Goink

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2563 20:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20
แบบอักษร

สองขายาวก้าวเดินเข้าไปหานินนาราด้วยสีหน้าแววตาดุดัน พีรดนย์เดินเข้าไปประชิดร่างบางอย่างที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว หญิงสาวตกใจไม่คิดว่าชายหนุ่มจะยืนอยู่ตรงนี้ 

“ลินินคุณพ่อคุณแม่ให้มาตามไปที่ห้องรับแขก” พีรดนย์เอ่ยเสียงเรียบต่างกลับสีหน้าแววตาที่ดูเหมือนโกรธใครมาอย่างงั้น  

นินนาราทำทีไม่สนใจคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าแต่กลับจับมือเด็กหญิงให้เดินตามเข้าไปในบ้าน “พี่จิ๋วคะ ช่วยพาลิลินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยนะคะ” เธอหันไปสั่งสาวใช้ทันทีที่เดินเข้ามา 

“ได้ค่ะ” พอสาวใช้พาลิลินขึ้นไปอาบน้ำตามที่เธอสั่งหญิงสาวก็หมุนตัวจะเดินไปยังห้องรับแขกตามคำสั่งที่ให้เธอเข้าไปพบ 

พีรดนย์ยืนมองหญิงสาวก่อนจะรีบเดินตามไป “นี่ หยุดก่อน”ชายหนุ่มเดินเข้าไปจับแขนของหญิงสาวให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา 

“ปล่อยแขนฉัน ฉันรังเกียจ” นินนาราตอบเสียงนิ่งเรียบสีหน้าดุเธอเหนื่อยกับคนอย่างเขามามากพอแล้ว ต่อไปนี้อย่าหวังเลยว่าคนอย่างเธอจะยอม 

“หึ รังเกียจเหรอ” พีรดนย์ยิ้มมุมปากสีหน้าเดาอารมณ์ได้ยาก 

“หรือคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำกับฉันมันไม่น่ารังเกียจ คุณบีบบังคับฉันให้ต้องแต่งงานกับคุณ เหอะ.....ฉันไม่คิดเลยว่าครั้งหนึ่งฉันเคยรักผู้ชายอย่างคุณ” นินนาราสะบัดแขนออกอย่างแรง  

“เดี๋ยว เรายังคุยกันไม่จบ” พีรดนย์ก้าวเดินตามไปกระชากแขนของหญิงสาวเอาไว้ 

“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างคุณ” 

“แต่ฉันมี !! เธอกล้าดียังไงลินินถึงให้ลูกฉันไปเรียกผู้ชายคนอื่นว่าปะป๊า” 

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าลิลินเป็นลูกของคุณ คนอย่างฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่มีใครเอาคุณก็รู้นี่ว่าแต่ละวันฉันมีผู้ชายเข้าหาเยอะขนาดไหนคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันจะท้องกับคนอื่น” 

“ลินินอย่ามายั่วโมโหฉัน ฉันรู้ว่าคนอย่าเธอไม่กล้าทำหรอก” 

“คุณเอาอะไรมามั่นใจขนาดนั้น ฉันอาจจะทำอย่างที่คุณเคยทำก็ได้” นินนาราแกะมือของชายหนุ่มออกแล้วหมุนตัวกลับเร่งเดินไปที่ห้องรับแขก 

“ลินินจะไปไหนเรายังคุยกันไม่จบ” พีรดนย์ก้าวขาเร่งเดินตามหญิงสาวแต่ก็ไม่ทันอยู่ดี ชายหนุ่มปรับเปลี่ยนสีหน้าอารมณ์ให้เป็นปกติก่อนจะเดินเข้าไปหาผู้ใหญ่ที่นั่งสนทนากันอยู่ที่โซฟาตัวหรู เขาทำเหมือนก่อนหน้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

“ขอโทษนะครับที่หายไปนาน” 

“สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า” ทันทีที่เดินเข้าหญิงสาวก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมแล้วยิ้มให้ 

“คุณลุงคุณป้าอะไรล่ะ เรียกพ่อกับแม่สิ” คุณหญิงประภาดาหันไปพูดกับหญิงสาวที่เดินเข้ามานั่งตรงข้ามกับตน 

“ลินิน พ่อกับแม่คุยกันแล้วว่าจะให้ลินินออกงานคู่กับพีทในวันเปิดตัวรถยนต์นำเข้าที่จะจัดขึ้นวันพรุ่งนี้แล้วประกาศให้ทุกคนทราบว่าเราทั้งสองคนจะแต่งงานกัน” คุณนิวัฒน์เอ่ยชี้แจงให้บุตรสาวฟัง 

“ค่ะ” นินนาราจำใจตอบตกลงโดยไม่มีข้อกังขาใดๆ ส่วนพีรดนย์ก็พยักหน้าตอบไม่โต้แย้งใดๆเช่นกัน 

“ขอบคุณนะคะที่ยอมยกลูกสาวให้มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา ฉันสัญญาว่าจะดูแลลินินและหลานสาวเป็นอย่างดีไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” คุณหญิงประภาดาเอ่ยขอบคุณแต่สายตากลับตวัดมองพ่อลูกชายตัวดี 

“งานแต่งจะจัดขึ้นในต้นเดือนหน้า” คุณพีระชี้แจงให้คนที่มาภายหลังทราบ 

“เร็วเกินไปไหมคะ” นินนาราพูดโพร่งออกมาอย่างลืมตัว 

“ไม่เร็วเลยลูก เรื่องงานไม่ต้องห่วงถึงจะมีเวลาเตรียมงานแค่ 3 อาทิตย์แต่ทันแน่นอน” 

