จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตำหนักชิงพลบ

ชื่อตอน : ตำหนักชิงพลบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 83

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2562 18:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตำหนักชิงพลบ
แบบอักษร

image

นานนักหนาแล้ว..ที่ไม่ได้นอนในห้องและเตียงหรูหรา..อ่อนนุ่ม..

ค่ำคืนนั้น..เป็นค่ำคืนที่แสนสุขอีกคืนหนึ่ง..ของแพคเกจกับศศินา..

สองปีศาจแห่งอนันตกาล..กอดคลอเคลียกัน..

“..พี่นา..”แพคเกจยิ้ม.. “..เราไม่ได้นอนเตียงแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว..”

ศศินาหนุนแขนตัวเอง..ร่างเปลือยเปล่าขาวโพลน..

แพคเกจผิวคล้ำ..นอนซบกับท้องของเจ้าหญิงหมาป่า..แนบแก้มกับกล้ามเป็นแพคที่น่าหลงใหล..

ศศินาอดน้ำตาไหลไม่ได้..ลูบหัวแพคเกจเบา ๆ ...

แพคเกจเงยหน้า..เห็นน้ำตาของศศินาก็เช็ดให้..

“..ไม่เอาน่าพี่นา..เราจะอาวรณ์ถึงเขาไม่ได้แล้วนะ..”

“..รู้ด้วยหรือว่าพี่นึกถึงใครอยู่..”

“..ตั้งแต่เราอยู่ในมิติเร้น..พี่คิดถึงแต่ลูกพี่..อาจจะมีกัสจังด้วยมั้ง..”

“..กัสจังไม่ได้คิดถึงแล้ว..ตั้งแต่มีเธอ..แต่ลูก..มันคนละแบบกันนะแพค..”

“..อือ..”แพคเกจหอมเบา ๆ .. “..ถ้าหากพี่เจอลูกสักนิดคงดีไม่น้อยนะ..”

“..ทำไม่ได้หรอก..เธอก็รู้..”ศศินาน้ำตาไหล.. แพคเกจได้แต่ลุกขึ้น..และทำเหมือนทุกครั้งที่ปลอบโยนคนข้างหน้า

นั่นคือ..กอด..โอบศีรษะแน่น..

ศศินารู้สึกอบอุ่น..

และหันไปเลียแก้มอีกฝ่าย..

แพคเกจสะดุ้ง..

“..พี่นา..”

“..พี่เป็นชาวหมาป่านี่นา..หมาป่ามันก็ต้องแสดงออกแบบนี้..”

“..งั้น..แพคขอแสดงออกแบบแวมไพร์นะคะพี่..”

แพคเกจหัวเราะก่อนจะขบต้นคอเบา ๆ ...

ศศินารู้สึกร้อนวูบวาบ..จนจับสองแก้มของอีกฝ่าย..และทอดกายลง..กดศีรษะอีกฝ่ายกับทรวงอกตัวเอง..

ทรวงอกสะท้อนขึ้นลง..หอบหายใจร้อนผ่าว..

แพคเกจปรกติไม่เคยเห็นศศินาทำแบบนี้..

ศศินาพูดว่า..

“..พี่อยากให้เธอเป็นสามีพี่..”

“..จริงหรือคะ..”แพคเกจทำท่าขมีขมัน..

ร้อนรุ่มจากไฟแห่งความต้องการจนศศินาที่หน้าแดงได้แต่พยักหน้า..

แพคเกจแลบลิ้นเลียริมฝีปาก..

ก่อนจะรีบเป็นสามีอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ..

นานจนแทบจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร..

แพคเกจได้ยินเสียงครางสูงอ้อนของเจ้าหญิงหมาป่า...

ตัวเองก็กระหยิ่ม..มีความสุขที่ทำให้อีกฝ่ายมีปฏิกิริยาขนาดนี้..

แต่แล้ว..ก็ชะงัก..

เพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป..

รอบข้างมีแต่ความว่างเปล่า..

แพคเกจอุทานก่อนจะร้องเรียก..

“..พี่นา..พี่นา..”

ศศินากำลังสุขสมจนแทบจะตายให้ได้..แต่พอได้สติก็กระพริบตาถี่ ๆ ..

สภาพรอบข้างแตกต่างไปจากห้องพักของวังสนธยาที่ตัวเองได้สิทธิ์พักในฐานะอาคันตุกะ..

เป็นสภาพที่ว่างเปล่ามีแต่แสงสว่าง..

“..เฮ้ย..พี่นา..”แพคเกจยังคงตกใจ..

ศศินาฉุกคิด..

เห็นเสื้อผ้าลอยอยู่ข้าง ๆ ก็รีบคว้ามาสวม..แถมยังกวาดเสื้อผ้าของแพคเกจให้ด้วย..

แพคเกจรีบสวมใส่..

การสวมเสื้อผ้าอย่างทุกลักทุเลทั้งที่อยู่ในความว่างเปล่าที่เหมือนลอยละล่อง..ไร้น้ำหนัก..เสร็จสรรพลง..

และสภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง..

เป็นสภาพแวดล้อมที่แปลกตาไปจากเดิม..

ทั้งสองเป่าปากที่สวมเสื้อผ้าทัน..

เพราะคงไม่ดีนักหากจะต้องเปลือยกายต่อหน้าใครคนหนึ่ง..ที่พวกเธอไม่รู้จัก..

