บ่ายสอง
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 32 ยกเค้าสุสานจักรพรรดิ

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 ยกเค้าสุสานจักรพรรดิ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2562 18:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 ยกเค้าสุสานจักรพรรดิ
แบบอักษร

​โลกของโคโค่ให้ถือว่ายำช่วงเวลาและวัฒธรรมนะคะ  เป็นโลกสมมติ  ดังนั้นอะไรเก่าใหม่จึงรวมกันเพื่อความบันเทิง  เพราะแบบนั้นไรท์จึงมักใช้คำว่า  เมือง S ประเทศ N แบบนี้แทนสถานที่ต่างๆ

หลังได้ออกกำลังทุบตีนกฮูกตัวหนึ่งสมองโคโค่ก็ปลอดโปร่ง  เธอออกเดินแล้วเลี้ยวซ้ายไปไม่กี่สิบเมตรก็ยกมือเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ  ก่อนที่เธอจะก้มตัวจนแทบจะแนบระนาบเดียวกับพื้นดวงตาที่มองเห็นในความมืดได้ดีกว่าคนทั่วไปสอดสายตาเหมือนหาอะไรสักอย่าง  เมื่อเจอก็ใช้ไฟฉายส่องมาร์กจุดเอาไว้

            “อย่าไปเตะโดนมันเข้าล่ะ”  โคโค่เดินก้าวข้ามมันไปก่อน  สิ่งที่ว่ามันเป็นเพียงสลักเล็กๆ ยื่นออกมาจากพื้นไม่มากแต่ก็ได้ระยะการเดินดั่งคำนวณมาอย่างดี

            “ระเบิดเหรอ”  คีแกนข้ามมาเป็นคนสุดท้ายก่อนหันไปมองอีกครั้งว่าไอ้ไม้แผ่นบางๆ ทื่อๆ นี่จะทำอะไรได้

            “สลักยึดพื้นน่ะ  ถ้ามันหลุดแผ่นพื้นจะพับลง  ส่วนด้านล่างก็คงเป็นบ่อหนามหรืออะไรซักอย่างที่จะทำให้ไส้ไหลได้ล่ะมั้ง  แถมตอนนี้ด้านล่างคงมีศพไม่น้อยกองอยู่”  โคโค่พูดขณะที่เท้าก็เดินไปข้างหน้าต่อ

“รู้ได้ไง”  ชักกี้ถามอย่างทึ่งๆ เพราะไม่ค่อยเห็นด้านจริงจังหรือเก่งกล้าของเพื่อนเท่าใดนัก

“ที่นี่มีคนเข้ามาหาสมบัติมากมายใช่ไหมล่ะ  การจะมีร่องรอยบางอย่างบนพื้นหรือผนังไม่ใช่เรื่องแปลก  แต่พื้นที่เป็นตัวกับดักกลับมีฝุ่นเกาะไม่มีแม้แต่รอยเท้า  กว่าจะมีรอยเท้าอีกทีก็หินแผ่นถัดไปแล้ว  อันนี้บอกได้ว่ากลุ่มข้างหน้าเราเดินมาถูกทางและมีคนตกลงไปด้วยนะ”

            “เพราะแบบนี้คนตาบอดถึงได้มีหมานำทางสินะ”  คีแกนพยักหน้ากับตัวเองหลังได้ข้อสรุป

            “ตีนที่ป้อนไปไม่อิ่มใช่ไหม”  หมานำทางหันขวับ

            “อิ่มจ้า...จุกเลย”  นกฮูกหนุ่มยิ้มแห้งๆ ก่อนทุกอย่างจะเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง

            ทั้งๆ ที่เลี้ยวเพียงครั้งเดียวและเดินตรงแต่พวกเขาทั้งสี่กลับรู้สึกได้ว่ามันกำลังลงลึกไปด้านล่างของภูเขาเรื่อยๆ  อากาศอับชื้นแต่ก็ยังถ่ายเทมีให้หายใจอย่างสะดวก

            จวบจน 15 นาทีต่อมาทางก็ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะประกอบไปด้วยสามทางแยกบ้าง  สี่ทางเดินบ้างวกวนคดเคี้ยวเหมือนรังมด  ทว่าโคโค่กลับก้าวไปอย่างมั่นคงไม่มีลังเล  ไอ้ที่ต้องเลี้ยวก็เลี้ยวไม่สนแม้แต่ร่องรอยบางอย่างที่บ่งบอกว่าอีกทางน่าจะถูกต้อง  เช่นสัญลักษณ์เล็กๆ ที่ไม่สังเกตให้ดีก็แทบมองไม่เห็นของราชวงศ์จักรพรรดิองค์นี้

            จากทางเดินที่มืดสนิทและแคบแบบกางสุดแขนก็ชนผนังจู่ๆ ก็เริ่มขยายกว้างขึ้นจนเหมือนเป็นทางออกสู่โถงถ้ำขนาดใหญ่

“อ๊าก!”  เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสะท้อนก้องจนโคโค่และเพื่อนๆ ชะงักเท้า  เธอเอาแผ่นหลังแนบไปกับผนังก่อนจะชะโงกหน้าออกไปมองสถานการณ์ด้านหน้าเงียบๆ

