โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 7-3 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 7-3 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 17:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7-3 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี
แบบอักษร

​ช่วงบ่ายแก่ของวัน มีโซขีดๆ เขียนๆ สมุดบันทึกอย่างเหม่อลอยระหว่างรอผู้สมัครเข้าไปสัมภาษณ์รอบสุดท้ายในห้องประชุมเล็กอยู่ด้านนอก


[มีอยู่สองคนบนโลกนี้ที่ฉันไม่อยากให้พูดเรื่อง ‘เอาใจใส่’ ต่อหน้าฉัน คนหนึ่งคือพี่ชาย ส่วนอีกคนที่เหลือก็คือเลขาคิม จำไว้ด้วยล่ะ]


ยองจุนมีพี่ชายที่อายุห่างกันสองปีอยู่คนนึง เขาใช้คำว่าท่องเที่ยวเป็นข้ออ้างในการเดินทางไปไหนมาไหนอยู่เรื่อย เท่าที่รู้เหตุผลของการที่ลูกชายคนโตไม่เข้าร่วมบริหารบริษัทก็มีเพียงแค่ปัญหาเรื่องสุขภาพเท่านั้น

ก็นะ ปัญหาระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอาจจะเป็นปัญหาระหว่างพี่น้องซึ่งมันก็คงไม่เกี่ยวกับเธอ แต่กลับบอกว่าอีกคนหนึ่งคือคิมมีโซงั้นเหรอ หมายถึงอะไรกัน

เธอคงพอเข้าใจได้หากการทำงานที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้เธอได้รับความเอาใจใส่ หรือรู้สึกซาบซึ้งกับการกระทำของยองจุนบ้าง แต่คิดยังไงก็นึกไม่ออก มีโซจึงไม่เข้าใจความหมายของคำนั้นเลย

“เฮ้อ”

ขณะที่เธอถอนหายใจยาวโทรศัพท์ส่วนตัวในแจ็กเก็ตสูทก็สั่นขึ้น

มีโซรับโทรศัพท์ด้วยความระมัดระวังหลังมองประตูห้องประชุมเล็กที่ถูกปิดสนิท แต่พอจะมองเห็นผลลัพธ์การสัมภาษณ์ได้อยู่ลางๆ คนที่โทรมาก็คือเพื่อนร่วมรุ่มเมื่อสมัยมัธยม

“จองฮี! ไม่ได้คุยกันตั้งนานนะ”

-สบายดีใช่ไหม มีโซ ตอนนี้คุยได้หรือเปล่า

“น่าจะคุยนานไม่ได้ ขอเนื้อความเลย”

-สุดสัปดาห์นี้มีเวลาไหม

“ทำไม มีเรื่องอะไรอะ”

-ยองซอนน่ะ

ยองซอนที่ว่าคือเพื่อนที่ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ฝ่ายตัดต่อของหนังสือพิมพ์ชื่อดัง

-ตอนนั้นฉันเคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่ายัยนี่ต้องมีแฟนแน่ๆ ตบตาฉันไม่ได้หรอก นี่ปลายเดือนนี้นางจะแต่งงานกับนักข่าวสายสังคมในสำนักข่าวเดียวกันนี่แหละ แต่ตอนนี้ยองซอนยุ่งมากเลยให้ฉันเป็นคนดูแลเรื่องการส่งข่าวแทนน่ะ

“อุ๊ย จริงเหรอ ดีใจด้วยจริงๆ ว่าแต่ปลายเดือนนี้เลยเหรอ ทำไมรีบขนาดนั้น”

-เหตุผลจะอะไรล่ะ เดาได้ง่ายๆ นี่คือแซงโค้งสุดท้ายเลยนะ”

“โอ้โหหห”

-เอาเถอะ วันเสาร์นี้ตอนบ่ายจะมีถ่ายรูปทำอัลบั้ม ถ้ามีเวลาก็ไปด้วยกันนะ

“งั้นฉันขอถามเจ้านายก่อนแล้วกัน เดี๋ยวโทรบอกนะ ถึงเขาจะไม่ให้ไปแน่ๆ ก็เถอะ”

-โอเค

“แล้วเธอล่ะ จองฮี คบตั้งนานแล้วนี่ ไม่แต่งเหรอ”

-อ๋อ… ฉันเหรอ ก็สถานการณ์ด้วยน่ะ… เลยอยู่ด้วยกันไปก่อน ส่วนงานไว้ค่อยในอนาคต… ล่ะมั้งนะ

“อ๋อ อื้อๆ เข้าใจแล้วล่ะ”

