Badberry

ขอบคุณที่กดเข้ามานะคะ

Part 36 : รุมทำร้าย

ชื่อตอน : Part 36 : รุมทำร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2562 09:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Part 36 : รุมทำร้าย
แบบอักษร

“เจรจาธุรกิจอะไรว่ะ..ไร้สาระชะมัด คุณก็เหมือนกันนั่งให้มันลูบอยู่ได้ชอบรึไง” ธาวินบ่นว่าคนตัวเล็กอย่างหงุดหงิด เขารู้สึกไม่ถูกชะตากับพีรวัสเป็นอย่างมาก

“ชอบบ้าอะไร แค่ไอ้พีรวัสคนเดียวผมรับมือเองได้ ไม่ต้องให้คุณมาช่วยหรอก!” ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเรื่องงานแทนไทเองคงไม่ยอมเปลืองตัวให้กับพวกพีวายเด็ดขาด

“รับมือได้บ้าอะไร เห็นนั่งตัวเกร็งเชียว” คนตัวสูงยังบ่นต่อไม่เลิก เขาไม่ชอบวิธีการของพีรวัส ถ้าภูริไม่ให้เขาตามมามาด้วยไม่รู้ป่านนี้แทนไทจะโดนพวกมันทำอะไรบ้าง

“ผมไม่ได้เกร็ง แต่กำลังอดทนอยู่” ผู้ใหญ่เอาแต่ใจพยายามอธิบายเหตุผลให้คนเด็กกว่าฟัง โลกของธุรกิจมันก็แบบนี้แหละไม่มีอะไรที่ขาวสะอาดเสมอไป

ทั้งคู่เถียงกันมาตลอดทางไปที่จอดรถของโรงแรม ธาวินจูงมือแทนไทที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อตามเขาให้ทันเนืี่องด้วยช่วงขาของเขาที่สั้นกว่าคนตัวสูงทำให้ต้องก้าวเท้าถี่กว่าธาวินที่ก้าวเดินปกติ

“ปล่อยได้แล้ว..ผมเดินไม่ทัน” แทนไทสะบัดมือบางออกจากธาวิน เขาวิ่งตามคนตัวสูงจนแทบจะล้มหน้าทิ่มอยู่แล้ว ยิ่งธาวินโมโหก็ยิ่งเดินเร็วขึ้นจนแทนไทเดินตามไม่ทัน

“ถ้าเดินไม่ทัน ผมอุ้มไปละกัน” คนตัวสูงแกล้งคนเอาแต่ใจเขาเอื้อมมือไปกอดเอวแทนไทยกลอยขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดาย ร่างบางขยับตัวดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากวงแขนแข็งแรงของธาวิน

“จะทำบ้าอะไร?! ปล่อยผมลงนะ” ธาวินยกตัวแทนไทให้สูงขึ้นกว่าเดิมทำเหมือนคนตัวเล็กไม่มีมีน้ำหนัก เขาแกล้งพาคนในวงแขนวิ่งไปมาอย่างสนุก

“อย่าวิ่งสิวะ!...เดี๋ยวหล่น” แทนไทโน้มตัวลงมาใช้สองแขนกอดคอคนตัวสูงไว้แน่น กลิ่นหอมจาง ๆ จากแผ่นอกบางลอยเข้ามากระทบจมูกคนตัวสูงที่แอบสูดดมกลิ่นกายคนตัวเล็กจนชุ่มปอด คนอะไรตัวหอมชะมัดน่าฟัดเป็นบ้า เขาแอบคิดในใจ

“พวกมึงจีบกันพอรึยังวะ?!” เสียงเหี้ยมเกรียมที่แฝงเจตนาร้ายดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขาทำธาวินหันไปมองอย่างไม่พอใจ เขาค่อย ๆ วางคนตัวเล็กลงพื้นอย่างระวัง

