ฮุ่ยจื่อ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เปิ่นหวางคิดถึงเจ้า

ชื่อตอน : เปิ่นหวางคิดถึงเจ้า

คำค้น : ท่านอ๋อง นิยาย นิยายจีน นิยายแฟนตาซี หมูอ้วน ย้อนยุค สนุก น่ารัก Nc ฟิค หมูน้อย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2562 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เปิ่นหวางคิดถึงเจ้า
แบบอักษร

                 “ฮ่าๆๆๆ เป็นเช่นนั้นหรือฮุ่ยหวง นางน่ะหรือจะรวบหัวรวบหางเปิ่นหวาง น่าขันนัก ตัวเล็กกระจิดริด จะทำอะไรได้”

                เฟยหลงยิ้มมิหุบเมื่อฟังรายงานจากฮุ่ยหวง คราวแรกจะดุที่เจ้าคนนี้ไปส่งของซะนาน แต่พอนำงิ้วที่ขบขันเช่นนี้มาเล่าให้เขาฟัง เขาดันดุมิลง

                “เป็นเช่นนี้แหละพะยะค่ะ นางยังต่อว่าท่านอ๋องที่เอาขนมใส่ไปในกล่องเสื้อผ้าอีก”

                “นางมิโปรดขนมหรอกหรือ ฟังจากที่เจ้าเล่าคราวก่อนที่นางโดนบ่าวตีมือเพราะจะกินขนม เปิ่นหวางเห็นนางโปรดเลยใส่ไปให้ด้วย นางยังมิพอใจอีก น่าจับมาตีก้นนัก”

                “กระหม่อมได้ยินนางพูดเรื่องคะ…แคลลอรี่อะไรนี่แหละพะยะค่ะ”

                “อ้อ…เจ้าแคลลอรี่นี่เอง เห็นทีคืนนี้เปิ่นหวางจะไปหาลูกหมูน้อยเสียหน่อย ดูสินางจะทำหน้าอย่างไร”

                “จะดีหรือพะยะค่ะ”

                “มีอะไรมิดี ในเมื่อท่านเสนาบดีอยากได้เปิ่นหวางเป็นเขย”

                “แต่ท่านเสนาอยากให้ท่านอ๋องแต่งคุณหนูลี่มี่นะพะยะค่ะ”

                “ขนาดฮ่องเต้ยังบังคับเปิ่นหวางมิได้ แค่อัครมหาเสนาบดีมั่นอกมั่นใจมาจากไหนกันจะบังคับเปิ่นหวางได้”

                “เห็นทีเรื่องที่ท่านเสนาบดีตั้งใจทำงานสร้างความดีความชอบมาหลายปีนั้นหวังจะขอสมรสพระราชทานให้คุณหนูลี่มี่”

                “เป็นเช่นนั้นจริง แต่คนที่จะได้สมรสพระราชทานคือบุตรีคนรอง มิใช่คนเล็ก”

                “ท่าอ๋องคิดจะทำอะไรพะยะค่ะ”

                “เปิ่นหวางจะทำอะไรได้เล่า ดูเจ้าถามสิ ถามเหมือนเปิ่นหวางเป็นคนมากแผนการ”

                ฮุ่ยหวงอยากจะหัวเราะออกมาดังๆเมื่อฟังวาจาโป้ปดมดเท็จของท่านอ๋องผู้นี้ ช่างกล่าวออกมาได้หน้ายิ้มแย้มนัก

                “พะยะค่ะ กระหม่อมเชื่อเหลือเกินพะยะค่ะ”

                วาจาประชดประชันขององค์รักษ์เงาคนสนิททำเอาเฟยหลงหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี ประชดประชัดราวกับสตรีเจ้าคนนี้….

                “คุณหนูเจ้าคะ ทำไมยังมินอนอีก”

                ลินดานั่งอยู่ตรงหน้าต่าง คืนนี้อากาศเย็นดีนัก กะว่าจะมานั่งรับลมสักปะเดี๋ยวถึงจะเข้านอน

                “เจ้าไปนอนก่อนเถอะซือซือ อีกปะเดี๋ยวข้าจักไปนอนแล้ว”

                “เจ้าค่ะ”

                ซือซือมองคนเป็นนายที่นั่งรับลมที่หน้าต่างก็เบาใจ ก่อนจะออกไปนอนที่ห้องตามที่ลินดาสั่ง

