หยังเก๊าะ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ระแวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 129

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2562 13:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ระแวง
แบบอักษร

​- Sun says -


จู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจนทำให้ผมที่นั่งอ่านหนังสืออยู่นั้นถึงกับสะดุ้งหันไปมองที่ประตู ใครกันมาเคาะประตูห้องผมตอนนี้  เคาะเหมือนกลัวคนทั้งหอจะไม่ได้ยิน

“ ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วย!!!”

เสียงที่ดังมาพร้อมกับเสียงเคาะประตูทำให้ผมขมวดคิ้ว มันไม่ใช่เสียงของคนที่ผมรู้จัก แล้วยังบอกให้ช่วยอีกด้วย ช่วยอะไร? ผมจะเปิดประตูดีมั้ย ยิ่งสมัยนี้ไรๆก็ดูจะไม่ปลอดภัยเอาซะเลย ข่าวฆาตกรรมก็มีให้เห็นอยู่ทุกวัน ถึงผมจะเป็นผู้ชายแต่มันก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี ยิ่งผมอยู่คนเดียวด้วยล่ะก็ ยิ่งต้องระวังตัวเข้าไปอีก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งจนทำให้ผมหลุดจากภวังค์ เสียงขอความช่วยเหลือยังคงดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนผมต้องลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตู

“ใครครับ”

ผมถามออกไปเพื่อให้แน่ใจว่าผมจะไม่เป็นอันตรายหากผมเปิดประตูบานนี้ออก แต่เสียงตอบกลับมามีเพียงแค่ ‘ช่วยด้วยครับ’ หากแต่น้ำเสียงที่พูดนั้นฟังดูร้อนรนเหลือเกิน ผมตัดสินใจเอื้อมมือไปบิดลูกบิดแล้วค่อยๆแง้มประตูออกเล็กน้อยอย่างระแวกระวัง ก่อนที่จะเจอผู้ชายคนนึงยืนอยู่หน้าห้อง ผู้ชายหน้าคมๆผิวแทนๆ ตัวเล็กกว่าผมนิดหน่อย สีหน้าดูตื่นๆ แต่ไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไรเขากลับพุ่งตัวเข้ามาในห้องจนผมที่ยืนจับลูกบิดประตูอยู่นั้นถึงกับเกือบหงายหลัง ดีที่ผมยังจับประตูไว้ทัน

“ช่วยด้วยครับ ผีหลอก ฮือออออ”

 ผมมองผู้ชายที่วิ่งเข้าไปนั่งกอดเข่าอยู่ข้างเตียงนอนของผมอย่างงงๆ อีกใจก็กลัวเพราะจู่ๆก็วิ่งเข้ามาในห้องผมทั้งๆที่ผมยังไม่ทันอนุญาติและยังไม่ทันตั้งตัว แต่ทว่า ผู้ชายคนนั้นกลับตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง  แต่เหมือนก่อนหน้านี้จะได้ยินเขาบอกว่าผีหลอก แต่อีกใจผมกลับคิดว่าเขาน่าจะเล่นยาเกินขนาดรึเปล่า ขอบตาคล้ำสภาพโทรมขนาดนี้ อีกอย่าเพราะผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปีหนึ่งไม่เห็นเคยเจอ และไม่เห็นใครเคยย้ายเพราะโดนผีหลอก

“คุณเป็นใครครับ”

ผมเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าออกไปอีกรอบ ก่อนที่จะปิดประตูเพราะกลัวเสียงจะไปรบกวนห้องอื่นแต่ยังไม่ได้ล็อคเพราะผมเองก็ยังไม่ไว้ใจ

“เอ่ออ ผมชื่อทรงครับ อยู่ห้องข้างๆ”

“ช่วยด้วยครับผมโดนผีหลอก”

ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของผม สีหน้าที่ดูหวาดกลัวผมเผ้ากระเซอะกระเซิง จนบางทีดูเหมือนคนเสียสติ

“ที่นี่ไม่มีผีหรอกครับ”

“มันมี มันมีจริงๆ”

“แล้วอยู่ไหนล่ะครับผีน่ะ”