ชายหนุ่มสีหน้าลึกลับ..ลึกล้ำ..

สองปีศาจแห่งอนันตกาลรีบผลุดลุกขึ้น..

“..นี่ที่ไหน..ท่านเป็นใคร..”ศศินาถามอย่างประหลาดใจ..

แพคเกจรู้สึกหงุดหงิด..

“..บ้าอะไรวะ..กำลังทำกันอยู่แท้ ๆ ..”

ชายหนุ่มยิ้มละไม..ท่าทางสำอางค์ลุกขึ้น..ยกมือไพล่หลัง..

“..ท่านคงเป็นคนของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..”

แพคเกจเม้มปาก..

“..จะเรียกอย่างนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว..คนของจินดาพิสุทธิ์..น่าจะหมายถึงปักษา มีนา..หรือวาหุ..สินธุมากกว่า..เราเป็นญาติของนาง..”

“..ข้าคิดไม่ผิด..พวกท่านทั้งสอง..มีความหมายต่อนางไม่ใช่น้อย..”

แพคเกจกำหมัด..

“..ตกลงท่านเป็นใครกันแน่..”

ศศินาคิดด้วยสติปัญญาที่ฉลาดอันเหมือนกับแม่ของเธอ..ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ ..

“..ท่านคือเจ้าชายอนันตรัย..ท่านหมายปองเจ้าหญิงอจินไตย..”

แพคเกจรู้สึกหนาวเหน็บ..

“..เอาตัวเรามาทำไม..แล้วก็..”รู้สึกถึงการถูกดึงผ่านสภาวะว่างเปล่า..ก็ใจหาย.. “..นี่คือวิชาอากาศมนตราใช่ไหม..”แพคเกจหนาวเหน็บ..

“..คนนอกแคว้นสนธยา..ต่อให้ฝีกฝนวิชาอากาศมนตราได้..ก็ไม่ควรจะมีอำนาจระดับนี้..”

ศศินาเม้มปาก..ปราดเข้าหา..

แล้วตัวเองกลับถูกผ้าแพรผืนหนึ่งขวางไว้..

ศศินาขัดใจ.แต่ผ้าแพรประหลาดก็ม้วนตัวเป็นท่อน..และฟาดใส่..

ศศินาหลบ..แต่เหมือนผ้าแพรจะทราบว่าเธอจะหลบไปทางไหน..สามารถดักฟาดได้ถนัด..

เสียงป้าบลั่น...

ศศินารู้สึกถูกกระบองที่ทั้งหนักทั้งแข็งแกร่งฟาดจนเจ็บปวดไปหมด....

แพคเกจกำหมัด..กระทืบเท้า..และปราดเข้ามา..ต่อยหมัดสูญญตาใส่..

เจ้าชายอนันตรัยไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าก้าวเท้าและโบกมือ..

ให้ตาย..เหมือนเขารู้ว่าแพคเกจจะต่อยไปทางไหน..เดินฝ่าเงาหมัดอย่างโปร่งใจ..

หมัดสูญญาตาของแพคเกจเหมือนต่อยใส่ความว่างเปล่า..

แล้วก็มีพลังที่หนักหน่วง..กระแทกใส่อย่างแรง..

พลังมาจากมือที่โบกใส่..กระแทกใส่ตำแหน่งที่แพคเกจไม่ทันระวังเหมือนรู้ว่าเธอจะปิดป้องตรงไหนบ้าง..

ขนาดตั้งใจมอง..ยังมองไม่เห็นเลยว่ามันอะไรกันแน่..

แพคเกจกระอักเลือดออกมา..

เจ้าชายอนันตรัยหัวเราะเบา ๆ ..

“..เพียงแต่บอกเจ้าหญิงของพวกท่าน..หากจะเข้ามาในตำหนักชิงพลบ..ขอสิ่งที่ต้องการแต่โดยดี..ข้าจะมอบให้..และมอบเจ้าหญิงอจินไตยให้ข้า..จะได้ไม่ต้องใช้กฎแห่งการท้าชิงรัก..เพราะข้าไม่ต้องการต่อสู้กับนาง..”

ที่แท้..นี่คือการข่มขู่..

“..ข้าอนันตรัย..ไม่ต้องการทำร้ายสตรี..”เจ้าชายอนันตรัยพูด.. “..หวังว่า..เจ้าหญิงของท่านคงเข้าใจที่ข้าทำอย่างนี้กับท่านทั้งสอง..”

ก่อนจะโบกมือ..

แพคเกจกับศศินาที่บอบช้ำจากการถูกกระแทก..รู้สึกสภาวะรอบข้างเปลี่ยนแปลงอีก..

ไม่ช้า..ก็ปรากฏในห้องเดิม...

แต่ทั้งสองก็บาดเจ็บสาหัส..

ในมิติของแคว้นสนธยา..ทั้งสองไม่มีพลังที่ได้จากการข้ามมิติ..ที่สามารถชนะความตาย..

บาดเจ็บก็คือบาดเจ็บ..หากจะตายก็คือตาย..

แต่พลังของหมาป่าแวมไพร์ฮาล์ฟบลัดแต่ดั้งเดิม..ก็มากเพียงพอแล้ว..

แต่กลับไม่อาจจะเป็นคู่มือของเจ้าชายอนันตรัยแม้แต่น้อย..

ทั้งสองช่วยกันพยุงกายลุกขึ้น..