                หญิงสาวนั่งเหมอลอยมองเซาปิ่นที่ตอนนี้อยู่ในจานเป็นที่เรียบร้อย กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ป่าทำให้ลินดาหลับตาลงสูดรับเอาอากาศยามค่ำคืน คำพูดของมารดาวนไปมาในหัวเรื่องท่านอ๋องผู้นั้น หญิงสาวหารู้ไม่ว่าบรุษผู้ที่กำลังนึกถึงอยู่นั้นยืนพิงหลบอยู่ด้านหลังหน้าต่างห้องนาง

                “สตรีนางใดกันมานั่งมองจันทร์คิดถึงชายคนรัก”

                ลินดาสะดุ้งเฮือกก่อนจะเห็นบรุษรูปงามนามเฟยหลงเดินออกมาจากหลังบานหน้าต่าง ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้าลินดา แถมยังเท้าคางกับบานหน้าต่างมองนางด้วยสายตาขบขัน

                “ท่านอ๋อง!”

                “ใยเจ้าเอ่ยเรียกเปิ่นหวางเสียงดังนัก อยากให้คนในจวนแห่มาที่นี่หรือ แต่แบบนั้นก็ดีนะ เปิ่นหวางจักได้มิยุ่งยากนัก”

                “ท่านอ๋องหมายความว่าเยี่ยงไรเพคะ หม่อมฉันมิเข้าใจ”

                ดวงตากลมโตเหมือนลูกกวางน้อยสั่นไหว ปากเล็กสีเถาจึเม้มเข้าหากันแน่น

                “ไม่เจอกันมิกี่วัน ใยเจ้าซูบลงเล่าลี่ถัง จวนเสนาบดีเลี้ยงดูเจ้ามิดีหรือ เช่นนั้นไปเป็นเพื่อนสนทนาที่จวนเปิ่นหวางหรือไม่ มีขนมมากมายที่เจ้าชอบ เปิ่นหวางหามาให้เจ้าได้ มิว่าเจ้าจะอยากกินอะไร”

                “ทะ…ทำไมต้องเอาขนมมาหลอกล้อหม่อมฉันด้วย ท่านอ๋องเห็นหม่อมฉันเห็นแก่กินขนาดนั้นเชียวหรือ”

                หญิงสาวกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างแงงอน ช่างน่ารักเสียจริงในสายตาคนมองอย่าเฟยหลง

                “เปล่าเสียหน่อย เปิ่นหวางแค่อยากเห็นเจ้าได้กินในสิ่งที่อยากกิน ใยเจ้าต้องใส่ร้ายเปิ่นหวางด้วย”

                ลินดาเผลอเบะปากอย่างหมั่นไส้ใส่เฟยหลง บรุษผู้นี้ช่างมารยาเยอะเสียจริง ดูน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเสียงเล็กเสียงน้อย น่ากลัวเหลือเกิน ขนาดเป็นบรุษยังขนาดนี้ ถ้าเป็นสตรีจะขนาดไหน

                “เฮอะ หม่อมฉันมิเชื่อ ท่านอ๋องกลับจวนเถอะเพคะ”

                “อย่าแงงอนเปิ่นหวางเลย ที่เปิ่นหวางมาหาก็เพราะคิดถึงเจ้า ใยกล่าววาจาตัดพ้อไล่เปิ่นหวางเช่นนี้”

                คนแก้มอวบชะงักเมื่อโดนบรุษน่าตายคนนี้เกี้ยว ปากสีเหมยฮวากล่าวออกมามิได้ขัดเขิน

                “…”

                “เจ้าหนาวหรือถังเอ๋อร์ แก้มแดงไปหมดแล้ว มานะ…ข้าจักเข้าไปกอดให้ความอบอุ่นเจ้าเอง”

                ลินดาเบิกตาโตอย่างตกใจ ยิ่งเห็นรอยยิ้มมุมปากของอ๋องเจ้าเล่ห์ผู้นั้นแล้ว ดูก็รู้ว่าเขาพูดจริง ร่างสูงขยับมาใกล้ทำท่าจะปีนหน้าต่างเข้ามาจริงๆ แต่ต้องหยุดการกระทำนั้นเพราะลินดาห้ามไว้เสียก่อน

                “ท่านอ๋อง เข้ามามิได้นะเพคะ มะ…หม่อมฉันเป็นสตรีที่ยังมิออกเรือน ยังมิถึงวัยปักปิ่นด้วยซ้ำ จะให้บรุษเข้ามาได้เยี่ยงไรกัน”