จองฮีคบกับผู้ชายคนเดิมมาเกือบจะห้าปีแล้ว แต่เพราะแฟนหนุ่มของเธอดันฝืนลงทุนเปิดบริษัทจนจบด้วยความล้มเหลวส่งผลให้ทั้งคู่ยังคงไม่สามารถจัดงานแต่งงานได้จนถึงตอนนี้

มีโซมองดูผลงานของความจิตว่างที่หลงเหลืออยู่บนสมุดบันทึก ทั้งตัวการ์ตูนและรอยขีดเขียนอันไร้ความหมาย แต่ในรูปเหล่านั้นกลับมีสัญลักษณ์สองสามอันแทรกเอาไว้ด้วย

ก่อนหน้านี้พี่มัลฮีเคยพูดเอาไว้ ไม่สิ พี่มัลฮีหรือพี่พิลนัม ไม่งั้นก็อาจจะเป็นอาจารย์สมัยมัธยมปลายสักคนที่ถึงจะลองนึกดูอีกทีเธอเองก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่เอาเถอะ


[หากความจนแทรกผ่านช่องหน้าต่าง ความรักก็คงบินหนีไปทางประตูใหญ่]


ลูกชายประธานบริษัทยูอิลกรุ๊ป หนึ่งในสิบบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ แถมตอนนี้ยังเป็นถึงทายาทสายตรงไร้คู่แข่ง เติบโตมาโดยที่ทั้งชีวิตไม่เคยความกังวลเรื่องเงินทอง แล้วต่อไปในอนาคตก็จะเป็นแบบนั้นด้วย แต่เธอกลับปฏิเสธคำขอแต่งงานจากผู้ชายคนนี้ ท่าทางจะบ้าไปแล้ว

ความโรแมนติกนี่มันกินแทนข้าวได้รึไง แค่ทำเป็นโอเคยอมแต่งไปไม่ได้เหรอ แต่ใช่ว่าปฏิเสธยองจุนไปแล้วเธอจะเจอแค่คนจนเท่านั้นนี่ แล้วคนเราก็ไม่ได้อยู่ได้เพราะข้าวอย่างเดียวนี่นา

ตอนนี้เธอก็ยังมีเรื่องที่ต้องหาทางออกอยู่ด้วยอีก

พี่ชายในความทรงจำคนนั้น

เธออยากตามหาเจ้าของมือที่มอบความอบอุ่นสุดหัวใจให้เจอจนแทบบ้า

-มีโซ แล้วเธอยังไม่มีแฟนอีกเหรอ

“เฮ้อ แนะนำให้หน่อยสิ”

-ก่อนหน้านี้ฉันก็หาให้ตั้งหลายรอบแล้วนะ แต่เธอก็ไม่มีเวลา สุดท้ายก็ไม่ได้ไป

“อ่า จริงด้วยแหละ เอ๊ะ... เดี๋ยวนะ”

อยู่ๆ มีโซก็เบิกตากว้างขึ้นหลังนั่งหมุนปากกาเล่นมาสักพัก

“เจ้าบ่าวของยองซอนเขาเป็นนักข่าวสายสังคมใช่ไหม”

-อื้อ ทำไมอ่ะ

“ได้การล่ะ!”

เธอรู้สึกเหมือนเจอทางสว่าง ช่วงนั้นเธอคงอายุสี่ห้าขวบซึ่งเป็นช่วงปลายปีแปดศูนย์ นั่นหมายความว่าเธอคงหาข่าวเก่าๆ เหตุการณ์เกี่ยวกับเด็กในช่วงนั้นได้

พอจบความคิดมีโซก็ได้ยินเสียงขยับเก้าอี้จากด้านในห้องประชุม ดูท่าการสัมภาษณ์คงเสร็จลงแล้ว

“โอเค จองฮี เลิกงานเดี๋ยวฉันโทรหานะ”

มีโซตัดสายก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมรอยยิ้ม แล้วเดินไปหาผู้เข้าสัมภาษณ์ที่เพิ่งเปิดประตูออกมา

“เหนื่อยแย่เลยใช่ไหมคะ”

“ไม่เลยนะคะ ท่านเป็นคนดีกว่าข่าวลือที่ได้ยินมาเยอะเลยค่ะ”

อ้าว วันนี้ผลตอบรับไม่เหมือนเดิมนี่นา

มีโซหัวเราะแกนๆ แล้วเริ่มสแกนผู้เข้าสมัครคนที่สิบอย่างคิมจีอา

คิมจีอาเหมือนกับผู้สมัครคนอื่นๆ ทั้งความสูงและภาพลักษณ์ที่เหมือนกับมีโซ แต่แตกต่างจากคนอื่นๆ ที่ออกมาพร้อมกับหยดน้ำตา เพราะคนตรงหน้าเธอกำลังยิ้ม