“..ริต้า..ริต้า..”แพคเกจร้อง. “..ริต้าไม่มีทางชนะพลังอากาศมนตรากับแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของเจ้าชายอนันตรัยได้เลย...”

ศศินาบ้วนเลือดออกมาคำใหญ่..

“..ไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย..ขนาดกับเทวีแวมไพร์..ยังไม่หนักขนาดนี้..”

“..ต้องบอกริต้า..”แพคเกจโซเซไปยังประตูห้อง..

ศศินาตามประคองกันไป..รู้สึกหนักใจแทนญาติผู้น้องอย่างริต้าหรือจินดาพิสุทธิ์..

นี่จะชนะได้อย่างไร..

.....

เมื่อเคาะประตูห้อง..และเข้ามากุมหน้าอกต่อหน้าจินดาพิสุทธิ์และอจินไตย..เหมือนกับอยากจะบอกอะไรสักอย่าง..แต่จินดาพิสุทธิ์กลับถามขึ้นว่า..

“..เขาทำร้ายพี่นากับแพคหรือ..”

แพคเกจพยักหน้า..

อจินไตยพูดเหมือนรำพึง..

“..อนันตรัยข่มขู่เธอนะ..ริต้า..”

จินดาพิสุทธิ์หันมาทางคนรัก..

“..อจินไตย..ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปหรอก..”

“..มีทางเดียวที่จะไม่ให้เขาลงมือ..คือ..อย่าให้เขาใช้กฎท้าชิงรักได้..”

“..ถ้าเราไม่ไปในที่ของเขา..เราก็จะไม่ได้ตำราเล่มสุดท้ายนะ..”

อจินไตยเม้มปาก..

“..ริต้า..ฉันไม่คิดว่าเค้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้..วิชาอากาศมนตราของเธอต่อให้เก่งกาจขนาดไหน..มองดูแล้ว..ก็ไม่มีทางสู้กับเจ้าชายอนันตรัยได้เลย..”

จินดาพิสุทธิ์นิ่งงัน..

สภาพของศศินากับแพคเกจบอกอะไรได้หลายอย่าง..

ที่แน่ ๆ ..การจัดการสองปีศาจแห่งอนันตกาลในพริบตา..หมายถึงความเหนือล้ำของวิชาอย่างเห็นได้ชัด..

แต่ไม่ว่าอย่างไร..อย่างน้อยยังบรรลุวัตถุประสงค์ได้ข้อหนึ่งนั่นคือ..น่าจะไม่มีปัญหาหากจะขอตำราเล่มสุดท้ายที่อนันตรัยเก็บไว้ทีตำหนักชิงพลบ..

เพียงแต่ต้องเสียอจินไตยไปเท่านั้น..

เจ้าหญิงอจินไตยถอนหายใจ..

“..ตำราเล่มนั้น..สำคัญต่อเธอมาก..ริต้า..ฉันเข้าใจ..มันไม่มีทางเลือก..”

“..มีอยู่อย่างหนึ่งที่ฉันอยากจะถาม..”จินดาพิสุทธิ์นิ่งคิด..

“..มีอะไรหรือริต้า..”

“..ฉันว่าฉันไม่เข้าใจกฎท้าชิงรักโดยละเอียด..อย่างเช่น..การปรากฏในสถานที่ของผู้ที่จะท้าชิงรักได้..คืออะไร..”

“..ทางกฎของแคว้นสนธยาค่อนข้างจะเคารพต่อสิทธิ์ส่วนบุคคลมาก..”อจินไตยพูด.. “...หากเราปลงใจคบหากัน..มีใจต่อกัน..กับคนที่มีใจกับฉันเช่นเดียวกับเธอ....ฉันก็ไม่ควรจะไปเสาะหาเขาถึงที่ใช่ไหม..แต่หากเราไปเสาะหาเขาถึงที่..แปลว่า..อาจจะต้องมีใจอยู่บ้าง..จึงมีกฎแห่งการท้าชิงรักเพื่อให้ตัดปัญหาให้เด็ดขาดว่า..ควรจะรักใครดี...แต่ต่อมา.มันก็รวมถึงการที่คนรักที่แท้จริงย่างเหยียบไปในพื้นที่ของคนที่มีใจต่อคนรักของตนเองด้วย..”

“..พอจะเข้าใจล่ะ..แล้วหากว่า..เจ้าชายอนันตรัยพาฉันเข้าไปในวังเองเหมือนกับที่ทำกับแพคหรือพี่นานี่ล่ะ..”

“..หมายความว่ายังไง..”อจินไตยดูจะฉงน..

“..ก็ตามนั้นแหละ..หากฉันหรือเธอไม่ได้เข้าไปด้วยความตั้งใจ..แต่เค้าเอาฉันเข้าไปเองล่ะ..กฎจะใช้ได้ไหม..”

อจินไตยนิ่งคิด..

“..นั่นไม่ถือว่าเราไปในที่ของเขาโดยตั้งใจ..กฎข้อนี้ไม่อาจจะใช้ได้..”

แพคเกจกับศศินามองหน้ากัน..

“..ยังมีการกระทำใดบ้างที่เป็นเงื่อนไขของกฎการท้าชิงรัก..”แพคเกจถาม..

อจินไตยคิด..ยังไม่ทราบจะพูดอย่างไรดี..

คนที่ถามขึ้นกลับเป็นจินดาพิสุทธิ์..

