Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กล้าหาญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 682

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2562 21:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กล้าหาญ
แบบอักษร

เช้าวันต่อมา

แสงแดดทอประกายอบอุ่นสาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้ามาภายในห้อง บนเตียงนอนขนาดใหญ่ปรากฎร่างของสามีภรรยานอนกอดกันกลม

หมิงซินที่ตื่นก่อนมองใบหน้าของอีกฝ่ายเพื่อจดจำรายละเอียด แผลของนางใกล้หายเต็มทีเวลาของนางใกล้จะหมดลงแล้ว

นางคิดเอาไว้ว่าหากไม่ใช่คุกหลวงก็คงจะเป็นตำหนักเย็น แต่ขอให้เป็นอย่างหลังจะดีกว่า ถึงลำบากไปบ้างแต่ก็ยังมีพื้นที่ให้ลูกของนางได้วิ่งเล่น เก็บกวาดให้ดีสักหน่อยคงหมดปัญหา

หลังจากนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่พักนึงนางก็ลุกจากเตียง เมื่อจัดการตนเองเรียบร้อยจึงเดินไปที่สวนข้างตำหนัก นี่เป็นการออกมาภายนอกครั้งแรกในรอบหลายวันของนาง

"ข้าคงมีโอกาสได้เห็นทุกอย่างที่นี่อีกไม่กี่ครั้งแล้วสินะ"นางนั่งลงมองดอกไม้หลากสีสันแล้วยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ดอกไม้ที่ครั้งนึงนางเคยอ้อนขอให้ชายคนรักปลูกให้

"หมิงเออร์!!! ออกมาทำอะไร!!"คนเพิ่งตื่นโวยวายเสียงดังลั่น เขาตกใจแทบแย่ที่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบนางคิดว่าใครมาจับนางไปไม่ก็นางอาจจะหนีจากเขาไปแล้ว

"อะ องค์ชาย"นางเอ่ยเรียกด้วยความตกใจก่อนจะรีบลุกขึ้น แต่ด้วยความที่ลุกกระทันหันไปเสียหน่อยทำให้เกิดอาการหน้ามืด

ฟลึ่บ!

ร่างสูงรีบเข้ามาพยุงนางเอาไว้ในขณะที่นางเองก็กำเสื้อของอีกฝ่ายแน่น นางสะบัดหน้าไปมาก่อนจะกระพริบตาถี่ๆ

"หม่อมฉันไม่เป็นอะไรแล้วเพคะ ขอพระราชทานอภัยที่ล่วงเกิน"นางปล่อยมือออกจากเสื้อของเขาทันทีเมื่อเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมามองมายังนาง นั่นคงไม่ใช่เรื่องดีเพราะจะทำให้เขาเสื่อมเสีย

่้ซีหยวนไม่ตอบอะไรนางอีกเขาดึงนางให้เดินตามกลับเข้าตำหนักอย่างรวดเร็วตามแรงอารมณ์

"เป็นอะไรไป?"ทันทีที่เข้ามาถึงเขาก็ไล่คนออกไปจนหมดแล้วถามคำถามนาง

"ไม่ได้เป็นอะไรเพคะ หม่อมฉันเพียงทำในสิ่งที่เหมาะสม"

"เหมาะสมอะไรของเจ้า!?"คิ้วหนาขมวดเป็นปมพยายามสงบอารมณ์เอาไว้

"องค์ชายกับนักโทษหญิงที่คิดปลงพระชนม์   ฮ้องเต้คิดว่าเป็นเช่นไรเพคะ อีกไม่กี่วันแผลนี้ก็คงหาย หม่อมฉันคงต้องไป..."

"อยากถูกลงโทษนักใช่รึไม่! ได้!!ต่อไปนี้เจ้าเป็นเพียงนางกำนัลหม่าเช่นเดิม มีหน้าที่ดูแลทั้งตำหนัก ห้ามใครช่วยแม้แต่คนเดียว!"เขาบีบข้อมือของนางอย่างแรงจนหมิงซินนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

เพล้ง!!

"!!!"ร่างบางถึงกับผวาด้วยความตกใจที่จู่ๆเขาก็เขวี้ยงแจกันลงบนพื้นอย่างแรง ไม่สนว่ามันจะหายากหรืองดงามเพียงใด

"ทำหน้าที่ของเจ้าเสียสิ"หมิงซินเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ จำเป็นต้องทำเช่นนี้ด้วยหรือ แต่หากนี่คือการลงโทษนางก็จะทำ...