สิ่งที่อยู่ตรงทางออกที่ว่ามันเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่โตเพดานสูงเท่ากับตึก 5 ชั้น  สุดโถงมีสิ่งก่อสร้างคล้ายปราสาทหลังงามตั้งตระหง่านสูงจรดเพดานถ้ำ  ที่มาของเสียงร้องคือกลุ่มคนประมาณ 10 กว่าคนกำลังพยายามเปิดประตูปราสาทที่สร้างจากหินหนาหนักสูงครึ่งหนึ่งของตัวปราสาท  แต่ไม่รู้ทำอีท่าไหนถึงได้มีลูกตุ้มเหล็กเหวี่ยงใส่เอาเสียได้  และเจ้าของเสียงร้องเมื่อครู่คือคนที่หลบไม่ทัน

ถึงแม้เพื่อนจะแหลกเละคนที่เหลือก็เพียงทิ้งไว้แบบนั้นแล้วหาทางเปิดประตูต่อ  พวกเขาตั้งไฟสปอร์ตไลท์จนสว่าง  หินงอกหินย้อยสะท้อนแสงเงาจนเกิดเป็นความงามของศิลปะโดยธรรมชาติสรรสร้าง 

“เอาไง”  โคโค่ขยับปากแบบไม่มีเสียง

“แย่งสิ”  ซีโร่ชักปืนออกจากซองพร้อมตรวจสอบลูกกระสุนในแม็กกาซีนอีกครั้งอย่างคนรอบคอบ

“เป็นสันดานแล้วใช่ไหม”  โจรสาวที่มักถูกเขาแย่งจนหวาดผวาแยกเขี้ยว

“ครั้งนี้ฉันแย่งมาให้เธอนะ”  ชายหนุ่มขยับไปแนบผนังอีกด้านเพราะงานนี้คนนำคงต้องเป็นอดีตนาวิกโยธินสังกัดหน่วยซุ่มยิงที่ก้าวหน้าสุดๆ แต่ทุกอย่างก็เพียงเพื่อเข้าไปเดินเล่นแล้ววางยาระบบแก้เบื่อเท่านั้น

“หูฟังกับไมค์รับสัญญาณแค่รัศมี 500 เมตรเท่านั้นนะ  ที่นี่อับสัญญาณจากดาวเทียม  ดังนั้นอย่าหลงไปไหนไกลซะเล่า”  คีแกนประกอบไรเฟิลคู่กายอย่างรวดเร็วก่อนจะหามุมซุ่มที่มองเห็นพื้นที่ทั้งหมดของโถงทางเข้าสู่สุสานของจริง

“ฉันหลงไม่เป็นไร  รอดตายแน่ๆ”  โคโค่ก้าวขึ้นหน้าด้วยฝีเท้าเงียบกริบก่อนใช้โขดหินไม่ใหญ่นักกำบังกายในมือมีกล็อก 43 พร้อมยิง

“นั่นแหละปัญหา”  ชักกี้แยกเขี้ยว  ปืนสมิธแอนด์เวสสัน 1917 ในมือซึ่งเป็นต้นแบบเดียวกับพระเอกหนังอินเดียน่าโจนส์ทำให้เขาฮึกเหิมสุดๆ

ขณะที่กลุ่มคนดวงซวยสิบกว่าคนกำลังหาทางเข้าสุสานของจักรพรรดิที่เคยยิ่งใหญ่  พวกเขาไม่รู้เลยว่าอยู่ในเงื้อมมือสไนเปอร์มือฉมัง

ปัง!

คีแกนเล็งเพียงชั่วครู่แล้วลั่นไกอย่างไม่ลังเล  เขาไม่คิดเก็บคนพวกนี้ไว้เพราะดูจากรอยสักบนใบหน้าและอาวุธที่พวกมันพกมาก็รู้ทันทีว่าเป็นพวกไหน...1 ใน 10 แก๊งมาเฟียใหญ่  มาร่า  ซัลซิสซ่า หรือ MS-11

 ชายดวงซวยที่ได้รับลูกปืนถูกเฮดช็อทจากกะโหลกท้ายทอยทะลุหน้าผาก  แม้แต่เสียงร้องเขายังไม่มีโอกาสด้วยซ้ำ

“มีอีกพวก!!”  กลุ่ม MS-11แตกกระเจิงหาที่กำบังก่อนจะเกิดการลั่นไกด้วยอาวุธสงครามที่พกมา

เสียงปืนดังสนั่น  หินในถ้ำและเศษฝุ่นกระจุยกระจาย  ซีโร่และชักกี้ยิงสวนตอบโต้  แม้ทัศนะวิสัยจะย่ำแย่แต่หนึ่งในสองนัดต้องได้เจาะร่างมนุษย์ไปเสียคนหนึ่ง