“..แล้วถ้ามีการท้าสู้กัน..แล้วไม่แพ้ไม่ชนะเล่า..”

อจินไตยตาเป็นประกาย..

“..ถ้าไม่แพ้ไม่ชนะ..คือเสมอ..ดังนั้น..จึงเท่ากับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง..”

จินดาพิสุทธิ์ครางอือม์..

“..งั้นก็ไม่มีปัญหาสินะ..อจินไตย..ฉันอาจจะชนะไม่ได้..แต่ถ้าเสมอ..ก็ไม่แน่เหมือนกัน..”

“..วิธีของเธอหมายความว่า..เธอจะสู้ให้เสมอ..”

“..ก็เอาชนะเขาไม่ได้นี่นา..เค้าเก่งกว่าฉัน..กล้าแข็งกว่าด้วย..”จินดาพิสุทธิ์พูดอย่างไม่นำพา.. “..ใจจริงเป้าประสงค์ก็แค่ไม่เสียเธอให้ใครก็พอแล้ว..”

อจินไตยยิ้มออกมาอีก..

จินดาพิสุทธิ์น่ารักกับนางเสมอ..

นางยังถามอีกว่า..

“..พวกเธอชาวสนธยามักจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่เชื่อมโยงระหว่างกัน..แต่ก็ต้องมีทางทำให้เรื่องราวหลายเรื่องเป็นความลับได้บ้าง..อาทิเช่น..ถ้าฉันมีอะไรกับเธอคืนนี้..คนอื่นไม่ว่าใครก็ตาม..ก็ไม่ควรจะรู้..”

สีหน้าของอจินไตยเป็นสีแดงเพราะความอาย..

แพคเกจถึงกับครางออกมาอย่างยินดี..

”..นี่มันความนัยเบื้องลึกเลยนะเนี่ย..”

“..ก็ควรจะจริงนะ..หากจะรู้เรื่องราวทั้งหมดมันก็เกินไป..ก็ควรจะมีแยกแยะให้ได้ว่าใครควรรู้บางเรื่องและไม่ควรรู้บางเรื่อง..”ศศินาครางอือม์...

อจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..เราจะมีสิ่งที่เรียกว่าผงไร้ลักษณ์..ลักษณะคล้ายแป้งฝุ่น..หากโรยตัวไปแล้ว..อำนาจแห่งการหยั่งรู้ไม่ว่าจะมาจากอำนาจใดจะเข้าไม่ถึง..ว่าตามตรง..เวลาฉันกับริต้า..เอ่อ.มีอะไรกัน..ฉันก็จะใช้ผงไร้ลักษณ์โรยตัวก่อน...”

แพคเกจอุทานออกมา..

“..นั่นไง..”

“..เท่านี้..ก็เพียงพอแล้วล่ะ..”จินดาพิสุทธิ์แย้มยิ้ม.. “..แค่นี้ก็บุกตำหนักชิงพลบได้แล้ว..”

เหมือนอจินไตยพอจะทราบว่าจินดาพิสุทธิ์จะดำเนินการอย่างไร..

แต่เธอก็เดินไปที่โต๊ะเครื่องแต่งตัว..และหยิบตลับคล้ายตลับแป้งให้ศศินา..

“..ฉันให้พวกเธอไว้..นี่เป็นผงไร้ลักษณ์ของฉัน..”

แพคเกจอดถามไม่ได้..

“..แล้วพวกเธอล่ะ..”

“..ไม่ต้องห่วง..ฉันมีหลายอัน..”อจินไตยพูดเสียงเรียบ.. “..ยังไงคืนนี้จะต้องใช้มันแน่..”

บางทีเจ้าหญิงที่ดูประหลาดคนนี้..ก็ดูจะหน้าบางเอียงอาย..แต่บางอารมณ์ก็เปิดเผย..

แพคเกจหัวเราะฮิฮะ...รู้ความนัยของคำพูดของอจินไตยดี..

ส่วนเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์หรือริต้า..เหมือนไม่ได้ใส่ใจท่าทีของแพคเกจ..

เพราะทันทีที่อจินไตยพูดว่า..ยังไงคืนนี้ต้องใช้มันแน่..เจ้าหญิงแห่งวังจันทราก็จ้องมองรูปร่างของนาง..พร้อมกับลอบกลืนน้ำลายเบา ๆ ...

.......

ตำหนักชิงพลบเป็นส่วนหนึ่งของวังสนธยา..และกินอาณาเขตเกือบครึ่งของวังสนธยา..

นั่นแสดงถึงอำนาจการปกครองแคว้นสนธยา..ของเจ้าตำหนักชิงพลบ..ซึ่งมีอำนาจไม่ด้อยไปกว่าเจ้าแห่งวังสนธยาเลยตามกฎเกณฑ์...เพียงแต่การออกหน้าว่ามีอำนาจสูงสุด..ยังคงใช้วังสนธยาเป็นหลักอยู่..

ตำหนักชิงพลบ..แม้จะชื่อชิงพลบ..แต่ก็มีเช้า..สาย..บ่าย..ค่ำ..เหมือนกับที่อื่น ๆ ..

สายวันนี้..ร่าง ๆ หนึ่งในชุดขาวกะทัดรัด..มีชายแพรสองชายข้างลำตัว..เดินช้า ๆ ตรงมายังประตูตำหนัก..

