หอหมื่นอักษร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 96 การสนทนาระหว่างผู้เฒ่าและเด็กหนุ่ม

ชื่อตอน : บทที่ 96 การสนทนาระหว่างผู้เฒ่าและเด็กหนุ่ม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2562 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 96 การสนทนาระหว่างผู้เฒ่าและเด็กหนุ่ม
แบบอักษร

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาอยู่กับโหลวหลานเป็นระยะเวลานานหรือไม่ แต่อ้ายฮุยรู้สึกว่าเขากลายเป็นคนที่ร่าเริงมากขึ้น

บางทีนี่อาจเป็นตัวตนที่แท้ของเขา

อ้ายฮุยครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ ที่โรงฝึกดาบเขามักอยู่เพียงลำพัง ไร้ซึ่งสหายวัยเดียวกัน และมักศึกษาคัมภีร์กระบี่เงียบๆ คนเดียว สมัยอยู่ในแดนร้าง ทุกคนต่างอยู่ในความตึงเครียดราวกับจะเกิดภัยขึ้นได้ทุกเมื่อ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่มีสหายในแดนร้างเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ยังมีเจ้าอ้วน แต่เจ้านี่ก็เชื่อใจไม่ได้นัก

โชคยังดีที่โหลวหลานเป็นคนดี ไม่สิ ทรายดี เดี๋ยวก่อน จะอย่างไรก็ฟังไม่เข้าที…

โหลวหลานกลับคืนร่างเดิมแล้ว “อ้ายฮุย อาจารย์เซ่าบอกให้โหลวหลานติดตามอ้ายฮุยในภายภาคหน้าได้ อ้ายฮุยเห็นอย่างไร”

 “ได้สิ เราเป็นคู่หูชั้นยอดนี่” อ้ายฮุยตอบโดยไม่ลังเล เขารู้สึกปรีดายิ่ง เขาทำได้แล้ว เขาหัวเราะจนตาแทบปิดและเปล่งเสียงอย่างเริงร่า “เดินทางรอบโลกด้วยกระบี่ของเราและทำเงินกันเถิด ข้าจะครอบครองยุคแห่งพลังธาตุ และโหลวหลาน เจ้าจะปกครองครัว!”

โหลวหลานผู้เคี่ยวน้ำแกง โหลวหลานผู้ทำความสะอาดโรงฝึก โหลวหลานผู้ช่วยอเนกประสงค์...

ไม่ว่าจะเป็นการอันใด โหลวหลานก็ทำได้ทุกสิ่ง

โหลวหลานรู้สึกเริงใจ เกิดเสียงดังปัง โหลวหลานก็กลายร่างเป็นคำว่า “เงินทอง” จำนวนนับไม่ถ้วนในหลากหลายขนาด คำเหล่านี้เริงระบำอยู่รอบตัวอ้ายฮุยราวกับฝูงปลา

หลังจากได้บันเทิงกับโหลวหลานแล้ว อ้ายฮุยก็จำต้องกลับไปฝึกวิชาต่อ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขากำลังอารมณ์ดีหรือไม่ เพราะแม้จะสาวไหมได้เพียงเล็กน้อย แต่อ้ายฮุยกลับไม่รู้สึกกังวลอีกต่อไป จิตใจเขาอยู่ในภาวะมั่นคง

เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีใจสงบขณะกำลังสาวไหมสนธยา นั่นทำให้อ้ายฮุยสามารถทำไปได้หนึ่งเมตรในครั้งเดียว

ชีวิตของเขาเริ่มมีแก่นสารสาระมากขึ้น เขาไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดสาวไหมสนธยา ด้วยตระหนักดีว่าการสาวไหมสนธยานั้นจำต้องใช้สมาธิที่สูง หากเขาเหนื่อยล้า มันจะลดประสิทธิภาพในการฝึกวิชาลง ในทางกลับกัน การได้พักผ่อนจะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกยิ่งกว่า

เขาเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ยังคงเข้าเรียนวิชากับผู้เฒ่าเพื่อถกกันเรื่องพลังธาตุ หลังจากสอนวิชามานานนับทศวรรษ ผู้เฒ่าจึงมีความรู้ในทฤษฎีอย่างลึกซึ้ง การสนทนากับผู้เฒ่าช่วยเปิดโลกทัศน์แก่อ้ายฮุย

เขาหารู้ไม่ว่าหวังโส่วชวนทึ่งศิษย์ของเขาเสียยิ่งกว่า

เขาอยากเตือนสติอ้ายฮุยตอนเห็นเขาฝึกวิชาทั้งวันทั้งคืน แต่เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าอ้ายฮุยจะตระหนักได้เองว่ามีบางสิ่งที่ไม่ถูกต้องแล้วก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น