เพล้ง!!!

ในขณะที่นางก้มลงเก็บเศษแจกันใบนึงอยู่กลับมีแจกันอีกอันที่ถูกเขี้ยงลงมาห่างจากนางไปไปถึงหนึ่งก้ว เหล่านางกำนัลที่รออยู่ภายนอกต่างหวาดกลัวจนตัวสั่นด้วยไม่เคยเห็นด้านนี้ขององค์ชายมาก่อน

เพล้ง!

ฉึก!

ด้วยความตกใจเสียงแจกันใบที่สามหมิงซินเผลอทำเศษแจกันนั้นบาดเข้าที่นิ้วจนเลือดไหลออกมา นางใช้มือข้างนั้นกำชุดที่ใส่เอาไว้อย่างไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอและเลือกจะใช้มืออีกข้างเก็บเศษที่เหลือ

ฟลึ่บ!

"หน้าที่ของเจ้าไม่ได้หมดเท่านี้นะ"ซีหยวนดึงแขนนางอย่างแรงให้นางลุกขึ้นมาก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากบางด้วยริมฝีปากของตน การกระทำรุนแรงที่เกิดจากอารมณ์ของเขาทำเอาน้ำตาที่คลออยู่นานไหลออกมา

จากรสชาติหวานหอมเริ่มมีรสอื่นเข้ามาแทรก กลิ่นคาวและรสชาติเค็มปร่าจากโลหิตทำให้เขาได้สติคืนมา

จังหวะที่นางใช้มือดันเขาออกห่างนั้นเองที่เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าที่ชุดของนางเปื้อนโลหิตอยู่ที่ชุดเขาก็ด้วย

ร่างสูงกระชากแขนสองข้างของนางอย่างแรงก่อนที่ตาคมจะเหลือบเห็นรอยบาดแผลที่ยังคงมีเลือดซึมออกมา

"ฮึก ฮือออ"หมิงซินร้องไห้ออกมา น่าแปลกที่คนที่ไม่เคยเสียน้ำตาง่ายๆอย่างนางต้องเสียน้ำตาให้กับคนตรงหน้าไม่เว้นแต่ละวัน

้้"ทำไมถึงชอบดื้อนักนะ"เขากล่าวเสียงอ่อนลงก่อนจะดึงนางเบาๆให้นาง้ข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาทำเอานางร้องออกมายิ่งกว่าเดิมเสียอีก

"หลังเจ้าคลอดพี่ก็ต้องถูกส่งไปอยู่หัวเมืองตะวันออกแล้ว พี่ยอมถูกลงโทษแทนเจ้าไปแล้ว จะไม่มีใครลงโทษอะไรเจ้าอีกแล้ว"

"อะ อะไรนะเพคะ!!"

"ทำตัวให้พี่เป็นห่วงเช่นนี้พี่จะวางใจได้อย่างไร หื้ม"

"ฮึก ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านมาลำบากแทนข้าเสียหน่อย! คนน่าตายนี่!ท่านทำแบบนี้เพื่ออะไร!"หมิงซินทั้งเขย่าทั้งทุบตีเขาไม่หยุดจนนางหมดแรงทรุดลงนั่งร้องไห้ฟูมฟายบนพื้น

"ฮืออออ ทำไมต้องทรมานข้าแบบนี้ด้วย ทำเช่นนี้กับข้าทำไม"

"คิดว่ารับผิดแทนข้าแล้วข้าจะสบายใจขึ้นรึ คิดว่าข้าจะรู้สึกดีขึ้นใช่รึไม่ หรือคิดว่าข้าจะดีใจ บอกไว้ตรงนี้เลยว่าไม่ ฮึก ข้าจะอยู่ได้อย่างไรเล่า"

"ฮึก ข้าจะอยู่โดยไม่มีท่านได้อย่างไร ฮืออออ"

"เหตุใดจะอยู่ไม่ได้เล่า"ซีหยวนนั่งลงข้างๆนางแล้วเอ่ยถาม หวังลึกๆว่าคำตอบที่ได้จะเป็นคำที่เขารอฟัง