“หน้าต่าง มันอยู่ตรงหน้าต่าง”

“ถ้ามีจริงผมขอไปดูได้มั้ยครับ”

“ฮืออออ น่ากลัว ผมไม่ไปด้วยนะ”

“อยู่ห้อองข้างๆนี่ใช่มั้ยครับ”

“ครับ”

ผมเปิดประตูแล้วเดินออกไปยังห้องข้างๆที่ประตูเกือบจะติดกัน แต่ตอนที่ผมบิดลูกบิดประตูกลับเปิดไม่ได้เพราะห้องล็อค

“ขอกุญแจห้องหน่อยครับ”

ผมเปิดประตูยื่นหน้าเข้าไป ทำให้คนที่นั่งอยู่ถึงกับสะดุ้ง

“กุญแจ... ผมน่าจะลืมหยิบมาครับ ผมตกใจเลยวิ่งออกมาเลย”

“ใช่ห้องคุณจริงๆรึเปล่าครับ”

ผมถามออกไปเพราะผมเริ่มไม่ไว้ใจ

“ห้องผมจริงๆครับ ผมสาบาน”

เขาตอบกลับมาพร้อมชูนิ้วมือขึ้นสามนิ้วเพื่อเป็นสัญลักษณ์บอกว่าเขาไม่ได้โกหก  ผมเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับปิดประตู ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้แล้วหันหน้าไปหาเขา เขามองหน้าผมอย่างขอร้องก่อนจะเอ่ยปากพูดกับผม

“คืนนี้ให้ผมอยู่ด้วยนะครับ ผมไม่กล้ากลับห้อง ผมกลัว”

“แล้วผมจะไว้ใจคุณได้ยังไงครับ ข้างๆใช่ห้องคุณจริงๆรึเปล่าก็ไม่รู้”

“ห้องผมจริงๆครับ ไม่เชื่อไปถามเจ้าของหอได้เลยครับ”

“คุณจะให้ผมไปถามอะไรตอนตีสองครับ”

เขาก้มหน้าลงก่อนจะชูโทรศัพท์ในมือขึ้นมา

“นี่ครับ ถ้าคุณไม่เชื่อใจผม เอาโทรศัพท์ผมไปเช็คได้เลย ผมเรียนถาปัตย์ปีสามครับ พึ่งย้ายเข้ามาวันนี้ ขอร้องล่ะครับ ให้ผมอยู่ด้วยเถอะ”

ผมมองหน้าเขา ก่อนที่จะเดินไปหยิบโทรศัพท์จากมือของเขามา ผมกดลงไปที่ปุ่มโฮมเพื่อจะปลดล็อคหน้าจอแต่กลับไม่ติด ผมเงยหน้ามองเขาอีกครั้งก่อนจะพูดบอกไปไม่ติด

 “อ่อ เอ่อ แบตหมดครับ ผมลืม”

ผมเดินวนไปทางชั้นวางของแล้วหยิบสายชาร์จมาชาร์จ โชคดีที่เป็นโทรศัพท์ยี่ห้อเดียวกันทำให้ใช้สายชาร์จด้วยกันได้ ไม่นานนักระหว่างที่นั่งรอโทรศัพท์ก็ติด หน้าจอสว่างโชว์โลโก้ยี่ห้อขึ้นมาก่อนจะโชว์หน้าปลดล็อคที่ต้องใส่รหัสผ่าน

“มาใส่รหัสให้หน่อยครับ”

พอผมพูดจบเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาทางผม ทันทีที่เดินเข้ามาใกล้ๆผม ผมได้กลิ่นเหล้าอ่อนๆจากเขา ผมคิดว่าเขาน่าจะเมาแล้วหลอนไปเองมากกว่า