“ฆ่าพวกมันให้หมด  ดูเหมือนพวกนี้จะมาจากMS-11”  คีแกนส่องเฮดซ็อทไปได้อีกหัว

ต่อให้โคโค่จะไม่สนใจโลกขนาดไหนแต่ชื่อ MC-11 ย่อมต้องเคยได้ยินเพราะต้นกำเนิดมันก็มาจากเกาะคนบาปก่อนจะถูกขยายอิทธิพลขึ้นแผ่นดินใหญ่  คนในแก๊ง MC-11 ทุกคนจะสักชื่อแก๊งไว้รอบปากอย่างภาคภูมิใจ  แล้วใช้รอยสักที่ว่าทำเรื่องชั่วไปทั่ว

“ไม่นึกว่ามาเฟียจะสนใจขุดสุสานด้วย”  โคโค่หรี่ตามองแต่ปืนในมือไม่ได้ยิงออกไปสักนัด  พูดตามตรงแล้วเธอยิงปืนไม่แม่นเท่าไหร่แต่ที่พกมาก็เพื่อเอาเท่แบบจัดจ้านเฉยๆ  ในเมื่อไม่แม่นอย่างคนอื่นเขาก็จะไม่ยิงจนกว่าจะฉุกเฉินเพราะไม่อย่างนั้นจะเสียกระสุนไปเปล่าๆ

ปัง!!  ปัง!!  ปัง!!

ซีโร่ลั่นไกออกไป 3 นัดติดเคลียคนฝั่งขวาไปได้เรียบร้อย

เสียงโหยหวนระงมเมื่อมีบางคนที่ยังไม่ตายทันที  จากสิบกว่าคนตอนนี้ร่วงกราวจนเหลือเพียงห้า หนึ่งในนั้นรัวอาวุธหนักอย่างปืนกลแบบแรมโบ้ผู้บ้าระห่ำ  ปากก็ร้องคำรามหวีดแข่งกับเสียงปืน  “ตายซะให้หมด!!  ย๊ากกก!!” 

ปัง!!

คีแกนเป่าหัวชายผู้นั้นทิ้งทันที

“หนวกหู”  เขาเบ้ปาก

“ค่อยยังชั่ว”  ชักกี้สะบัดหัวเพราะหูอื้อมือก็ใส่ลูกปืนลงไปใหม่หลังยิงหมดไป 6 นัด  เขาปั่นลูกโม่ด้วยมาดแสนเท่แล้วยิงต่อ  และคุณหมอชักกี้ผู้อยากมาผจญภัยก็ได้เก็บคนสุดท้ายอย่างสง่างาม

หลังเสียงปืนสงบลงโถงถ้ำกว้างใหญ่ก็มีแต่กลิ่นดินปืนคละเคล้ากลิ่นเลือด  ร่างชายฉกรรจ์นับสิบนอนระเกะระกะเกลื่อนตรงบริเวณหน้าปราสาทหิน  โคโค่อาสาเดินออกหน้าว่ามีใครรอดยิงสวนมาหรือไม่เพราะอย่างน้อยถึงแม้เธอจะกลัวตายแต่ตายแล้วก็ยังเกิดใหม่ได้

โจรสาวเดินสำรวจช้าๆ ก่อนจะชักมีดแล้วตวัดปาดคอหอยชายคนหนึ่งที่พยายามยกมือสั่นๆ จ่อปากกระบอกปืนมาที่เธอ

ฉัวะ!

ใบมีดถูกตวัดอย่างรวดเร็ว  ทั้งเด็ดขาดเฉียบคมและแม่นยำ  เลือดอุ่นร้อนสาดกระเซ็นพร้อมๆ กับร่างที่ไร้ลมหายใจแทบทันที  จนแล้วจนรอดโคโค่ก็ยังไม่ได้ยิงปืนสักนัด

เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครรอดโคโค่ก็กวักมือเรียกเพื่อนๆ  ก่อนจะหันไปมองประตูหินบานใหญ่ที่มีการแกะสลักลายวงกลมก้นหอยและข้อความบางอย่าง  ส่วนด้านล่างถัดลงมามันเหมือนเป็นตารางเลข 0-9 ที่สลับกันไปมากว่าร้อยช่อง  เหมือนเกมกระดานเรียงเลขแต่เป็นแบบสองสามร้อยตัวด้วยเลขซ้ำๆ กัน  นอกจากดูไม่น่าสนุกแล้วยังชวนปวดหัวน่าขนลุกสุดๆ เพราะดูเหมือนขยับผิดไปนิดหนึ่งไม่รู้ไอ้ลูกตุ้มหรืออะไรๆ มันจะมาแบบไม่ทันตั้งตัวเป็นของแถม

“เริ่มที่ลูกกลมของสนแผ่กิ่ง  ใช้มือนำพา”  ซีโร่อ่านข้อความชวนงงงวยแถมไม่สัมพันธ์กันก่อนจะขมวดคิ้วจนหน้านิ่ว

“มีรูปก้นหอยด้วยนะ”  ชักกี้ลูบปลายคาง  “ของแบบนี้ใครมันจะไปทำได้วะ  หลอกให้มาเก้อไหมเนี่ยจักรพรรดินั่นอ่ะ  โคโค่ดูแผนที่แล้วหาทางใหม่สิ”

“แผนที่สุดแค่นี้”  โคโค่ยักไหล่  “นี่ต่างหากประตูที่แท้จริง  แถมอันนี้ไม่ใช่แบบรหัสเซฟที่มีให้ลองหลายครั้งด้วยนะ  ผิดครั้งหนึ่งก็ได้ของสมนาคุณทีหนึ่ง”

หลังโคโค่พูดจบทุกคนก็เงียบกริบ  จนกระทั่ง...

