อาราญา

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่คอยติดตามงานเขียนของ อาราญา มาโดยตลอดนะคะหากมีข้อผิดพลาดอยากจะติหรือท้วงติงขอให้นักอ่านโปรดวิจารย์ได้เลยนะคะ จะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณค่ะ ><"

ตอนที่ 4 จุดเริ่มต้น 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 จุดเริ่มต้น 100%

คำค้น : ตราบาปมารทมิฬ , อาราญา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2558 19:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 จุดเริ่มต้น 100%
แบบอักษร

ตอนที่ 4 จุดเริ่มต้น

 

                “อย่านะครับพี่ข้าว!!

                กฤตยชญ์ร้องห้ามอย่างตกใจ เมื่อเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้ามาเจอกิตติยารัตน์กำลังพยายามดึงสายน้ำเกลือออกจากตัว ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปหาพร้อมทั้งฉุดข้อมือบางช้ำให้หยุดลง

                “ปล่อยพี่นะกล้า พี่ไม่อยากอยู่แล้วถ้าต้องอยู่แบบไร้ค่าแบบนี้พี่ขอตายจะดีกว่า” ไม่พูดเปล่าหญิงสาวยังพยายามดึงสายน้ำเกลือออกจนเลือดซึม สองพี่น้องยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นาน จนในที่สุดกฤตยชญ์ก็คว้าร่างบอบบางของพี่สาวเข้ามากอดเอาไว้แน่น ชายหนุ่มใจเสียเมื่อเห็นเลือดที่ไหลซึมออกมาจากผ้าพันแผล ความรู้สึกกลัวเกิดขึ้นภายในใจ เขาสูญเสียทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกันนับตั้งแต่นั้นมาที่พึ่งพิงสุดท้ายของชายหนุ่มก็คือพี่สาวคนนี้เท่านั้น และหากต้องเสียเธอไปอีกคนเขาจะอยู่ได้อย่างไร บ้านและอาณาจักรที่กว้างใหญ่ไพศาลคงไร้ค่าหากมีเขาเพียงผู้เดียว

                “พี่มีค่าที่สุดสำหรับผม ต่อให้ใครต่อใครไม่ต้องการพี่ แต่พี่ก็ยังมีผมนะครับ เราเหลือกันแค่สองพี่น้องแล้วพี่ยังจะทิ้งผมไปอีกเหรอ?” กิตติยารัตน์ปล่อยโฮออกมาอย่างหนักเมื่อสิ้นเสียงของน้องชาย ซบหน้าลงกับออกแกร่งของเขาอย่างรู้สึกผิด ร่างบางสะอึกสะอื้นตัวโยนเสียงร้องไห้ดังขึ้นเรื่อยๆจนคนฟังแทบขาดใจ

                “พี่ขอโทษนะกล้า ฮือออ พี่ขอโทษ!” หญิงสาวพร่ำบอกด้วยความเสียใจ เธอช่างเป็นพี่สาวที่แย่มากจริงๆ แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อผู้ชายอีกคนก็มีอิทธิพลต่อชีวิตของเธอมากเช่นเดียวกัน ถ้าขาดเขาไปโลกของเธอก็คงไร้ซึ่งความสุข “แต่พี่รักคุณอัฐ พี่รักเขากล้า ฮือออ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา กล้าต้องช่วยพี่นะ กล้าต้องช่วยพี่นะกล้า พี่ขอร้อง!

                “พี่ข้าวก็รู้ว่าผมยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อพี่อยู่แล้ว แต่เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกนะครับพี่ ถ้าผู้ชายมันดีจริงต่อให้ผู้หญิงที่ไหนมาเสนอเขาก็ไม่สนองกลับหรอกครับ”

                “ไม่!!! ไม่จริง!! คุณอัฐเขารักพี่ เขาบอกพี่ตลอดทุกครั้งที่เจอกันว่าเขารักพี่ ตอนนี้เขาก็แค่หลงผิดไปชั่วครั้งชั่วคราว” กิตติยารัตน์สวนกลับทันทีเมื่อกฤตยชญ์พูดจบ เธอมั่นใจว่าอัฐพลรักเธอ ต่อให้หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรเธอก็จะไม่มีวันยอมเสียเขาให้ใครเด็ดขาดโดยเฉพาะนางผู้หญิงชั้นต่ำอย่าง อัญญาดา “ก็ได้...ถ้ากล้าไม่ช่วยพี่ พี่ก็จะจัดการทุกอย่างด้วยวิธีของพี่เอง!

