เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

61.3 เต้นยั่วให้รู้ว่าอยากโชว์

ชื่อตอน : 61.3 เต้นยั่วให้รู้ว่าอยากโชว์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 146

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2562 17:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
61.3 เต้นยั่วให้รู้ว่าอยากโชว์
แบบอักษร

ธรรมชาติคือพลังอันยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเปรียบ ชีวิตหนึ่งเกิดแล้วย่อมดับสูญเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครสามารถหนีรอดเงื้อมมือกาลเวลาแม้แต่จอมอาคม ราชามังกร หรือยมทูต ณ ปลายทางสุดท้ายคือการหลับใหลชั่วนิรัน สถานที่สรรพสิ่งก้าวไปเยือนและหลับตาอย่างเงียบสงบ บางครั้งต่อให้ดิ้นรนเพียงใดก็มิอาจหลีกหนีชะตากรรมดับสูญ บางครั้งไม่อยากยอมรับแต่ต้องมีลมหายใจต่อไปอีกเนิ่นนาน เฝ้ามองคนรักตายอย่างเดี่ยวดาย

          ณ บทประพันธ์แห่งดวงดาวตกมีเรื่องเศร้ามากมายประปราย กระนั้นหากมองด้วยสายตาที่เข้มแข็ง เรื่องพวกนี้ย่อมมิน่ากลัวอย่างที่คิด

          เปลวเพลิงแห่งความหวังยังลุกโชติช่วงต่อกรกับความมืดมิดที่รายล้อมรอบด้าน แม้ปัจจุบันความมืดมิดยังคืบคลาน กระนั้นมันเคลื่อนขยับ กัดกินหัวใจสรรพสิ่งอย่างเชื่องช้าปานเต่าคลานต้วมเตี้ยม ขณะที่มันยังขยันทำลายเช่นนี้ มีหรือความหวังจะทนนิ่งดูดายปล่อยให้เจ้าความมืดทำให้สำเร็จ เรื่องราวความสิ้นหวังนั้นบางทีอาจไม่มีใครรู้ว่าจุดเริ่มต้นเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ ใช่วันที่เมรัยลืมตาตื่นในโลกอนาคต ใช่วันที่หมอผีน้อยตัดสินใจเลิกวิ่งหนี หรือไกลกว่านั้น

          ทุกอย่างมันเริ่มต้นในวันที่ชีวิตของสาวน้อยพังทลาย วันที่นางอยากลืมเลือน วันที่นางเลือกหันหลังหนีเพื่อปฏิเสธความจริงตรงหน้า

          ความล้มเหลวในวันวานกลายเป็นการเดินทางเพื่อหาความหมายของชีวิตอีกครั้ง

          ไม่อยากวิ่งหนี ไม่อยากนอนคนเดียวเหงาๆ เมรัยยอมรับหัวใจตนเองอย่างที่นางมิเคยยอมรับมัน

          อนาคตที่วาดหวังไว้นั้น สักวันต้องเป็นจริงอย่างแน่

          เพื่อให้หัวใจมีแรงต้องเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการเก็บที่นอน ถัดจากนั้นก็เริ่มภารกิจหลักประจำวัน เมรัยยิ้มกรุ่มกริ่มประหนึ่งวันนี้เป็นวันเกิดนาง หมอผีน้อยจูงจอมอาคมน้อยมาเยือนสถานที่สำคัญประจำเมืองฉลามน้อย สำหรับเมืองแน่นอนต้องมีสถานที่สำคัญ อาทิ โรงพยาบาล หอสมุด ค่ายทหาร โรงเรียน ย่านการค้า และอื่นๆอีกประปราย สำหรับประชาชนธรรมดาสถานที่เหล่านี้คือสิ่งจำเป็น เวลามีปัญหาก็สามารใช้บริการ แต่สำหรับคนไม่ธรรมดา สถานที่สำคัญของพวกเขาย่อมพิเศษกว่า อาทิ แหล่งคบค้าสมาคมต่างๆ สมาคมนักฆ่า สมาคมสาวอ้วน สมาคมนักสำรวจ สมาคมคนชอบมันบด สมาคมเทพพยากรณ์ และสมาคมอนุรักษ์ห่านป่าโปรดอย่ายิงมัน ที่กล่าวข้างต้นคือแหล่งรวมพลของคนประเภทเดียวกัน โลกคนเป็นมีสถานที่พวกนี้มากมาย แล้วถ้าให้เล่าเกี่ยวกับสถานที่แหล่งรวมพลของโลกวิญญาณล่ะก็ ที่นี้ก็มีเช่นกัน

          โลกคนตายมีระบบการปกครองเหมือนดั่งโลกคนเป็น กระนั้นระบบมีความซับซ้อนและลายละเอียดปลีกย่อยเยอะกว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ระบบการปกครองของโลกคนตายวุ่นวายและบิดเบี้ยวคือพลังมาโฮ ด้วยโลกยุคปัจจุบันมีขุมพลังมาโฮเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติทำให้ขุมพลังมาโฮหยั่งรากกลายเป็นพื้นฐานของสรรพสิ่ง ไม่ว่าต้นไม้ อมนุษย์สัตว์ ปักษา มังกร ปีศาจและอสูรกาย สมัยโบราณกาลสิ่งมีชีวิตไม่มีพลังวิเศษ แต่พวกเขามีพลังชีวิตที่ถือเป็นพลังขั้นพื้นฐานในการมีชีวิต

          พลังชีวิตก็คือพลังชีวิตไม่มีคำอธิบายให้ยืดยาว พลังชีวิตไม่มีส่วนช่วยให้สิ่งมีชีวิตแข็งแกร่ง แต่ถ้าพลังชีวิตหมด พวกเขาก็ตาย

          พลังมาโฮคือขุมพลังวิเศษที่พบเห็นมากที่สุด แม้โลกยังมีขุมพลังอื่นๆอีกมากมายให้หยิบยืม แต่พลังที่ทุกชีวิตเลือกใช้และมีตั้งแต่กำเนิดคือพลังมาโฮ ทุกคนบนโลกมีพลังมาโฮ ไม่เว้นแม้แต่ยมทูต วิญญาณ กระนั้นอย่างที่รู้ๆกันว่ามีแกะขาวแล้วย่อมมีแกะดำ ซึ่งหนีไม่พ้นชะตากรรมเมรัยที่ไม่มีพลังมาโฮสักนิด

          แคทเธอรีนเป็นจอมอาคม แม้นนางใช้ขุมพลังธรรมจักรประกอบพิธี แต่นางก็มีพลังมาโฮระดับต้นโพธิ์ จอมอาคมน้อยใช้พลังมาโฮหลายครั้งในการกำจัดภูตร้าย

          อ่อ สามารถใช้พลังมาโฮโจมตีวิญญาณได้นะ แต่ต้องเป็นมาโฮบริสุทธิ์เท่านั้น

          กลับมาที่เรื่องระบบการปกครอง พลังมาโฮมีส่วนช่วยให้คนที่ตายแล้วมีพลังวิเศษในระดับหนึ่ง นั้นทำให้มีวิญญาณบางตนหรือบางประเภทมีพลังสูงส่ง นับว่าพวกนี้คือพวกกลายพันธุ์ก็ได้ เพราะส่วนมากคนที่ตายแล้ว พลังมาโฮจะแตกสลายไม่ส่งต่อไปยังดวงวิญญาณ ถึงส่งต่อก็เป็นปริมาณที่น้อยเท่าเม็ดถั่ว แต่ก็อย่างว่า มันก็มีบางจำพวกที่พลังมาโฮหลุดจากร่างกายแล้วส่งต่อไปสู่วิญญาณเต็มสิบส่วน และในกระบวนการเคลื่อนย้ายมีการเปลี่ยนแปลงขุมพลังมาโฮให้กลายเป็นพลังวิญญาณ วิญญาณที่มีพลังวิญญาณสูงก็มักกลายเป็นสัตว์ประหลาด ผีร้ายระดับซาตาน มัจจุราชทมิฬ  