“ท่านรองประธานไม่ถามคำถามอะไรแปลกๆ เหรอคะ”

มีโซถามขึ้นระหว่างบอกทางออกให้กับผู้เข้าสัมภาษณ์ คิมจีอาพยักหน้าหงึกหงักแล้วตอบกลับ

“ก็ยากนะคะ แต่ไม่มีคำถามอึ้งๆ เท่าไหร่ค่ะ ท่านจบบริหารมา แต่เข้าถึงเรื่องวรรณกรรมได้ดีมากเลยค่ะ ได้อภิปรายผลงานของเฮมิงเวย์แบบลึกซึ้งมากๆ ในช่วงสัมภาษณ์สั้นๆ ด้วยค่ะ แล้วก็ได้รับคำแนะนำเรื่องการใช้ชีวิตจากท่านด้วยทั้งที่อายุยังน้อยอยู่เลย ประทับใจมากค่ะ”

“แนะนำ…การใช้ชีวิตงั้นเหรอคะ”

“คนรักตัวเองอย่างจริงใจเท่านั้นถึงจะกลายเป็นคนยอดเยี่ยมได้ ประทับใจสุดๆ ไปเลยค่ะ”

อ่า นรกชัดๆ เลย เจ้าของคำพูดแบบนั้นตัวจริงเป็นคนยังไงก็มีแค่ความจริงเท่านั้นที่แยกแยะได้

แม้จะส่งผู้สมัครลงลิฟต์ไปได้สักพักแล้ว แต่มีโซใช้เวลาพักใหญ่ในการปรับอารมณ์ตัวเองก่อนจะเอียงคอไปมา แล้วเดินกลับเข้ามาที่ห้องประชุมอีกครั้ง

ยองจุนยืนอยู่ตรงหน้าต่างมองทิวทัศน์ด้านล่างจากตึกชั้นสามสิบที่มีแสงอาทิตย์สาดส่อง

ช่วงเวลาที่ได้เห็นเงาจากแผ่นหลังของร่างสูงสง่า เสี้ยววินาทีหัวใจของมีโซกระตุกวาบด้วยหลากความรู้สึก แม้เธอจะไม่รู้ถึงสาเหตุก็ตาม

“อ่า เลขาคิม มาแล้วเหรอ”

“ค่ะ ไปส่งเธอมาแล้วค่ะ”

“อืม”

ปกติแล้วถ้าเป็นตอนอื่นๆ ยองจุนจะพูดเรื่องงานอย่างซีเรียสต่อทันที หรืออาจมีการล้อเล่นบ้างแต่เขาจะไม่ปล่อยให้มีช่วงว่างแม้แต่ครู่เดียว ทว่าตอนนี้ยองจุนยังคงมองวิวใต้ฝ่าเท้าของตัวเองอยู่อย่างนั้น ไม่ต่างจากหมาป่าผู้โดดเดี่ยว

ผมสีเข้มที่ถูกแสงแดดสาดส่องทาบทับจนเป็นประกายสีทอง แผ่นหลังและลาดไหล่ดูแข็งแกร่งมั่นคง ลำตัวเพรียวและผึ่งผายไปจนถึงช่วงขายาวจนดูเซ็กซี่ไปทุกส่วน ภาพด้านหลังของยองจุนเต็มไปด้วยความงดงามและดูมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ ทว่าอีกด้านก็ดูไม่เคยคุ้นสำหรับเธอเลย

“เลขาคิมพูดถูก”

“คะ?”

“อืม ฉันทั้งดื้อและเห็นแก่ตัวด้วย มันก็สมเหตุสมผลดีถ้าเลขาคิมจะอยากทิ้งฉันไปแบบนี้”

เพราะบางสิ่งในน้ำเสียงดูผิดหวังจึงทำให้รอยยิ้มอ่อนโยนที่เคยอยู่บนใบหน้ามีโซมาตลอดหายไปเช่นกัน

อ้าว ทำไมอยู่ๆ เขาถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้

เธอเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา ได้แต่มองภาพด้านหลังของยองจุนและเริ่มทำตัวไม่ถูก

“ท่านรองประธานคะ คือ… คือเรื่องก่อนหน้านี้ที่ฉันพูด ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้นนะคะ…”

“ไม่หรอก ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว”

ยองจุนพูดต่ออย่างมั่นใจหลังสูดลมหายใจ

“ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างมักจะอยู่ในมือฉันเสมอถ้าหากฉันต้องการ ยกเว้นเพียงอย่างเดียว ก็คือผู้หญิงชื่อคิมมีโซ”

