น้ำมิ้ม

ในเมื่อความรักที่เขาเพียรรักษา ไม่มีค่าสำหรับใครเลย คงจะไม่แปลกอะไรถ้าวันนี้เขาจะเลือก "เงิน" ดูบ้าง ..นับจากนี้พัทธ์บอกตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายตีราคาดูบ้างว่าความรักมันควรจะตีเป็นเงินเท่าไร

ชื่อตอน : ผ่าตัด

คำค้น : บ่วงพัทธ์ , จำเลยรัก , ตบจูบ , พัทธ์ , หนึ่งนาถ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 45

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2562 18:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผ่าตัด
แบบอักษร

รถจี๊ปเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าลานจอดรถของโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างเพรียวจะเดินแกมวิ่งเข้าไปด้านในตึกโดยไม่รอชายหนุ่มที่แม้จะรีบตามมาแล้วแต่ก็ยังไม่ทันใจหญิงสาวหลังจากที่พยาบาลโทรมาแจ้งว่าบ่ายวันนี้ยายของเธอจะต้องเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหัวใจ หนึ่งนาถก็รีบเข้ามาขออนุญาตเขาเพื่อจะมาโรงพยาบาลแห่งนี้

ร่างของหญิงชราที่อยู่บนเตียงเข็นรอเข้าห้องผ่าตัดเรียบร้อยแล้วทำให้คนที่เพิ่งวิ่งเข้ามารีบตรงเข้ามาหาผู้เป็นยายที่ยิ้มกว้างรอ ก่อนจะเรียกหลานสาวอย่างยินดี

“หนึ่ง”

“ยายจ๋า หนึ่งมาแล้วจ้ะ ยายไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ วันนี้หนึ่งจะอยู่รอยายที่นี่”

หนึ่งนาถว่าพลางก้มลงกอดร่างผอมเอาไว้หลวมๆ หากสายตาของยายนวลดูเหมือนจะยังจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงของพัทธ์ที่ยืนห่างออกไป

“หนึ่ง ก่อนจะผ่าตัด ยายมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกหนึ่ง เผื่อว่ายายจะไม่ได้ออกมาจากห้องผ่าตัด”

“ยาย! ทำไมยายพูดอย่างนั้นละจ๊ะ หมอที่นี่เก่งๆทุกคน ยายต้องหายดีแล้วก็แข็งแรงเหมือนเดิม”

ยายนวลยิ้มรับคำให้กำลังใจจากหลานสาวคนเดียว หากความหวาดกลัวในใจนั้นใช่ว่าจะปลดทิ้งไปได้ง่ายๆ ดังนั้นหญิงชราจึงทำเท่าที่ตัวเองจะทำได้เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมาเสียใจภายหลัง

“หนึ่งเก็บนี่ไว้นะลูก” ซองจดหมายที่ถูกพับจนเล็กถูกยัดใส่มือของหนึ่งนาถ พร้อมๆกับที่หญิงชราเอ่ยกำชับอย่างระวัง

“มันเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยให้แม่นุชของหนึ่งพ้นมลทินได้ แต่มันก็เป็นหลักฐานอย่างดีที่มัดตัวแม่ของหนึ่งว่าทำผิดจริงๆเหมือนกัน ยายเลยได้แต่เก็บเอาไว้ รอว่าสักวันหนึ่งเมื่อทุกอย่างมันดีขึ้นกว่านี้ถึงจะเอาให้คุณพัทธ์ หนึ่งเก็บเอาไว้ให้ดีๆนะลูก”

หนึ่งนาถกำซองในมือแน่นก่อนจะรับปากยาย สีหน้าของยายนวลจึงค่อยผ่อนคลายขึ้นพลางหันไปพยักหน้ากับพยาบาล

“ฉันพร้อมผ่าตัดแล้วจ้ะ”

“ยาย...”

