goryaa กอหญ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ผมจีบคุณ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 963

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2562 13:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผมจีบคุณ
แบบอักษร

แพรรัมภาตั้งแต่เข้ามาในห้องแล้ว เธอรู้สึกใจยังเต้นแรงไม่หยุด เธอรู้สึกว่าเขามีแรงดึงดูดกับเธอมากกว่าทุกครั้ง อาจจะเพราะต่างคนต่างไม่ได้เจอกันนานแล้วก็ได้แพรรัมภาจับไปที่หน้าอกด้านซ้ายที่หัวใจมันรู้สึกแปลกไปมันเต้นอย่างมีความสุข

“บ้าแล้วยัยบีม!!! จะตื่นเต้นอะไรแบบนั้น”

แพรรัมภาที่รู้สึกสดชื่นรู้สึกดีอมยิ้มแล้วหันไปมองรูปภาพของคนที่อยู่ห้องตรงข้ามที่เธอเอาไปใส่กรอบรูปเธอชอบภาพนี้ วันที่เขาและเธอเคยไปเดินสวนสาธารณะด้วยกัน มันเป็นมุมที่เธอเห็นแล้วรู้สึกว่าเป็นผู้ชายอบอุ่น ไม่ได้เจ้าเล่ห์ มีความเหงาอยู่ภายในเหมือนกำลังรอคอยอะไรอยู่

แพรรัมภาก้มไปหยิบกรอบรูปขึ้นมามอง จากนั้นใช้ปลายนิ้วไล่ไปตามกรอบรูป เธอรู้ว่าเธอรู้สึกยังไงกับเขาตั้งแต่วันที่เธอจากเขามา แต่เธอไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกเช่นเดียวกับเธอไหม ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงแรกๆ เธอยอมรับว่าเธอปฏิเสธหัวใจที่มันคอยแต่คิดถึง ห่วงหา เธอได้ค้นหาในเว็บต่างๆ ว่าความรู้สึกที่เธอมีมันคืออะไร แรกๆ เธอก็ไม่อยากยอมรับ ว่านี้คืออาการของคนมีความรัก เพราะเขาคือผู้ชายเจ้าเล่ห์ เอาแต่ใจ และที่สำคัญคือเป็นที่หมายปองของสาวๆ เยอะแยะมากมาย

“ทำไมฉันต้องรู้สึกกับคุณด้วย คุณลูอิส”

แพรรัมภาที่ก้มลงไปจูบตรงข้างกรอบรูป ที่มีรอยลิปสติกแปะไว้ เธอจะทำยังไงในเมื่อตัวเธอรู้แล้วเธอรู้สึกยังไงกับเขา แล้วตัวเขาละ เขาจะรู้สึกเช่นเดียวกับเธอไหม เขาจะหาคำตอบให้ตัวเองได้หรือยัง

ลูอิสตั้งแต่ที่เขามาในห้องนอน เขารู้สึกคิดถึงคนที่อยู่ห้องตรงข้ามไม่รู้ป่านนี้จะนอนหรือยัง

“ทำไง ดีละ จะส่งข้อความไปหาเขาดีไหม”

ลูอิสที่นอนอยู่บนเตียงแล้ว หยิบมือถือขึ้นมาสองจิตสองใจว่าจะส่งข้อความไปทักทายคนที่อยู่อีกห้องดีหรือไหม เธอจะว่าอะไรเขาไหม เขากลัวเธอรำคาญ

“ถ้าผมจะจีบคุณอีกครั้ง ผมจะต้องทำยังไงดีบีม”

ลูอิสที่นั่งอ่านวิธีการจีบผู้หญิง เขารับรู้แล้วว่าครั้งนี้เขาต้องแสดงให้เธอเห็นถึงความจริงใจที่เขามีต่อเธอ จะไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเหมือนที่ผ่านมา เพราะเขารู้ว่าคนอย่างบีม ไม่ชอบผู้ชายแบบไหน บทเรียนที่ผ่านมาสอนเขาไว้เยอะ ถ้าจะเริ่มใหม่อีกครั้ง ครั้งนี้มันจะต้องดีกว่าครั้งที่ผ่านมา เพราะเขาไม่อยากจะตกอยู่ในห้วงอารมณ์แบบนั่นแล้ว มันทรมานมาก ทิฐิ ความอยากเอาชนะ มันใช้กับเรื่องของความรักไม่ได้