“สนิทกันขนาดนี้กูว่าไม่น่าจะเป็นแค่เจ้านายกับผู้ช่วยว่ะ! น่าจะเรียกว่าผัวเมียดีกว่ามั้ง ฮ่าๆๆ” คนที่เจตนามาหาเรื่องหัวเราะเยาะพวกเขาด้วยน้ำเสียงน่ารังเกียจ

ธาวินกับแทนไทจ้องมองพวกมันด้วยความโกรธจากคำพูดดูถูก สายตาที่มองเต็มไปด้วยความระแวดระวังผู้ที่เข้ามาทัก ทั้งสองจำได้ว่าพวกมันเป็นคนของพีรวัสที่อยู่ในห้องด้วยกัน

“พวกแกต้องการอะไร” คนตัวเล็กกว่าขยับขึ้นมาขวางหน้าธาวินไว้

“คุณจะทำอะไรนะ? มาขวางผมทำไมหลบไป!” ธาวินไล่คนตัวเล็กกว่าที่ทำเหมือนจะมาปกป้องเขา

“ไม่หลบ! ผมเป็นผู้ใหญ่กว่าก็ต้องมีหน้าที่ดูแลคุณสิ แค่นักเลงกระจอกไม่กี่คนผมจัดการได้น่า!” แทนไทบอกกับธาวินทั้งที่ตัวเองไม่เคยชกต่อยกับใครมาก่อนเลยในชีวิต

“ผมดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องให้คุณมาช่วยหรอกตัวเตี้ยแค่นี้จะทำอะไรได้..หลบไป!” คนตัวสูงใช้แขนแกร่งดันร่างบาง ๆ ให้ไปอยู่ด้านหลังเขา

“อย่ามาว่าผมเตี้ยนะ!!” เมื่อโดนว่าปมด้อยทำให้แทนไทโมโหขึ้นมาทันที เขาผลักอกคนตัวสูงไปหนึ่งครั้ง

“โว๊ยยย..พวกมึงหยุดเถียงกันได้แล้ว!! จัดการมัน....” ชายชุดดำชี้หน้าธาวิน ก่อนสั่งเพื่อนที่ตามมาด้วยให้เข้ารุมทำร้ายคนตัวสูง

“ระวัง!” ธาวินดันตัวร่างบางหลบหมัดที่พวกมันปล่อยมาจนเฉียดใบหน้าเขาไป

“ไหนบอกว่าจัดการได้ไง” ธาวินถามคนในอ้อมกอดที่เกาะแขนเขาแน่น

“ก็ผมไม่เคยมีเรื่องตีกับใครนี่หว่า!” เพราะแทนไทอยู่กับยักษ์ร้ายอย่างทศกัณฐ์มาตลอดทำให้ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องกับเขา เมื่อตอนเด็กเขาโดนเพื่อนล้อว่าเป็นตุ๊ดด้วยหน้าตาที่น่ารักกว่าเด็กผู้ชายทั่วไป รู้ถึงทศกัณฐ์เขาจัดการต่อยเด็กที่พูดจนปากแตกและต้องย้ายที่เรียนเพราะโดนครอบครัวยักษ์ร้ายกดดัน

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!

คนตัวสูงหันไปปล่อยหมัดใส่หน้าหนา ๆ ของคนที่ลอบเข้ามาข้างหลังอย่างคล่องแคล่ว ร่างสูงพลิกตัวตวัดปลายเท้าเตะสูงเข้าที่ปลายคางของผู้มีเจตนาร้ายอีกคนที่ตามมาหมายจะรุมซ้ำจนล้มลง ก่อนเตะเสยปลายคางขึ้นอีกครั้งจนมันสลบไป

“ทำไมคุณเก่งจังวะ?” คนในวงแขนถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นคนตัวสูงเตะต่อยอย่างคล่องแคล่วทั้งที่มีเขาเป็นตัวถ่วงอยู่ข้าง ๆ แต่พวกที่มารุมทำร้ายยังไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย

“ตอนเด็ก ๆ ไอ้ภีมมันมีเรื่องบ่อย พ่อมันกลัวจะตายก่อนโตเลยส่งไปเรียนการต่อสู้และบังคับให้ผมกับวิธานไปเรียนกับมันด้วย” ธาวินเล่าเรื่องสมัยเด็กให้ร่างบางฟังสั้น ๆ

พลั่ก! พลั่ก! ตุ๊บ!!