“ฮึๆ”  คีแกนที่เงียบมาตลอดส่งเสียงหัวเราะหลอนๆ ออกมา

เขาเอาแต่จ้องฝ่ามือตัวเองสลับกับรูปก้นหอยนั่นแล้วก็หัวเราะไปด้วย

“ไหนใครอยากเข้าไป”  นกฮูกหนุ่มตะโกนเมื่อแน่ใจอะไรบางอย่าง

“ฉัน!!”  โคโค่กับชักกี้ชูมือย่ำเท้ากับพื้นด้วยความตื่นเต้น

“เข้าไปแล้วทำอะไรดี”  คีแกนถามย้ำอย่างฮึกเหิม

“สมบัติ!!”  ลูกคู่ตะโกนกลับมา

“สมบัติก็พอเหรอ”  จักรพรรดิคีแกนสำแดงเดช

“ม่ายพออออ!”  โคโค่กับชักกี้หวีดร้องกรี๊ดกร๊าดลั่นถ้ำ

“ประชาชนทั้งหลาย  จักรพรรดิผู้นี้เป็นใคร”

“คีแกน...คีแกน...คีแกน”  ประชาชนที่มีเพียงสองคนตะโกนชื่อคีแกนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  ส่วนซีโร่ยืนเหม่อมาสักพักแล้ว...หน้าสิ่วหน้าขวานก็เล่นตลกกันได้ด้วย  ธรรมดาโลกไม่จำของแท้

หลังคีแกนหัวเราะคิกคักอิ่มเอิบพอใจกับอำนาจในมือเขาก็เปิดปากอธิบายด้วยสมองผู้ทรงปัญญาที่นานๆ จะได้ใช้สักครั้ง  เขาเป็นใคร...เขาคือหัวหน้าสมาพันธ์นกฮูกผู้ทรงปัญญาเชียวนะ

“มันคือเลขฟิโบนัชชี  ก้นหอยนั่นก็แค่ของช่วยบอกใบ้  อย่างประโยคใช้มือนำพานี่ก็สัมพันธ์กันพอดี  ข้อกระดูกนิ้วมือของมนุษย์มีอัตราส่วนตามเลขฟิโบนัชชี  ประโยคเริ่มที่ลูกกลมของสนแผ่กิ่ง  ลูกสนก็ใช่  กิ่งสนก็ใช่  ของพวกนี้มันเป็นลำดับฟิโบนัชชีในธรรมชาติทั้งนั้น  ดังนั้นประโยคแรกที่ว่าเริ่มที่ลูกกลมก็คือลำดับฟิโบนัชชีตั้งแต่ศูนย์”

แปะ!ๆๆๆๆ

เสียงปรบมือรัวๆ ของโคโค่กับชักกี้ที่ตามมาด้วยซีโร่ทำให้คีแกนพออกพอใจ  เขาโบกมือทำนองว่าพอก่อนประชาชนทั้งหลายตัวข้าจะลอยแล้ว

เมื่อเสียงปรบมือซาลงนกฮูกผู้ทรงปัญญาที่ขี้โอ้และบ้ายอนิดหน่อยก็เริ่มขยับตัวเลขตั้งแต่0,1,1,2,3,5,8,13,21...ไปเรื่อยๆ จนกว่าเลขทั้งกระดานจะเรียงกันหมดทุกตัว

คลิก!

เมื่อเลขตัวสุดท้ายขยับเข้าที่ประตูหนาหนักทั้งบานก็ถูกคนทั้งสี่ช่วยกันดันเปิดเข้าไป  โคโค่ใช้ไฟฉายแล้วเดินนำอีกครั้งและครั้งนี้เธอระมัดระวังกว่าเดิมเพราะไม่มีแผนที่อีกต่อไปแล้ว  และที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่ยังไม่มีใครเคยผ่านเข้าไป  แน่นอนว่ากับดักทุกอย่างจึงยังอยู่ดี

หลังเข้ามาในตัวปราสาททุกอย่างก็ยังดูคล้ายถ้ำที่ถูกเจาะด้วยน้ำมือมนุษย์ไม่ผิดเพี้ยน  ดังนั้นจึงอนุมานได้ว่าตัวปราสาทงดงามก็แค่ฉากหน้าที่สร้างไว้แสดงถึงความฟุ่มเฟือยยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิเท่านั้น

แต่ทว่าเดินได้ไม่ถึง 10 นาทีเหล่าโจรก็เจอโถงถ้ำแห่งใหม่  มันเป็นโถงทรงกลมพร้อมประตูหินเรียบๆ ล้อมรอบถึง 35 ประตู

