หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

สมาคมแลกเปลี่ยนทราฟฟอร์ดยินดีต้อนรับ... คุณพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเราแล้วหรือยัง?

บทที่ 59 ผมแค่ลองถามดูเฉยๆ

ชื่อตอน : บทที่ 59 ผมแค่ลองถามดูเฉยๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 160

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 59 ผมแค่ลองถามดูเฉยๆ
แบบอักษร

ชื่อที่โทรเข้ามาคือ เริ่นจื่อหลิง 

ถูจยาฉิงลังเลอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็ไม่ได้ตัดสินใจรับสาย แต่ไม่นานนักก็มีข้อความส่งมาจากหมายเลขเดิมนั้น 

ใจความเกี่ยวกับเรื่องกินข้าวตอนเย็น 

เธอนึกถึงผู้ชายและผู้หญิงที่เธอพบที่มหาวิทยาลัยในวันนั้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ จำได้คร่าวๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นชื่อเริ่นจื่อหลิง...เหมือนจะเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของพี่สาว 

เกรงว่าน่าจะเป็นคนที่สนิทสนมคุ้นเคยกับพี่สาวมากกว่าคนที่ทำงานกับถูจยาหยาในตอนนี้เสียอีก คนแบบนี้จะไปพบอีกไม่ได้เด็ดขาด 

แม้ว่าเธอจะสลับร่างกับพี่สาวตัวเองแล้ว แต่สำหรับเริ่นจื่อหลิงคนนี้เธอไม่รู้จักเลยสักนิด ยากที่จะระวังไม่ให้ผิดสังเกตได้ 

ถึงแม้ว่าการสลับร่างเช่นนี้จะสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ต้องระวังยังไงก็ระวังไว้ก่อนดีกว่า 

ห้องใต้ดินนี้เป็นห้องที่พี่สาวเช่าไว้ตอนเพิ่งเดบิวต์ใหม่ๆ หลายปีหลังจากนั้นพี่สาวก็โด่งดังมาก เลยซื้อที่นี่ไว้เป็นสถานที่แห่งความทรงจำที่หนึ่ง 

จะไม่มีใครมาที่นี่...ชั่วคราว ชั่วคราวเท่านั้นแหละ 

คิดไปคิดมา ถูจยาฉิงก็สูดหายใจเข้าเต็มปอด...เรื่องเลวร้ายที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว แล้วก็ทำไปแล้วด้วย ไม่มีอะไรให้เสียใจภายหลังอีกแล้ว 

เธอขับรถสปอร์ตของพี่สาวมุ่งหน้าไปที่เทียนอิ่ง เอ็นเตอร์เทนเมนท์ วันนี้ก็มีแจ้งมาว่าจะต้องไปร่วมกิจกรรมที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง 

... 

... 

“คุณเฉินครับ ถ้าคุณพ่อของคุณยังมีท่าทีไม่ยอมอ่อนให้ เรื่องคงจะยากขึ้นนะครับ” 

ยังคงอยู่ในแถบเมืองเก่า เพียงแต่เป็นในร้านน้ำชาแห่งหนึ่งที่ดูโอ่อ่าเรียบหรู นักธุรกิจหนุ่มขมวดคิ้วมองลูกชายของเหล่าเฉิน “คุณคงรู้นะครับ ทางผมใช้เวลาคุยไปไม่น้อย ถึงให้ราคาสูงกับคุณได้...ถ้าเป็นที่อื่น คงไม่ได้ราคาสูงขนาดนี้” 

“คุณหวง ผมเข้าใจครับ” คุณเฉินถอนหายใจบอก “พ่อผมก็เกินไปจริง...เพียงแต่ ที่จริงวันนี้ผมก็...ไม่เคยเห็นพ่อผมโกรธมากขนาดนี้มาก่อนเลย หรือว่าไม่ขายแล้วได้ไหมครับ?” 

คุณหวงได้ยินก็ไม่พอใจ “คุณเฉินครับ นี่คุยกันเรียบร้อยแล้ว หรือว่าคุณยังคิดว่าราคาต่ำเกินไปเหรอครับ?” 