สีหน้าแม้จะเรียบเฉย..แต่ก็มีความทรงพลังอยู่..การย่างก้าวเป็นไปอย่างเชื่องช้า..แต่ร่างกลับเคลื่อนที่ได้เร็วผิดสังเกต..ถือเป็นความประหลาดประการหนึ่ง..

ก่อนจะถึงประตูตำหนัก..ร่างนั้นก็หยุดนิ่ง..

และหยุดนิ่งอย่างนั้นหน้าตำหนัก..

นิ่งราวกับรูปปั้น..

ถึงกับนิ่งราวหนึ่งชั่วยาม..

มาตราส่วนเวลาของแคว้นสนธยาเฉกเช่นดินแดนแถบอื่นของมิติเร้น..หากจะนับเวลาเทียบกับโลกปัจจุบัน..หนึ่งชั่วยาม..มันกินเวลาราวชั่วโมงครึ่ง...

หนึ่งชั่วยามที่ยืนนิ่งราวรูปปั้น..ไม่ปริปากอันใดเลย..คงมีแต่ผู้ฝึกจิตสูญญตาเท่านั้นที่ทำได้..

ใช่..นางคือ..จินดาพิสุทธิ์..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..ผู้ซึ่งมีพลังดุจเดียวกับชาวมิติเร้น..

จินดาพิสุทธิ์นิ่งอยู่อย่างนั้น..เข้าจิตดิ่งเข้าสู่สภาวะสูญญตา..ซึ่งมีแต่ความว่างเปล่า..

ความว่างของจิตสูญญตาจะทำให้มีพลังบางอย่างแผ่ออกมา..และมันเหมือนเป็นธรรมชาติของการเข้าถึงความว่างเปล่านี้ของจิตสูญญตา..

ด้วยพลังชนิดนี้..คนในตำหนักย่อมรู้สึกได้ว่าเจ้าหญิงแห่งจันทรามาถึงหน้าประตูตำหนักแล้ว..

แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาอันใด..

หนึ่งชั่วยามผ่านพ้น..ประตูก็เปิดออก..

คนที่ปรากฏตัว..คือชายหนุ่มทายาทรุ่นหลานของเจ้าเมฆแดงแห่งตำหนักชิงพลบ..นามคือ..เจ้าชายอนันตรัย..

จินดาพิสุทธิ์มาหาเจ้าชายอนันตรัย..คนในตำหนักล้วนแต่ล่วงรู้..ก็ต้องให้เจ้าชายอนันตรัยออกมาต้อนรับเอง..

เจ้าชายอนันตรัยมองดูหญิงสาวชุดขาว..ก่อนจะถอนหายใจ..

“..ท่านคือเจ้าหญิงแห่งวังจันทรา..ผู้ซึ่งครอบครองหัวใจของเจ้าหญิงอจินไตยของข้า..”

จินดาพิสุทธิ์ยังคงนิ่งเฉย..

“..ข้ามาหาท่านเพราะทราบว่าท่านมีตำราเล่มสุดท้ายแห่งราชาปีศาจ..”

อนันตรัยหัวเราะกังวาน..

“..ข้ารู้ว่าท่านต้องการมัน..จึงได้เสาะหามาเก็บไว้ในตำหนัก..”

“..หวังว่าข้าจะได้เหยียบย่างเข้ามาที่นี่..”

“..ถ้าจะมีสิ่งใดที่จะให้เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์มาถึงตำหนักชิงพลบได้..ก็มีแต่ตำราเล่มสุดท้ายนี้..”

“..ข้าถือสาในมารยาท..ไม่อาจเข้าตำหนักท่านโดยพละการ..”

“..ถ้าเยี่ยงนั้น..เชิญเถิด..”

อนันตรัยผายมือเชื้อเชิญ..จินดาพิสุทธิ์ก็ค่อยเดินเข้าไป...

เจ้าชายอนันตรัยหัวเราะเบา ๆ ..เดินตามเจ้าหญิงซึ่งหมายปองสตรีนางเดียวกัน..เข้าไปด้านใน..

ประตูตำหนักปิดแล้ว..

เพียงแต่..คงไม่มีใครทราบ..

อีกด้านหนึ่ง..เจ้าหญิงอจินไตย..นำแพคเกจศศินา..รวมทั้งวาหุ สินธุ ปักษา มีนา..ลอบแอบเข้ามาในตำหนักเป็นผลสำเร็จ..

สาเหตุสำคัญ..ก็เพราะการแผ่จิตสูญญตา..ทำให้ทุกคนในตำหนักจดจ่ออยู่กับเจ้าหญิงแห่งวังจันทราเป็นสำคัญ..

ลอบกระโดดเข้ามาในตำหนักได้..อจินไตยก็นำทุกคนลัดเลาะไปตามทาง..

เสียงแพคเกจบ่นว่า..

“..ทำไมเราไม่ไปลุยร่วมกับริต้า..แบบนี้ไม่สนุกเลยนะอจินไตย..”

เจ้าหญิงอจินไตยหัวเราะเบา ๆ ..