"เพราะข้ารักท่านไปแล้วอย่างไรเล่าคนโง่! ฮึก ฮือออ ท่านมันโง่ที่สุด โง่ที่มารักข้า โง่ที่รับผิดแทนข้า อึก ทำไมข้าต้องรักคนโง่ๆเช่นท่านด้วย!"ซีหยวนยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ยิ้มจนปากแทบฉีกถึงรูหูเมื่อได้ฟังคำว่ารักจากนาง ถึงนางจะว่าเขาโง่ก็เถิด

"แล้วหากคนโง่ๆคนนี้อยากขอให้เจ้าไปลำบากด้วยกันที่เมืองไห่เล่าจะยินดีไปรึไม่"

"อึก ไปสิ ข้าก็เป็นคนโง่เหมือนท่านข้าจะโง่ตามท่านไปด้วย"ซีหยวนเข้าไปกอดนางเอาไว้แน่น เขาก็พูดไปเช่นนั้นเอง ใครจะปล่อยให้นางลำบากกัน เมียและลูกของเชาเขาต้องดูแลให้ดีที่สุดอยู่แล้ว

ผ่านไปพักใหญ่ก็นึกขึ้นได้ว่าให้นางนั่งที่พื้นนานๆนั้นไม่ดีจึงอุ้มนางขึ้นแล้วค่อยๆวางนางลงที่เตียง หมิงซินชี้ไปที่เศษแก้มแตกที่กระจายเต็มไปหมด

ซีหยวนหยิบยามาทำแผลให้นางก่อนจะเรียกนางกำนัลมาเก็บกวาดจนเรียนร้อย

"จะจ้องหน้าอีกนานรึไม่?"เขาเอ่ยถามเมื่อดูพวกนางกำนัลเก็บกวาดจนแน่ใจว่าไม่หลือเศษแก้วหลงเหลือแล้ว หันกลับมาก็พบว่านางกำมองมองเขาอยู่ เรียกว่าจ้องตาไม่กระพริบจะเหมาะกว่า

"ข้าก็แค่สงสัย ที่ผ่านมาข้านึกว่า..."หมิงซินก้มหน้าลงต่ำพูดออกมาเสียงเบาหวิวเมื่อคิดถึงช่วงที่เขาเย็นชากับนาง

"นึกว่าอะไร?"ถามพลางเดินมานั่งบนเตียงกับนาง

"นึกว่าท่าน...ไม่รักข้าแล้วน่ะสิ"หมิงซินเอ่ย น้ำตาคลอคลองอีกครั้งทั้งที่ไม่ได้ต้องการให้เป็นเช่นนี้ นางเงยหน้าขึ้นมองเขามองดวงตาสีนิลคู่นั้น

"พี่ทำโทษเจ้าต่างหาก มีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นเจ้ากับปิดเงียบไม่บอกกัน เจ้าคิดว่าพี่จะช่วยเหลือเจ้าไม่ได้แบบนั้นใช่รึไม่?"เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังและตำหนินางเล็กน้อย แต่คนฟังกับน้ำตาร่วงด้วยอารมณ์ที่อ่อนไหวง่าย

"ฮึก ขะ ข้าขอโทษ ข้าแค่กลัวท่านเข้าใจผิด"

"ข้าใจผิด?"

"กะ ก็ตอนนั้นเป็นข้าที่ตั้งใจยั่วยวนท่าน ทำสารพัดเพื่อหลอกให้ท่านมารัก เพราะต้องการเข้าใกล้ฮ้องเต้..."หมิงซินเอ่ยอย่างรู้สึกผิดขึ้นมา

"เจ้าก็ทำสำเร็จแล้วอย่างไรเล่า"เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะงอนๆ

"กะ ก็ถูก แต่ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้ว..."

"เเล้ว....?"