“อ่า…”

ระหว่างที่มีโซยืนทำหน้าไม่ถูก ซึ่งอาจเป็นเพราะกำลังช็อกกับคำพูดของยองจุน อีกฝ่ายก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยน

“คุณคิมจีอาที่เพิ่งสัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้น่ะ บอกให้เธอเริ่มงานพรุ่งนี้ได้เลย ช่วงส่งต่องานหนึ่งเดือนนี้มีโซก็เหนื่อยหน่อยนะ ที่ผ่านมา…”

ประโยคของยองจุนติดขัด เสียงถอนหายใจปะปนกับความรู้สึกเศร้าจนสัมผัสได้ ก่อนเขาจะพูดต่อให้จบอีกครั้ง

“ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา ฉันขอบคุณจริงๆ”

“โอ๊ะ ท่านรองประธาน…”

“นี่คือทั้งหมดที่ฉันอยากพูด ถ้าเลขาคิมอยากพูดอะไรเพิ่มอีกก็พูดตรงนี้ได้เลย”

“คือ… ที่ผ่านมาก็เหนื่อยนะคะ แต่คนอื่นเองก็เหนื่อยเหมือนกัน… ที่ผ่านมาฉันเองก็… ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ อีกเดือนนึงที่เหลือ… ฉันจะทำงานให้… เต็มที่ค่ะ”

“ขอบใจมาก ไปได้แล้วล่ะ”

ห้องประชุมขนาดเล็กถูกความเงียบปกคลุมพักใหญ่ หลังเสียงขยับเท้าเบาๆ อย่างดูไร้น้ำหนักผ่านไปก็ได้ยินเสียงปิดประตูเงียบๆ ดังขึ้น

“เฮ้อ”

ในขณะที่ยองจุนขยับไหล่แล้วถอนหายใจก็มีเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับน้ำเสียงตื่นตระหนกตกใจของยูชิกดังก้องขึ้น

“นี่! ลียองจุน! เมื่อกี้นายทำอะไรลงไปอะ”

“เปล่านี่ ทำไม”

“แล้วทำไมเลขามีโซเป็นงั้นไปล่ะ ดูหน้าแล้วเหมือนร้องไห้เลยนะ”

เดี๋ยว ร้องไห้เลยเหรอ การแสดงฉันสมจริงไปเหรอ จริงๆ จะไม่เก่งสักเรื่องก็ได้นะเนี่ย นี่มันพรสวรรค์ขั้นเทพแล้ว

หลังชื่นชมตัวเองในใจเรียบร้อย ยองจุนหันหลังกลับมาตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

“ขนตาเข้าตาล่ะมั้ง”

“ไม่น่าใช่นะ”

“ช่างเถอะ มีธุระอะไร”

“สงสัยก็เลยมาแวะดูว่ารอบนี้ปฏิเสธอีกไหม”

“ไม่ ให้เริ่มทำงานพรุ่งนี้แล้ว”

“เฮ้ย! นี่ ไอบ้า! งั้นนายก็จะให้เลขามีโซลาออกแบบนี้จริงเหรอ”

ยองจุนมองยูชิกที่ดูจะอึ้งกับการตัดสินใจครั้งนี้ก่อนจะยิ้มร้ายแล้วพูดต่อ

“ใครจะยอม”

“อ้าว”

ยองจุนปัดผมด้วยท่าทางสุดเพอร์เฟ็กแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“กล้าคิดจะทิ้งฉันไปได้อะ ถือเป็นความผิดขั้นร้ายแรงนะ แบบนี้คือโทษจำคุกตลอดชีวิต”

“คือจะรั้งไว้งั้นเหรอ”

“แน่สิ จนตายก็ไปจากฉันไม่ได้หรอก”

“โห ผู้หญิงที่เคยปฏิเสธคำขอแต่งงานนายเลยนะ จะทำได้เหรอ”

“ดูไว้ให้ดีๆ ตั้งแต่ตอนนี้เลย เดี๋ยวก็รู้ว่าบล็อคบัสเตอร์ที่แท้จริงคืออะไร”

ยองจุนผู้มีดวงตาเต็มไปด้วยไฟลุกโชนพูดต่อแบบไม่ให้ตั้งตัว

“ผู้เชี่ยวชาญพัคหัวดีแค่เรื่องงาน แต่คุณพ่อดูต่างจากนายนะ”

“ว่าไงนะ!”

“ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดีไง ใช้ได้เลยนะคำนี้”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น