ส่วนบีมที่กำลังจะนอนได้หยิบมือถือขึ้นมาดู ตอนนี้เวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว จู่ๆ มือถือก็สั่นจนเธอตกใจ ว่าคนห้องตรงข้ามโทรมาหาเธอทำไม

“ฮัลโล  ค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า”

“อือ...เออ...คุณนอนหรือยัง”

“กำลังจะนอน มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ผม...เออ...ผมก็กำลังจะนอนเหมือนกันครับ”

“ห๊ะ!!! คุณโทรมาฉันเพื่อมาบอกว่าคุณกำลังจะนอนเนี่ยนะ”

“ใช่ผมโทรมาหา ผมจะบอกว่าผมจะนอนแล้วนะครับ โอเคนะ”

จากนั้นเขาก็วางสายไปบีมที่รู้ว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร แต่คนที่ไม่เคยจีบใครคนที่ไม่เคยมีความรักมันก็คงจะเขินๆ แต่เธอก็รู้สึกดีจัง ที่เขาพยายามเข้ามาหาเธอแบบคนปกติทั่วไป มีมุมของความน่ารัก

ลูอิสที่รู้สึกงงกับตัวเอง ก่อนที่จะโทรไปหาเขาก็มีเรื่องที่จะพูดเยอะแยะ แต่พอได้ยินเสียงเขากับพูดอะไรไม่ออก แค่ได้ยินเสียงเขาก็มีความสุขแล้ว

ตื๊ด ตื๊ด line มือถือสั่น ลูอิสที่ก้มมองเห็นเป็นชื่อของคนที่กำลังคิดถึง เลยรีบกดเข้าไปอ่าน

“ฝันดีนะคะ ขอบคุณที่วันนี้เราได้เจอกันอีกครั้ง”

ลูอิสที่ยิ้ม ยิ้มแบบที่เขารู้สึกว่าหัวใจมันพองโต มันตื่นเต้น มันสุขจนล้นออกมาจากข้างใน มันเป็นแบบนี้ เขาดีใจจนเขาอยากจะวิ่งออกจากห้องไปเคาะประตูเรียกคนที่อยู่ห้องตรงข้ามมากอดให้สมกับที่เขาคิดถึงเขาจมอยู่กับความเศร้าเกือบ 3 เดือน ที่นอนไม่หลับ ทานอะไรไม่ได้

ยิ้มแล้วก็หัวเราะ อยู่บนเตียงนอน เหมือนคนบ้า เอามือถือมาดูข้อความที่เธอส่งมา ดูซ้ำไปซ้ำมา อย่างมีความสุข

ต่างฝ่ายต่างนอนไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มันจางหายไปนานมาก ของคนทั้งคู่

ลูอิสที่ตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสมากเช้านี้ เขาได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่น วันนี้เขาจะเข้าไปดูงานเปิดตัวนาฬิกาที่จะมีขึ้นในช่วงเย็นนี้ จริงๆตามกำหนดการวันนี้ถ้าเขาเสร็จงานแล้วเขาจะบินกลับสเปนเลย แต่เมื่อวานที่ได้เจอเธอ เขาติดสินใจขอโอกาสที่จะทำความรู้จักและอยากจะศึกษาเธออีกครั้ง เขาต้องการที่จะเริ่มความสัมพันธ์ครั้งนี้ใหม่

เจมส์ที่เดินเข้ามาภายในห้องก็เจอเจ้านายสุดหล่อ ที่วันนี้โกนหนวด ดูหล่อมากๆ ดูสดชื่นกว่าที่ผ่านมา มีอะไรหรือเปล่าที่เขายังไม่รู้ แต่เมื่อวานที่เขาเจอทั้งสองก็ยังมีท่าที แบบเกร็งๆ ในการเจอกัน ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น

“สวัสดีครับ คุณลูอิส รู้สึกวันนี้สดใสมากนะครับ เมื่อคืนนอนหลับฝันดีแน่ๆ ใช่ไหมครับ”