          ยิ่งพอพลังมาโฮกลายเป็นพลังวิญญาณแล้ว ขุมพลังพวกนี้ยังเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปต่างๆนาๆไม่อาจคาดเดา

          เหมือนปีกปักษาสีขาวที่แปรเปลี่ยนเป็นปีกสีดำ พลังสมัยยังมีลมหายใจ เมื่อสิ้นลมแล้วก็กลายเป็นอย่างอื่นที่น่ากลัวยิ่งกว่าร้อยพันเท่า

          ปัญหาเรื่องวิญญาณอาลาวาดมีให้พบเห็นบ่อยๆ ยังดีที่โลกมีผู้ดุจความยุติอย่างจอมอาคม และหมอผี

          จะว่าตำนานเกี่ยวกับวิญญาณร้ายก็มีมากมายในหน้าประวัติศาสตร์

          พวกมันแต่ละตนมีนามเรียกขานเฉกเช่นตัวตนแห่งตำนานอื่นๆ ตัวอย่าง บัญญัติพญามาร[มอนิเตอร์] สิบแปดดาบสิ้นอายุขัย[จื่อฮาชิ] เงามารพาลาดิน[ราชาแห่งเส้นขอบฟ้า]    

          ผู้ปกครองเมืองวิญญาณ สักวันก็อาจกลายเป็นวิญญาณร้ายในเรื่องราวของพวกนาง เมรัยไม่ค่อยรู้จักวิญญาณในตำนานด้วยสิ หมอผีน้อยยิ้มอ่อน

          ณ บริเวณลานหรรษา แหล่งรวมพลของเหล่าวิญญาณระดับต่ำ กลาง สูง และสูงกว่า บ้านเรือนก่อตั้งเรียงรายห้อมล้อมลานกลางขนาดใหญ่จุคนได้เกือบพัน ยามนี้ท่องฟ้ามีมณีส่องไสว ด้านใต้มีวิญญาณคับคั่ง เสาไฟมีโคมไฟแขวนประดับประดาดุจวันปีใหม่ เหล่าวิญญาณมีเวลาว่างมากมาย และสิ่งที่พวกนางทำในเวลาว่างๆคือจัดงานเลี้ยงเนื่องในโอกาสต่างๆ หรือไม่มีอะไรพิเศษก็จัด

          เสียงดนตรีบรรเลงเสนาะ ไพเราะดุจย่านรื่นเริงมีนางระบำเต้นร่ายลีลางดงาม ผ้าไหมปลิวปลิดสาดสีสันแพรวพราว สวยงามยิ่งนัก

          “ท่านเมรัยมาที่นี้ทำไมหรือ”

          แคทเธอรีนก้มกระซิบถามเมรัยเนื่องจากสถานที่แห่งนี้มีวิญญาณอันตรายและเป็นพวกมีพลังวิญญาณสูง แววตาพวกวิญญาณก็ใช่มองพวกเมรัยอย่างเป็นมิตร อีกอย่างจุดหมายที่เมรัยกำลังพาแคทเธอรีนไป หากเดามิผิด

          “ไม่ต้องห่วง เห็นหน้าโหดๆเช่นนี้ พวกเขาคงเคยเป็นโจรมาก่อนนั้นแหละ”

          “นั้นแหละที่ข้าห่วง!!”

          ต่อให้แคทเธอรีนเป็นจอมอาคม กระนั้นนางยังเด็กนะ ไม่ถูกกับการอยู่ท่ามกลางพวกผู้ใหญ่ด้วย เมรัยเห็นอาการตื่นกลัวของแคทเธอรีนให้รู้สึกผิดเจ็ดส่วน “เชื่อข้า” หมอผีน้อยยิ้มให้พร้อมตบหลังมือจอมอาคมน้อยอย่างปลอบประโลม แคทเธอรีนเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง กระนั้นยอมตามเมรัย

          ณ มุมที่นั่งประธานงานเลี้ยง อสูรร้ายนาม อาชูร่า นั่งประทับเบาะนุ่มอย่างสง่างาม เขามารยาวเหยียดปานเขากว้างแห่งพงไพรมรณะ มุมปากมีเขี้ยวปานยักษา เรือนเกศายาวสีเทายาวเลยบ่ากำยำ องคาคมคายมีมุมหล่อเหลาอย่างดุร้าย อสูรร้ายไม่สวมเสื้อท่อนบนเนื่องไม่อยากให้เสื้อผ้าปกปิดแผ่นอก กล้ามแข็งราบเรียบน่าลูบไล้ เขาสวมเพียงท่อนลาง กางเกงชาวยักษ์ที่บ่งบอกถิ่นกำเนิดชัดเจนไม่ต้องเสียเวลาเดา ข้างกายเขามีวิญญาณปีศาจนารีนั่งคอยปรนนิบัติรับใช้ คอยเติมสุราเมรัย และสร้างความสำราญ

          นัยน์ตามรณะแฝงไอมารเข้มข้นจับจ้องพวกเมรัย

          รอยแต้มสีขาวใต้หางตาบวกกับรอยสลักอาคมบนเรือนร่างผิวสีดำนิลขับให้อสูรกายแลน่าสะพรึงกลัวยิ่งยวด

          พวกเมรัยปรากฏกายขึ้นอย่างไม่มีใครนัดหมาย ส่งผลให้งานเลี้ยงเงียบลงในพริบตา

          เงียบจนได้ยินเสียงเข็มตกพื้น

          “โห ท่านจอมอาคมแห่งโซดามีธุระอันใดหรือ หรืออยากร่วมสนุกสนามกับงานเลี้ยงค่ำคืนนี้”

          สุรเสียงจองหองแฝงความพิศวงพิสดาร เปล่งจากปากอสูรร้ายที่รูปร่างผ่าเผยปานขุนศึก วาจาเขามีพลังกดดันให้จอมอาคมน้อยสั่นระริก กระนั้นแคทเธอรีนเก็บอาการอย่างมิดชิดมิให้วิญญาณใดสังเกตเห็น นางเคยเผชิญหน้าวิญญาณร้ายนับร้อย และมีโอกาสเผชิญอสูรร้ายไม่น้อย นางมิอาแสดงกิริยาเหมือนคนอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขา ในเพราะนางคือจอมอาคม

          พลังวิญญาณสูงมาก… เทียบเท่าวิญญาณร้ายที่พวกนางต้องปิดผนึก

          แคทเธอรีนเหงื่อริน อุ้งมือชุ่มน้ำ เมรัยพานางมาที่นี้ทำไม ตอนนี้จอมอาคมน้อยยังสงสัยมิหาย

          “ท่านจอมอาคมอยากขอความช่วยเหลือจากพวกเจ้าน่ะ”

          เมรัยเอ่ยปากพูดอย่างไม่สนบรรยากาศชวนกลืนมิเข้าคาบมิออก นางปล่อยมือแคทเธอรีน และยืนเท้าเอว เชิดคาง บิดตัวให้ตัวน่าเชื่อถือ

          ต่อหน้าวิญญาณนับร้อย เมรัยยื่นตระหง่านอย่างแม่เสือใหญ่ “โห เจ้าเป็นใคร”

          อสูรร้ายเพิ่งสังเกตเห็นเมรัย มองหน้าแล้วไม่รู้จัก หมอผีน้อยหัวร่อหึหึ “ข้าชื่อเมรัยเป็นหมอผี”

          “หมอผีรึ”