“..เราต้องเข้าไปยังตึกทรงกลด..ตึกที่เก็บข้าวของสำคัญ..ซึ่งหนึ่งในนั้น..มีตำราเล่มสุดท้ายของราชาแวมไพร์ด้วย...ริต้าจะล่อหลอกให้ทุกคนสนใจนาง..ฉันทราบว่า..การที่เจ้าชายอนันตรัยจะใช้กฎท้าชิงรักกับริต้าเพื่อแย่งฉัน..ทำให้คนในตำหนักจดจ่อกับเรื่องนี้จนไม่เป็นอันทำอะไร..เหมือนแฟนบอลกำลังใส่ใจแมทช์สำคัญของทีมโปรดนั่นแหละ..”

แพคเกจชะงัก..ศศินาสะดุด..รวมถึงสองนางกำนัลและสององครักษ์ด้วย..

ศศินาอดพูดไม่ได้..

“..เธอพูดยังกับว่ามาจากมิติของฉันงั้นแหละ..”

“..นั่นสิพี่นา..”แพคเกจสนับสนุน.. “..รู้จักฟุตบอลด้วย..”

“..ฉันต้องรู้ว่าบ้านของริต้าเป็นยังไง..ก็แค่นั้นแหละ..เอาง่าย ๆ ..ฉันใช้สำนวนของมิติของเธอคุยกับเธอ..ก็ยังไม่แปลกใจอีกหรือไง..”

พูดจบเจ้าหญิงที่ดูลึกลับก็ทำท่าเหมือนกับค้อนวงหนึ่ง..

ทำให้แพคเกจหน้าเลิ่กลั่ก..

แว่บหนึ่งก็รู้สึกว่า..ทำไมอจินไตยถึงมีเสน่ห์ขนาดนี้..นอกจากสวยแล้วยังมีเสน่ห์..

แค่คิดวูบเดียว..ก็เหมือนมีมือมาดึงหู..โอว์..พี่นา..

ศศินาพูดขึ้นเหมือนไม่พอใจ..

“..ฉันแค่มองประกายตา..ก็รู้ว่าเธอคิดอะไรนะแพคเกจ...ห้ามเด็ดขาด..นั่นของริต้า..”

แพคเกจหัวเราะอาย ๆ ..

อจินไตยแย้มยิ้ม..

“..การลอบเข้ามาในตำหนักชิงพลบ..ข้าแอบใช้ช่องทางนี้มาตั้งแต่วัยเด็ก..และข้ารู้เส้นทางของตำหนักทุกแห่งที่ได้ดีกว่าผู้ใดที่ไม่ใช่คนของตำหนักชิงพลบเอง..เราต้องขโมยตำราให้ได้..”

“..นำเราไปยังตำหนักทรงกลด..”เสียงวาหุเย็นชา..

“..แต่ต่อให้เราแอบเข้ามาสำเร็จ..การที่จะถูกผู้คนพบเห็น..มันก็เป็นไปได้..”เหมือนนางกำนัลปักษาจะกังวล..

“..ในเรื่องนี้ไม่ต้องห่วง..”สินธุมีสีหน้าลึกล้ำ.. “..เจ้าหญิงอจินไตยเตรียมการแก้ไขอยู่แล้ว..”

“..แก้ยังไง.พวกท่านยังไม่อาจเอาชนะทหารองครักษ์ของวังสนธยา..นั่นก็หมายถึงว่า..ทหารองครักษ์ของตำหนักชิงพลบ..ก็ควรจะเหนือกว่าพวกท่านเช่นกัน..”

“..เราเข้าใจแล้วว่าทำไมเราถึงดูด้อยกว่า..”วาหุเสียงเย็นชา..

“..หือ..”มีนาอุทาน.. “..หมายความเยี่ยงไร..ท่านวาหุ..”

“..พวกทหารองครักษ์เหนือกว่าเรา..เพราะสามารถล่วงรู้ว่าเราจะใช้วิธีการต่อสู้อย่างไร..จะเคลื่อนไหวไปทางไหน..เพราะคนของวังสนธยา..มีความสามารถสองอย่างที่เหนือกว่าคนเผ่าอื่น..หนึ่ง..พวกเขามีจิตหยั่งรู้..สอง..พวกเขาสามารถเดินทางไปในมิติต่าง ๆ ได้อย่างอิสระนั่นเอง..”

อจินไตยหัวเราะ..

“..เพียงแต่หากจะเคลื่อนไหวข้ามมิติภายในมิติแห่งแคว้นสนธยาเอง..กลับทำไม่ได้..มีคนเพียงไม่กี่คนที่ทำได้..และทุกคนต้องฝึกวิชาอากาศมนตราจนได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกแล้วเท่านั้น..”

แม้จะมองนิ่ง ๆ สายตาคล้ายงู..แต่นางก็ยังน่ารักตามแบบของนาง..

“..ส่วนที่ท่านวาหุกังวล..ก็แค่ใช้ผงไร้ลักษณ์โรยตัวพวกเราทุกคน..จะไม่มีใครจับการเคลื่อนไหว..และความคิด..หรือหยั่งรู้อะไรเกี่ยวกับเราได้อีก..ก่อนหน้า..เราก็โรยกันไปแล้ว..ผงไร้ลักษณ์มีอำนาจสองชั่วยาม..ต่อการโรยหนึ่งครั้ง..น่าจะเพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ..แต่หากไม่ทัน..เราก็มีตลับผงมาด้วย..”

สินธุตาทอประกาย..

“..เยี่ยงนี้ก็หมายความว่า..”