ลูอิสที่เห็นลูกน้องคนสนิทเดินเข้าในห้องก็พยักหน้าทักทายแต่พอได้ยินลูกน้องทักเขาก็รู้สึกว่าช่วงที่ผ่านมา สภาพเขาคงจะดูไม่ได้เลยมั้ง

“ทำไมก่อนหน้านี้ ฉันไม่โอเคหรือไง วันนี้นายถึงถามแปลกๆ”

“โห้!!! อย่าให้ผมพูดเลยครับว่าคุณลูอิสเป็นยังไงนี่ถ้าคุณไม่ดีขึ้นผมก็ต้องพิจารณาลาออกไปหางานใหม่แล้วครับ”

“นายคิดจะลาออกเหรอเจมส์”

“ครับ!! ผมไม่ไหว ผมรู้สึกอึดอัด ทำอะไรก็ไม่ถูกใจคุณไปหมด เหล่าพนักงานคนอื่นๆในบริษัทก็เช่นกันครับ”

“พวกนายคงจะอึดอัด มากสินะ”

เจมส์ได้ทีก็เลยขอเปิดอกพูด ในช่วงที่ผ่านมาว่าตัวเจ้านายเขาเป็นแบบไหน ลูอิสที่ได้ฟังก็รู้สึกขอบใจเจมส์มากๆที่ทนกับเขา แต่ก็อยากจะแกล้งลูกน้องคนสนิทเช่นกัน

“แล้วนายจะทำยังไงต่อ ถ้านายออกจากบริษัทไป”

เจมส์ที่กำลังเมามันส์ในการ พูดถึงเจ้านายช่วงที่ผ่านมาก็เผลอพูดไป

“ผมก็คงจะหางานใหม่ ไม่งั้นผมคงจะเปิดบริษัทแข่งกับเข้านายครับ”

“เออ โอเค เดี๋ยวฉันให้เงินนายไปตั้งตัว เวลาช่วงที่หางานใหม่ หรือจะลงทุนทำอะไร จะได้สะดวกขึ้น ยังไงก็ขอให้โชคดีนะ”

เจมส์ที่ได้ยินเจ้านายสุดเลิฟ อวยพรก็เริ่มรู้สึกคิดได้ว่า เจ้านายเขาต้องการสื่ออะไร

“เดี๋ยวนะครับ คุณลูอิสอวยพรแบบนี้คือ”

“อ้าว!!ก็นายอยากจะไปหาเจ้านายคนใหม่และนายคิดจะมาเปิดบริษัทแข่งกับฉันฉันก็อวยพรให้นายได้ทำอย่างสะดวกไม่ต้องมาอึดอัดไง”

“โถว!!! เจ้านายครับ สิ่งที่ผมพูดมันคือความน้อยใจเฉยๆ ผมนายเจมส์ชีวิตนี้ไม่คิดที่จะไปไหน ผมจะเกาะเป็นเห็บหมาตามติดตัวเจ้านายไปตลอดชีวิตครับ”

เจมส์ที่คิดวาฝ่ายเจ้านายได้ไล่ตัวเองออก ฐานที่น้อยใจเจ้านายสุดที่รัก

ลูอิสที่เห็นสายตาวิงวอนของลูกน้องที่ส่งมาก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้เจมส์มันมีหลายมุมเวลาเป็นการเป็นงานก็จริงจัง เวลาที่จะคุยเล่นก็คุยได้ บางครั้งก็ซื่อบื้อเหมือนเช่นเมื่อวานที่ดันมาขัดจังหวะเขา

“เดี๋ยวนะ ทำตัวเป็นเห็บหมา แสดงว่านายเห็นฉันเป็นหมาด้วยละสิ งั้นฉันตัดสินใจแล้วว่า ฉันจะไล่นายออก”

“เดี๋ยวนะครับ คุณลูอิส ผมพูดนะเปรียบเปรยเฉยๆ โถ่!!! เจ้านายสุดหล่อสงสารผมเถอะครับ ลูกเมียผมก็ยังไม่มี ผมขอให้เจ้านายหาเมียให้ผมก่อนเถอะนะครับ”