          อาชูร่า อสูรร้ายที่ถือกำเนิดจากจิตอาฆาตของชาวเมืองแห่งความลับและเมืองแห่งแร่ เขาถือเป็นภัยคุกขามระดับที่สมควรถูกกำจัด แต่ด้วยเงื่อนไขที่เขาทำสัญญากับยมทูต ทำให้อาชูร่ามิต้องโดนกำจัด แต่เขาต้องทำงานให้ยมทูตแทน และงานนั้นต้องเป็นงานที่ถือว่าส่งผลกระทบต่อโลกทั้งสอง อสูรร้ายยังไม่ได้รับมอบหมายงานในช่วงนี้ ในเวลาที่เขาว่างก็จัดงานรื่นเริงดั่งเช่นค่ำคืนนี้

          นึกไม่ฝันจะเจอหมอผีและจอมอาคม อสูรร้ายยิ้มมุมปาก

          “พวกข้ามาขอความช่วยเหลือ”

          เมรัยคุยอย่างเปิดอก นางคิดว่าอาชูร่าช่วยพวกนางได้ในเรื่องจัดหาวัตถุดิบสำหรับประกอบพิธี ระหว่างที่หมอผีน้อยนั่งรอจอมอาคมน้อย เมรัยแว่วยินคำล่ำลือเรื่องอาชูร่าจากพวกวิญญาณ ได้ความว่าอสูรร้ายเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลของเมืองฉลามน้อย แม้นนางเพิ่งเคยเจอหน้าอสูรร้ายครั้งแรก แต่พินิจจากแววตาและน้ำเสียง คิดว่าอาชูร่าเป็นอสูรร้ายนิสัยดีนะ

          หมอผีน้อยคิดในแง่ดีสุดๆ

          สามารถปกครองวิญญาณนับร้อยได้ต้องเป็นอสูรร้ายที่พวกวิญญาณนับถือแน่ๆ เมรัยยิ้มกว้างแก้มบานน่ารัก ฝ่ายอาชูร่าเมื่อยินประสงค์พวกเมรัยให้หยักยิ้มขำ หลุบตา “ทำไมพวกเราต้องช่วยพวกเจ้าด้วย คิดว่าจอมอาคมมีสิทธิ์ใช้งานใครก็ได้หรือ” อสูรร้ายปรายมองพวกเมรัยด้วยสายตาแข็งกร้าว เขาเคยเจอจอมอาคมผู้ยิ่งใหญ่ ครั้งนั้นที่เขาเผชิญผู้ยิ่งใหญ่ของจริง หากมองในมุมมองอสูรร้ายอายุหลายพันปี เมรัยนี้เขี่ยทิ้ง ส่วนแคทเธอรีนแม้นเป็นจอมอาคม แต่ยังไม่ถึงระดับที่อาชูร่าพึงพอใจ

          ระดับนางยังห่างไกลจอมอาคม

          “เจรจากันเถอะ พวกข้าพร้อมยื่นเงื่อนไข”

          เมรัยกอดไม้เท้า นางยังไม่ยอมแพ้ “พวกข้าต้องรวบรวมของจำเป็นสำหรับประกอบพิธีปิดผนึกวิญญาณ วิญญาณตนนี้มีพลังสูงมาก ท่านจอมอาคมจึงต้องใช้วัตถุดิบหายาก ถ้าพวกเจ้าช่วยพวกข้า พวกข้าสัญญาจะจ่ายค่าตอบแทน” เมรัยชอบให้ทุกฝ่ายมีความสุข ดังนั้นเวลาเจรจานางจึงมองหาหนทางที่จะทำให้ทุกฝ่ายยินดีตกลง ได้รับประโยชน์ที่ควรได้รับ เมรัยหลับตาข้างหนึ่งพลางยิ้มแย้มให้อาชูร่า

          “ท่านเมรัย..”แคทเธอรีนกระตุกแขนเมรัย พวกนางยังไม่ได้ตกลงกันเลยนะ ทำไมเมรัยพูดเช่นนั้น

          “น่าๆอย่าห่วง ข้าเอาอยู่” เมรัยเป็นพี่สาวนะขอบอก เวลาเช่นนี้พี่สาวต้องยืดอกสู้สิ

          “โห เงื่อนไขหรือ”

          อาชูร่าเริ่มถูกใจเมรัย เพราะหมอผีน้อยสามารถพูดคุยต่อรองกับเขาได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ไม่มีความกลัวดั่งเช่นคนอื่น เขาอยากรู้จริงๆว่านางใจกล้ามากหรือเพราะบ้ากันแน่ “พวกเจ้าจะแลกด้วยอะไร” อาชูร่าเอื้อนเอ่ยท้าทาย เมรัยแผ่วหัวเราะ “ข้าจะให้สิ่งที่เจ้าไม่มีวันได้อีกเป็นครั้งที่สอง”

          “โห..”

          อาชูร่าเอนหลังเปิดหูฟังเมรัย มันคืออะไรกันนะ อำนาจอาคม? สามงาม?

          แคทเธอรีนอยากรู้เช่นกันว่าเมรัยหมายถึงสิ่งใด

          “ข้าจะให้จอมอาคมเต้นให้เจ้าดูเป็นบุญตา”

          “ห๊ะ!!!!!!!!!!!”

          ขณะที่ทุกตนตั้งใจฟังเมรัย หมอผีน้อยไม่รอนานเปิดปากบอกสิ่งที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสเห็นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น สิ่งนั้นที่หลายคนได้ยินแล้วอ้าปากค้าง อาชูร่าแน่นิ่ง แคทเธอรีนเหวอประรับทาน ห๊ะ เมรัยพูดอะไรนะ เหมือนแคทเธอรีนได้ยินมิชัด “วันนี้ท่านจอมอาคมจะเต้นให้พวกเจ้าดูเป็นขวัญตา!!”

          “ประเดี๋ยวก่อน!!”

          แคทเธอรีนแตกตื่น เมรัยจะให้นางเต้นต่อหน้าพวกวิญญาณนับร้อยรึ ไม่จริงใช่ไหม เมรัยควรนำของมีค่ามีแลกมิใช่หรือ คิดอย่างไรเอาแคทเธอรีนไปเต้นแลกของกับอสูรร้าย มัน มัน..!! จอมอาคมเหงื่อแตกพลั่ง หน้าซีดเผือก นางไม่น่าตามเมรัยมาเลย โธ่เอ้ย

          จอมอาคมน้อยตัวสั่นเทิ้ม เม้นปากบ่งบอกว่านางไม่ยอมเต้นเด็ดขาด ให้ฟ้าผ่าตาย นางก็ไม่ยอม

          แคทเธอรีนคิดว่าอสูรร้ายไม่มีทางยอมรับเงื่อนไขนี้แน่

          “ฮาๆกล้าเต้นหรือ ได้ ตกลงตามนี้”

          “ห๊ะ!!”