ทันทีที่โทรศัพท์ถูกปลดล็อกผมก็หันหน้าไปถามเขาว่าสามารถเข้าถึงอะไรได้บ้างก่อนที่จะได้คำตอบกลับมาว่าแล้วแต่ผมเพื่อที่ผมจะได้ไว้ใจ และเชื่อว่าเขาไม่ได้โกหก ผมกดเข้าไปที่หน้าเฟสบุ๊คของเขาเพื่อดูชื่อที่อยู่และประวัติการศึกษา ถึงสิ่งเหล่านี้มันจะเชื่อถือไม่ค่อยได้แต่อย่างน้อยสิ่งที่เขาบอกมาก็ตรงกับสิ่งที่ผมกำลังดูอยู่ ผมกดเข้าไปที่รูปภาพเพื่อดูว่าสิ่งที่เห็นอยู่นี้สอดคล้องกันหรือไม่ รูปภาพที่โชว์มีทั้งที่ถ่ายคนเดียว ถ่ายกับเพื่อนในกลุ่ม ถ่ายกับสาขา รวมทั้งรูปภาพในการทำโปรเจ็คและตัดโมเดลต่างๆ ซึ่งวันที่ที่เขาโพสรูปภาพต่างๆ เมื่อลองนับดูคร่าวๆแล้วก็ถือว่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ผมกดกลับออกมาที่หน้าไทม์ไลน์เพื่อดูสเตตัสต่างๆ เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าถ้าให้อยู่ด้วยแล้วผมจะปลอดภัย ผมเจอข้อความต่างๆที่เขาโพสส่วนใหญ่มีแต่บ่นเรื่องงานทั้งนั้น แต่อีกใจกลับคิดว่าแค่นี้ยังเชื่อไม่ได้หรอก ผมตัดสินใจกดออกไปยังหน้าจอโฮมก่อนที่จะเปิดหน้าแมสเซนเจอและไลน์เพื่อดูข้อความสนทนาต่างๆ จนกระทั้งผมเปิดเข้าไปเจอข้อความในแชทกลุ่ม ‘ผู้ชายไอเอ (เอเห้!! ส่งงานไม่ทัน )’ ผมเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆจนเจอข้อความที่เขาพิมพ์ไว้ข้อความสุดท้ายก่อนแบตจะหมด ผมเลื่อนขึ้นไปอีกจนมั่นใจได้ว่าเขาไม่ได้โกหกผม ก่อนจะบอกเขาว่าเพื่อนเขามาหาเพราะเหมือนเขาจะยังไม่ได้อ่านข้อความนั้น

เขาจัดการตอบไลน์กลุ่มที่ยังค้างอยู่ ส่วนผมก็นั่งจ้องสังเกตพฤติกรรมของเขาสักพัก เพราะยังไม่ไว้ใจมากนัก หนังสือที่ผมอ่านอยู่คืนนี้คงไม่น่าจะได้อ่านต่อแล้วล่ะ


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


- Songsak says -


ทรงศักดิ์ : ไอ้ยีนส์ มึงกลับยัง

ผมส่งข้อความเขาไปในไลน์กลุ่มเพื่อถามเพื่อนว่ากลับไปรึยัง เพราะผมเลื่อนอ่านข้อความแล้วก็เห็นว่ามันเขาหอมไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังอยู่รึเปล่า

ยีนส์ : ไอ้เหี้ยยยยย ยังมีชีวิตรอด!!!

ทรงศักดิ์ : มึงกลับยัง

ยีนส์ : ยัง กูนั่งอยู่ล่างหอมึงเนี่ย

ทรงศักดิ์ : มึงกลับเลยก็ได้ กูไม่กล้าไปเปิดประตู กูกลัว

ทแยง : แล้วตอนนี้มึงอยู่ไหน

ทรงศักดิ์ : ห้องข้างๆ

ยีนส์ : มึงรู้จักเค้าหรอ

ทรงศักดิ์ : ไม่อะ

ทแยง : อ้าว แล้วมึงไปอยู่กับได้ไงไอ้สัส

ทรงศักดิ์ : กูไม่รู้อะ กูโดนผีหลอก กูกลัวมากเลยวิ่งมาเคาะห้องเค้า

ยีนส์ : โอ้ยยยยยทรงเอ้ยยย เออๆ งั้นกูกลับละ แม่ง เปียกหมดเลยกู หนาวก็หนาว จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าละ