หวังโส่วชวนสงสัยว่าศิษย์ของเขาปดเรื่องอายุหรือไม่ เขาดูช่ำชองและเป็นผู้ใหญ่มากจนถึงจุดที่เรียกได้ว่าน่าเกรงขาม เขาได้เห็นความสามารถที่หลากหลายในสนามเหนี่ยวนำ แม้ว่ารากฐานของอ้ายฮุยไม่มีอะไรต้องพูดถึง ทว่าภาวะอารมณ์และความมุ่งมั่นของเขาต่างหากที่จะทำให้เขาอาจเป็นคนเก่งในสามอันดับแรกได้

ช่างน่าเกรงขามอะไรเช่นนี้

อย่างไรก็ดี ความสามารถของอ้ายฮุยไม่ได้ปรากฏบนใบหน้า ภายใต้รูปลักษณ์ธรรมดาๆ ของเขา มีมหาสมุทรลึกลับซ่อนอยู่ภายใน

แรกเริ่มเดิมที หวังโส่วชวนเป็นผู้อธิบายและถ่ายทอดความรู้เรื่องพลังธาตุให้แก่อ้ายฮุย แต่เมื่อกาลผ่านไป เขากลับตระหนกเมื่อตระหนักได้ว่ามันเริ่มกลายเป็นเพียงการสนทนาระหว่างกัน

ศิษย์ของเขามีสัญชาตญาณประหลาดและเฉียบคมต่อเรื่องความแข็งแกร่ง ที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าคืออ้ายฮุยมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องการฝึกกระบี่โบราณ เขามักใช้ความรู้นี้เป็นแหล่งอ้างอิงและค้นคว้า ซึ่งมักมาพร้อมกับทฤษฎีและข้อสันนิษฐานที่ทำให้หวังโส่วชวนต้องตกใจครั้งแล้วครั้งเล่า

อ้ายฮุยเป็นเสมือนฟองน้ำที่พยายามซึมซับศาสตร์ทุกแขนงได้ไม่มีวันจบสิ้น

เขาเปลี่ยนเป็นคนละคนยามฝึกวิชา เขาสามารถสงบได้ในบางรูปแบบของการฝึก แต่เมื่อไรที่เขาเกิดความคิดใหม่ๆ ขึ้นมา เขาจะไม่ลังเลที่จะทดลองทำ

หวังโส่วชวนรู้สึกไม่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ เขาเป็นคนที่ระแวดระวังและหัวโบราณ หาไม่แล้วคงไม่อยู่ในสนามเหนี่ยวนำมานานถึงเพียงนี้

ในแง่มุมนั้น อ้ายฮุยแสดงให้เห็นจิตวิญญาณที่เข้มแข็งและความกล้าหาญที่ไม่ธรรมดา หวังโส่วชวนมีมายาคติหนึ่งอยู่ในใจ เขารู้สึกว่าศิษย์ของเขาคงไม่ลังเลที่จะกล้าเดิมพันชีวิตของตัวเองหากถึงคราวจำเป็น

เรื่องเสี่ยงที่เขาทำที่เจดีย์เสวียนจินอธิบายประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดี

หวังโส่วชวนปรารถนาอยากให้อ้ายฮุยสุขุมกว่านี้ ในทางตรงข้าม หันอวี้หินกลับชื่นชมในบุคลิกของอ้ายฮุย นางมองว่าเป็นการแสดงให้เห็นความเป็นชายชาญ เมื่อมีโอกาสนางมักแสดงความชอบใจทุกครั้งที่อ้ายฮุยแสดงออกถึงความเป็นชายชาญ

ยายเฒ่าผู้นี้ติดใจเขาเสียแล้ว

หวังโส่วชวนรู้สึกหมดหนทาง แต่คำพูดสองประโยคของนางทำให้เขาคิดได้ “อย่าบอกนะว่าเจ้าอยากให้ศิษย์เป็นเหมือนเจ้า ต้องอยู่ในสนามเหนี่ยวนำนี่เป็นสิบๆ ปีหรือ”

ประโยคนี้ทำให้เขาเสียสมาธิไปนานพอดู

อ้ายฮุยไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย เขาจมอยู่ในทะเลแห่งปัญญา ประโยชน์ยิ่งยวดที่เขาได้ในแต่ละวันมาจากการสนทนากับอาจารย์ เมื่อเทียบกับการเรียนอื่นทั่วไป การสนทนานี้นับแต่จะมีความลึกซึ้งมากขึ้น

ผ่านการสนทนาที่เข้มข้น ความเข้าใจของอ้ายฮุยเรื่องการฝีกและพลังธาตุก็เพิ่มขึ้นทุกวัน

เรื่องดีถัดไปคือเขาได้ค้นพบว่ามีหลายสิ่งในคัมภีร์กระบี่ที่มีประโยชน์ เมื่อเทียบกับระบบของห้าคลังแปดตำหนักแล้ว ระบบของการฝึกกระบี่นั้นน่าเกรงขามและกว้างไกลกว่ากันมาก