          แคทเธอรีนเหวอหนัก อาชูร่าชูจองสุรายอมรับเงื่อนไข เมรัยยิ้มกว้างปานจิ้งจอกสาวอวบอ้วน แคทเธอรีนมิรู้ตาฝาดเห็นหางเมรัยโผล่หรือเปล่า จอมอาคมน้อยตื่นตระหนก ความสงบนิ่งหายลับ นางต้องเต้นจริงหรือ ไม่นะ น่าอายจะตาย “ข้าเต้นกับเจ้าเอง” “ท่านเมรัย ข้าไม่เต้น!!” แคทเธอรีนยืนยันนั่งยืนสุดใจว่าไม่เด็ดขาด ตีให้ตายนางก็ไม่เต้นต่อหน้าคนนับร้อย

          “ถ้าพวกเราไม่เต้น พวกเราอาจไม่รอดนะ”

          เมรัยขยับตัวประชิดแคทเธอรีนแล้วหรี่ตาต่ำอย่างมีนัยแฝง หมอผีน้อยกระซิบกระซาบข้างหูจอมอาคมน้อย “พวกวิญญาณชอบความครื้นเคร่ง ใครที่สร้างความวุ่นวายและก่อกวนงานเลี้ยงพวกเขา พวกเขาไม่ปล่อยให้รอดหรอก” แคทเธอรีนหน้าซีดเป็นไข่ต้ม แล้ว แล้ว!!เมรัยพานางมาทำลายงานเลี้ยงชาวบ้านทำเพื่อ!! “ตรงกันข้าม ถ้าทำให้พวกเขาสนุกได้ พวกเขาจะยอมรับพวกเราเหมือนมิตรแท้นั้นแหละ” เมรัยรู้ว่าพวกวิญญาณชอบเต้นระบำ หากอยากมีชีวิตที่ดีหลังเสียชีวิต พวกคุณควรฝึกเต้นซะนะ

          “อือๆ”แคทเธอรีนรู้เหตุผลแล้วแต่ก็ทำใจมิได้ ทั้งชีวิตนางมิเคยโยกเอวต่อหน้าใครเลยนะ

          นางเหมือนเด็กเรียนที่ไม่ค่อยคบเพื่อนฝูง เป็นที่นับถือของรุ่นน้อง ทั้งวันอ่านแต่หนังสือและเล่นกับแมว ให้นางไปยืนต่อหน้าคนนับร้อย โอ้ แม่จ้า

          “เต้นให้สนุกก็พอ” เมรัยูลูบไหล่แคทเธอรีน นี้เป็นสิ่งที่จะได้เห็นครั้งเดียวชีวิตจริงๆ

          “ท่านเมรัย ข้าไม่ขำ” แคทเธอรีนโกรธหน้าเขียว ปั้นสีหน้าเหมือนยักษ์ กอดอกยืนนิ่ง ไม่  

          “..” เมรัยจ้องแคทเธอรีน ช่วยไม่ได้ “เช่นนั้นเมื่อโอกาสเจ้าก็แอบหนีไปนะ” เมรัยกดเสียงต่ำมีแววเข้มขรึม แคทเธอรีนใจกระตุก “ท่านจะทำอะไร” แคทเธอรีนสังหรณ์ใจมิดี หรือเมรัยนึกเปลี่ยนแผนแล้ว แต่ว่าในสถานการณ์ตอนนี้ “ขอโทษที่ลากเจ้ามาด้วย แต่เชื่อข้า ข้าช่วยเจ้าได้แน่” เมรัยยิ้ม อุ้งมือลูบศีรษะแคทเธอรีน จอมอาคมน้อยสะอึก “ท่านเมรัย..”

          “ข้าจะกล่อมอสูรร้ายตนนั้น..หากยอม..ก็นั้นแหละ ละไว้ในฐานที่เจ้าเข้าใจ”

          “ยอมอะไรหรือ”

          “โธ่ แม่หนู ก็..”

          เมรัยปลิ้นตา นี่ละหน่อเด็ก “เรื่องของผู้ใหญ่ เจ้าอยากรู้จริงรึ”

          “ข ข้า..” แคทเธอรีนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก หรือว่าเมรัย!! จอมอาคมน้อยเผลอมองเมรัยตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็ยอมรับว่านางมีเสน่ห์หน่อยๆ โดยเฉพาะส่วนนั้น ไม่สิ!!

          “อย่านะคะ ท่านไม่ต้องทำขนาดนี้”

          “ไม่มีทางอื่นแล้ว เชื่อใจข้าเถอะ”

          เมรัยผิดเองที่สร้างความลำบากใจให้แคทเธอรีน นางไม่ควรรังแก..

          “ท่านเมรัย..” แคทเธอรีนจุกปาก ด้วยเวลาบีบบังคับบวกกับสมองเริ่มรับแรงกดดัน จอมอาคมน้อยไม่รู้จักทำเช่นไร หากทำตามที่เมรัยบอก นางก็หาจังหวะหนี แต่ให้ทิ้งเมรัยไว้กับอาชูร่า แค่นึกภาพแคทเธอรีนก็หน้าแดง หูร้อน สะอึกและเจ็บอก “ข้าจะเต้นค่ะ” “ไม่ๆข้าเปลี่ยนใจแล้ว” เมรัยโบกมือปฏิเสธ “ขอร้องเถอะท่านเมรัย ให้ข้าทำเถอะ” “ไม่ไหวอย่าฝืน” เมรัยเกลี้ยกล่อมปานคุณแม่บอกลูกสาวเลิกสนใจหนุ่มหล่อ กระนั้นจอมอาคมน้อยไม่อยากให้หมอผีน้อยแปดเปื้อน “ข้าจะเต้นค่ะ ถ ถ้าท่านเมรัยอมเต้นด้วย”

          “ก็บอกว่า..”

          “อย่าเลยนะค่ะ” แคทเธอรีนมองจ้องตาเมรัยอย่างจริงใจ หมอผีน้อยผงะ ท้ายสุดก็สู้ความดื้อแคทเธอรีนมิไหว

          “งั้นพวกเราเต้นกันเถอะ”

          เอาจริงๆเมรัยก็อยากสนุกกับอาชูร่าอยู่หรอก หมอผีน้อยพยักหน้า แต่ก็แอบเสียใจที่ไม่ได้พานารีกับเรไรมาสุนกด้วย เช่นนั้นเอาไว้วันหลังละกัน ตอนนี้ได้เวลาเต้นแล้ว!!

          เมรัยจับมือแคทเธอรีนอย่างซาบซึ้ง ชั่วขณะหนึ่งนางเบือนหน้าหนีพร้อมแอบฉีกยิ้มปีศาจ หึหึ อีหนูเอ้ย..

          “ดนตรีพร้อม”

          ณ ลานกว้างมีงานแสดงที่น่าอัศจรรย์เกิดขึ้น ข่าวสารเรื่องที่จอมอาคมน้อยและหมอผีน้อยจะเต้นแสดงดังลือลั่นไปทั่วหัวมุมเมืองทำให้ตอนนี้ที่ลานมีวิญญาณและยมทูตจำนวนนับพันมายืน นั่ง นอนชม จอมอาคมน้อยและหมอผีน้อยเริงระบำใต้แสงมณี เมรัยเปลี่ยนเสื้อ ถอนปลดชุดอาภรณ์หลายชั้นออกหมด นางเปลี่ยนสวมชุดนางระบำที่มีชิ้นส่วนเสื้อผ้าแค่สองส่วน นั้นคือส่วนบนและส่วนล่าง เกราะอกเป็นผ้าพันรัดสีทองคำทักทอด้วยใยไหมเกล็ดวิญญาณ ส่วนล่างสวมผ้าบางๆไว้บังปิดส่วนลับเท่านั้น

          เรือนร่างอวบอิ่มมีเนื้อนวลน่าขย้ำ ทรวงอกใหญ่เอ่อล้นผ้าพันอกอย่างล่อตาล่อใจ เห็นแล้วใจเต้นตึกตักยิ่งบางจังหวะบริเวณยอดพรูสีชมพูโผล่แวบๆให้ใจคนชมพุ่งสูงเลือดสูบฉีดพลุ่งพล่าน จะว่าส่วนที่ชวนมองไม่ใช่มีเพียงทรวงอกโตๆยังมีส่วนหน้าท้องผิวเนียนนุ่มป่องๆและสะโพกที่เนื้อขยายบานย้วยๆอย่างมีน้ำหนัก นุ่มนิ่ม ผิวขาวราบเรียบไร้รอยด่าง ทุกก้าวสร้างแรงกระเพื่อมเด้งดึ๋ง ยามโยกย้ายให้กระเพื่อมไหวพลิ้ว หัวไหล่กลมมนมีแต้มสีชมพูระเรื่อราวดอกซากุระ พวงแก้มกลมๆมาพร้อมรอยยิ้มทรวงเสน่ห์เกินหน้าสตรีนับพัน