"ละ แล้ว แล้วตอนนี้ข้าก็รักท่านจริงๆแล้วก็ตอนนี้..อื้ออ"ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อก็ถูกขโมยจุมพิตไปอีกแล้ว

เสียงทุ้มครางฮึมฮัมในลำคอด้วยความพอใจ ฝ่ามือเริ่มอยู่ไม่สุขลูบไล้ไปทั่วร่างบางของชายา ในขณะที่หมิงซินหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของเขาเมื่อเขาถอนริมฝีปากออกไป

หมิงซินพยายามผลักเขาออกแต่ไม่เป็นผล มือหนารวบข้อมือบางทั้งสองของนางเอาไว้เหนือศีรษะ ซีหยวนค่อยๆรรจงมอบสัมผัสลึกซึ้งให้แก่นาง เขาอ่อนโยนกับนางอย่างที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบถึงลูกน้อยจนคนเป็นแม่หมดแรงหลับไป

หลายเดือนต่อมา

ตำหนักยวิ๋นชิง

ร่างสูงใหญ่เดินวนเวียนอยู่หน้าตำหนักด้วยความร้อนใจ เทียนจินชะโงกมองเข้าไปด้านในที่มีเสียงชายากรีดร้องไม่หยุด นางต้องเจ็บมากเป็นแน่ ความคิดที่จะมีลูกหลายๆคนคงต้องคิดใหม่

"เยว่เออร์จะเป็นอะไรรึไม่ ท้องของนางก็โตกว่าหญิงตั้งครรภ์ปกติ"คิ้มเข้มขมวดเป็นปมอยากเข้าไปใจแทบขาด ความเป็นห่วงที่มีมากจนล้นยิ่งทำให้กังวลหนักเข้าไปอีก

"กระหม่อมตรวจดีแล้ว ครรภ์ของพระชายาปกติดีอย่างแน่นอนพ่ะยะค่ะ"หมอหลวงเอ่ยยืนยันเป็นครั้งที่ยี่สิบแปดในรอบสองชั่วยามนี้

"เเม่ชักจะปวดหัวเพราะเจ้าแล้วนะ"ฮองเฮากล่าวขึ้นเมื่อโอรสเดินวนไม่หยุดจนนางเริ่มคลื่นไส้

"ท่านพี่ข้ากลัวเพคะ"จิงซินกอดแขนสามีของนางซุกหน้าลงที่อกของเขา นางเองก็ท้องได้เกือบเจ็ดเดือนแล้วอีกแค่สองเดือนนางก็ต้องเจ็บปวดเช่นเดียวกับสหายอย่างเยว่จือ

เฟยเทียนเอามือของเขาปิดหูนางเอาไว้ คิดถูกหรือคิดผิดเขาก็ไม่แน่ใจที่ยอมให้นางมาที่นี่ ดูนางจะหวาดกลัวไม่น้อยแม้จะได้ยินเพียงเสียงร้องของสหาย

"พระโอรสเพคะ แฮ่กๆ พระโอรส!"นางกำนัลเก่าแก่วิ่งกระหืดกระหอบออกมาแจ้งข่าว ไม่เหลือกิริยามารยาทอะไรทั้งนั้นวิ่งจนเกือบล้มอยู่หลายครั้งหลายครา

คนรอฟังข่าวด้านนอกต่างร่วมแสดงความยินดีกับเทียนจิน คนเป็นพ่อถึงกับน้ำตาคลอที่ได้รู้ว่าตนกำลังจะมีโอรส ไม่สิตอนนี้ก็มีแล้ว

นางกำนัลอีกคนอุ้มทารกสองคนออกมาจากตำหนัก เทียนจินทั้งตกใจทั้งดีใจยืนตัวแข็งทื่อ นะ นี่เขาได้ลูกแฝดเช่นนั้นหรือ ฝะ แฝดชายเสียด้วย

"หลานย่า"ฮองเฮายิ้มจนแก้มปริ นางรับหลานทั้งสองมาอุ้มแทนคนเป็นพ่อที่ยังยืนอึ้งอยู่ไม่ยอมรับลูกตัวเองเสียที

เพี๊ยะ!

"เสด็จแม่!"เทียนจินตกใจร้องออกมาเมื่อถูกฟาดที่แขนอย่างแรง ไม่ได้รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด

"เอ้าดูแล้วทำตาม จะอุ้มรึไม่โอรสของตนเองน่ะ"นางสอนให้เขาอุ้มหลายชายทีละขั้นตอนจนเขารับไปอุ้มไว้ทั้งสองคน

"หึๆ แค่นี้ก็น้ำตาไหลแล้วรึ"เฟยเทียนเย้าพี่ชายเมื่อเห็นนเป็นพี่น้ำตาซึม

"เหอะ เดี๋ยวเจ้าก็รู้"เขาไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะของคนอื่นต่สนใจทารกน้อยในอ้อมแขนทั้งสองก่อนจะนึกถึงแม่ของเจ้าก้อนแป้งทั้งสองนี่ขึ้นมา