มีไม่กี่คนที่ศึกษาคัมภีร์กระบี่หลายเล่มและใช้เวลามากมายเรียกดูระบบที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นระบบที่กว้างไกลและซับซ้อนยากจะเข้าใจ ทุกวันนี้ ผู้ที่หลงใหลในการฝึกกระบี่จึงขาดความสนใจในการฝึกฝนพลังธาตุของตนเอง

หลังจากจำแนกระบบการฝึกที่กว้างไกลและเข้มงวดนี้ได้ อ้ายฮุยจึงตระหนักได้ว่าตอนนี้เขามีความเข้าใจทั้งหมดที่แตกต่างไปเกี่ยวกับห้าคลังแปดตำหนักโดยสิ้นเชิง หลังจากที่ได้นึกทบทวน

เขาปีติยิ่งกว่าเมื่อได้รู้ว่าแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการฝึกกระบี่บางอย่างอาจใช้การได้ ณ ที่ใดที่หนึ่ง

ตัวอย่างเช่น ไหมสนธยาจำเป็นต้องใช้สมาธิแห่งพลังธาตุ อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมมองหนึ่ง นี่ไม่ใช่การใช้พลังธาตุเพื่อเป็นแรงผลักจากกระบี่หรอกหรือ

กล่าวคือกระบี่นี้จำต้องมั่นคงและเชื่องช้าอย่างมาก

กระบี่ที่เชื่องช้าหรือ

ในบรรดาคัมภีร์กระบี่ที่กว้างไกลและน่าเกรงขามซึ่งบรรจุสิ่งประหลาดไว้หลากหลาย อ้ายฮุยจัดการจะหาคัมภีร์เล่มที่เป็นกึ่งกลางมาได้

บางทีเขาอาจใช้เคล็ดวิชาหรือชุดความคิดนี้มาอ้างอิงได้

ดวงตาของอ้ายฮุยเปล่งประกาย

หวังโส่วชวนก็เห็นด้วยกับทฤษฎีนี้

บรรยากาศในตอนนี้ยิ่งเป็นใจกับการสนทนาเนื่องจากมีผู้เรียนเพียงไม่กี่คนที่สนใจในหลักของการฝึกวิชาพลังธาตุ ในระหว่างเรียน อาจารย์จะพยายามอธิบายเรื่องการฝึกพลังธาตุแบบผ่านๆ แต่จะเน้นไปที่การบรรยายกระบวนท่าและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการฝึกฝนพลังธาตุมากกว่า

ผู้เฒ่าและเด็กหนุ่มจมดิ่งลงสู่การสนทนาเรื่องทฤษฎี

แต่ก่อนนั้น ผู้เฒ่าหวังมีความตั้งใจจะสอน แต่ต่อมาเขาได้จมดิ่งสู่การสนทนาและไม่อาจดึงตนเองออกมาได้ อ้ายฮุยมีความคุ้นเคยมากกับระบบเคล็ดกระบี่ เขามีคำถามที่น่าสนใจมากมายที่เกี่ยวข้องกับเคล็ดกระบี่

ผู้เฒ่ารู้สึกได้รับแรงบันดาลใจและประโยชน์อีกคณานับ

ตัวอย่างเช่น อ้ายฮุยได้ถามว่า หากเคล็ดกระบี่และพลังวิญญาณถูกแยกจากกันด้วยพลังหยินและหยางแล้ว เหตุใดพลังธาตุจึงไม่ถูกแบ่งแยกเช่นนั้นบ้าง

คำถามนี้ทำเอาผู้เฒ่านิ่งงันไป เขาขบคิดเรื่องนี้อยู่สองสามวันจนสรุปแนวคิดคร่าวๆ ได้บางอย่าง เขาอยากถกเรื่องนี้กับอ้ายฮุยและขยายการฝึกฝนทางความคิดของเขา ทว่าเขาต้องประหลาดใจ เมื่อเวลาล่วงเลยไปหลายวัน อ้ายฮุยก็ยังไม่โผล่มา

ผู้เฒ่ารู้สึกร้อนใจ หนุ่มน้อยผู้นี้ไปอยู่ที่ใด

เขาไม่อาจห้ามตัวเองให้วิ่งตรงไปยังโรงเย็บปักได้

หลังจากรีบเร่งเข้าไปในโรงเย็บปัก เขาเกือบจะตะโกนร้องเรียกสุดเสียงก่อนที่พลันหางตาของเขาจะเหลือบไปเห็นบางสิ่ง ยายเฒ่ากับหมิงซิ่วยืนอยู่นอกหน้าต่างของโรงเย็บปักด้วยท่าทีตะลึงงัน

ผู้เฒ่าอดกลั้นไม่ส่งเสียงร้องตะโกน ปรี่ไปเขย่งเท้าข้างยายเฒ่า มองผ่านหน้าต่างเข้าไป

ดวงตาของเขาเบิกกว้าง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น