          สวมผ้าพันไหมพันแขนดุจเทพธิดา และติดเครื่องประดับ กำไลข้อมือ และเท้า สีสันแห่งจักรพรรดิทอประกายเรืองรองประหนึ่งนางคือนางระบำแห่งสรวงสวรรค์

          ตึกๆ เมรัยลองกระโดด ซอยเท้า ตรวจสอบว่าเจ้าผ้าสั้นๆนี้สามารถปกปิดส่วนลับนางได้อย่างมิดชิด ซึ่งเอาจริงๆมันไม่ช่วยปิดเลย กลับยิ่งทำให้นางมีเสน่ห์น่าหลงใหล จนคนมองมิวางตา จะว่าโป๊ก็ไม่ใช่ จะว่าไม่โป๊ก็ไม่เชิง มันเป็นความงดงามที่อยู่ระหว่างเนื้อผ้าบางๆ ยิ่งส่วนก้นเมรัย ผ้าชิ้นเล็กๆไม่ช่วยปิดขนาดก้นเลยสักนิด  

          “สายตาช่างร้อนแรง..” เมรัยยิ้มพราย ครั้นวางมือพรมนิ้วลูบบั้นท้าย นางวางท่านางระบำอย่างโฉมสะคราญล้มเมือง อย่างไรก็ดีที่นางเป็นจุดสนใจมากกว่าจอมอาคมน้อยที่แต่งตัวชุดรูปแบบเดียวกันกับหมอผีน้อย นุงสั้น ผ้าบาง และน้อยชิ้น เพียงแต่นางสวมสีน้ำเงินเข้มปานดวงดารา ให้รู้สึกเหมือนเทพธิดาจากดินแดนเหนือ มองแล้วสดชื่น

          “ชุดสั้นเกินไปแล้ว ///” แคทเธอรีนหลับตาหน้าแดงเถือก นี้พวกนางกำลังทำอะไรเนี่ย เต้นยั่วขุนนางหรือ!! ทำไมชุดมันเย้ายวนชวนให้ตัณหาพวยพุ่งเช่นนี้ละ

          “ออกจะน่าฟัด เอ้ย น่ารัก”

          “!!หยุดเลยนะคะ”

          แคทเธอรีนยอมรับว่าแอบชื่นชมเรือนร่างตนเองหน่อยๆ แต่เมื่อจับคู่กับเมรัย นางจะสู้เช่นไรหรือ แค่มองขนาดอกกับก้นก็สู้ไม่ไหวแล้ว

          “ยิ้มหน่อยเดี๋ยวหาผัวไม่ได้นะ”

          “ข้าไม่..” ไม่ใช่ไม่อยากมีผัว แต่ไม่อยากได้วิญญาณเป็นผัวเสียหน่อย จอมอาคมน้อยเบ้ปาก น้ำตาคลอ

          “ข้าเต้นไม่เก่ง”

          “ฟังเสียงเพลงแล้วไปกับข้า”

          ลานเวทีใหญ่เงียบเสียงลง เมื่อดนตรีเริ่มบรรเลงท่วงทำนอง เมรัยผายมือให้แคทเธอรีน จอมอาคมน้อยสะอึกจะมุดดินหนีก็ไม่ทันแล้ว นางจำใจยื่นฝ่ามือวางเหนืออุ้งมืออวบอ้วน เมรัยคลี่ยิ้มแล้วพาแคทเธอรีนไปออกสู่สายตาสาธารณะชน “คืนนี้ท่านจอมอาคมแห่งโซดาจะแสดงลีลาเด็ดดวงให้พวกเราชมเป็นขวัญ ตาโปรดรับชมให้ดี” บรรณรักษ์หนุ่มทำหน้าพิธีกร เขาประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียง ค่ำนี้แม้หัวหน้ายมทูตก็ยอมวางงานมาดูจอมอาคมเต้นเลยนะ

          ตึก ตึก ตึก ---ผ่าง

          ดอกไม้ไฟเบ่งบานเหนือเวที สองสาวน้อยเริ่มเต้นระบำอย่างสุขสันต์ เมรัยเหวี่ยงแขนโยกสะบัดสะโพกดึ๋งๆ นางจับมือแคทเธอรีนส่งสัญญาณผ่านสายตาให้จอมอาคมน้อยลืมเลือนผู้ชม จงเต้นตามที่นึกและที่ฝัน สนุกสนามกับเสียงดนตรีและมีความสุขเหมือนมีเวลาลืมเลือนเรื่องทุกข์ แคทเธอรีนโดนจังหวะดนตรีและท่วงท่าโบกย้ายสะบัดสะโพกดึดดูด นางเผลอก้าวเท้าและเริ่มส่ายสะบัดอย่างที่นางมิเคยลอง แม้กระนั้นนางเริ่มสนุก รู้สึกหัวใจเต้นตุบๆ

          “อย่างนั้นสิ”

          เมรัยสะบัดวงแขน หมุนเอวใหญ่และซอยเท้าลงแรงหนัก นางพาแคทเธอรีนเต้นระบำด้วยจังหวะดนตรีเร็วกระหน่ำ แคทเธอรีนมิกล้ามองผู้ชม นางเพียงมองแต่เมรัยที่ยิ้มเริงร่าอย่างสุขเอ่อล้นหัวใจ รอยยิ้มนั้นราวชวนเชิญให้แคทเธอรียิ้มตาม จอมอาคมน้อยหลงลืมโลกภายนอกชั่วขณะ นางเริ่มเต้นตามเมรัยแม้แรกๆยังแข็งทื่อปานหุ่นไล่กา แต่เพราะจังหวะเขย่าอกและก้นเมรัยไม่ยาก ไม่นานแคทเธอรีนก็ไล่ตามความเร็วทัน

          ทรวงอกอ้วนเปี่ยมน้ำนมเหวี่ยงตับๆ ครั้นหน้าท้องขาวเนียนปรากฏเหยื่อเหงื่ออย่างร้อนรุ่ม แคทเธอรีนคลอยตามเมรัย หูแว่วเสียงดนตรี ไม่รู้เมื่อใดนางหลงลืมผู้ชมและเริ่มสนุกสุดเหวี่ยงกับการเต้นคู่เมรัย “ฮาๆ” หมอผีน้อยหัวเราะเสียงใสราวนกกระจิบ แคทเธอรีนหน้าแดงระเรื่อขวยเขิน เมรัยบอกให้นางยิ้มให้สุด ยิ้มกว้างและหันมองผู้ชม แคทเธอรีนตามทำและพบว่าโลกที่นางหวาดกลัวนั้น ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด..

          “โอ้!!”

          ผู้ชมนับพันส่งกำลังใจ และจับจ้องพวกเมรัยด้วยสายตาชื่นชมประหนึ่งแฟนคลับ พวกเขาฉีกยิ้มสนุกสนามมีความสุข แคทเธอรีนไม่เคยเห็นใครยิ้มให้นางมากมายเท่านี้ แม้แต่ตอนนางทำงานเสร็จเรียบร้อยก็ไม่เคยได้รับรอยยิ้มจากผู้ว่าจ้าง จะมีก็เพียงเด็กๆและผู้เฒ่าผู้แก่ที่ยิ้มให้นาง บอกนางว่านางฉลาดและเป็นเทพธิดามาโปรด จอมอาคมน้อยมีความสุขเมื่อได้ทำประโยชน์ให้ผู้อื่น ให้โลกใบนี้

          นางไม่เคยรู้เลยว่าการที่นางเต้นระบำจะทำให้พวกวิญญาณมีรอยยิ้มและมีความสุขมากมาย

          “เอ้า ออกมาเต้น”

          “อ อือ!!”