“มีประตูเดียวที่เป็นที่นอนของจักรพรรดิพร้อมด้วยสมบัติ  ที่เหลือคือขุมนรกทั้งหมด”  โคโค่คุ้นเคยกับอะไรแบบนี้ดีอธิบาย  เปิดผิดประตูไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้างแต่ที่แน่ๆ ฝูงสัตว์พิษต้องมี  ทะเลน้ำมันเก่าๆ พร้อมติดไฟต้องมา  เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยไปบุกสุสานไม่เล็กไม่ใหญ่ของเชื้อพระวงศ์คนหนึ่ง  ด้วยความมือใหม่จึงเลือกผิดประตูแล้วฝูงแมลงป่องนับพันก็พุ่งออกมาเหมือนห่าฝน  ครั้งนั้นโชคดีที่เธอกลัวตายจึงวิ่งหางจุกตูดได้เร็ว  ไม่อย่างนั้นก็คงตายแล้วฟื้นไปหลายรอบ

“35 ประตูเนี่ยนะ”  ซีโร่ไม่กลัวตายแต่เขาขยะแขยงอะไรพวกนี้ที่สุด

“มันมีวิธีนิดหน่อย  แต่ไม่แน่นอนนักหรอกนะ”  โจรสาวเดินไปยังประตูที่ใกล้ที่สุดก่อนจะเอาหูแนบแล้วทุบ  “ฉันว่าในนี้เป็นงูอ่ะ  เสียงฟ่อๆ 3000 ปีกินกันเองแถมยังออกลูกออกหลานตลอด  ป่านนี้คงยั้วเยี้ย”

            “ไม่เอาอันนี้”  ซีโร่ส่ายหน้าทันที

            “อีกวิธีก็หาห้องที่มีปรอท  ห้องนั้นน่ะ 80% คือใช่”  เธอทำจมูกฟุดฟิดแต่ไม่ได้กลิ่นอะไร  ส่วนเรื่องปรอทนั้นเธอไม่ได้เดาส่งๆ  แต่โดยทั่วไปจักรพรรดิที่มีความเชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดหรือชีวิตหลังความตายพวกเขาจึงต้องการคงสภาพตนเองให้ได้มากที่สุด  และหนึ่งในตัวช่วยคือปรอท  อีกส่วนก็คือความเชื่อที่ว่าปรอทสามารถถป้องกันปีศาจร้าย

“กลิ่นปรอท?”  ชักกี้ที่มักจมูกไวกับอะไรพวกนี้ขมวดคิ้วพลางเดินวนไปเรื่อยก่อนจะหยุดอยู่แถวริมๆ ฝั่งซ้ายของถ้ำ  “อันนี้มี”

“กี้กี้เด็กดี”  โคโค่ลูบหัวชักกี้สองสามทีเหมือนให้รางวัล

“ถ้าไม่กลัวเธอทิ้งฉันไว้ในนี้น่ะโคโค่...”  ชักกี้แยกเขี้ยว

เมื่อลงมติเลือกห้องที่ชักกี้ได้กลิ่นปรอทตอนนี้ก็เป็นปัญหาการเปิดประตูเพราะมันเป็นเพียงแผ่นหินหนาๆ เรียบๆ เท่านั้น

โคโค่นั่งยองๆ เปิดกระเป๋าเป้  มือค้นกุกกักหยิบอุปกรณ์ยิบย่อยออกมาวางไว้บนพื้น  ปากก็คาบไฟฉายส่องให้แสงสว่างในวงจำกัด

“ทำอะไร”  ชักกี้ถามด้วยความสนใจเมื่อเพื่อนสาวชักมีดออกมาแล้วเริ่มปอกสายไฟและประกอบอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ เข้าด้วยกัน

“เปิดประตูไง..บูม”  เธอทำเสียงว่าตูมแน่นอน...ด้วยระเบิดรุ่นโจรโค่น้อยประดิษฐ์

“ระเบิดแล้วปรอทไม่รั่วเหรอ”  คีแกนสงสัย

“จะรั่วท่วมห้องก็ต่อเมื่อเหยื่อเข้าไปข้างในแล้วน่ะ  กับดักทำมาก็ต้องมั่นใจว่าไร้ทางหนีใช่ไหมล่ะ  ดังนั้นก่อนจะได้สมบัติดูเหมือนจะมีไพ่ตายสุดท้ายเป็นปริศนาอยู่”  หญิงสาวอธิบายไปมือก็ประกอบชิ้นส่วนระเบิดอย่างคล่องแคล่ว

“ใครสอนทำระเบิด”  ซีโร่ขมวดคิ้วเพราะในประวัติอดีตที่เขาอ่านรู้ว่าเธอใช้ระเบิดมาบ้างก็จริงแต่ไม่คิดว่าจะประกอบเอง

“ป้าเมลดี้บ้านตรงกันข้าม”  รอยยิ้มผุดขึ้นบนมุมปากอิ่มเมื่อคิดถึงอดีตยามอยู่เกาะคนบาป  “เธอถักผ้าพันคอเก่งมากเลย”

“........”  เหล่าหนุ่มๆ เงียบกริบพร้อมสีหน้าเหมือนกลืนแมลงวันเข้าไปทั้งตัว  พวกเขาจินตนาการไม่ออกหรอกนะที่ประมาณว่า  คุณป้าใส่ชุดลายดอกเดซี่กำลังนั่งบนเก้าอี้โยกถักผ้าพันคอขณะที่บนโต๊ะน้ำชามีระเบิดที่ยังประกอบไม่เสร็จวางเอาไว้

ระเบิดรุ่นโจรโค่น้อยประดิษฐ์เสร็จภายใน 15 นาทีแบบไม่รีบร้อน  แต่นั่นก็สร้างความยำเกรงให้หนุ่มๆ ได้พอสมควร  เธอเดินไปหามุมติดตั้งระเบิดกับประตูหินแล้วสั่งให้เพื่อนๆ ถอยออกไป

คลิก!