                สีหน้าและแววตาเยือกเย็นของพี่สาวทำให้กฤตยชญ์รู้สึกกังวลไม่น้อย ด้วยกลัวว่ากิตติยารัตน์จะทำอะไรลงไปด้วยอารมณ์โดยไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ดี เขาไม่อยากให้พี่สาวต้องแปดเปื้อนด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ชายหนุ่มจึงถามลองเชิงดูว่าสิ่งที่พี่สาวของตนคิดจะทำนั้นร้ายเบามากแค่ไหน

                “นี่พี่ข้าวคิดจะทำอะไรครับ?”

                “ก็แค่กำจัดนางผู้หญิงหน้าด้านนั่นออกไปให้พ้นทาง!” เสียงหวานแต่ติดแข็งกระด้างเอ่ยขึ้นนิ่งๆ แต่หากว่าใครผ่านมาได้ยินเข้าก็คงรู้สึกหวั่นใจไม่น้อย เมื่อสีหน้าและแววตาไม่ได้หวานไปตามเสียงของเธอเอาซะเลย แม้แต่ผู้ชายอกสามซอกอย่างกฤตยชญ์ก็ยังแอบกลัวใจพี่สาวของเขาอยู่ไม่น้อย เมื่อรู้ดีว่ากิตติยารัตน์นั้นเป็นคนดื้อเงียบตั้งแต่ไหนแต่ไร

                “แล้วพี่ข้าวจะทำอย่างไรกับเธอล่ะครับ?”

                “หึ!! ก็ถ้ามันมักมากหลายผัว มั่วไม่เลือกหน้า! กล้าคิดเหรอว่าคุณอัฐเขาจะยังหลงผิดคั่วกับมันอยู่อีก!!

                “นี่พี่ข้าวอย่าบอกนะครับว่าพี่...”

                “ใช่!! ก็ถ้ามันอยากได้ผัวจนตัวสั่น พี่ก็จะเป็นจัดหามาให้มันเอง!” คำตอบของพี่สาวไม่ใช่สิ่งที่กฤตยชญ์คาดคิดเอาไว้ พี่สาวที่แสนดีของเขากำลังจะกลายเป็นนางมารร้ายเพียงเพราะผู้ชายคนหนึ่งกับผู้หญิงชั้นต่ำไม่มีหัวนอนปลายเท้า ในเวลานี้ชายหนุ่มคิดเพียงแต่ว่าเขาจะไม่ยอมให้พี่สาวต้องลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับผู้หญิงแบบนั้นแน่ๆ

                “พี่ข้าวไม่ต้องทำอะไรหรอก...ผู้หญิงคนนั้นผมจะจัดการให้พี่เอง” ชายหนุ่มพูดขึ้น มือหนาจับมือบางเรียวสวยของพี่สาวขึ้นมาจับไว้อย่างปลอบใจ “เก็บมือสวยๆของพี่เอาไว้ อย่าให้มมันต้องมาแปดเปื้อนเพราะผู้หญิงชั้นต่ำพลันนั้นเลยนะครับ”

                “พี่เชื่อใจกล้านะ พี่รู้ว่ากล้าจะต้องไม่ทำให้พี่ผิดหวัง” กิตติยารัตน์บีบมือหนาของน้องชายร่วมสายเลือดอย่างเชื่อมั่นและแววตาเยือกเย็นของกฤตยชญ์ก็ทำให้เธอรู้ว่า เธอจะไม่มีทางผิดหวังอย่างแน่นอน!

                “พี่จะไม่ผิดหวัง ผมสัญญา...”

 

บริษัทแพรพรรณดีไซน์กรุ๊ป

                “แต่งงาน!!