หนึ่งนาถยึดมือยายไว้แน่น หากแล้วมือแกร่งก็เอื้อมมากุมมือของผู้หญิงสองวัยเอาไว้ ใบหน้าคร้ามคมที่ก้าวเข้ามาแม้จะไม่มีรอยยิ้มหากแววตาที่อ่อนแสงลงทำให้คนที่กำลังมองสบประสานรับรู้ได้ถึงความอาทรที่มี

“ผมจะอยู่ที่นี่กับหนึ่ง จะรอเจอป้าด้วยกันอีกครั้งนะครับ”

“ขอบคุณค่ะคุณพัทธ์ ป้าจะรีบหายแล้วมาเจอคุณพัทธ์นะคะ”

หญิงชรายิ้มกว้างอย่างสบายใจที่อย่างน้อยวันนี้ท่าทีของพัทธ์ที่มีต่อเธอและหลานสาวนั้นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นชนิดที่ตนเองก็ไม่คาดฝัน หากก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ เพราะอย่างน้อยตอนนี้หนึ่งนาถก็ไม่ได้โดดเดี่ยวจนเธอต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ดังนั้นในยามที่ตนต้องก้าวเข้าสู่ห้องผ่าตัดที่ตัวเองไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้ ไม่รู้ว่าจะเป็นหรือตาย แต่ยายนวลก็ได้แต่ปลงกับตัวเอง...นางทำดีที่สุดแล้ว

.................................

เวลาในแต่ละนาทีที่ผ่านไปนั้นสำหรับคนรอแล้วไม่ต่างจากการนั่งทรมานอยู่บนกองเพลิง หนึ่งนาถพยายามข่มใจตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่านในขณะที่ประตูห้องผ่าตัดยังคงปิดสนิทอยู่หลายชั่วโมงแล้ว หากสองมือที่ประสานกันนิ่งบนตักของหญิงสาวกลับสั่นน้อยๆจนคนข้างตัวสังเกตเห็น คนตัวโตที่เพิ่งจัดการส่งข้อความไปให้เอกลักษณ์และลุงชุ่มจัดการงานทุกอย่างในไร่ให้ระหว่างที่เขาอยู่ที่โรงพยาบาลนี้จึงหันมาปลอบหญิงสาวที่กำลังกังวลอยู่ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“คุณหมอที่นี่เก่งมากนะหนึ่ง ฉันเชื่อว่ายายนวลจะต้องปลอดภัย”

“แต่ก่อนผ่าตัดหมอบอกว่ามีความเสี่ยงสูง หมอบอกว่ายายอายุเยอะ สุขภาพไม่แข็งแรงอาจจะมีความเสี่ยงจากโรคแทรกซ้อนอื่นๆ หนึ่งกลัวค่ะคุณพัทธ์ หนึ่งกลัว...”

น้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับไม่อยากจะบอกว่าสิ่งที่เธอกลัวนั้นคืออะไร แต่คนที่เคยสูญเสียมาแล้วเท่านั้นที่จะรู้ดี มือใหญ่จึงเอื้อมไปโอบไหล่อีกฝ่ายไว้อย่างปลอบประโลม เพียงเท่านี้กำแพงอันแข็งแกร่งที่หนึ่งนาถประคับประคองมาตลอดก็พังทลายพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลราวทำนบแตก ไหล่บอบบางของอีกฝ่ายสะอื้นจนตัวโยนทำเอาพัทธ์ได้แต่ลูบศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ ไร้ซึ่งคำพูด ไร้คำปลอบโยน มีเพียงสองมือแข็งแกร่งที่โอบกอดหญิงสาวไว้ ให้เธอรับรู้...เขาจะอยู่ข้างๆเธอและพร้อมที่จะเป็นหลักให้เธอยึดเสมอ