"เสด็จแม่ป่านนี้ข้างในคงเรียบร้อยแล้ว ข้าขอเข้าไปหาเยว่เออร์ก่อน"คล้ายจะเป็นคำขอแต่เขาก็ไม่รอคำอนุญาต ชายาของเขาตัวนิดเดียวคลอดลูกตั้งสองคนนางจะเป็นเช่นไร

เขาไม่สนกลิ่นคาวคละคลุ้งในห้องเดินตรงไปยังเตียงที่ภรรยานอนอยู่ทันที ใบหน้าสวยซีดเผือดจนหน้าตกใจ แม้แต่ริมฝีปากที่เคยเเดงระเรื่อน่าจุมพิตก็ซีดลงด้วย

"เยว่เออร์ เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง"เขาเข้าไปนั่งข้างๆนางจุมพิตที่ขมับซ้ายขวาเบาๆ เห็นนางยิ้มบางๆกลับมาก็ค่อยโล่งใจ

"พระชายาให้กำเนิดโอรสถึงสองพระองค์ต้องพักผ่อนอีกมาก หม่อมฉันจะไปเตรียมยาบำรุงตามที่ท่านหมอหลวงสั่งเพคะ"หมอหญิงเอ่ยขึ้นก่อนจะถวายคำนับแล้วออกจากห้องไป

"ลูกของเราปลอดภัยดีเจ้าไม่ต้องห่วงไปนะ"เขาลูบผมนางเบาๆ เยว่จือเหนื่อยเกินจะพูดอะไรออกมา นางหลับตาลงช้าๆด้วยความอ่อนแรง

วันต่อมา

"อืมมม" ความเจ็บจากบาดแผลที่เกิดจากการทำคลอดทำให้นางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในยามเช้า แต่เหมือนจะช้ากว่าใครหลายคน

"ตื่นแล้วรึ"เทียนจินอุ้มโอรสคนแรกเข้ามาหานาง ตั้งแต่เช้ามืดเขายังอุ้มลูกไม่วางมือเลย

"ละ ลูก"เยว่จือยิ้มออกมาอย่างมีความสุข หลายเดือนมานี้นางเจ็บปวดจากพิษที่กำเริบจนคิดอยากตายอยู่หลายหน แต่เพราะลูกน้อยและสามีนางถึงทนต่อสู้มาจนถึงตอนนี้

"แม่ไม่เคยเห็นใครมีลูกพร้อมกันสองคนมาก่อน ทั้งยังเป็นชายทั้งคู่อีกด้วย ฮ้องเต้ทรงดีใจใหญ่สั่งเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองแล้ว^^"ฮองเฮาอุ้มหลายชายคนที่สองเข้ามาให้เยว่จือใบหน้าที่เริ่มเหี่ยวย่นตามอายุเปื้อนรอยยิ้มแห่งความดีใจ

"นั่นสิเยว่จือ ข้าก็คิดอยู่ว่าท้องเจ้าโตกว่าข้านักที่แท้ก็ฝาแฝดนี่เอง"จิงซินยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้นยินดี

"อันที่จริงข้ารู้อยู่แล้วว่าต้องได้ลูกชายแน่ แต่ไม่คิดว่าจะมีถึงสองคน"นางมองพ่อของลูกอย่างสื่อความหมาย พอนึกถึงวันนั้นจากใบหน้าซีดเซียวก็แดงระเรื่อขึ้น

นางยังจำได้ดีว่าวันนั้นนางเป็นฝ่ายปลุกปล้ำเขาด้วยตนเองทะเลาะกันเรื่องเพศของลูกคนแรก ก็สามีนางน่ะสิแปลกกว่าใครอื่นแทนที่จะอยากได้ลูกชายสืบสกุลสืบบัลลังก์แต่กลับอยากได้ลูกสาว

"ครานี้เจ้าสมใจแล้ว คราหน้าพี่จะทำเอง^^" เทียนจินยิ้มล้อเลียนนางในขณะที่มารดาอย่างฮองเฮาและน้องชายอย่างเฟยเทียนเข้าใจความนัยนี้ดีก็ยิ้มตาม คงมีแต่จิงซินเท่านั้นที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

