก ตั้งแต่เอิร์ธออกมาไอ้เหี้ยนั่นก็บริโภคเหล้าเป็นอาหารหลักไปแล้ว”

             “.....”

พอได้ยินเรื่องพี่กันต์ ไอ้เอิร์ธก็ทำหน้าคลุมเครือไม่รู้มันโกรธหรือกำลังเป็นห่วงคนสุขภาพคนบริโภคเหล้าเป็นอาหารหลักกันแน่

             “เอ่อ... พี่ขอโทษ ไม่รู้ว่ามันจะกระทบต่อจิตใจเอิร์ธขนาดนี้ ต่อไปพี่จะไม่พูดเรื่องมันกับเอิร์ธอีก”

พอเห็นสีหน้าซึมๆ ของไอ้เอิร์ธแล้วไอ้ไนท์ก็รีบขอโทษขอโพยและบอกว่าจะไม่พูดถึงพี่กันต์ให้ไอ้เอิร์ธไม่สบายใจอีก แต่ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า พอไอ้ไนท์บอกจะไม่พูดเรื่องพี่กันต์อีกไอ้เอิร์ธมันก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ผมว่ามันต้องแคร์พี่กันต์อยู่แน่ๆ แค่ไม่อยากยอมรับเท่านั้น

หลังจากนั้นไอ้ไนท์ก็ชวนผมกับไอ้เอิร์ธไปนั่งโต๊ะด้วย ที่จริงมันชวนไอ้เอิร์ธคนเดียว เพราะตอนพูดไม่เห็นมันจะมองหน้าผมเลย สนใจแต่ไอ้เอิร์ธ ใจผมน่ะอยากออกจากร้านแทบแย่แต่ว่าไอ้เอิร์ธแม่งพอรู้ว่าพี่กันต์ไม่มามันก็ไม่คิดจะปฏิเสธไอ้ไนท์เลย สัส ทำอะไรปรึกษากูด้วยสิโว้ย

ความคิดเห็น