หนึ่งนาถร้องไห้แทบจะตลอดคืนจนหลับไป มือหนาที่โอบไหล่อีกฝ่ายอยู่จึงค่อยๆประคองให้อีกฝ่ายเอนลงหนุนตักเขา ในตอนนี้คนที่เข้าใจหญิงสาวมากที่สุดก็คงจะมีแต่เขา พัทธ์จำได้ว่าในวันที่ปู่สิ้นลมท่านเองก็ไม่ต่างจากยายนวล...มีแต่เรื่องให้ห่วงข้างหลังมากมาย หากปู่ของเขาไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว ในขณะที่ยายนวลนั้นยังพอมี แม้ว่าหมอเจ้าของไข้จะเอ่ยถึงความเสี่ยงในการผ่าตัด แต่..เมื่อเทียบกับโอกาสที่จะมีชีวิตรอดแล้วนั้นถึงอย่างไรก็ต้องเสี่ยงรักษาด้วยวิธีนี้

“ทุกอย่างบนโลกนี้มีความเสี่ยงทั้งนั้นแหละหนึ่งนาถ ไม่มีอะไรที่เราจะมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ ต่อให้เราเชื่อมั่นมากเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็มีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามที่เราคิดเสมอ”

เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบกับเจ้าของใบหน้าเรียวที่แม้จะหลับแต่ก็ยังเปื้อนน้ำตา ชายหนุ่มจึงไล้ปลายนิ้วเช็ดให้อย่างอ่อนโยน ความรู้สึกในใจนั้นกลับยิ่งเด่นชัดจนพัทธ์ต้องยอมรับกับตัวเอง ...ใช่แล้ว ทุกอย่างมันไม่เคยเป็นไปอย่างที่คิดไว้จริงๆ เขาเองก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะกล้าเปิดใจรับใครคนไหนเข้ามาอีก จากที่ตั้งใจว่าจะระบายทุกอย่างลงกับหนึ่งนาถ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ใจร้ายมากพอที่จะเอาความโกรธทุกอย่างไปลงกับคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่างหนึ่งนาถได้ แต่การที่มีหญิงสาวก้าวเข้าในชีวิตกลับทำให้ความรู้สึกของเขาค่อยๆเปลี่ยนไปแทนและได้รู้ว่าในหัวใจเขายังมีพื้นที่ว่างมากพอที่จะใส่ความรู้สึกอย่างอื่นนอกจากความโกรธ และไอ้ความรู้สึกอื่นที่ว่ามันกลับเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะทำให้ความโกรธในใจเขาไม่มีที่อยู่แล้ว

ริมฝีปากอุ่นจัดประทับลงกับเรียวปากอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาพร้อมกับเสียงกระซิบในใจที่ผ่านรอยจูบแสนอ่อนโยนนั้น...ขอบใจที่เธอมานะหนึ่งนาถ ขอบใจจริงๆ

...................................

“การผ่าตัดเรียบร้อยดีครับ หลังจากนี้คนไข้ต้องอยู่ดูอาการในห้องไอซียูอีกสักระยะ ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อน ก็จะย้ายออกจากไอซียูไปที่ห้องพักฟื้นปรกติครับ”

นายแพทย์เจ้าของไข้เอ่ยกับญาติทั้งสองคนที่ปักหลักรอข้ามวันข้ามคืนอยู่ที่โรงพยาบาลจนกระทั่งผ่าตัดเสร็จ หนึ่งนาถนั้นแทบจะเดินตามเตียงเข็นของยายไปแล้วถ้าหากว่าพัทธ์จะไม่รั้งเอาไว้ ก่อนจะหันมาทางนายแพทย์ที่ยังคงมีรอยยิ้มละไมอย่างเข้าใจหัวอกคนเป็นญาติดี

“ผมจะรบกวนจ้างพยาบาลพิเศษมาคอยดูแลได้ไหมครับหมอ”

“ได้ครับคุณพัทธ์ที่นี่มีพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว คุณพัทธ์ไม่ต้องกังวลครับ”

เมื่อได้ฟังคำยืนยันอีกครั้งพัทธ์จึงค่อยเบาใจก่อนที่จะหันไปมองคนข้างตัวที่แม้จะมีสีหน้าที่โล่งใจขึ้น หากท่าทางอ่อนเพลียทำให้ชายหนุ่มหันไปจูงมืออีกฝ่ายพลางเอ่ยอย่างเป็นห่วง