“..ท่านสามารถใช้เพลงดาบสายธาราที่ลึกล้ำของท่านได้เต็มที่..ในสองชั่วยามนี้..จะไม่มีใครดักทางการโจมตีได้อีก..เท่ากับว่า..พวกเขาไม่มีเปรียบพวกท่านเลยแม้แต่น้อย..”

แพคเกจศศินาสบตากัน..

“..แบบนี้..ก็เต็มที่ได้แล้วล่ะใช่ไหม..”

“..การจะแพ้ง่าย ๆ แบบที่พวกเธอเจอเมื่อคืน..คงยากแล้วล่ะ..แม้แต่เจ้าชายอนันตรัยเอง..ต่อให้ใช้วิชาอากาศมนตราก็ใช่จะเอาชนะพวกเธอได้ง่ายดายที่ไหนล่ะ..”

ศศินาพยักหน้า..

“..ถ้างั้นรีบนำพวกเราไปยังตึกทรงกลด..”

แพคเกจอดเป็นห่วงไม่ได้..

“..ว่าแต่ริต้า..จะยื้อเวลาไปได้ถึงไหนนะ..”

....

จินดาพิสุทธิ์เดินนำราวกับเป็นเจ้าของสถานที่..ไปยังห้องโถงกว้าง..

เสียงชมเชยดังขึ้น..

“..พลังจิตท่านแรงกล้านัก..ใช้อำนาจของอากาศมนตรา..ล่วงรู้กระทั่งว่าเราคิดจะพาท่านมาที่นี่..”

จินดาพิสุทธิ์ยืน ณ ตำแหน่งอาคันตุกะ..

อนันตรัยเดินไปยังตำแหน่งที่บ่งบอกว่าเป็นเจ้าของสถานที่..

ค่อย ๆ มีคนปรากฏทีละคนสองคน..รายล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้..

ความจริงมิใช่ล้อมอันใด..นี่คือการชมดูสิ่งที่อยากชมเป็นบุญตาสักครั้ง..

“..นานแล้วที่ตำหนักชิงพลบ..ไม่มีใครใช้กฎท้าชิงรักมาก่อน...”อนันตรัยพูดเสียงเรียบ..

ในบรรดาคนที่รายล้อม..ชายกลางคนผู้หนึ่ง..นั่งที่ตำแหน่งสูงสุด..

เขาคือเจ้าเมฆแดง..เจ้าตำหนักชิงพลบคนปัจจุบัน..

ทั้งเจ้าเมฆแดงและบริวารทั้งหลาย..ต่างก็ใจจดจ่อในเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น..

หนึ่ง..ตำหนักชิงพลบไม่มีใครใช้กฎท้าชิงรักมานาน..แต่เหนืออื่นใด..ในแผ่นดินนี้..ยากจะเห็นการต่อสู้ที่ใช้วิชาอากาศมนตรา..ซึ่งทั้งจินดาพิสุทธิ์และอนันตรัย..ต่างคนต่างมีวิชานี้..ตามเงื่อนไขความรักของเจ้าหญิงอจินไตย..

กฎเกณฑ์ของแคว้นสนธยามีหลากหลาย..กฎข้อหนึ่ง.คือ..ให้สตรีตั้งเงื่อนไขความรักได้ตามความพอใจ..

เจ้าหญิงอจินไตยตั้งไว้เพียงข้อเดียวคือ..ผู้ที่คู่ควรจะรักกับนาง..ต้องสำเร็จวิชาอากาศมนตรา..

อจินไตยสามารถปฏิเสธคนที่นางไม่ต้องการได้..และเลือกที่จะแต่งงานกับคนที่นางต้องการได้..หรือถ้าไม่แต่ง..จะยึดถือใครเป็นคู่ชีวิตก็ย่อมได้..เพียงแต่คน ๆ นั้น..ต้องสำเร็จวิชาอากาศมนตรา..

นี่คือกฎของนาง..

เพียงแต่..ยังมีอีกกฎหนึ่ง..คือกฎการท้าชิงรัก..

และอนันตรัยสามารถใช้กฎนี้ได้..หากอจินไตย..หรือจินดาพิสุทธิ์ต้องเหยียบย่างในดินแดนที่เป็นสิทธิ์ของอนันตรัย..ซึ่งก็คือตำหนักชิงพลบแห่งนี้..

เขาจะเป็นคนใช้กฎนี้แล้ว..

การใช้กฎท้าชิงรัก..เป็นสิ่งที่ชอบธรรม..เพราะเป็นกฎเกณฑ์แห่งแคว้นสนธยา..

อนันตรัยเหมือนทราบว่า..ทุกคนที่เหมือนเป็นทั้งคนดูและสักขีพยาน..พร้อมแล้ว..

ก็ประกาศว่า..

“..ตามกฎแห่งแคว้นสนธยาเรา..เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรา..เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตที่เป็นสิทธิ์ของเรา..ข้าเป็นผู้หนึ่งที่สำเร็จวิชาอากาศมนตราจนได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกมาครอบครองผืนหนึ่ง..ตามกฏเกณฑ์ความรักของเจ้าหญิงอจินไตย..ดังนั้น..ด้วยสิทธิ์ชอบธรรมโดยสมบูรณ์..ข้าขอใช้กฎแห่งการท้าชิงรักกับเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์แห่งแคว้นจันทรา..ขอสักขีพยานจงเปล่งเสียงแสดงมติแห่งพยานซึ่งข้าได้กระทำตามกฎเกณฑ์โดยสมบูรณ์ในสามครั้งด้วยเถิด..”