ทรงศักดิ์ : เอออๆ กลับดีๆ ขอบใจ

เมื่อผมจัดการตอบข้อความต่างๆเสร็จ ผมก็เดินไปนั่งที่เดิมก่อนที่จะเอ่ยถามเขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะอ่านหนังสือที่อยู่อีกฟากของเตียงนอน

“คุณชื่ออะไรครับ”

“ซันครับ ผมชื่อซัน”

“แล้วคุณซันเรียนคณะอะไรครับ”

“ประมงครับ ปีสาม”

“เฮ้ยย ปีสามเหมือนกันเลย”

“งั้น... เรียกนายได้ป่ะ”

ผมถามเขาออกไปเพราะเห็นว่าเขาน่าจะรุ่นเดียวกับผมถ้าไม่ซิ่วมาอะนะ แต่เท่าที่ดูจากภาพรวมแล้วเขาไม่น่าจะซิ่วมาเพราะว่าเขาไม่ได้ดูแก่ขนาดนั้น ผิวขาวๆ บวกกับตาตี่ๆหน้าตี๋ๆหน่อยยิ่งทำให้ดูเด็กลงด้วยซ้ำเมื่อบอกว่าอยู่ปีสาม แต่จะว่าไปหมอนี่ก็ดูเป็นคนที่มีเสน่ห์ใช่ย่อยเลยก็ว่าได้ ถึงหน้าตาจะไม่ได้หล่อมาก แต่ก็ถือว่าหล่อในระดับหนึ่งเลย แถมยังหุ่นดีอีก ผอมสูง สูงกว่าผมด้วยซ้ำ แต่หากว่าบุคลิกกลับเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยยิ้ม หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขาระแวงผมก็ไม่รู้

“ตามสบายครับ”

เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผมก็ได้แต่ยิ้มกลับไป เพราะกลัวถามมากกว่านี้แล้วเขาอาจจะรำคาญเอา หรือว่าเขาอาจจะกำลังรำคาญอยู่ก็ได้



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


 - Songsak says -

ผมลืมตาขึ้นมาแบบสะพลึมสะลือ ผมคว้ามือหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลาตามความเคยชิน ตายละ!! เที่ยงสามสิบเจ็ด มานอนห้องคนอื่นละยังจะตื่นสายอีกไอ้ทรงเอ้ย!!! ผมยกมือขึ้นมาลูบหน้าลูบตาก่อนที่จะมองขึ้นไปบนเตียงเพื่อจะดูว่าเจ้าของห้องตื่นรึยังแต่กลับไม่เจอ ผมจึงกวาดสายตาไปทางอื่นจนเจอเขาฟุ๊บหลับอยู่กับโต๊ะอ่านหนังสือที่เขานั่งอยู่เมื่อคืน ผมควรจะปลุกเขาดีไหม มันจะรบกวนเขารึเปล่า แต่อยู่ดีๆเรื่องเจ้าที่แม่งก็แว๊บในหัวมาในหัวผม ผมต้องไปซื้อธูปมาไหว้เจ้าที่ ชิบหายละ ต้องไปเอากุญแจมาไขห้องก่อน โอ้ยยยยย หน้าก็ยังไม่ล้าง ฟันก็ยังไม่แปลง น้ำก็ยังไม่อาบตั้งแต่เมื่อคืน ใครจะมีหน้าลงไปขอกุญแจที่สำนักงานวะ เฮ้อออ เอาวะ

“นี่นาย”

ผมสะกิดไปที่ไหลของเขาเบาๆเพื่อปลุกเขา แต่ไม่รู้สิผมไม่กล้าสะกิดแรงอะ เกรงใจอยู่เหมือนกัน มารบกวนเขาทั้งคืนขนาดนี้ แต่พอผมสะกิดเบาเขาก็ยังไม่ตื่น หรือต้องแรงกว่านี้จริงๆ

“นาย!!”