คุณเฉินส่ายหน้า “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” 

พอเห็นคุณเฉินโลเลไม่แน่ใจ คุณหวงก็รีบบอกว่า “คุณเฉินครับ พูดตามตรงนะครับ ด้วยงานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ชีวิตก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่คุณเคยคิดถึงอนาคตบ้างไหม? ลูกๆ ในครอบครัวคุณก็โตไว จะเข้าเรียนแล้ว คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมหวังจะให้ลูกตนเองมีการศึกษาดีๆ แต่โรงเรียนดีๆ ก็ใช่ว่าจะเข้ากันได้ง่ายๆ อีกอย่างคุณเองก็คงไม่อยากให้ภรรยาต้องลำบากหรอกใช่ไหมครับ? ตอนที่คุณคิดแต่งงานกับเธอ คุณก็คงอยากให้เธอมีชีวิตดีๆ ใช่ไหมล่ะ? แต่คุณเคยลองถามตัวเองดูบ้างไหมว่า ตัวคุณเองทำได้หรือยัง? อีกอย่างนะครับ อีกไม่กี่ปี คุณก็มีเรื่องให้ต้องห่วงลูกของคุณมากขึ้นอีก คุณรู้ไหมว่าปัจจุบันนี้หลังแต่งงานต้องใช้เงินเท่าไหร่?” 

คุณเฉินที่เริ่มมีอาการกังวลใจเล็กน้อยออกแรงลูบรอยยับบนกางเกงชุดสูทบริเวณต้นขา กัดฟันพูดอย่างจำยอม “งั้นเอาเถอะ ผมจะพยายามเกลี้ยกล่อมพ่อผมดูสักครั้ง” 

“งั้นก็ดีครับ ผมจะรอข่าวดีจากคุณนะครับ” คุณหวงยิ้มๆ ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “ผมยังมีงานต้องทำขอตัวกลับบริษัทก่อนนะครับ” 

เขาพูดพลางน้อมศีรษะลงเล็กน้อยให้ลูกชายเหล่าเฉิน แล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์หน้าประตู ก่อนหิ้วติ่มซำที่ห่อเรียบร้อยสองห่อจากบริกร “รวมกับบิลที่โต๊ะนั้นนะครับ เดี๋ยวเขาจะเป็นคนจ่ายเงิน” 

พูดแล้ว คุณหวงก็เดินออกประตูร้านไปเลย แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกประตูไปยังหันกลับมาจ้องมองแวบหนึ่ง พึมพำว่า “คิดว่าฉันจะมองนายเป็นพระเจ้าจริงๆ หรือไง ไอ้งั่งเอ๊ย!” 

แต่คุณหวงก็ถึงกับสะดุ้งโหยง เพราะตอนที่เขาเปิดประตูก็มีคนยืนอยู่หน้าประตูพอดี เรื่องไล่กวาดซื้อที่ไม่ราบรื่น คุณหวงย่อมอารมณ์ไม่ดีเป็นธรรมดา ในตอนนั้นสายตาของเขามองมาที่ชายหนุ่มสวมเสื้อธรรมดาๆ คนหนึ่งแวบหนึ่ง ร้องเฮอะออกมาคำหนึ่ง “ไม่ดูตาม้าตาเรือเลยหรือยังไง?” 

ด้วยอำนาจในตำแหน่งหน้าที่ที่ทำมาตลอดเวลาสิบกว่าปีมานี้ คิดข่มขวัญคนหนุ่มก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหม? 

“ผมมีธุระอยากจะคุยกับคุณสักหน่อย” 

“เธอรู้จักฉันด้วยเหรอ?” คุณหวงขมวดคิ้ว ยิ่งมองเจ้าหนุ่มนี่ก็ยิ่งไม่รู้ว่าทำไมยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ “ไม่ว่าง!” 

“ผมก็เป็นเจ้าของกิจการแถวๆ นี้เหมือนกัน ได้ยินว่าช่วงนี้พวกคุณกำลังไล่กว้านซื้อที่อยู่?” 