เสียงสัญญาณเริ่มถอยหลังดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับโคโค่ที่วิ่งหามุมหลบรัศมีแรงระเบิดและเศษหิน

ตูม!!

เสียงก้องกัมปนาทและความสั่นสะเทือนมาพร้อมฝุ่นคละคลุ้งเศษหินกระจัดกระจายเพราะแรงอัด  โคโค่คำนวณขนาดระเบิดจากสายตาคร่าวๆ จนแน่ใจแล้วว่าแรงเท่านี้พอเปิดประตูได้และไม่ทำให้ถ้ำถล่มแล้วมันก็สำเร็จอย่างหมดจด 

“วันหลังเธอก็อย่าใช้ฉันฝังระเบิดไว้ใต้บ้านสิ  ทำเองเหอะ”  คีแกนมองรัศมีความแรงพอดิบพอดีเหมือนจับวางอย่างทึ่งๆ

“ขี้เกียจ”  แล้งน้ำใจอย่างถึงที่สุดโคโค่ก็ทำได้เช่นกัน

หลังช่องประตูที่ถูกระเบิดดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายสุดท้ายแล้วจริงๆ  เพราะเมื่อทุกคนก้าวเท้าเข้าไปก็เจอโถงถ้ำอีกแห่งขนาดไม่ใหญ่มากนัก  ใจกลางถ้ำมีหีบศพตั้งตระหง่านและสมบัติเรียงรายจนโจรใจบาปทั้งหลายหูตั้งหางกระดิกน้ำลายไหลยืด  เพียงแต่สิ่งที่แลกมากับของพวกนี้คือการทิ้งชีวิตเพราะรอบๆ สมบัติและโลงศพคือร่องเหวลึกที่มีทะเลปรอทสีเงินวาววับรออยู่  ผนังบางส่วนก็มีช่องทางน้ำแต่ที่ตกลงมาไม่ใช่น้ำธรรมดาอีกนั่นแหละ  เพราะมันคือปรอทเช่นกัน

ศพและสมบัติติดเกาะกลางทะเลปรอท...โจรใจบาปทั้งเจ็บปวดและใจสลาย

“ต้องมีทางไปสิ”  โคโค่เดินสำรวจผนังถ้ำรอบๆ ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ว่างเพียงเมตรกว่าๆ อย่างละเอียด

“ตรงนั้นเหมือนมีเชนเดอเรียหรือเปล่า”  ซีโร่ชี้ไปยังเพดานสูงที่อยู่ระหว่างขอบบ่อปรอทและแท่นวางโลงศพ

โจรสาวมองไปยังทางที่ซีโร่ชี้ก่อนจะยิ้มออกมา  เธอถอดปืนออกจากเอวก่อนจะยืดกล้ามเนื้อเพื่อออกแรงเสียหน่อย

“จะทำอะไร”  ซีโร่ขมวดคิ้ว

“ขโมยไง”  เธอขยิบตาแล้วบอกให้ซีโร่ประสานมือออกแรงส่งเธอไปพิชิตสมบัติ

โคโค่ออกตัววิ่งเข้าหาซีโร่แล้วกระโดดเหยียบมือที่เขาประสานรอ  เพียงเท้าสัมผัสฝ่ามือแกร่งนั่นเธอก็รับรู้ถึงแรงดีดส่งให้ลอยสูงขึ้น  ร่างเล็กดีดตัวได้สูงมากพอจะเอื้อมคว้าเชนเดอเรียที่ห้อยอยู่บนเพดานได้พอดิบพอดี

เชนเดอเรียดวงใหญ่โยกไหวเอนไปมาก่อนมันจะเหวี่ยงแรงขึ้นเมื่อโคโค่ที่เกาะห้อยอยู่โยกมันไปด้วย  และเมื่อแรงส่งมากพอจนได้จังหวะที่เหมาะสมโจรสาวก็กระโดดลงไปยังกลางแท่นวางโลงศพจักรพรรดิด้วยฝีเท้าเบากริบ

“ตีนแมวชัดๆ”  ซีโร่หัวเราะเพราะนอกจากเสียงเอี๊ยดอ๊าดของเชนเดอเรียแล้วเขาไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอเลย      

“โจรที่ดีจริงๆ”  คีแกนปรบมือแปะๆ

“เข้าเส้นเลือดแล้ว”  ชักกี้พยักหน้าพอใจ

ทว่าโคโค่ไม่สนคำสรรเสริญไร้สาระพวกนั้นสักนิดเพราะตอนนี้สมบัติมันกล่อมเกลาเธอจนหูดับ  เธอเดินสำรวจมือไม้ก็หยิบจับไปเรื่อยสุดท้ายก็คว้ามงกุฎราชามาใส่เล่น