                เสียงหวานเอ่ยตะกุกตะกัก แก้มอวบย้วยน่าหยิกขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเขินอาย หาเหตุผลนับร้อยมาห้ามคนตรงหน้า

                “เปิ่นหวางมิถือ”

                “แต่หม่อมฉันถือเพคะ หม่อมฉันมิได้ใส่รองเท้า ท่านอ๋องจะเห็นเท้าเปลือยเปล่าของหม่อมฉันมิได้ ผู้ที่มิใช่สามีจักเห็นเท้าสตรีนางนั้นได้เยี่ยงไร”

                เฟยหลงอยากจะหัวเราะดังๆเมื่อแกล้งลี่ถังได้ ดูสิ นางยังหาเหตุผมมาต่อล้อต่อเถียงกับเขา เพียงแค่ได้เสวนากับนางแค่นี้ก็ทำให้เขาอารมณ์ดียิ่งนัก

                “ฮ่าๆๆ เจ้าน่าขันจริงๆ”

                “รู้แล้วก็กลับจวนได้แล้วเพคะ ออกมาแบบนี้มิดี ถ้าผู้ใดรู้เข้ามันจักมิงาม”

                “เปิ่นหวางมิสนคนพวกนั้นหรอกถังเอ๋อร์”

                “เลิกเรียกหม่อมฉันว่าถังเอ๋อร์เหมือนสนิทกันมากเสียทีเถอะเพคะ”

                ลินดาแก้มแทบจะระเบิดเพราะเฟยหลงเอาแต่เรียกถังเอ๋อร์ๆอยู่นั่นแหละ มิมีทีท่าว่าจะกลับจวนไปเสียที บรุษน่าตายคนนี้

                “หรือจะให้เปิ่นหวางเรียกเจ้าว่าชินหวางเฟย(ตี๋ฝูจิ้น ภรรยาเอกของชินอ๋อง) ดีหรือไม่เล่าหวางเฟย”

                “ทะ…ท่านอ๋อง ใยท่านช่างน่าตายนัก!” ./////.

                แก้มที่ว่าแดงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งแดงไปกันใหญ่ บรุษหน้าด้านคนนี้ยังมิหยุดหยอกล้อนางอีก

                “ฮ่าๆๆ ดูแก้มเจ้าสิ น่าเอ็นดูยิ่งนัก”

                “กลับไปจวนของท่านเลยนะ บรุษน่าตาย”

                “บอกเปิ่นหวางก่อนว่าเจ้าจักใส่ชุดที่เปิ่นหวางเอามาให้”

                “หม่อมฉันจะใส่เพคะ พอใจท่านอ๋องหรือยัง พอใจแล้วก็กลับจวนอ๋องเถอะเพคะ”

                “หึหึ”

                “-////-“

                “เช่นนั้นก็ย่อมได้ อย่าลืมฝันถึงเปิ่นหวางด้วยนะหวางเฟย ฮ่าๆๆ”

                จะไปยังมิวายทิ้งระเบิดไว้ให้ลินดาเขินอายเล่น หญิงสาวมองตามหลังเฟยหลงที่กระโดดขึ้นหลังคาไปเสียแล้ว

                “เห็นทีข้าจักมิต้องทำตามแผนการของท่านแม่ให้เสียแรง ใยท่านต้องมาติดกับเร็วเสียจริง”

                ปากเล็กยู่เข้าหากัน ตากลมโตยังจ้องไปยังหลังคาที่เฟยหลงกระโดดขึ้นไป ถึงแม้ตอนนี้จักมิเห็นบรุษผู้นั้นแล้วก็ตาม เมื่อเห็นว่าอีกคนกลับจวนแท้แน่นอน ลินดาก็ปิดหน้าต่างแล้วไปนอน

#จริงๆไรท์จะไม่ลงตอนนี้แล้ว แต่พอเห็นคอมเมนต์แล้วชื่นใจเจ้าค่ะ เลยลงให้ได้อ่านกันอีก ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ดีๆ และขอบคุณคนที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ ถึงแม้จะไม่เมนต์ก็ตาม หากมีคำไหนผิด หรือคำไหนตกหล่น โปรดอภัยให้ไรท์คนนี้ด้วย จะตามแก้ทีหลังเจ้าค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น