                เสียงผสานกันดังลั่นทั่วทั้งแผนกดีไซน์เมื่ออริสรานำการ์ดแต่งงานดีไซน์หรูหรามาแจกให้กับทุกคน โดยไม่มีใครคาดคิดว่าหญิงสาวจะสละโสดรวดเร็วขนาดนี้ อีกทั้งเจ้าบ่าวยังเป็นถึงนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อที่ใครๆต่างก็เฝ้าฝันอยากได้มาครอบครองอย่าง ภูบดินทร์ อภิรักษ์โยธินกุล ประธานบริษัทเพชรและอัญมณีที่ใหญ่ติดอันดับประเทศ ซึ่งบิ๊กเซอร์ไพร์สของอริสราในครั้งนี้แม้แต่เพื่อนสาวอย่างอัญญาดาก็ไม่เคยได้รับรู้มาก่อน

                “นี่มันเรื่องจริงเหรอริษา?” เกศรินทร์ถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อทั้งยินดีและแอบอิจฉารุ่นน้องสาวคนเก่งอยู่ไม่น้อย แต่ก็คงไม่แปลกอะไรในเมื่ออริสราก็ทั้งสวยและเก่ง กิริยามารยาทก็เรียบร้อยอ่อนหวาน ขนาดผู้หญิงด้วยกันได้เห็นก็ยังรัก ผู้ชายหลงก็คงไม่แปลก

                “จริงค่ะพี่เกศ...ริษาขอเชิญทุกคนไปร่วมงานนะคะ” อริสราพยักหน้ารับกับรุ่นพี่คนสนิทพร้อมทั้งหันไปบอกคนอื่นๆในแผนก ก่อนที่จะหยุดลงที่เพื่อนรักอย่างอัญญาดา “โดยเฉพาะอัญนะ ริษาขอจองตัวไว้ก่อนคนแรกเลย”

                “อะไรกันริษา อัญจะไปช่วยอะไรได้ล่ะงานใหญ่โตออกอย่างนั้น”

                “ช่วยได้สิจ๊ะ ช่วยเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ริษาไง...”

                คำตอบของอริสราทำให้อัญญาดาแทบหงายเงิบ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้เป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ใครมาก่อน อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ แม้แต่งานแต่งงานสักที่เธอก็ยังไม่เคยไป แล้วแบบนี้จะให้รับปากเพื่อนได้อย่างไร ไอ้ช่วยมันก็ได้อยู่หรอกแต่แค่กลัวจะไปทำงานเขาพังน่ะสิ

                “นะนะอัญ ช่วยริษาหน่อยนะ อัญก็รู้ว่าริษามีอัญเป็นเพื่อนแค่คนเดียว นะจ๊ะ นะ” เมื่อเจอลูกอ้อนของเพื่อนสาวที่นานๆทีจะได้เห็นคนอย่างอัญญาดาเหรอจะทนใจแข็งต่อไปได้อีก ก็คงต้องยอมน่ะสิคราวนี้

                “โอเคจ๊ะ นี่ถ้าไม่ใช่ริษาอัญไม่ยอมหรอกนะ”

                “ขอบคุณนะอัญ อัญใจดีที่สุดเลย!” อริสราว่าพร้อมทั้งเดินเข้ามากอดเพื่อนสาวเอาไว้อย่างดีใจ อย่างน้อยๆเธอก็จะได้อุ่นใจในงานแต่งที่เจ้าบ่าวไม่ได้เหลียวแลเช่นนี้

                “แล้วงานมีขึ้นเมื่อไหร่เหรอริษา บัตรเชิญนี่ก็หรู๊หรูจนพี่ไม่กล้าแกะดูเลย”เกศรินทร์ถามขึ้นเรียกความสนใจจากทุกคนในแผนกเมื่อต่างคนก็ยังไม่ได้เปิดการ์ดดูด้วยหตุผลเดียวกัน อริสราได้แต่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะบอกวันแต่งให้กับทุกคน

                “อาทิตย์หน้าค่ะ”

                “อาทิตย์หน้า!!!” ช็อกคูณสองทั้งแผนกเมื่องานแต่งรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทุกคนต่างเข้านั่งประจำที่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองทัน ไม่ใช่เพื่อทำงานต่อ แต่เพื่อค้นหาแบบชุดที่จะใส่ไปร่วมงานในอินเตอร์กันอย่างขะมักเขม้น จนสองสาวเพื่อนซี้ต้องหันหน้ามามองกันมางงๆ แล้วก็เป็นอัญญาดาที่พูดขึ้นก่อน

                “ดูทุกคนจะตื่นเต้นมากเลยนะ...แต่ริษา มีอะไรจะบอกอัญรึเปล่า?”