"ว่าแต่เจ้าอยากได้คนช่วยเลี้ยงเด็กๆกี่คนเล่า" ฮองเฮาเป็นผู้ถามคำถามนี้

"ไม่เพคะ หม่อมฉันจะเลี้ยงลูกๆเอง อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงวันนั้น..."นางก้มมองลูกน้อยทั้งสองหลบสายตาสามีที่มองมา

"วันนั้น? อะไรกัน?"เทียนจินขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ รู้แต่ว่าเขารู้สึกใจหายแปลกๆกับคำพูดของนาง ราวกับนางจะจากเขาไปที่ๆเขาไม่สามารถตามนางไปได้อย่างนั้น..

"วันที่ลูกๆโตน่ะสิ เหมือนพวกเจ้าอย่างไร พอเริ่มเติบใหญ่หน่อยก็ลืมแม่กันหมดแล้ว"นางพูดแกมประชดนิดๆในใจนึกสงสารสะใภ้ยิ่งนัก

จิงซินได้แต่นั่งเงียบจะให้ยิ้มระรื่นคงทำไม่ได้ นางรู้จักสหายดี เยว่จือทุกข์ใจเพียงใดทำไมนางจะไม่รู้

ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรทารกทั้งสองก็พากันร้องไห้ออกมาทันที เสียงร้องไห้ที่ไม่ดังมากแต่ก็ไม่ถึงกับเบาของทารกทั้งสองเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนเป็นย่าได้อย่างดี

"ดูสิขนาดร้องไห้ยังเก็บเสียงเอาไว้ ดูท่าจะเหมือนบิดาเสียแล้ว รักษากิริยาแต่เด็กเช่นนี้เห็นแล้วหมั่นไส้บิดาของเจ้าก้อนแป้งนี่จริงๆ"ฮองเฮาได้โอกาสค่อนขอดโอรสคนโตทันที เทียนจินยิ้มรับอย่างภูมิใจ

"คงจะหิวนมเพคะให้น้องกินก่อนนะเด็กดี เจ้าเป็นพี่ต้องเสียสละรู้รึไม่"นางเอ่ยกับโอรสคนโต น่าแปลกที่โอรสทั้งสองเงียบเสียงลงพร้อมๆกัน

เฟยเทียนรีบพาชายาของตนกลับไป ฮองเฮาสอนให้เยว่จืออุ้มลูกและการให้นมลูกเสร็จก็กลับไปเช่นกัน

เยว่จือรับโอรสคนที่สองมา โอรสคนโตมองน้องชายดื่มนมจากมารดาตาแป๋วไม่ส่งเสียงร้องใดๆ คนเป็นน้องก็รีบดูดดื่มน้ำนมจากมารดาราวกลับกลัวพี่ชายจะหิว

"หึๆ ลูกๆของเราช่างเป็นเด็กดีจริงๆ ต่อไปคงเหมือนพี่กับเฟยเทียนเป็นแน่"เทียนจินยืมมองกิริยาของลูกน้อยอยู่นานเอ่ยขึ้น ลูกๆของเขาช่างฉลาดเฉลียวเหลือเกิน

"เช่นนั้นก็ดีน่ะสิเพคะ แล้วเรื่องชื่อ.."นางเอ่ยถามเมื่อนำโอรสคนโตมาดื่มนม

"คนแรกพ่อให้ชื่อหย่งเจิ้ง คนรองพ่อให้ชื่อ     หย่งจวินดีรึไม่" ทารกสองคนส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจก่อนที่คนพี่จะกลับไปสนใจดื่มนมจากมารดาต่อ

"กล้าหาญหรือเพคะ ลูกๆต้องมีความกล้าหาญเหมือนท่านพี่เป็นแน่"เยว่จือยิ้มให้สามีก่อนจะใช้นิ้วเรียมเขี่ยแก้มโอรสเบาๆด้วยความรักใคร่

เทียนจินอุ้มลูกคนรองเอาไว้จนเจ้าตัวน้องผลอยหลับไป เขาจุมพิตลูกน้อยทั้งสองและชายาอย่างสุขใจ ครอบครัวของเขาจากนี้นับว่าสมบูรณ์แล้ว

-------------

มาแล้วคร้าบบบบ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น