          แคทเธอรีนอายจนตัวแดงแต่นางส่ายสะโพก สะบัดมือมิหยุด นางรู้ตัวว่าไม่ได้ยืนอยู่บนเวทีเพียงลำพัก ดังนั้นจึงไม่กลัวผู้ชมมากเพราะมีเมรัยค่อยสนับสนุนและจูงมือนางให้เต้นอย่างที่นึก แคทเธอรีนยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เป็นยิ้มมาก่อน นางเหนื่อยนัก แต่ก็ยังอยากเต้นกับเมรัย “ฮาๆ” หมอผีน้อยหัวเราะปากกว้าง สีหน้างดงามอย่างพิสมัย นางจับจูงอุ้งมือแคทเธอรีนและเปลี่ยนท่วงท่าดั่งใจหมายปลดปล่อย วงแขนอ้วนวาดอ้อมเอวจอมอาคมน้อย พริบตานั้นพุงและอกของพวกนางกระแทงแนบชิดกัน สัมผัสไอร้อนชวนใจเต้นและร้อนรุ่ม แคทเธอรีนอ้าปากเผลอคราง แต่ไม่นานเมรัยก็ผละจากทิ้งไว้เพียงความใคร่เบาๆที่มาแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว

          “ฮาๆ”

          เสียงหัวเราะและรอยยิ้มจริงใจของเมรัยทำให้แคทเธอรีนสนุกไปด้วย นางไม่เคยเจอสาวน้อยคนไหนกล้าและบ้าอย่างเมรัย ทั้งที่เป็นแค่หมอผีน้อยอมโรคแต่กลับกล้าเผชิญอสูรร้ายอย่างอาชูร่า กล้าต่อรอง และท้าทายพวกวิญญาณ ในวินาทีนั้นที่เมรัยตบบ่าและแอบจิ้มพุงแคทเอรีน จอมอาคมน้อยภาวนาให้สักวันเมรัยกลายเป็นจอมอาคมเฉกเช่นเดียวกับนาง

          ตึก ตึกๆๆ

          ฝีเท้าย่ำเร็วเพิ่มระดับเสียงและจังหวะ บั้นท้ายเมรัยเด้งกระเพื่อมเหวี่ยงโครมครามล่อตาบรรดาวิญญาณโสด ผู้ชายมองดี ผู้หญิงมองชม ยากปฏิเสธว่าเมรัยเต้นระบำได้เขย่า ยั่วใจผู้ชมมากๆ เขย่าจนพวกเขาโยกมือส่งพลังให้ พร้อมร้องกรี๊ด เขินๆไปตามกันๆ “ฮาๆ” บรรยากาศอบอุ่นมีเสียงดนตรีดังกังวานพร้อมชมสองนักเต้นระบำแสดงลีลาเด็ดดวงไร้ผู้ต่อกร เมรัยเต้นคู่กับแคทเธอรีน นางเป็นผู้นำและพร้อมอุ้มจอมอาคมน้อย “ฮา” จอมอาคมน้อยตกใจ กระนั้นก็ตอบสนองต่อเสียงจังหวะ “บอกแล้วว่าไม่เป็นไร!!”

          “..”

          คำพูดเมรัยเปี่ยมด้วยพลังกระแทงใจแคทเธอรีน จอมอาคมน้อยหน้าแดงปานตำลึง ริมฝีปากเผยอ กระทั่งสิ้นสุดเสียงเพลง เมรัยอุ้งมือตบๆเอวเพี๊ยะๆแอบจัดน้องลิงที่จมลงร่องก้น และเชิดอกยิ้มขอบคุณผู้ชมทุกท่าน “ถ้าได้เสียงพิณนารีจะมันส์กว่านี้ อือ..” หมอผีน้อยขมวดคิ้ว น่าเสียดายที่นารีไม่อยู่ด้วย แต่ถ้าอยู่ด้วยเมรัยคงโดนพัดกระดาษฟาดหัวไปแล้วฐานแสดงพฤติกรรมอนาจารในที่สาธารณะ อีกฟากข่างไหล่เมรัย แคทเธอรีนวางท่าโปรยเสน่ห์เหมือนเมรัย นางยิ้มกว้าง พวงแก้มมีเหงื่อไหลหยด แม้จะเหนื่อยแต่หัวใจนางพองโตยิ่งนัก

          “สนุกใช่หรือไม่ ต่ออีกสักหลายเพลงไหม”

          “เอ๊ะ!!”

          เมรัยกระซิบหูแคทเอรีนขณะจอมอาคมสติยังไม่หลุดจากเสียงดนตรี “ไม่ต้องกลัวว่าเต้นแล้วน้ำหนักจะลด เดี๋ยวขเาไปพากินเพิ่มเอง” เมรัยเป่าลมร้อนใส่หูแคทเธอรีน จอมอาคมน้อยไม่อยากอ้วน ไม่อยากผอมด้วย นางขอมีหุ่นปกติก็พอ แต่เมื่อครู่เห็นเรือนร่างยั่วสวาทเมรัยแล้ว ใจลึกๆพลันอยากใหญ่ให้เท่าหมอผีน้อย “ข้าไม่ไหวแล้ว..” แคทเธอรีนเม้นปากไม่อยากสบตาเมรัย กลัวหมอผีน้อยรู้ว่านางอยากเต้นอีก

          “เต้นหนึ่งเพลง”

          “ไม่..” อยากบอกร่างกายไม่ไหวแล้ว แต่ใจยังอยากลุย และเนื่องจากเมรัยมีพลังกล่อมระดับปีศาจ แคทเธอรีนโดนปลุกใจให้อยากเต้นอีก..สักเพลง เพลงเดียวนะ!!!

          “อย่างนี้สิ” เมรัยแอบลูบก้นแคทเธอรีน หลังจากนั้นพวกนางก็เต้นไปอีกสี่ ห้า หก เจ็ด แปดเพลง เพราะกลัวจอมอาคมน้อยไม่ไหว เมรัยเลยสั่งนักดนตรีไม่ต้องเล่นเพลงเร็ว แต่จังหวะเพลงที่พวกเมรัยเต้นก็กินแรงไม่น้อย ยังดีที่เมรัยอ้วนแรงเยอะ แคทเธอรีนเห็นบอบบางแต่เอาเข้าจริง ใจนางไปก่อนร่างกายแล้ว ขออีกสิบเพลงก็เอาสิ!!!

          จอมอาคมยิ้มหยาดเยิ้ม โดนมองด้วยสายตาชื่นชมแบบนี้ นางเขินจนจะชิน ชินแล้วชอบด้วย

          “ยอดเยี่ยมมาก”

          เมื่องานแสดงสิ้นสุดด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้จะถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ตำนานจอมอาคมแห่งโซดา และจะจดจำอยู่ในใจแคทเธอรีนตราบชีวิตนางสิ้นสุด ว่าวันนี้คือจุดเริ่มเส้นทางจอมอาคมผู้ใช้ศิลปะร่ายระบำชำระล้างวิญญาณ หนึ่งเดียวเท่านั้น อย่าลืมขอบคุณเมรัยนะที่ทำให้แคทเธอรีนค้นพบตัวเอง หึหึ

          ณ ลานกว้างที่พวกวิญญาณเริ่มแตกกระจาย เมรัยยังสวมชุดนักเต้นกึ่งเปลือย ยังดีที่มีเกราะอกและน้องลิงปิดซ่อนพื้นมิติมืดหน่อยๆ กระนั้นบั้นท้ายและอกนางก็เห็นชัดเต็มตานนั้นล่ะ แคทเธอรีนยังสติดีพอหาเสื้อมาคลุมปิดเรือนร่างอชชร นางมิใจกล้าเหมือนเมรัยซะหน่อย โธ่ “ยอมรับฝีมือระบำพวกข้าแล้วใช่หรือไม่” เมรัยยืดอกมหึมาอย่างแม่วัวสาว มือเท้าเอว พุงเปิดโล่งโชว์เต็มที่