หลักจากที่เรียกไปรอบที่สองเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับหันมามองหน้าผมก่อนที่จะก้มหน้าลงแล้วยกมือขึ้นมาขยี้ตา

“ขอล้างหน้าหน่อยได่ป่าวอะ”

“อ่อ อือๆ”

เขาตอบมาแบบที่ยังงงๆอยู่ หลังจากผมได้คำตอบผมก็เดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อล้างหน้าล้างตา ในขณะที่ผมก้มล้างหน้าอยู่ จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตู ผมเปิดออกมาก็เจอเขายืนอยู่หน้าประตูแล้วยื่นแปลงสีฟันให้ผม ผมยิ้มเล็กๆก่อนที่จะรับแปลงสีฟันนั้นมาแล้วปิดประตู หลังจากที่ผมล้างหน้าแปลงฟันเสร็จผมเดินออกจากน้ำมาก็เจอเขานั่งอยู่บนที่นอนเพื่อรอเข้าห้องน้ำต่อจากผม

“ขอบใจนายมากนะที่ให้อยู่ด้วย เราต้องไปขอกุญแจห้องที่สำนักงานอะ ต้องเปิดห้องเอาตังค์ไปซื้อธูปบอกเจ้าที่ เดี๋ยวโดนอีก”

ผมบอกเขาออกไปเพื่อที่จะขอตัวกลับ เขาตอบมาแค่ ‘อืม’ เบาๆในลำคอ ผมยิ้มให้เขาก่อนที่จะเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกไปจากห้อง ทันทีที่ผมเปิดประตูห้องออกมา อยู่ดีๆสายตาผมก็มองซ้ายมองขวาโดยอัตโนมัติ อาจเป็นเพราะผมยังกลัวกับสิ่งที่เจอเมื่อคืนยังไม่หาย มันเลยทำให้ผมหลอนมาจนถึงตอนนี้ ผมรีบเดินออกจากตึกเพื่อที่จะไปขอกุญแจที่ห้องสำนักงงานหอซึ่งอยู่อีกตึกนึง พอผมเปิดประตูหอออกมาเท่านั้นแหละ กลุ่มคนที่นั่งทำรายงานกันอยู่ที่โต๊ะด้านล่างนี้แม่งพากันมองมาที่ผมกันแทบทั้งโต๊ะ ผมได้แต่สงสัยว่าที่มองนี่มองอะไรกัน ไม่เคยเห็นคนหล่อๆพึ่งตื่นหรือยังไง อันนี้ผมคิดเข้าข้างตัวเองไปงั้นแหละ ไม่อยากจะคิดว่าสภาพตัวเองอุบาตชาติชั่วขนาดไหน ผมรีบจ้ำเท้าเดินไปยังตึกที่อยู่ตรงหน้าเพราะแดดตอนนี้แม่งร้อนชิปหาย และอีกอย่างคือ ผมอาย เออออ!! เห็นหน้าอย่างนี้ก็อายเป็นนะเว้ยยย


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


- Sun Says -


ผมเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินไปนั่งที่ปลายเตียง ผมไม่รู้ว่าเมื่อคืนผมเผลอหลับไปตอนไหน  รู้ตัวอีกทีคือมีคนสะกิดที่ไหล่ผม นี่ถ้าเขาคิดไม่ดีขึ้นมาผมคงซวยแน่ๆ คิดไปแล้วก็เขกหัวตัวเองไปสองที แต่จู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ผมมองไปก่อนที่จะเดินไปเปิดมัน

“นายๆ ว่างป่าวอะ “

ผมเจอผู้ชายคนเมื่อคืนยืนยิ้มเจือนๆอยู่หน้าห้อง

“ว่างครับ มีอะไรรึเปล่า”

“เออ.. คือว่าเราไม่กล้าเข้าไปในห้องอะ ยังหลอนๆอยู่ ช่วยพาเข้าไปหน่อยได้มั้ย”

“เอ่อ..อ่าๆ”

เขายิ้มให้ผมก่อนที่จะไขกุญแจห้องผมก็ได้แต่คิดในใจว่า ‘เออว่ะ ห้องมันจริงๆด้วย’ แต่พฤติกรรมที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้มันทำให้ผมจะต้องกลั้นหัวเราะเอาะไว้ หน้าตาที่ดูระแวงๆ เปิดประตูเข้าไปนิดๆแล้วสอดมือเข้าไปเปิดไฟที่อยู่ใกล้ๆประตู ดูแล้วตลกชิบหาย มิหนำซ้ำยังหันหน้ามาหัวเราะแหะๆให้ผมอีก