                “เอ่อ...” คำถามของอัญญาดาทำให้อริสราทำหน้าแทบไม่ถูก หากแต่เพื่อนสาวก็ไม่ได้คาดคั้นเอาความอะไร

                เพราะอัญญาดารู้ดีว่าการแต่งงานของเพื่อนรักในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรักอย่างแน่นอน หากใช่ก็คงเป็นรักของอริสราเพียงผ่านเดียว...

 

                ห้าโมงเย็นมารตรฐานเวลาเลิกงานของบริษัทน้อยใหญ่เกือบทุกที่ไม่เว้นแม้แต่แพรพรรณดีไซน์กรุ๊ปด้วยเหมือนกัน พนักงานมากหน้าหลายตาทั้งหญิงและชายจากแผนกต่างๆต่างก็เริ่มพากันทยอยเดินออกมาจากบริษัท เวลาแห่งความสุขหลังเลิกงานนั้นทำให้ใครหลายๆคนสุขสุดๆ จึงไม่แปลกที่จะเห็นใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและเสียงพูดคุยกันดังตลอดทางเดิน อัญญาดาก็เช่นเดียวกัน หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งช้าๆอย่างคนอารมณ์ดีเมื่อเธอนั่งรอเวลาเลิกงานแบบนี้อย่างใจจดใจจ่อมาตั้งแต่ช่วงบ่าย รอยยิ้มสวยหวานถูกแจกจ่ายให้กับทุกคนจนทั่วบริเวณที่กล่าวทักทายเธออย่างเป็นกันเอง จนผู้คนเหล่านั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปด้วย

                “อารมณ์ดีเชียวนะยะ แม่สาวเปรี้ยว”

                “อ้าว! พี่เก๋ยังไม่กลับอีกเหรอคะ?” อัญญาดาตอบกลับเกศรินทร์ที่เดินมาจากทางเดินอีกฝั่งที่ดูเหมือนจะเป็นทางไปห้องน้ำอย่างงงๆ เมื่อเธอคิดว่ารุ่นพี่สาวคนนี้กลับบ้านไปก่อนแล้ว

                “กลับที่ไหนกันล่ะอัญ นี่ตั้งแต่บ่ายก็แทบจะรวมร่างกับห้องน้ำได้อยู่แล้ว” เกศรินทร์บอกเสียงอิดโรย

                “เป็นอะไรรึเปล่าคะพี่เก๋?” หญิงสาวถามอย่างห่วงใยเมื่อเห็นใบหน้าซีดๆของรุ่นพี่

                “ท้องเสียน่ะสิ ไม่รู้ไปกินอะไรผิดสำแดงมาเหมือนกัน”

                “พี่เก๋ไหวไหมคะ ให้อัญไปส่งเอาไหม?” อัญญาดาเข้ามาประคองเกศรินทร์เบาๆ มือสวยอีกข้างก็ควานหายาดมในกระเป๋าสะพายไปด้วยก่อนจะยื่นมันให้คนที่ยืนหน้าซีดขาอ่อนข้างกาย “นี่ค่ะพี่เก๋ ยาดมค่ะ”

                “ขอบใจมากนะอัญ” เกศรินทร์กล่าวขอบคุณเสียงอ่อนจากใจ

                “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เก๋ ขอบคงของคุณอะไรกันคะ” หญิงสาวปัดป่ายมือบางไปมาสองสามทีพลางทำหน้าดุเมื่อเกศรินทร์กล่าวขอบคุณเธอทำเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ “อัญว่าอัญพาพี่เก๋ไปหาหมอดีกว่าค่ะ หน้าซีดแบบนี้ขืนนั่งรถกลับบ้านไปได้สลบเหมือดคารถแน่ๆเลยค่ะ”

                “พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ งั้นรบกวนอัญหน่อยนะ”

                “ยินดีค่ะ ไปกันเถอะค่ะ พี่เก๋เดินไหวไหม?”