ลูอิสที่ได้ยินลูกน้องคนสนิทพูดก็อดขำไม่ได้ นี้เขาไม่รู้เลยว่ามันจะมีมุมนี้ด้วย

“เจมส์ เราจะอยู่ที่เมืองไทยสักพักนะ นายทำการติดต่อซื้อห้องนี้เลยก็ได้นะ”

“เอาจริงเหรอครับ เจ้านาย”

ลูอิสที่ปรายตาหันไปมองเจมส์ ไอ้นี้มันมีปัญหาอะไร ก่อนหน้านี้มันยุให้เขาซื้อ พอตอนนี้มันบอกว่าคิดดีแล้วเหรอ

“สรุปนายมีปัญหาใช่ไหมเจมส์”

“เปล่าครับ เปล่าเลย แค่เห็นก่อนหน้านี้เจ้านายไม่คิดที่จะซื้อผมเลยแปลกใจนิดหน่อย”

“ตอนนี้นายรู้แล้วก็จัดการให้ฉันด้วย แล้วนายรู้ไหมว่าวันนี้ คนห้องโน้นเขาไปไหน”

“เออ...เดียวผมมานะครับ”

ลูอิสงงนี้มันจะไหน อะไรยังไง พูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ลูอิสมองแล้วรีบวิ่งตามไป

เจมส์ที่ออกจากห้องเจ้านายก็เดินไปยังห้องที่อยู่ตรงข้าม ซึ่งคำถามที่เจ้านายสุดรักถามเขาตอบไม่ได้เพราะยังไม่ได้คุยกับคุณดาวเพื่อนสนิทคุณบีม ถ้าเราอยากจะได้คำตอบชัดเจนเราก็เดินมาถามเลยดีกว่า

เจมส์ที่ได้ทำการเคาะประตูเรียกคนที่อยู่ในห้องแพรรัมภาที่กำลังอาบน้ำเสร็จ ใจก็คิดว่าเพื่อนดาวคงจะเอางานมาให้ เพราะวันนี้เธอจะต้องไปงานแฟชัั่น โชว์เย็นนี้เป็นงานเปิดตัวนาฬิกาคอนเลคชั่นใหม่ของคนที่อยู่ห้องตรงข้าม

แพรรัมภาที่เปิดประตูออกมาก็เจอกับเจมส์ที่ยืนอยู่หน้าประตู และอีกคนที่ทำหน้าตกใจวิ่งออกมาจากห้อง อะไรยังไงเจ้านายกับลูกน้อง

ลูอิสที่วิ่งออกมาตามหลังเห็นเจมส์เปิดประตูออกไปใจคิดได้ทันทีว่ามันจะไปไหนและก็จริงแต่ที่ตกใจกว่าก็คนตรงข้ามใส่เสื้อคลุมเดินออกมาเปิดประตู เขารีบเดินไปขว้างลูกน้อง แล้วลากคนที่ใส่เสื้อคลุมเข้าไปด้านในห้องแทน

“คุณทำไมแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วทำไมใส่แบบนี้ไปเปิดประตูห๊ะ!!!”

แพรรัมภาตกใจ ที่จู่ๆ เขาก็ลากเธอเข้าห้อง แล้วก็ปิดประตูใส่หน้าเจมส์ลูกน้องของเขา

เจมส์ที่งง อะไรยังไงเขายังไม่ได้เอ่ยปากถาม เจ้านายเขาก็ชิงลากคุณบีมกลับเข้าไปในห้องแทนสะงั้น

“แล้วทำไมคะ ฉันจะไปรู้เหรอว่าเป็นคุณเจมส์ แล้วคุณมาลากฉันเข้าห้องทำไม”

ลูอิสที่รู้สึกตกใจที่เปิดประตูออกมาก็เจอเธอที่เผยให้เห็นร่องอกขาวๆที่เขาคิดว่าเจมส์มันคงจะไม่ทันสังเกตเพราะเธอเปิดปุ๊บเขาลากเข้าห้องปั๊บเลย

“เออ...ผมแค่ไม่ชอบ ที่คุณแต่งตัวไม่เรียบร้อยแล้วไปยืนเปิดประตูแบบนั้น”

“โอเคคะ ไม่เป็นแล้วนี้มีอะไรอีกไหม”