“นายว่างนานป่าวอะ”

เขาหันหน้ามาถามผมหลังจากที่เราเดินเข้ามาในห้องแล้ว

“ก็...ทั้งวันมั้งครับ ถ้าไม่มีอะไรด่วน”

“งั้น...นายอยู่เป็นเพื่อนเราก่อนได้ป่าวอะ”

เขาเว้นวรรคไปนิดๆก่อนที่จะพูดต่อ

“เราจะไปซื้อธูปแต่ยังไม่อาบน้ำอะเลยไม่กล้าไป “

ผมได้ฟังแล้วก็นึกขำอยู่หน่อยๆ ผมเลยตอบตกลงออกไป หลังจากที่ผมตอบตกลงเขาก็รับจัดการหาเสื้อผ้าแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที

ในขณะที่ผมนั่งรอที่เก้าอี้หน้าโต๊ะดราฟผมไม่ได้รู้สึกเลยแม้แต่นิดว่าห้องนี้มันจะเฮี้ยนจนคนอยู่หนีเตลิดเปิดเปิงวิ่งไปเคาะประตูห้องผม ‘ไอ้นี่ต้องขวัญอ่อนมากแน่ๆ’ ผมมองไปรอบๆก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่นัก แต่ข้าวของแม่งจะเยอะไปไหนวะ เอาซะห้องดูแคบลงเหมือนอยู่คนละหอกับผม และแล้วผมก็ต้องไปสดุดตากับสิ่งหนึ่ง เตียงสองชั้น!! มันไม่ใช่เตียงสองชั้นแบบนอนสองคนเว้ย มันเป็นเตียงเดี่ยวสองอันที่ถูกยกชึ้นซ้อนกัน บ้าไปแล้ว!!! ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้เลย

ไม่ถึงห้านาทีประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ผมหันไปมองยังคนที่กำลังเดินออกมา ‘แน่ใจนะว่านี่อาบแล้ว’ มันจะเร็วไปมั้ยวะ นี่แค่ไม่ถึงห้านาที เฮ้ยยยย!! ไม่ถึงห้านาที!!! มีเรื่องอะไรให้ผมต้องช็อคอีกมั้ยครับคุณข้างห้อง  ว่าแต่นายนี่ชื่อไรนะ ผมนึกแล้วนึกอีกก็นึกไม่ออก เลยตัดสินใจถามออกไป

“เออนาย ชื่อไรนะ”

“ทรงครับ”

พอได้คำตอบแล้วผมก็พยังหน้าเบาๆพร้อมทวนชื่อซ้ำสองสามรอบ

“นายกินข้าวยังอะ”

“หื่อออ”

ผมส่ายหน้าเบาๆให้เขา

“งั้นไปกินข้าวกัน เราเลี้ยงเอง อยากขอบคุณที่ให้อยู่ด้วยเมื่อคืน”

“เฮ้ยยย !! ไม่เป็นไร”

ผมปฎิเสธเขาออกไปทันทีแต่เขากลับไม่สนใจ แถมยังคว้าข้อมือผมแล้วลากออกไปจากห้องโดยไม่ถามผมต่อสักคำ

ทันทีที่ผมขึ้นซ้อนมอไซค์เขาก็ขับออกไปทันทีเหมือนกลัวว่าผมจะโดดลงรถได้อย่างงั้นแหละ แต่ไอ้คนที่ขับรถอยู่ตอนนี้มันใช่คนเดียวกับที่วิ่งหนีผีเตลิดเปิดเปิงเข้ามาในห้องผมหรอวะ แม่ง!!! แว้นยิ่งกว่าวินมอไซค์แถวบ้านผมอีก เคยนึกถึงใจคนซ้อนบ้างมั้ยครับคุณ อีกอย่างสภาพถนนหน้าหอนี่มัน!!  เฮ้อออ หลุมใหญ่ขนาดนี้ไม่ทราบว่าโดนอุกกาบาตหรือนิวเคลียร์กันแน่ ขนาดนี้แล้วอย่าเรียกหลุมเลยครับ เรียกถนนขาดเถอะ  ส่วนไอ้นี่ก็หลบหลุมซะเหมือนว่าขับรถมาคนเดียว  คนซ้อนอย่างผมนี่ฉี่จะราดแล้วครับท่าน