                “ไหวจ้ะ ไหว”

                อัญญาดาช่วยประคองร่างของเกศรินทร์เบาๆเพราะกลัวรุ่นพี่สาวใหญ่เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา อย่างน้อยก็จะได้ช่วยพยุงเอาไว้ได้ไม่ให้ล้มฟุบลงไปกับพื้น สองสาวเดินมาขึ้นแท็กซี่ที่หน้าบริษัทเพื่อตรงไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือประกันที่ทำเอาไว้กับบริษัททันที ทั้งนี้ก็เพื่อลดค่าใช้จ่ายนั่นเอง

 

โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง

                “ค่อยยังชั่วขึ้นรึยังคะพี่เก๋?” อัญญาดาพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเกศรินทร์ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากที่หลับไปนานเกือบชั่วโมงหลังจากที่เธอพามาโรงพยาบาลและแพทย์บอกให้นอนให้น้ำเกลือก่อนกลับบ้าน

                “ดีขึ้นแล้วละอัญ นี่พี่หลับไปนานไหม?”             

                “ก็เกือบชั่วโมงเลยค่ะ คุณหมอบอกว่ารอน้ำเกลือหมดก็กลับบ้านได้แล้วนะคะ”

                “เกรงใจอัญจริงๆเลยมานั่งเฝ้าพี่แบบนี้” สาวรุ่นพี่พูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดเมื่อตื่นขึ้นมาเห็นรุ่นน้องคนสวยนั่งเฝ้าเธออยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่าง

                “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะพี่เก๋ คนกันเองทั้งนั้น แต่ถ้าอยากขอบคุณอัญจริงๆล่ะก็แค่เลี้ยงข้าวอัญก็พอนะคะ” อัญญาดาพูดขึ้นทีเล่นทีจริง เพื่อไม่ให้เกศรินทร์รู้สึกลำบากใจ อีกอย่างเกศรินทร์ก็เป็นพี่สาวที่เธอเคารพมาก เรื่องแค่นี้เธอจึงไม่อยากให้พี่สาวคนนี้เก็บไปใส่ใจ

                “แหม!! ได้เลยจ้ะ ปิดร้านเลี้ยงเลยดีไหม?”

                “ก็ดีนะคะ อัญจะกินให้พุงกางไปเลย”

                เสียงหัวเราะของสองสาวดังประสานกันขึ้นเบาๆหลังจบคำรับมุกของอัญญาดา ก่อนที่เสียงโทรศัพท์เครื่องสวยจะดังขึ้นร้องเรียกให้ผู้เป็นเจ้าของสนใจมัน

                “หนุ่มที่ไหนโทรมาตามล่ะเนี่ย” เกศรินทร์แกล้งหยอกเมื่อเห็นหน้าจอมือถือของรุ่นน้องสาวเป็นชื่อผู้ชายแทบยังมีหัวใจติดอยู่ด้วยอีกต่างหาก แสดงว่าต้องเป็นคนรักของอัญญาดาไม่ผิดแน่

                “หนุ่มที่ไหนกันละคะ” หญิงสาวสงค้อนให้รุ่นพี่สาวน้อยก่อนจะกดรับโทรศัพท์ “ค่ะพี่อัฐ ค่ะเดี๋ยวอัญออกไป แค่นี้นะคะ”

                “อัญไปเถอะ น้ำเกลือก็หมดพอดี เดี๋ยวน้องสาวพี่ก็คงจะมารับแล้วเหมือนกัน” เกศรินทร์พูดขึ้นเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าลำบากใจของรุ่นน้องสาว อัญญาดาคงไม่อยากทิ้งเธอไว้คนเดียวแน่ๆ