แพรรัมภาที่รู้ว่าเขากอดเธออยู่ เธอรู้สึกอบอุ่นคิดถึงอ้อมกอดของเขา กลิ่นนี้กลิ่นน้ำหอมของเขา ส่วนลูอิสที่พึ่งจะรู้ตัวว่าได้ทำการกอดแพรรัมภาอยู่ทั้งสองที่ห่างเหินกันมานาน ก็รู้สึกตื่นเต้นใจเต้นตึ๊กๆ

“ผมขอโทษนะครับ พอดีเมื่อกี้ตกใจนิดหน่อย”

ต่างฝ่ายต่างเขินซึ่งกันและกัน แพรรัมภาที่ขยับตัวออกจากเขาทันที แต่เสื้อคลุมมันดันเปิดให้เห็นร่องอกอวบอิ่มที่เขาดันใช้สายตาก้มลงไปมอง มันคือของๆ เขาที่เขาหวงมาก เขาคิดถึงความอวบอิ่มของมันจริงๆ

แพรรัมภาที่ตอนนี้ใจเต้นระรัวเหมือนกับกลองที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาและเธอเห็นสายตาที่จ้องมองมายังภายในเสื้อคลุมที่เปิดออกให้เห็นร่องอกร่ำไร เธอเห็นเขาใบหน้าเริ่มแดง

“เออ...ฉันขออนุญาตไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนนะคะ”

ลูอิสที่ตอนนี้ เขารู้สึกไม่อยากที่ปล่อยเธอ เขาค่อยๆ ดึงร่างของเธอเข้ามาในอ้อมแขนแกร่ง หน้าอกอวบอิ่มมันบดเบียดอยู่ตรงแผ่นอกเขา

“คุณ!!! ผมอยากจะขออนุญาตจูบคุณได้ไหม ที่รัก”

แพรรัมภาที่ได้ยินเขาเอ่ยปากออกมา เธอก็คิดถึงรอยจุมพิตที่เขาเคยมองให้กับเธอ เธออยากจะรู้ว่ามันจะหอมหวานอีกไหม

แพรรัมภาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เงยหน้าขึ้นไปสบตากับเขา เธอเห็นริมฝีปากที่ค่อยๆ ก้มลงมาปิด ริมฝีปากของเธอ จากแรกเริ่มมันอ่อนหวานนุ่มนวล มือของลูอิสสอดเข้าไปตรงท้ายทอยคอยดึงให้ใบหน้าของเธอตอบรับการจุมพิตที่ต่างฝ่ายต่างคิดถึงซึ่งกันและกัน

ลูอิสที่เอ่ยปากขออนุญาตไปเมื่อครู่ เขาไม่ได้รอคำตอบว่าเธอจะยินดีหรือปฏิเสธ เขาก้มหน้าลงไปเอาปากหนาไปปิดริมฝีปากเล็กที่มันหวานอย่างที่เขาเคยได้ลิ้มลองมันมา เขาได้ส่งลิ้นหนาเข้าไปจู่โจมภายในปากของแพรรัมภาอย่างเร่าร้อนจนแพรรัมภาต้องหันใบหน้าหนี เขาเปลี่ยนมาจูบไล่ตามลำคอระหง เบาๆ จากนั้นค่อยๆไล่ไปบนบ่าเนียนใสของคนตรงข้ามที่เสื้อคลุมได้เปิดเผยสิ่งที่ซ้อนอยู่ด้านใน

ลูอิสที่เห็นความอวบอิ่มที่เขาเคยลิ้มรสมันมาว่ามันหอมหวานแค่ไหน

“ผมคิดถึงคุณมากนะครับ ผมขอโทษจริงๆ”

แพรรัมภาที่เห็นเขาเริ่มหายใจติดขัดท่าทางคงจะพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่มันกำลังจะเกิดขึ้น

“เออ..ไม่เป็นไร นี้คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ”

ลูอิสตอนนี้เขาไม่อยากจะรุกรานหรือหักหาญน้ำใจเธอเหมือนเช่นที่เคย ก็เลยขออนุญาตกอดแน่นๆให้หายคิดถึงพอ

“วันนี้คุณจะไปไหน หรือเปล่าครับ”

แพรรัมภาผลักตัวเขาให้ออกห่างนิดนึง แล้วจ้องเข้าไปที่ดวงตาของเขา

“ทำไมคะ คุณถามแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า”