ธาวินปล่อยหมัดเข้าหน้าสมุนพีวายอีกสองคนอย่างต่อเนื่องจนลมกลิ้งไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเหี้ยมแดงช้ำจากน้ำหนักหมัดที่คนตัวสูงชกใส่อย่างแรง ริมฝีปากดำหนาจากการสูบบุหรี่จัดแตกเป็นแผลใหญ่เลือดสีแดงสดกลบปากไหลเปื้อนคางเลอะเทอะสูทสีดำไปหมด

“เอาไงดีวะ?!” สมุนพีวายที่เหลือมองหน้ากันเลิกลั่กไม่กล้าเข้าไปทำร้ายธาวิน มันหันไปมองคนตัวสูงที่มีท่าทีเอาจริงและไม่มีอาการหวาดกลัวแสดงออกบนใบหน้าหล่อ

ปรี๊ดดดด...ปรี๊ดดดด...

“พวกคุณจะมามีเรื่องกันที่นี่ไม่ได้นะครับ!!” กลุ่มการ์ดของโรงแรมกับรปภ. วิ่งตรงมาที่กลุ่มคนที่กำลังมีเรื่องกัน เสียงนกหวีดดังก้องทำให้พวกสมุนพีวายตกใจหิ้วปีกเพื่อนวิ่งกระจัดกระจายไปคนละทาง แม้แต่ธาวินเขารีบคว้าข้อมือแทนไทวิ่งออกมานอกโรงแรมด้วยเช่นกัน


..........


“เดี๋ยว!...หยุดก่อน...หยุด!!” คนตัวเล็กร้องโวยวายสองมือฉุดแขนตัวสูงให้หยุดวิ่งเมื่อออกมาพ้นบริเวณโรงแรมแล้ว ตั้งแต่เจอกับธาวินครั้งแรกเขาก็ต้องวิ่งมาตลอด นี่เขาจะต้องวิ่งไปถึงเมื่อไหร่กันวะไม่เห็นใจขาสั้น ๆ ของเขาบ้างเลย

“แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!”

“คุณแทนเป็นไงบ้างครับ?” ธาวินถามคนตัวเล็กที่ก้มหน้าหายใจหอบอย่างแรงฝ่ามือบางกุมหน้าอกสูดอากาศเข้าปอดอย่างตะกราม ใบหน้าหวานแดงก่ำเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเล็กใหญ่ที่ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด

“คุณจะวิ่งหนีทำไมวะ?! เราไม่ได้ทำอะไรผิดนะโว้ย” คนตัวเล็กตวาดเสียงดังทั้งที่ยังหอบหนักอยู่

“เออ..จริงด้วยผมลืมไปมัวแต่ตกใจเสียงนกหวีด” สมัยก่อนตอนมีเรื่องตีกัน ตำรวจจะเป่านกหวีดเป็นสัญญาณให้ทุกคนแยกจากการมีเรื่อง เขากับภีมพลและวิธานต้องรีบหนีทันที หากว่าตำรวจจับได้จะต้องติดต่อผู้ปกครองของพวกเขาที่น่ากลัวยิ่งกว่า และพวกเขาจะโดนทำโทษฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล เนื่องจากนามสกุลของพวกเขาเป็นที่รู้จักในสังคมไฮโซ

“คุณก็หัดออกกำลังกายบ้างนะ วิ่งแค่นี้ก็เหนื่อยซะแล้ว” ธาวิตบไหล่นสะกิดบอกคนตัวเล็ก