          “ข้ายอมรับเงื่อนไข แต่ในรายงานของที่พวกเจ้าต้องการ พวกเราไม่สามารถหาให้ได้”

          “อ้าว”

          เมรัยผิดหวัง อุสาเต้นยั่วแท้ๆทำไมเป็นเช่นนี้ล่ะ “หาไม่ได้จริงหรือ” เมรัยกอดอกกระดิกนิ้วท่าทางเข้มขรึมปานท่านหญิงสาวเริ่มมีน้ำหู อสูรร้ายยิ้มทะมึน “หาไม่ได้คือไม่ได้” น้ำเสียงบ่งบอกอารมณ์ราบเรียบและเย็นยะเยือก บรรยากาศที่เมื่อครู่ยังร้อนรุ่มด้วยไอรักสิบแปดบวกเริ่มถูกลมพัดหายประหนึ่งฤดูร้อนแปรเปลี่ยนเป็นฤดูหนาว อาชูร่ายืนการคำเดิม เรื่องของแลกเปลี่ยน หากใช้ความสามารถของเขาและฐานะแล้ว มันหายากจริงๆ ไม่สิต้องบอกว่าไม่สามารถเอื้อมถึงเลยก็ได้

          “ขนวิหคอุทัย เกล็ดมังกรแก้ว ดวงตาแห่งบารมี..สามอย่างนี้ไม่ใช่สมบัติที่จะมอบให้ใครได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอีกยี่สิบกว่าอย่างที่เหลือ” วัตถุดิบประกอบพิธีกรรมครั้งนี้ แคทเธอรีนจงใจเลือกของที่มีพลังอำนาจสูงเป็นพิเศษซึ่งจอมอาคมน้อยรู้ดีว่าแต่ละอย่างไม่ใช่ของที่หาง่ายๆตามท้องตลาด และต่อให้ขอจากวิญญาณระดับสูงก็ใช่ว่าพวกเขาจะมี

          บางอย่างมีเพียงร้อยชิ้นในโลก..

          “..”

          แคทเธอรีนเพิ่งสนุกสุดเหวี่ยงๆมามาดๆ ต้องมาเจอความผิดหวังเช่นนี้ นางรู้แต่แรกแล้วว่ามันอาจไม่ได้ผล กระนั้นก็ยังแอบหวัง

          จอมอาคมน้อยมือกำผ้าคลุม สีหน้าเศร้าสลดสามส่วน

          “เฮ้อ”

          เมรัยถอนหายใจ อุสาตั้งใจจับแคทเธอรีนมาเต้นให้ดูเป็นขวัญ แต่อีกฝ่ายดันไม่ยอมให้ของรึ คิดจะทำให้จอมอาคมน้อยอับอาย เสียใจรึไง!! ชั่วช้าจริงๆ

          โปรดอย่าลืมว่าใครเป็นคนเริ่มเรื่อง----

          “แท้ที่จริงบอกว่าเจ้าหาไม่ได้ สู้บอกมาเลยดีกว่าว่าเจ้าไม่มีอำนาจเปิดคลังสมบัติ” เมรัยหรี่ตาต่ำ ประกายคมกริบสาดสยายสะกดทุกชีวิตให้นิ่งทึ่มทื่อ บรรยากาศรอบลานกว้างพลันตึงเครียดเนื่องจากคำพูดเมรัยกล่าวอ้างไปถึงอำนาจเบื้องหลังอาชูร่า อสูรร้ายปัดหญิงงามข้างบ่า สลัดทิ้งอย่างเกรี้ยวกราด เขายืนขึ้นปานอยากสังหารเมรัย จิตสังหารแตกซ่านทั่วบริเวณ แทรกซึมในทุกอณู พลังวิญญาณมหาศาลก่อร่างเป็นไอมืดและกดดันดวงวิญญาณระดับต่ำกว่าผงะ หวาดสะพรึงกลัว

          แคทเธอรีนตกใจแรงกดดันวิญญาณนางรีบไปใกล้เมรัยหวังปกป้องหมอผีน้อย

          ทว่าภายใต้แรงกดดันชวนอึดอัดหายใจลำบาก แรงกดดันแค่นี้เทียบไม่ติดกับแรงกดดันที่เมรัยเคยเผชิญหน้ามาก่อน..

          “ทำไมเจ้ารู้เรื่องคลังสมบัติ”

          ตำนานแห่งวิญญาณมีกล่าวขานเรื่องวิญญาณมากมาย กระนั้นในยุคสมัยนี้นามนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากเอ่ยก็จะเอ่ยได้

          “อย่าแต่ว่าคลังสมบัติเลย เรื่องเจ้านายพวกเจ้าก็รู้นะ รู้ดีด้วย”

          อาชูร่าคิ้วกระตุกพลันกระโดดลงมาประจันหน้าเมรัย!!!

          “เจ้าเป็นใคร”

          สุรเสียงบีบบังคับให้หมอผีน้อยเกรงกลัว กระนั้นเมรัยเงยหน้าปะทะสายตาตรงๆกับอาชูร่าอย่างมิกริ่งเกรงแม้แต่น้อย

          นัยน์ตาสีส้มเปลวเพลิงทอออร่าเข้มข้นไม่ใช่ดวงตาที่อาชูร่าเคยเจอ ยิ่งดวงตานั้นแฝงด้วยแรงกดดันที่มากกว่าเขาพันหมื่นเท่า

          เมรัยหรี่ตาอุ้งมือล้วงลึกร่องอกอวบ พลันหยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมาแสดงให้ทุกชีวิตดู

          “ต่อหน้าตราแห่งจักรพรรดิวิญญาณ คุกเข่า

          !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

          เครื่องรางขนนกนางนวล ตราตัวแทนจักรพรรดิวิญญาณ หนึ่งในตัวตนสูงสุดแห่งโลกวิญญาณยุคปัจจุบัน ไม่มีใครมิรู้จักนามตำแหน่งท่าน และไม่มีใครกล้าไม่ก้มหัวให้ท่าน ด้วยอำนาจที่เหนือกว่าวิญญาณทั้งปวง ท่านเปี่ยมเสมือนจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่และมีอำนาจที่ไม่มีใครกล้าท้ายทาย ต่อให้ปัจจุบันไม่มีใครรู้ที่อยู่ของท่าน แต่ตำนานและเรื่องราวของท่าน อำนาจที่ท่านสลักไว้ยังมีพลังน่าเกรงขามห้ามลบหลู่ แม้แต่ยมทูตยังต้องก้มกราบ อสูรร้ายยังยำเกรง แม้แกระทั่งห้าจอมอาคมยังต้องคุกเข่า

          วิญญาณนับร้อยรอบด้านพร้อมใจกันคุกเข่าให้ผู้ถือตราตัวแทน แม้แต่อาชูร่าและแคทเธอรีน จอมอาคมน้อยรู้จักเรื่องราวของจักรพรรดิวิญญาณดี เพราะนั้นคือเรื่องที่ต้องรู้ว่ายามนี้ใครคือผู้ปกครองโลกแห่งวิญญาณ ตัวตนของท่านเป็นที่กล่าวขวัญประหนึ่งตำนานที่ยังมีลมหายใจ ฝ่ายอาชูร่าครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสเห็นจักรพรรดิวิญญาณ แต่ก็ได้แค่เห็นเงาเท่านั้น ท่านเคยปกครองโลกวิญญาณ แต่เรื่องราวความรุ่งเรืองก็ยุติลงพร้อมกับการหายตัวไปของท่าน

          วิญญาณใดได้มีเกียรติรับใช้จักรพรรดิวิญญาณย่อมถือว่ามีวาสนายิ่งกว่าขึ้นสวรรค์

          อาชูร่าเป็นอสูรร้ายและได้รับมอบให้ปกป้องคลังสมบัติใต้บัญชาของอดีตผู้นำวิญญาณเมืองแห่งความลับ ซึ่งท่านเป็นลูกน้องจักรพรรดิวิญญาณ