“ผมแค่อยากจะรู้ว่าคุณจะไปที่ไหนหรือมีนัดกับใครไหมเดี๋ยววันนี้ผมจะต้องไปงานเปิดตัวแฟชั่นนาฬิกาของผม ผมอยากจะชวนคุณไปด้วยครับ”

“อยากจะชวนฉันไปด้วย แล้วคุณให้ฉันไปในฐานะอะไรละคะ”

“ผม เออ ผม อยากจะจีบคุณอีกครั้งได้ไหมบีม”

“จีบ คุณจะจีบฉัน ทำไมคุณถึงมาขออนุญาตฉันละคะ”

“ไม่รู้สิ ผมอยากจะทำอะไรให้คุณรู้ว่าผมคิดและต้องการแสดงออกมาให้คุณเห็นว่าผมรู้สึกยังไง”

“คุณแน่ใจแล้วเหรอคะ ถึงพูดออกมา”

“ผมว่าเราสองคนน่าจะได้คำตอบของกันและกันแล้วนะ ว่าเราต่างเป็นยังไงช่วงที่เราห่างกัน ผมขออนุญาตเริ่มมันใหม่อีกครั้งได้ไหมบีม”

แพรรัมภาที่เห็นสายตามุ่งมั่นของคนตรงข้ามที่เปิดเผยความจริงใจออกมาให้เธอเห็น ไม่มีแววตาแห่งความเจ้าเล่ห์หลงเหลืออีกแล้ว

“ก็ลองดูสิคะ คุณพร้อมที่จะพิสูจน์ให้ฉันเห็นหรือยัง”

ลูอิสที่ได้ยินก็รู้สึกดีใจ ดึงแพรรัมภาเข้ามากอดแน่นๆ แล้วกดหอมไปตรงแก้มนิ่มๆ ของอีกฝ่ายต่างคนต่างคิดถึงอ้อมกอดของกันและกัน

แพรรัมภาแรกๆใจเธอคิดว่าเขาจะรุกเธอเหมือนเช่นที่ผ่านมาหรือไม่แต่ ครั้งนี้เปล่าเลยเขาแค่จูบและหอม ไม่ได้ล่วงเกินเธอมากมาย เธอรู้สึกว่าเขาให้เกียรติเธอมากขึ้น รู้จักอ่อนโยน ไม่ทำอะไรที่เอาแต่ใจ

“เสื้อคุณยับหมดแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนไหมคะ”

ลูอิสที่ก้มมองเสื้อเขา ที่มันมีรอยยับนิดหน่อยแล้วดึงเสื้อคลุมเธอขึ้นมาปิดไม่ให้เห็นร่องอกขาวๆ เขาจะไม่ทำการหักหาญน้ำใจเธอ ถ้าเธอกับเขาจะมีอะไรกันอีกครั้ง ครั้งนี้ขอให้มันเกิดจากความรู้สึกทั้งสองฝ่ายดีกว่า

“โอเคครับ เดี๋ยวผมกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อแล้วคุณก็แต่งตัวให้เรียบร้อยด้วย สรุปวันนี้คุณไปไหนไหม”

“นึกว่าคุณลืมแล้วว่า ถามอะไร”

ลูอิสที่ลูบไล้ไปบนเรือนผมดำสลวย ของคนตรงหน้า แล้วกดจูบลงไปบนศีรษะของแพรรัมภา

“ไม่ได้ลืมครับ ถ้าผมเลิกงานแล้วผมอยากชวนคุณทานข้าวได้ไหม”

“ถ้าคุณเอ่ยปากขออนุญาตแบบนี้ ฉันก็คงต้องรอแล้วมั้งคะ วันนี้ฉันก็ไปทำงานที่เดียวกับคุณนะแหละคะ”

“จริงดิ งั้นเลิกงานแล้วรอผมนะครับ”

“ได้คะ ถ้าไม่มีสาวคนไหนมาคว้าคุณไปสะก่อนนะ”

“ผมไม่มีใครหรอกครับ ผมรู้ตัวแล้วว่าผมต้องการอะไร และครั้งนี้ผมจะไม่ให้มันเป็นเหมือนเช่นที่ผ่านมา”














แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น