ทุกคนรอบบริเวณนำโดยเจ้าตำหนักชิงพลบ..เจ้าเมฆแดง..ต่างก็เปล่งเสียงแสดงถึงความเป็นพยานโดยพร้อมเพรียง.ฟังดูสะท้านขวัญไปทั่ว..

จินดาพิสุทธิ์ได้แต่พยักหน้า..

เจ้าชายอนันตรัย..ยิ้มเล็กน้อย.

“..เห็นแก่ท่านที่เป็นสตรี..และข้ารู้ว่าท่านต้องการสิ่งใดจากข้า..ขอยืนยัน..ตำราที่ท่านต้องการจะเป็นของท่าน..ไม่ว่าท่านจะแพ้หรือชนะข้าก็ตาม..”

จินดาพิสุทธิ์เป่าปาก..

“..กฎแห่งแคว้นสนธยา..มีความเข้มขลังนัก..”

“..เชิญเถิด..ในฐานะอาคันตุกะ..และสตรี..ท่านสามารถลงมือก่อนโดยที่ข้าจะไม่ตอบโต้สามครั้ง..”

“..เคยมีการใช้กฎแห่งการท้าชิงรักแบบที่ท่านใช้ในวันนี้หรือไม่..”

“..กฎการท้าชิงรัก..เป็นกฎที่ศักดิ์สิทธิ์..ถือเป็นเกียรติยศสูงสุด..”

“..กับการท้าสู้กับสตรีเยี่ยงข้า..”

“..เรารักคน ๆ เดียวกัน..สิ่งเหล่านี้..มิใช่สิ่งประหลาดอันใด..”

“..สตรีย่อมเสียเปรียบบุรุษวันยังค่ำ..และอจินไตยก็รักข้ามากด้วย..”

จินดาพิสุทธิ์เน้นย้ำทีละคำอีกครั้ง..

“..กฎช่างเข้มขลังนัก..กระทั่งท้าสู้กับสตรี..บุรุษอย่างท่านก็ทำได้ด้วย..”

คำพูดนี้เหมือนตบหน้าทุกคนรอบบริเวณ..

ต่างคนต่างก็มองหน้ากัน..

เจ้าเมฆแดงพูดขึ้นในฐานะประมุขแห่งตำหนักชิงพลบว่า..

“..ได้ยินว่า..ท่านฝึกวิชาอากาศมนตราสำเร็จ..คนที่ฝึกวิชาสุดยอดได้..ยังจะต้องมีคำว่าชายหญิงด้วยหรือ..”

เจ้าชายอนันตรัยเม้มปาก..

“..เพราะท่านเป็นสตรี..เราจึงต่อให้ท่านลงมือสามครั้งแล้ว..”

“..ถ้าลงมือต่อท่านโดยที่ท่านไม่ตอบโต้ครบสามครั้งยังไม่สำเร็จ..ก็แปลว่าข้าอ่อนด้อยจนไม่ว่าอย่างไรก็แพ้แน่นอน..คนที่พอจะสู้กันได้..จะไม่ต่อให้กันเยี่ยงนี้หรอก..”

เจ้าชายอนันตรัยขบกราม..

“..แล้วท่านจะเอาเยี่ยงไร..”

“..ในโลกของข้ามีกีฬาชนิดหนึ่ง..ที่คนอ่อนแอก็สามารถต่อสู้กับคนแข็งแกร่งได้..ชายก็สู้กับหญิงได้โดยไม่ผิดกติกา..แถมยังยุติธรรมอีกด้วย..นั่นคือกีฬากอล์ฟ..”

กอล์ฟ..ทุกคนพึมพำ..

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะอีก..

“..เพราะทุกคนจะมีสิ่งที่เรียกว่าแฮนดี้แคปหรือแต้มต่อ...คนที่เก่งที่สุด..จะมีแต้มต่อเป็นศูนย์..เมื่อแข่งกับคนด้อยฝีมือแต้มต่อสักร้อยสองร้อย..ก็สามารถแข่งกันได้แล้ว..”

เจ้าชายอนันตรัยถามว่า..

“..แล้วท่านจะทำอย่างไร..”

“..การจะปะทะฝีมือกับท่าน..ย่อมจะทำให้เกิดความบาดเจ็บเสียหายต่อสตรีเยี่ยงข้า..หากได้ชัยก็ไร้เกียรติ..เราอาจจะต่อสู้ด้วยการผ่านคนกลาง..เพียงหาคนที่เก่งกาจที่สุดในที่นี้..มาต่อสู้กับวิชาอากาศมนตราท่านและของข้า..ท่านคิดว่า..จะเอาชนะคน ๆ นั้นได้ในระยะเวลาเท่าใด..วิชาอากาศมนตราของข้าน่าจะเป็นรองท่านสักหนึ่งช่วง..หากข้าชนะเขาในเวลาที่มากกว่าท่านเกินสองเท่า...ข้าถือว่าแพ้..แต่ถ้าชนะในเวลาไม่เกินสองเท่า..ข้าก็ถือว่าชนะ..”

จินดาพิสุทธิ์พูดจบก็ยิ้ม..

“..นี่คือแฮนดี้แคปของข้า..”

ให้ตาย..ใครจะคิด..การต่อสู้ในตำหนักชิงพลบ..จินดาพิสุทธิ์จะขอใช้แฮนดี้แคปด้วย....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น