          สรรพเสียงเงียบงันราวป่าช้า ด้วยอำนาจสูงสุดในมือเมรัย

          “ข้าขอสั่งเปิดคลังสมบัติและนำของที่พวกข้าต้องมาซะ”

          เมรัยเอ่ยเสียงเย็นเยียบแม้มีอำนาจสูงสุดในมือ แต่เสียงของนางกับแฝงพลังกดดันมากกว่าพันทวี ประหนึ่งนางเป็นจักรพรรดิวิญญาณตัวจริง “รับบัญชา” อาชูร่าคุกเข่าเคารพตราตัวแทนที่ไม่อาจเมินเฉย เขาสั่งลูกน้องให้นำกุญแจไปเปิดคลังสมบัติและจัดการเตรียมของให้พวกเมรัย ทีท่าตอนนี้ให้ยำเกรงเมรัยสิบส่วน ไม่มีแววโอหัง

          “ท่านเมรัย..” วิญญาณอื่นยังก้มหน้าอย่างภักดี แคทเธอรีนเองก็ไม่กล้าเงยหน้ามองเมรัย หัวใจสับสนหนักว่าเหตุใดเมรัยถึงมีตราตัวแทนจักรพรรดิวิญญาณ

          สมบัติระดับตำนานอมตะที่หายากพอๆกับขนกิเลน อยู่ในมือหมอผีน้อยที่ท่าทางไม่สมประกอบ

          “เงยหน้าเถอะ”

          เมรัยหมุนตราตัวแทนเล่นปานนั้นเป็นเหรียญบาทไม่มีค่า แต่ในสายตาทุกวิญญาณมองนางเหมือนตัวแทนจักรพรรดิวิญญาณ ต่างหวาดเสียวกับการกระทำของเมรัย หมอผีน้อยยืนกอดอก กระดิกปลายเท้า สีหน้าอึมครึมปานเมฆฝน กระทั่งพวกวิญญาณและแคทเธอรีนยืนตรงแล้วทุกคนยังปิดปากเงียบมิกล้าส่งเสียงรบกวน กลัวเมรัยจะสั่งให้ประหารชีวิตรอบที่สอง

          เหมือนเห็นรถขนของแล่นมาตรงหน้า เมรัยเดินไปเปิดดูของว่าได้ตามที่ต้องการไหม สายตาน่าเกรงขามไล่มองวัตถุดิบประกอบพิธี ปากเอ่ยสั่ง “ในคลังมีศรพิฆาตพระเจ้าหรือไม่” “มีขอรับ” “มีเท่าไหร่” “ห้าดอกครับ” “นำออกมาให้หมด” “!!”

          วิญญาณแก่คนขนของตกตะลึง ศรพิฆาตพระเจ้าเป็นหนึ่งในอาวุธจักรพรรดิวิญญาณ ท่านต้องใช้เวลานานกว่าร้อยปีถึงจะสร้างให้ได้หนึ่งศร ห้าก็ห้าร้อยปี ทั้งอาวุธชิ้นนี้ครั้งหนึ่งเคยใช้สังหารพระเจ้าด้วย นี่มันออกจะ..

          “เอามาให้หมด”

          เมรัยปรายตาใส่วิญญาณแก่ ศึกครั้งนี้เมรัยอยากให้แคทเธอรีนปลอดภัย ของอะไรใช้ได้ นางก็ใช้

          “ข ขอรับ”

          พวกนางได้รับศรพิฆาตพระเจ้า หนึ่งในมหาอาวุธวิเศษในตำนานและของที่ต้องการครบทุกชิ้น เมรัยตรวจสอบแล้วว่าทุกอย่างพร้อมก็สั่งให้ขนไปส่งที่บ้านอีธาน “ดี ขนไปส่งที่พักนาง” เมรัยชี้โป้งไปทางแคทเธอรีน จอมอาคมน้อยใจกระตุก นาง นางเป็นจอมอาคมก็จริง แต่จะให้ใช้อาวุธระดับจักรพรรดิวิญญาณหรือ นางยังไม่มีสิทธิ์ใช้นะ อีกสี่จอมอาคมก็ยังไม่มีสิทธิ์

          แต่เมรัยดันโยนให้นางเฉยเลย

          “หมดธุระพวกข้าแล้ว ขอตัว”

          เมรัยเก็บเสื้อผ้า หยิบไม้เท้า ขณะกำลังจะพาแคทเธอรีนกลับบ้าน อาชูร่ารวบรวมความกล้าเอ่ยถามเมรัย “ท่านเมรัย..” น้ำเสียงให้เกรงใจแปดส่วน อสูรร้ายไม่รู้เมรัยมีสายสัมพันธ์อย่างไรกับองค์เหนือหัว แต่ต้องไม่ใช่แค่ฐานะธรรมดาแน่ เพราะคนที่จะได้รับตราตัวแทนย่อมเป็นคนสำคัญและท่านวางใจเท่านั้น คนสำคัญมากๆเพราะตรานี้มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

          “ท่านจักรพรรดิตอนนี้ท่านอยู่ที่ใดหรือ”

          ท่านหายตัวไปนานหลายร้อยปี.. ทิ้งไว้เพียงชื่อเสียงและตำนานให้วิญญาณรุ่นหลังเคารพรักเท่านั้น ไม่ต้องบอกเลยว่ามีวิญญาณไม่น้อยต้องการรับใช้ท่าน

          “เขาอยู่ในที่ที่เขาอยากอยู่แล้ว”

          เมรัยตอบเสียงเฉยชา ยังดีที่นางไม่สั่งประหารอาชูร่าโทษถามตัวแทนจักรพรรดิวิญญาณ สมัยก่อนท่านเด็ดขาดมาก.. กลิ่นไอของเมรัยก็มีเค้าโครงของท่านแฝงอยู่ประปราย

          ข่าวเรื่องการประกาศตัวของผู้ถือตราตัวแทนแพร่กระจายอย่างเงียบๆเนื่องจากการพูดคุยเรื่องจักรพรรดิวิญญาณถือเป็นเรื่องต้องห้ามประหนึ่งการพูดวิจารณ์เรื่องราชวงศ์ แม้กระนั้นข่าวนี้ก็สร้างความแตกตื่นและคลื่นลมที่พัดในสังคมวิญญาณ ข่าวดีคือท่านอาจยังมีตัวตนอยู่ที่ไหนสักแห่ง ข่าวร้ายคือตอนนี้ก็ไม่มีมีใครรู้ว่าท่านอยู่ที่ไหน  

          อนึ่งเรื่องที่ว่าเมรัยเป็นผู้ถือครองตราตัวแทนถูกปิดเงียบไว้ในกลุ่มผู้เห็นเหตุการณ์คืนนั้นเท่านั้น หากมีใครสืบรู้เรื่องที่เมรัยเป็นผู้ถือตราและอยากไล่ตามเมรัย หมอผีน้อยเอ่ยทิ้งอย่างเลือดเย็นไว้ก่อนจากไป “อย่าได้ตามข้าหรือค้นหาเบาะแสของเขา..นี่เป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย”

          วาจาดังกล่าวแฝงด้วยความต้องการของจักรพรรดิวิญญาณที่อยากอยู่อย่างสันโดษ เมื่อก่อนท่านก็เคยเตือนสติผู้ที่อยากตามหาท่านเช่นนี้ คืนนี้เมรัยเอ่ยคำเตือนนั้นอีกครั้ง หมายถึงการส่งสารเตือนให้บรรดาวิญญาณแห่งตำนานต่างๆได้สติ.. ท่านตัดขาดจากทางฝั่งนี้แล้ว..อย่าได้บังอาจกวนใจท่านอีก..

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น