                “เอ่อ...งั้นอัญขอตัวกลับก่อนนะคะ แต่พี่เก๋อย่ากลับคนเดียวนะคะ ต้องรอจนกว่าน้องสาวพี่จะมารับนะคะ” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง เพราะไม่อย่างให้รุ่นพี่กลับบ้านคนเดียวเกินเป็นอะไรขึ้นมาอีกจะแย่เอาได้

                “จ้ะ รีบไปได้แล้วไม่ต้องห่วงพี่หรอก”

                “โอเคค่ะ งั้นอัญขอตัวก่อนนะคะ”

                หลังจากล่ำลากับเกศรินทร์เสร็จอัญญาดาก็เดินตรงไปยังลานจอดรถของโรงพยาบาลทันที เมื่อตอนนี้พี่อัฐของเธอกำลังรออยู่ที่นั่น อันที่จริงแล้วโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นโรงพยาบาลเดียวกันกับที่กิตติยารัตน์รักษาตัวอยู่ อัฐพลเองก็คงจะมาเยี่ยมหญิงสาวอย่างทุกๆวันเพียงแต่วันนี้บังเอิญว่าเธอก็พาเกศรินทร์มาหาหมอที่นี่ด้วยพอชายหนุ่มรู้เขาก็เลยรอกลับพร้อมเธอ

                อัญญาดาก้าวเดินอย่างสาวมั่น รอยยิ้มสวยปรากฏขึ้นเมื่อเห็นรถหรูคุ้นตาจอดอยู่ไกลๆ จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายปลายทาง แต่แล้วเรียวแขนบางกลับถูกคว้าจากทางด้านหลังตามมาด้วยท่อนแขนแกร่งที่รัดตัวเธอเอาไว้แน่นอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากบางก็ถูกอุ้งมือหนาปิดแน่นเมื่อกันไม่ให้เธอส่งเสียงร้อง หญิงสาวตกใจพยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากวงแขนแข็งแรงนี้ แต่ก็เป็นไปได้ยากยิ่ง เพราะยิ่งดิ้นแรงเท่าไหร่อ้อมแขนแกร่งนี่ก็จะยิ่งรัดเธอแน่นขึ้นเป็นเท่าตัวจนแทบหายใจไม่ออก ร่างบางถูกลากเข้ามาที่บันไดหนีไฟลับจากสายตาผู้คน หญิงสาวทั้งกลัวและขวัญเสียกระเจิดกระเจิงคิดหาทางรอดให้ตัวเองจนหัวปั่น ยังไม่ทันได้คิดอะไรออกก็ถูกเหวี่ยงใส่กำแพงอย่างจัง อัญญาดาหลับตาแน่นเมื่อความเจ็บปวดที่แผ่นหลังเริ่มเล่นงาน

                “เจ็บแค่นี้ ไม่ถึงกับตายหรอก!

                เสียงเข้มคุ้นหูดังขึ้น ทำให้หญิงสาวรีบลืมตาขึ้นมาดูเจ้าของเรียวแขนแกร่งเมื่อครู่ทันทีก่อนจะพบกับร่างสูงใหญ่อย่างชายชาตรีของคนตรงหน้า ผู้ชายที่เธอไม่อยากเจอเขาที่สุด!

                “คุณกฤตยชญ์”

                “ใช่! ฉันเอง ทำไม? ผิดหวังเหรอที่ฉันไม่ใช่คนที่เธอกำลังจะออกไปหาข้างนอกนั่น!

                “ก็คงใช่มั้งคะ เฮ้อออ น่าผิดหวังจริงๆที่เป็นคุณ” หญิงสาวตอบรับคำประชดประชันของเขาได้อย่างแสบสันเล่นเอาคนตัวใหญ่กว่าหน้าตึง ก่อนที่อัญญาดาจะส่ายหน้าน้อยๆแสร้งมองหน้าชายหนุ่มอย่างเอือมๆ แล้วผลักอกเขาเบาๆเพื่อให้หลบทางให้ เมื่อกฤตยชญ์ยืนบังประตูหนีไฟอยู่แต่แขนสวยก็ถูกระชากจนตัวปลิวกลับมาอยู่ที่เดิมจากแรงป่าเถื่อนของผู้ชายที่เป็นถึงเจ้านายของเธอ

                “จะไปไหน!