คุณหวงกำลังจะเดินไป พอได้ยินดังนั้นก็หันหน้ามา หัวเราะลั่น “แหม! จะให้เรียกน้องชายว่าอะไรดีล่ะ? ฉันเนี่ย ในวันที่อากาศร้อนมากแบบนี้ คนเราก็ต้องหงุดหงิดเป็นธรรมดา ปกติฉันไม่เป็นแบบนี้หรอก!” 

“พวกเราหาที่นั่งกันดีกว่า” 

“ได้ๆๆ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะคุยกัน!” คุณหวงคลี่ยิ้ม 

เพียงแต่ลูกชายของเหล่าเฉินยังอยู่ในร้านน้ำชา จึงไม่สะดวกเข้าไป และดูเหมือนว่าเมืองเก่าแก่เช่นนี้ก็มีที่ให้นั่งคุยอยู่ไม่น้อยเลย 

แต่ว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เจ้าหนุ่มนี้งดงามเสียจริง คุณหวงอดไม่ได้ที่จะมอง 

แต่ทว่าผู้หญิงก็ยังเทียบกับผลงานและค่าเปอร์เซ็นต์ไม่ได้เลย 

“น้องชาย ชื่ออะไรเหรอ?” 

หลังจากหาร้านแอร์เย็นสักร้านนั่งได้แล้ว คุณหวงก็รอไม่ไหวถามขึ้น 

ลั่วชิวกลับมัวแต่สั่งอาหารอย่างสบายใจ “ผมขอน้ำเปล่าก็พอครับ แล้วก็นมที่หนึ่งให้ผู้หญิงคนนี้ครับ” 

ลั่วชิวพูดกับบริกรเสร็จก็ยื่นเมนูอาหารไปด้านหน้าคุณหวง คุณหวงที่มีน้ำชาเต็มท้องก็ดื่มไม่ลงแล้ว จึงสั่งเครื่องดื่มแก้วหนึ่งแบบขอไปที 

บริกรเพิ่งเดินไป ลั่วชิวก็พูดขึ้น “พวกคุณมาจากบริษัทอะไรครับ?” 

เจ้าหนุ่มนี่ดูท่าจะหลอกไม่ได้ง่ายๆ เลยนะ? คุณหวงพึมพำ รีบยื่นนามบัตรของตนให้ นามบัตรเคลือบสีทองด้านบนมีตัวอักษรสามตัวหวงเฉิงอิน 

แล้วก็ชื่อบริษัท เหิงซินกรุ๊ป 

“จะว่าไปเหิงซินกรุ๊ปเนี่ย น้องชายคงเคยได้ยินมาบ้างแน่ๆ! บริษัทเราเป็นบริษัทใหญ่ไม่เป็นรองใครในแถบนี้เลยนะ!” หวงเฉิงอินยกนิ้วโป้งขึ้น ยิ้มแล้วพูดต่อ “ที่ของน้องชายอยู่ตรงไหนล่ะ? มีพื้นที่เท่าไหร่? ให้ฉันลองประเมินราคาให้ไหม?” 

“คุณหวง บริษัทของพวกคุณได้พื้นที่นี่ไปแล้ว คิดจะเอาไปทำอะไรต่อครับ?” 

คุณหวงตอบ “ก็ต้องสร้างตึกอยู่แล้ว!” 

ลั่วชิวจึงพูดขึ้นว่า “แบบนี้นี่เอง...ซื้อบ้านผมไปแล้ว ทุบทิ้ง แล้วก็สร้างตึกใหม่ แล้วค่อยขายให้คนอื่นต่อ ถ้างั้นผมจะไปอยู่ที่ไหนล่ะครับ?” 

คุณหวงนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง นึกขึ้นได้ก็พูดขึ้น “น้องชาย พวกเราเป็นถึงบริษัทใหญ่ ไม่ได้ต้องการที่ดินของเธอฟรีๆ เธอจะได้เงินยังไงล่ะ! เธอก็ซื้อที่อื่นอยู่ได้นี่! เธอลองคิดดูเดี๋ยวนี้ย่านเมืองใหม่สะดวกมากขนาดไหน ร้านอาหารของกินอร่อยๆ เพียบ เธอยังหนุ่มยังแน่น คงไม่คิดจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตหรอก มองไปทางไหนก็มีแต่ปู่ย่าตายายคนแก่ๆ ใช่ไหมล่ะ” 

“น้องชาย ยังไงเธอก็ลองคิดดูหน่อยนะ” หวงเฉิงอินคิดว่าถ้าพูดมากไปอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ จึงยอมถอยเพื่อโอกาสที่ดีกว่า “แต่เธอรีบหน่อยดีกว่า มีคนเซ็นหนังสือยินยอมหลายคนทุกวัน ถ้าขืนชักช้า ฉันเองก็ให้ราคามากไม่ได้นะ เธอคงเข้าใจนะ พอคนรอบๆ เธอย้ายกันไปหมดแล้ว อาคารบ้านเรือนก็ทุบทิ้งแล้ว ถึงตอนนั้นต่อให้เธอไม่อยากย้ายไปก็ต้องออกไปอยู่ดีใช่ไหมล่ะ” 

ตอนนั้นเองบริกรก็ขัดจังหวะด้วยนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ 

ลั่วเพียนเซียนมองนมที่เสิร์ฟมาตรงหน้าเธอ แกะหลอดดูดโดยไม่ลังเล ก่อนเสียบไปในกล่องนม น้ำผึ้งขวดเมื่อกี้เกรงว่าคงจะไม่เพียงพอสำหรับเธอ ตอนนี้สองมือถือกล่องนม ริมฝีปากงับดูดหลอดไม่ปล่อย 

ลั่วชิวมองดูอย่างสนใจ แล้วก็คลี่ยิ้มออกมา 

หวงเฉิงอินคิดว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้มันตั้งใจคุยกันจริงจังหรือเปล่า? ท่าทางแบบนั้นราวกับมาเดินเล่นห้างสรรพสินค้าเลย ไม่ว่าคนขายอย่างเขาจะนำเสนอสินค้าอย่างไร ก็พูดแค่ประโยคเดียวว่า ผมแค่มาเดินดู 

“เอ่อ...ผมแค่ลองมาถามดูน่ะครับ” 

ทางนี้เองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน หวงเฉิงอินนิ่งฟังลั่วชิวพูดประโยคนี้อย่างงุนงง 

“หา น้องชาย?” 

เจ้าเด็กนี้ทำอะไรปุบปับเสียจริงเลย ลุกขึ้นปุ๊บบอกจะไปก็ไป ไม่มีลังเลสักนิด หวงเฉิงอินเรียกสองสามคำก็ไม่หยุด เขาจึงอดไม่ได้ที่จะแอบสบถออกมา 

บ้าเอ๊ย! มาคุยกับฉันฆ่าเวลาหรือยังไง? 

ผ่านไปสักพักหวงเฉิงอินถึงลุกขึ้นจะเดินจากไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าบริกรจะเดินมาหา “คุณผู้ชาย จะเช็คบิลเลยไหมครับ?” 

หวงเฉิงอินพูดอย่างรำคาญว่า “เท่าไหร่?” 

“สี่สิบห้าหยวนครับ ขอบคุณครับ” 

“เดี๋ยวนะ น้ำเปล่าหนึ่งแก้ว โค้กหนึ่งแก้วแล้วก็นมหนึ่งกล่อง เธอคิดสี่สิบห้าหยวนเลย?” หวงเฉิงอินไม่พอใจในทันที 

“ไม่ใช่ครับ เมื่อครู่ตอนที่คุณผู้หญิงคนนั้นไปยังสั่งนมไปอีกสามกล่อง เป็นนมดีลักซ์เลย! แพงสุดแล้วครับ!” 

“ไอ้...!” 

หวงเฉิงอินโกรธจัด...แม้แต่เจ้าเด็กชื่ออะไรก็ยังไม่รู้เลย! 

ทั้งกินทั้งซื้อกลับ นี่เป็นคนหรือเปล่าเนี่ย!? 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น