“ถึงละ”

ทันทีที่ขับรึมาจอดที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ  เขาก็หันมาบอกกับผม แต่พอพูดจบเขาลับหัวเราะขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่หัวของผม ผมเองก็ได้แต่งงว่าเขาหัวเราะอะไรขนาดนั้น ผมเลยเอื้อมไปส่องกระจกรถมอไซค์ ผมถึงกับร้องโอ้ยออกมาทันที!!! ‘นี่มึงแว๊นรถซะกูหัวเปิดหัวเปิงขนาดนี้เลยหรอวะ’ ผมยกมือขึ้นมาจัดผมให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่จะมองไปที่เขา แต่สภาพของเขาแม่งไม่ได้ต่างอะไรจากผมเลย ผมหัวเราะขึ้นก่อนที่จะบอกออกเขาไป

“ส่องกระจกบ้างก็ดีนะ”

ว่าแล้วผมก็เดินเข้าไปในร้านพร้อมกับสั่งก๋วยเตี๋ยว และทิ้งอีกคนให้งุ่นอยู่กับการจัดทรงผมให้เข้าที่เข้าทาง แต่แป๊บๆเขาก็เดินมายืนข้างๆ

“เอาเล็กสุกี้แห้งต้มยำครับป้า”

เดี๋ยวนะ!!!เล็กสุกี้แห้งต้มยำ? ผมหันไปมองหน้าเขาก่อนที่เขาจะหันมาทำหน้าแป้นแล้นใส่ผม คนอะไรมันจะสั่งอาหารได้พิลึกขนาดนี้วะ นี่ถ้าผมเป็นป้าคนขายนะ ไม่ใช่แค่มันจะไม่ทำให้กินอะ ผมจะเอากระบวยตักน้ำซุปจ้ามหัวเข้าให้

“นาย กินถั่วงอกป่าว”

เขาตะโกนถามผมขณะที่ผมถือแก้วน้ำสองแก้วมาวางลงที่โต๊ะ ผมเงยหน้าขึ้นไปมองพร้อมตอบออกไปว่ากินก่อนที่จะนั่งลงไปที่เก้าอี้

“นาย กินนี่ป่าว”

เขาเรียกผมอีกครั้งที่สองพร้อมกับคีบผักชีใบเลื่อยขึ้นมา ผมพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบ

“นาย กินนี่ป่าว”

เขาเรียกผมอีกเป็นครั้งที่สามก่อนที่จะคีบกระหล่ำปลีขึ้นมาพร้อมกับยืนยิ้มเหมือนเดิม เฮ้ออออ ผมพยักหน้าส่งๆว่าเอามาเหอะ นี่ก็ถามจังวะ

“นายยยย”

“เอามาเหอะ นะ!! จะกินอะไรก็เอามา”

ผมพูดออกไปทำให้คนที่ยืนคีบผักอยู่ยิ้มหน้าเจือนๆไปนิดๆ

พอตักผักทุกอย่างเสร็จเขาก็หยิบจานสามจานขึ้นมาอย่างทุลักทุเลจนผมต้องเดินไปถือมาช่วยเพราะกลัวว่ามันจะหล่น และทันทีที่ป้ายกก๋วยเตี๋ยวมาเสริฟหมอนี่ก็จัดการปรุงทันที ผมนั่งมองอยู่สักพัก ผมกำลังงงกับพฤติกรรมการกินของเขาอยู่ กินสุกี้แต่ใส่ทุกอย่าง น้ำตาล น้ำปลา พริกป่น ซอสพริก น้ำส้มสายชู ผัก เกี๊ยว เดี๋ยวนะ!! ไม่ท้องสียหรอวะแต่อยู่ดีๆเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองผม

“ไม่มีพริกไทยอ่ะ”

“จะเอามาทำไมอะ”

“เอามาใส่นี่ไง ไปหาแป๊บนะ”

พูดจบเขาก็ชะเง้อไปรอบๆก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบจากโต๊ะข้างๆมา

“เอ้า!! กินดิ ไม่หิวหรอ”

เขาหันมาถามผมขณะที่เอาพริกไทยเทใส่ถ้วนสุกี้ ผมกระตุกยิ้มเบาๆก่อนที่จะก้มลงจัดการถ้วยก๋วยเตี๋ยวของตัวเองก่อนที่เส้นจะอืดไปมากกว่านี้


 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


- Tayeang says -


ทแยง : เฮ้ยยย  ลงมาเปิดประตูดิ๊

ผมส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มแชทเพื่อบอกให้ไอ้ทรงลงมาเปิดประตูหอให้พวกผม ผม ไอ้ยีนส์ และไอ้จี่นูน เตรียมของมาเพื่อขอขมาเจ้าที่โดยเฉพาะ เรื่องนี้นำทีมโดยไอ้จี่นูนเลย มันเป็นคนที่ค่อนข้าจะพิธีรีตองกับอะไรแบบนี้ บางทีผมยังกลัวเลยว่ามันจะเล่นของรึเปล่า

ทรงศักดิ๊ :  เออๆลงไปเดี๋ยวนี้แหละ

ทันทีที่ไอ้ทรงลงมาเปิดประตูพวกพวกผมก็พากันขึ้นไปที่ห้องมันทันที 

หลังจากที่ขึ้นมาถึงไอ้จี่นูนก็จัดการเอาดอกไม้ธูปเทียนออกมาจุด จุดเสร็จมันก็ไม่รีรอนั่งคุกเข่าลงกลางห้องแล้วบอกให้พวกผมตั้งนะโมสามจบ

“เดี๋ยวนูน มึงแน่ใจนะว่ามันต้องทำอย่างนี้”

ไอ้ยีนส์พูดขัดขึ้นขณะที่ไอ้จี่นูนกำลังจะอ้าปากท่องนะโม ผมเองก็สังสัยเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรได้แต่นั่งพนมมือมองหน้าพวกมันสองคนสลับกันไปมาอย่างงงๆ

“เฮ้ยยยย เชื่อกูดิ”

“ที่กูไม่เชื่อเพราะเป็นมึงนี่แหละ”

“เดี๋ยวเอาธูปจิ้มหน้าแม่ง”

ไอ้จี่นูนพูดพร้อมทำท่าเหมือนจะเอาธูปจิ้มไอ้ยีนส์อย่างที่มันว่าจริงๆ

“เอาละนะ นะโม”

“ไม่ใช่ว่ามันต้องลงไปไหว้ที่ศาลพระภูมิหรอวะ”

ไม่ทันที่ไอ้จี่นูนจะได้พูดอะไรไอ้ยีนส์นี่แม่งก็ขัดขึ้นมาอีกรอบ ส่วนไอ้จี่นูนก็หันหน้ามาค้อนใส่อีกรอบก่อนที่จะทำหน้างงๆ

“เออว่ะ หรือต้องไปไหว้ที่ศาลพะภูมิ”

“นั่นไง กูจะไว้ใจมึงได้มั้ยแมง”

ผมพูดออกไปพร้อมถอนหายใจแล้วมองไปยังเจ้าของห้องที่กำลังทำหน้างงๆอยู่  แต่ไม่ทันที่จะได้ตกลงอะไรกันไอ้จี่นูนแม่งก็ถือธูปลุกขึ้นแล้วจะเดินออกไปจากห้องจนไอ้ยีนส์ต้องเอ่ยปากถาม

“มึงจะไปไหนแมง”

“เอ้า!! ไปศาลพระภูมิไง ลุกดิ”


 - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


#รักเกิดเพราะเปิดห้อง

ฝากติดตามด้วยน้าาาาาาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}