“เรื่องของผมน่า!” แทนไทพูดอย่างอารมณ์เสีย สภาพของเขาตอนนี้ไม่เหลือมาดนักธุรกิจคนเก่งเลย ใบหน้าสวยหวานและร่างบาง ๆ เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเต็มไปหมด ผมเผ้าก็หล่นมาปรกหน้าจนทำให้หน้าที่อ่อนวัยอยู่แล้วดูเด็กลงกว่าเดิม

“ไหน ๆ ก็มาแถวนี้แล้ว..ผมว่าเราหาอะไรกินกันก่อนเถอะ” พวกเขาวิ่งหนีมาในย่านไชน่าทาวน์เมืองไทยในเวลาที่ผู้คนกำลังคึกคักแข่งกับร้านอาหารขึ้นชื่อที่บางร้านต้องเข้าคิวกันเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

“ไม่ไป! ผมจะกลับ”

“ไปเถอะ...ผมหิวแล้ว”

“ก็บอกว่าไม่ไปไง ปล่อยผม!”

“ไม่ปล่อย”

โป๊กก!!

“โอ๊ยยยย....เจ็บ! ใครตีหัวกูวะ?!” เสียงธาวินร้องขึ้นเมื่อมีวัตถุลักษณะแข็งโขกเข้าที่ศีรษะอย่างแรงจนต้องใช้มือกุมหัวไว้ เขาหันหลังกลับไปมองที่มาของวัตถุนั้นทันที

“อาม่า...มาตีหัวผมทำไมครับ?!” คนตัวสูงร้องถามหญิงชราชาวจีนอายุประมาณ 80 กว่ายืนหลังค่อมถือไม้เท้าอยู่ข้างหลัง

“อาตี๋ ลื้อแก้งน้องทำมายย...เปนเฮียก็ต้องร้ากน้องสิ ลื้อทำน้องร้องห้ายด้ายยางงาย”

(อาตี๋ ลื้อแกล้งน้องทำไม? เป็นพี่ก็ต้องรักน้องสิ ลื้อทำน้องร้องไห้ได้ยังไง)

หญิงชราแปลกหน้าตำหนิคนตัวสูง เขาคิดว่าธาวินที่ตัวสูงเป็นพี่รังแกแทนไทที่ตัวเล็กกว่าจนร้องไห้ เพราะใบหน้าที่แดงเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจากความเหนื่อยที่ต้องวิ่งมา

“อาม่า! ไม่ใช่นะครับ” ธาวินพยายามจะอธิบาย

“ลื้ออย่ามาเถียง อั๊วเห็นอยู่” อาม่าเงื้อไม้เท้าทำท่าจะฟาดซ้ำจนธาวินต้องยกมือมาป้องศีรษะไว้

“ยะ...อย่านะครับอาม่า”

“อย่าให้อั๊วเห็นลื้อแกล้งน้องอีกนะ” หญิงชราเอาไม้เท้าชี้หน้าคาดโทษธาวินที่ยังทำหน้าเหวอ ก่อนที่ญาติของอาม่าจะมารับตัวอาม่ากลับไป

“ฮ่าๆๆๆ...สมน้ำหน้า” แทนไทหัวเราะขำคนตัวสูงที่ถูกเข้าใจผิด

“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย” ธาวินพูดด้วยน้ำเสียงตึง ๆ เป็นเพราะแทนไทตัวเล็กแถมยังหน้าเด็กอีกทำให้อาม่าเข้าใจเขาผิดเต็ม ๆ

“อย่างอนเลยเดี๋ยวผมเลี้ยงข้าว หิวไม่ใช่หรอ?” คนตัวเล็กพูดอย่างอารมณ์ดี แอบเหลือบไปมองคนตัวสูงแวบหนึ่ง...แต่ทำไมอยู่ ๆ เขาถึงรู้สึกว่าไอ้เด็กนี่มันน่ารักขึ้นมาได้นะ คนตัวเล็กรีบสะบัดหัวไล่ความคิดบ้า ๆ นี่ออกไปทันที



::::::::::

ความคิดเห็น