                “จะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับคุณ!หญิงสาวตอกกลับเสียงแข็งอย่างไปลดล่ะ พยายามข่มความเจ็บปวดที่ข้อมือสวยเอาไว้ เมื่อตอนนี้มันถูกแรงชายบีบแน่นจนปวดหนึบไปหมด

                “แต่คนที่เธอกำลังจะไปหา มันเกี่ยวกับพี่สาวของฉัน!” กฤตยชญ์พูดขึ้นเสียงเย็นแววตาวาวโรจน์เมื่อเห็นใบหน้าไปรู้สึกผิดชอบชั่วดีของผู้หญิงตรงหน้า ที่ทำเหมือนคำพูดของเขาไม่มีความหมาย เข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา

                “หมายถึงคนนี้เหรอคะ?” อัญญาดาชูโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงร้องในมือให้ชายหนุ่มดูอย่างท้าทาย ว่าคนที่เขาพูดถึงใช่คนเดียวกับคนที่โทรหาเธอในตอนนี้รึเปล่า

                กฤตยชญ์เลือดขึ้นหน้าปัดโทรศัพท์เครื่องสวยทิ้งจนกระเด็นตกลงบันไดไปก่อนที่อัญญาดาจะทันได้กดรับ หญิงสาวตกใจชักสีหน้าใส่เขาด้วยแววตาโกรธเคืองออกแรงสะบัดแขนเรียวออกจากการเกาะกุมของเขาทันทีก่อนจะผลักอกแกร่งซ้ำเพื่อให้ชายหนุ่มถอยห่าง

                “คุณไม่มีสิทธิ์มาทำลายข้าวของของฉันแบบนี้นะ!

                “แล้วยังไง? ไม่ใช่ของฉันนิ ต้องแคร์ด้วยเหรอ?”

                อัญญาดาไม่ได้พูดอะไรออกมา เปล่าประโยชน์ที่จะเถียงกับคนหัวดื้ออย่างเขา หญิงสาวสบตากับดวงตาคมนิ่งอย่างขุ่นมัว ก่อนจะตัดสินใจเบนหน้าหนีแล้วเลี่ยงเดินออกมา แต่เสียงเข้มก็พูดขึ้นหยุดฝีเท้าของเธอเอาไว้

                “ฉันต้องทำยังไงเธอถึงจะเลิกยุ่งกับคู่หมั่นของพี่สาวฉัน?”

                “ไม่ต้องทำยังไงหรอกค่ะ เพราะมันจะไม่มีวันนั้น!” หญิงสาวตอบกลับเสียงนิ่งสีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ เท้าสวยเตรียมจะก้าวเดินต่อไป แต่ยังไม่ทันไรก็ถูกกระชากกลับไปติดกำแพงตามเดิมแต่ต่างกันนิดหน่อยตรงที่กฤตยชญ์กักตัวเธอเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างของเขาเอง “นี่คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!

                “เก่งนักไม่ใช่เหรอ? ก็หาทางดิ้นออกไปเองสิ! หรืออยากจะอยู่อ่อยฉันต่อดีล่ะ?” ชายหนุ่มสาดคำดูถูกชนิดที่คิดว่าจะทำให้หญิงสาวตรงหน้าจุกได้ แต่ก็เปล่าเลยเมื่อเธอกลับสาดคำที่เจ็บกว่ากลับมาให้เขา

                “คนอย่างคุณฉันไม่จำเป็นต้องอ่อยหรอกค่ะ เสียเวลา! ในเมื่อฉันมีคนที่แซ่บกว่ามากรออยู่ข้างนอก!

                จบคำพูดของอัญญาดาหลังบางถูกจับกดกระแทกกับกำแพงอีกครั้งอย่างแรงตามแรงอารมณ์ของคนที่เหนือกว่า กฤตยชญ์ขบกรามแน่นอย่างระงับความโกรธ ผู้หญิงคนนี้ร้ายกว่าที่เขาคิดเอาไว้เยอะเลยจริงๆ

                “ยังไม่ได้ลองลีลาของฉันแล้วรู้ได้ยังไงว่าหมอนั่นแซ่บกว่า จริงไหม?”

                อัญญาดาแอบใจเสียกับคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก แต่คนอย่างเธอไม่มีท่าทำให้ศัตรูรู้ว่ากลัว หญิงสาวยังคงทำใจดีสู้เสือพูดขึ้นอย่างท้าทาย

                “ไม่ต้องลองหรอกค่ะ แค่ดูฉันก็รู้แล้วว่าคุณไม่มีน้ำยา! วันๆก็ดีแต่เที่ยวระรานคนอื่นอยู่แบบนี้!

                “นี่เธอ!!” กฤตยชญ์หน้าชา เมื่อไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนี้กับเขามาก่อน และเธอคือคนแรกที่กล้าหยามเขาแบบนี้

                “ทำไมคะ? ยอมรับไม่ได้เหรอคะ ว่าตัวเองไม่มีน้ำย....”

                เสียงหวานขาดหายเมื่อเรียวปากบางสวยถูกกดปิดด้วยริมฝีปากหยักร้อนชื้นของคนตัวใหญ่กว่า อัญญาดาแข็งทื่อตกใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก่อนจะเรียกสติของตัวเองกลับมาแล้วพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนแกร่ง ใบหน้าสวยเซ็กซี่พยายามเบือนหนีแต่ก็ไร้ผลเมื่อไม่อาจต้านแรงชายได้ กฤตยชญ์กดจูบอย่างรุนแรงและหื่นกระหายยิ่งร่างบางต่อต้านและดิ้นหนีเขายิ่งสนุกกับการไล่บี้และตอนเธอให้จนมุมท่าทางไม่ประสีประสาของเธอทำให้เขาแทบคลั่งและร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม หญิงสาวเริ่มเหนื่อยและอ่อนระทวยเมื่อจูบที่แสนเนิ่นนานไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ กำปั้นน้อยทุบลงที่หน้าอกแกร่งอย่างอ่อนแรงเบาๆสองสามทีเป็นเชิงบอกให้เขาถอยห่าง

                กฤตยชญ์ถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย แปลก! ที่เขารู้สึกเสียดาย อาจเพราะไม่ได้ทำแบบนี้กับใครมานานความรู้สึกอยากอย่างผู้ชายก็เลยตื่นตัว แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังคงปั่นประสาทหญิงสาวในอ้อมแขนไปเลิก เขาเลียริมฝีปากตัวเองไปมาก่อนจะแสร้งทำหน้าระอา

                “ก็งั้นๆ ไม่เห็นจะเร้าร้อนตรงไหน เสียเวลาเปลืองตัวจริงๆ” คำพูดหยาบคายของชายหนุ่มทำให้อัญญาดากำหมัดแน่น กี่ครั้งแล้วที่ผู้ชายคนนี้ดูถูกเธอ! ถือโอกาสที่ชายหนุ่มปล่อยเธอออกจากอ้อมแขนสะบัดมือใส่หน้าเขาอย่างแรงจนใบหน้าหล่อเหลาหันซ้ายหันขวาไปตามแรงตบอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

                เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

                “คนทุเรศ!!!

 

                ทิ้งไว้เพียงถ้อยคำเจ็บแสบและรอยฝ่ามือบนใบหน้า รีบวิ่งออกมาก่อนที่จะถูกเขากระชากกลับเข้าไปใหม่ น้ำตาเม็ดน้อยใหญ่ไหลรินอาบแก้มของคนที่บอกว่าตัวเองเข้มแข็งตลอดเวลา มันก็ใช่ที่กฤตยชญ์จะเรียกร้องคืนความสุขให้กับพี่สาวของเขา แล้วเธอล่ะ? ความสุขของเธอเคยมีใครสนใจมันบ้าง คนที่ไม่เคยต้องเติบโตมาเพียงลำพังอย่างเขาไม่มีวันเข้าใจ!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น