“โคโค่เร็วๆ เข้าสิ”  ชักกี้เร่งเพราะเขาอยากเห็นมัมมี่แล้ว

“แป๊บนะ”  โจรสาวเดินไปยังหน้าโลงศพสำริดเธอก็เห็นแกนรหัสพร้อมประโยคที่สลักไว้บนโลงศพประโยคหนึ่ง...เชื่อมเขตแดนสวรรค์สวนลอยสูง  แท้จริงเพียงเพื่อหนึ่งเหนือบาบิโลเนีย

“เชื่อมเขตแดนสวรรค์สวนลอยสูง  แท้จริงเพียงเพื่อหนึ่งเหนือบาบิโลเนียคืออะไร”  เธอตะโกนถามก่อนจะเตือน  “ถ้าขยับแกนผิดตายหมู่นะ  ถ้าถูกก็เปิดโลงได้...ของเจ๋งๆ ต้องอยู่ในนั้นแน่”

“สวนลอยฟ้าไง  Hanging Gardens of Babylon”  คีแกนผู้ปราดเปรื่องตะโกนมาแบบไม่ต้องคิด

“มี 5 ตัวอักษร”  โคโค่ส่ายหน้า

“Amethyst”  คีแกนพูดชื่อราชินีของอาณาจักรในยามนั้น  ราชินีที่มาจากเปอร์เซียแล้วคิดถึงบ้านพระเจ้าเนบูคัดเนสซาร์ที่ 2 เลยสร้างสวนนี้ให้...ภรรยาต้องยืนหนึ่งอยู่แล้ว

“บอกว่า 5 ตัวอักษรไง”  โคโค่กลอกตา

“Semiramis”  ชักกี้อยากลองบ้างจึงบอกชื่อราชินีที่ได้มีสวนครอบครองบาบิโลนและเป็นสตรีนักรบยืนหนึ่งในดินแดนบาบิโลน...เป็นราชินีสร้างขยายเขตแดนได้ขนาดนี้ต้องยืนหนึ่งอยู่แล้ว

“ก็บอกว่า 5 ตัวอักษรไงวะ  อยากตายเรอะพวกระยำ!”  โคโค่ชักหงุดหงิด

“Q-u-e-e-n”  ซีโร่เอ่ยออกมาทีละตัว

“โอ๊ะ!  หล่อแล้วยังมีความรู้”  คีแกนอ้าปากค้าง

“ก็ที่พวกนายเอ่ยมาเป็นราชินีทั้งหมดไม่ใช่เหรอ”  ซีโร่ทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ  ตกลงว่านกฮูกทรงปัญญานี่มีมาตรฐานการใช้สมองบ้างหรือไม่  ฉลาดน้อยฉลาดมากขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือไง

“ฉันจะหมุนรหัสแล้วนะ  ผิดปุ๊บได้ว่ายปรอทเล่นแน่”  โจรสาวตะโกนมือก็หมุนรหัสตัวอักษรคำว่าควีนทีละตัว

คลิก!

หลังตัวสุดท้ายเข้าที่จู่ๆ พื้นที่ทุกคนยืนอยู่ก็สั่นสะเทือนก่อนจะมีสะพานหินยกขึ้นมาจากบ่อปรอทเชื่อมเป็นทางทอดจากเกาะกลางที่ตั้งแท่นพระศพกับพื้นที่รอบถ้ำ

เมื่อทางอำนวยก็ได้เวลาของโจรยกเค้า  อดีตจักรพรรดิที่นอนเป็นมัมมี่ในโลงถูกปอกลอกจนเกลี้ยง  แม้แต่ศพยังถูกชักกี้ใส่ถุงศพรักษาสภาพแล้วแบกไปกองไว้กับหม้อไหและดาบฝังเพชรพลอย

“ของดีมันอยู่ตรงนี้”  โคโค่ตบพื้นโลงที่อดีตมัมมี่จักรพรรดินอนทับเอาไว้  เธอยิ้มกว้างก่อนจะเปิดพื้นโลงขึ้น

“สุดยอด!!”  เหล่าโจรโกดังรูหนูทั้งสามตาวาววับน้ำลายไหลยืดเปียกโลงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จนหมดราศีเมื่อเห็นของด้านใน  อะไรที่เรียกว่าทองอันนี้แหละทองแบบแท้ๆ  อะไรที่เรียกว่าเพชรก็มาก้อนเท่ากำปั้น  ทุกๆ อย่างถูกบรรจุอัดใสไหไว้จนเต็ม

“ไหที่ปิดฝาให้ฉัน  มันต้องเป็นสมองแล้วก็เครื่องในของจักรพรรดิแน่”  ชักกี้คว้าไหใบไม่ใหญ่นักฝาถูกปิดสนิทมากอดเอาไว้อย่างหวงแหน  เขาเลือกเปิดอย่างทะนุถนอมใบหนึ่งเพื่อเชยชม