“ทางนี้ให้หมอกับพยาบาลดูแลเถอะ เรากลับบ้านไปพักสักหน่อยแล้วค่อยแวะมาใหม่ดีไหม”

หนึ่งนาถรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบดวงตาเข้มอย่างซาบซึ้งใจ เธอไม่เคยคิดจริงๆว่าสุดท้ายแล้วในวันที่เธอเดียวดายอย่างที่สุด คนที่กำลังยืนอยู่ข้างเธอก็คือคนหน้ายักษ์ที่เธอเคยค่อนแคะเอาไว้นี่แหละ

“ขอบคุณนะคะคุณพัทธ์”

พัทธ์พยักหน้ารับหากแล้วก็ค่อยๆคลี่ยิ้มอ่อนหวานเมื่อมือเรียวเป็นฝ่ายสอดกระชับมือเขาเอาไว้ ร่างสูงจึงทอดฝีก้าวให้ช้าลงเพื่อให้คนขาสั้นกว่าเดินเคียงเขาได้ โลกที่หยุดนิ่งมานานของพัทธ์เหมือนกำลังเริ่มหมุนใหม่อีกครั้งพร้อมๆกับหัวใจที่เต้นแรงขึ้นราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าเขาเองก็ยังมีชีวิตและสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เช่นกัน

...................................

“คุณหนึ่งนาถคะ”

เสียงอ่อนหวานและสรรพนามที่ไม่คุ้นเคยทำให้หนึ่งนาถที่กำลังยืนรถพัทธ์ระหว่างที่ชายหนุ่มไปเอารถจากลานจอดรถมารับนั้นหันหลับไปมองอย่างหลากใจ ก่อนจะค่อยๆคลี่ยิ้มให้กับพยาบาลสาวที่เธอจำได้ว่าทำหน้าที่ดูแลยายของตน

“อ้าวคุณพยาบาล มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่ายาย...?”

“เปล่าค่ะ คุณยายนวลยังอาการปรกติค่ะ เพียงแต่ดิฉันลืมเอาสิ่งนี้ให้คุณค่ะ” พยาบาลสาวว่าพลางยื่นซองจดหมายขนาดเล็กที่ถูกพับจนเรียบกริบขนาดไม่เกินฝ่ามือมอบให้ ซึ่งหากดูจากสีซองกระดาษที่ซีดเก่าแล้วน่าจะถูกเก็บเอาและซ่อนไว้เกินสิบปีเพราะหนึ่งนาถไม่เคยเห็นมันเลยจนกระทั่งวันนี้

“คุณยายเก็บไว้ติดตัวตลอด ขนาดคุณหมอขอให้เอาไปเก็บยังไม่ยอมเลยค่ะ คุณยายว่าของสิ่งนี้สำคัญกับคุณยายมากจริงๆ แต่ตอนผ่าตัดหมอไม่อนุญาตให้เอาเข้าไป ดิฉันเลยคิดว่าเอามาให้คุณหนึ่งนาถเก็บไว้ให้แทนคงจะดีกว่า”

“ขอบคุณค่ะ”

หนึ่งนาถว่าพลางยิ้มให้พยาบาลสาวอีกครั้ง ก่อนจะมองซองจดหมายในมืออย่างประหลาดใจและลังเล ...ยังมีจดหมายอีกหนึ่งฉบับที่ยายยังไม่ได้มอบให้เธอ และมันสำคัญถึงขนาดที่ว่ายายตั้งใจปกปิดไม่ให้เธอรับรู้! เธอควรจะเก็บเอาไว้และมอบมันให้ยายในวันที่ออกจากโรงพยาบาล หากสิ่งที่ทำให้หญิงสาวตัดสินใจว่าจะไม่รอจนถึงวันนั้นคือ ลายมือเพียงไม่กี่คำบนจ่าหน้าซอง ... ถึง นวลเพื่อนรัก

..................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น