“อะฮึ้ม!  เหม็นฉิบเป๋งเลย”  คีแกนเบ้หน้าเมื่อไหในมือชักกี้ถูกเปิดฝาออก

“ฉันไปรอฟากนู้นนะ”  ซีโร่เดินหนีทันที  ให้ตายเถอะเขาไม่ชอบอะไรแบบนี้จริงๆ

“ไส้เน่าเหรอ”  โคโค่บีบจมูก

“ไม่นะ  ปกติของพวกนี้พวกเขาจะมีกรรมวิธีทำให้มันแห้งหรือแช่ในน้ำยา”  ชักกี้ขมวดคิ้วก่อนจะล้วงมือไปแตะๆ แล้วยกขึ้นดม

“ยี้!”  โคโค่กับคีแกนยืนเบียดกันเมื่อเห็นนิ้วของชักกี้มีสีเหมือนจุ่มโคลนเน่าๆ

ชักกี้ดมสิ่งที่ติดอยู่ปลายนิ้วแล้วก็นิ่งค้างไป  สีหน้าเหมือนจะช็อกไปแล้วเพราะหน้าซีดเผือดไปหมด

“ของดีเหรอ?”  คีแกนถามขาก็ก้าวถอยหลังอีกก้าว

“คือ...”  ชักกี้เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนๆ นิ้วยังค้างอยู่กลางอากาศแล้วจู่ๆ น้ำตาเขาก็ไหลปากก็ตะโกนด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้น  “ทำไมจักรพรรดิถึงขี้ใส่ไหไว้วะ!!”

“ว๊าก!!”  โคโค่กับคีแกนร้องออกมาพร้อมกัน  ส่วนซีโร่ถอยออกไปยืนอยู่นอกห้องเรียบร้อยแล้ว

กลางดึก ณ ปราสาทหลังย่อมขององค์รัชทายาท  ถึงแม้จะมีเวรยามมากมายแต่สำหรับแบล็กวิงซ์แล้วกลับเป็นเรื่องง่ายเหมือนไปเดินเล่น  โจรสาวแบกถุงใบใหญ่ก่อนจะวางมันลงหน้าประตูที่เวรยามสลบเมือดและค้นกุกกักอยู่พักหนึ่งแล้วจากไปเงียบๆ พร้อมทิ้งขนนกสีดำเอาไว้

ยามเช้าเจ้าชายรัชทายาทเดินลงมายังประตูหน้าอย่างเร่งรีบเพราะเหล่าองค์รักษ์ไม่ตอบรับอย่างผิดสังเกต  เขาเปิดประตูต้อนรับแขกที่มาแต่เช้าด้วยตอนเอง  ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับกองไห 4 ไหที่บรรจุทองไว้เต็มเปี่ยมและอีก 1 ไหที่ปิดสนิท

“รอเดี๋ยวนะริโน”  เจ้าชายเดินไปดูไหทองที่ถูกวางไว้บนพื้นอย่างไร้ค่าด้วยความสงสัย

“ดูเหมือนจะเกี่ยวกับเจ้านี่หรือเปล่า”  ริโนหยิบขนนกสีดำขึ้นมา  ต่อให้ไม่สนใจโลกยังไงแต่ให้ตายก็ต้องได้ยินชื่อโจรลือชื่ออย่างแบล็กวิงซ์ผ่านหูบ้างล่ะ  พอคิดถึงตรงนี้ริโนก็ชะงัก  โจร?...หรือว่า

“มีข้อความด้วยนะ”  เจ้าชายมองกระดาษที่ฉีกมาจากสมุดแบบลวกๆ กับลายมือยึกยือเขียนไว้สั้นๆ ห้วนๆ ว่า...แบ่งๆ กัน

ส่วนคนที่ไปแบ่งของให้เจ้าชายมาอย่างที่ปากพูดก็กำลังกลับไปยังดินแดนทะเลทรายสู่โกดังอันหรูหรา  ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะนอนดิ้นบนทองสักสองวันแล้วค่อยขาย

“ลูกหมาไหขี้จักรพรรดิไปไหนอ่ะ”  ชักกี้นั่งตอนหลังของรถกับโคโค่มุดหาไหสำคัญที่เขาตั้งใจเอาเข้าแลปเพื่อตรวจดูว่าจักรพรรดิกินอะไรกันแน่ทำไมถึงหวงขี้ถึงขั้นใส่ไหฝังไว้ด้วยกัน

“นายว่ามันเจ๋ง  ฉันเลยให้เจ้าชายไป...ของคูลๆ ก็คู่กับคนคูลๆ”  โคโค่ยิ้มแป้นพออกพอใจกับเรื่องนี้มาก  เมื่อก่อนเอาแต่ขโมยพอได้แบ่งปันก็รู้สึกดีอยู่เหมือนกัน

“ระยำโค่!  เอาไหขี้ให้เจ้าชายได้ยังไง...สารเลวใจหมา”  คีแกนสบถส่วนซีโร่ที่ขับรถอยู่หักพวงมาลัยเลี้ยวกลับไปเอาไหขี้จักรพรรดิคืนจากเจ้าชายอย่างรวดเร็ว

ถึงจะเป็นไหขี้แต่ก็เป็นไหขี้จักรพรรดิสามพันปีเชียวนะ...โคโค่เบ้หน้าพลางเถียงในใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น