 คุณหญิงประภาดาเอ่ย เพราะตนอยากได้ลินินมาเป็นลูกสะใภ้มากจึงตื่นเต้นอยากให้งานมาถึงเร็วๆ 

“ดิฉันว่าเราไปทานข้าวเย็นกันดีกว่าค่ะ ฉันให้คนเตรียมจัดโต๊ะไว้แล้ว” คุณหญิงมะลิเอ่ยชักชวนก่อนจะลุกขึ้นเดินนำไปที่โต๊ะอาหารเย็น 

“เชิญนั่งตามสบายเลยนะคะ” คุณหญิงมะลิยิ้มก่อนจะหันไปสั่งให้สาวใช้ตักข้าวเสิร์ฟ 

“ลินินแล้วลิลินล่ะอยู่ไหน” คุณหญิงมะลิถามบุตรสาว 

“ลินินให้พี่จิ๋วพาขึ้นไปอาบน้ำเดี๋ยวก็ลงมาค่ะ” 

“มามี๊” เด็กหญิงส่งเสียงเรียกหามารดาตั้งแต่ยังเดินมาไม่ถึงโต๊ะอาหารเลยด้วยซ้ำ 

ส่วนคุณหญิงประภาดาที่เห็นเด็กหญิงเดินมาก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหา “อุ๊ย....หลานย่าหน้าตาน่ารักน่าชังจังเลย ดูสิคุณเหมือนตาพีทมาก” คุณหญิงย่อตัวนั่งลง มือบางเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมของเด็กหญิงออกให้เบาๆ 

“ลิลินสวัสดีท่านก่อนสิคะ” นินนาราบอกลูกสาว เด็กหญิงก็ทำตามอย่างว่าง่าย “สวัสดีค่ะ” มือน้อยๆยกขึ้นไหว้คนมาใหม่ตามที่มารดาบอก 

“ลิลินไปนั่งทานข้าวข้างๆตากับยายไหม” 

“ไม่ค่ะ....หนูจะนั่งข้างๆมามี๊” เด็กหญิงส่ายหัวแล้วเดินไปหามารดา 

“แกยังคงจะไม่ชินน่ะ” คุณหญิงมะลิเอ่ยออกมา 

“รอให้แกชินกว่านี้อีกหน่อยคงพูดให้ฟังทั้งวันไม่ยอมหยุด” นิวัฒน์เอ่ยเสริมพลางหัวเราะเบาๆ 

คุณหญิงประภาดาลุกขึ้นเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ “ไม่เป็นไรน่าคุณหลานยังคงไม่ชิน รออีกหน่อยคงชินเองแหละ”คุณพีระเอ่ยปลอบใจภรรยา 

“ลินินไปอยู่เมืองนอกตั้งหลายปีกลับมาก็ยังไม่นานลิลินพูดภาษาไทยได้ชัดมากเลยนะ ขนาดไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด” คุณหญิงประภาดาเปลี่ยนเรื่องคุยในทันที 

“อยู่ที่นู่นลินินจะพูดภาษาไทยและสอนแกตลอดค่ะ” 

“อื้ม...แบบนี้นี่เอง” 

ตลอดเวลาที่นั่งทานข้าวและพูดคุยกันหญิงสาวจะคุยกับผู้ใหญ่ตามปกติและทำเหมือนว่าไม่มีชายหนุ่มที่นั่งทานข้าวร่วมโต๊ะทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศไม่มีตัวตน 

“ขอบคุณอาหารสำหรับมื้อนี้นะครับ วันนี้ผมต้องขอตัวกลับก่อน” พีระเอ่ย  

“กลับก่อนนะคะ” คุณหญิงประภาดายิ้มพร้อมยกมือไหว้เป็นการลาก่อนจะเดินออกไปพร้อมสามี 

“ผมลานะครับ” พีรดนย์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าและหันไปยิ้มให้เด็กหญิงตัวน้อยที่ถูกคนเป็นตาอุ้มเอาไว้อยู่ เขายังไม่กล้าที่จะเข้าหาเด็กหญิงมากเพราะคิดว่าเด็กหญิงคงไม่ชินและจะกลัว จึงคิดว่าค่อยๆเข้าหาและทำความรู้จักทีละนิดน่าจะดีกว่า 

“ลินินไปส่งแขกแทนพ่อกับแม่หน่อย” 

“เขาไปเองได้อยู่แล้วค่ะ” 

“ลินินอย่าเสียมารยาท” คุณหญิงมะลิปรามบุตรสาว 

“ค่ะ” นินนาราเอ่ยเสียงอ่อนก่อนจะเดินตามหลังชายหนุ่มออกไป 

เมื่อเดินเกือบถึงรถชายหนุ่มก็หันหน้ามาเผชิญหน้ากับเธอ “อย่าคิดจะหนีงานแต่งล่ะ ยังไงเธอหนีฉันไม่พ้นหรอกลินิน แม้ว่าเธอคิดจะหนีไปไกลแค่ไหนฉันก็จะพลิกแผ่นดินหาเธอให้เจอจนได้” พีรดนย์เอ่ยเตือนหญิงสาวแล้วหันหลังจะเดินไปขึ้นรถ 

“เดี๋ยว ฉันเกลียดคุณจำเอาไว้ด้วย ฉันอยากจะให้คุณรู้เอาไว้ว่าฉันไม่ได้เต็มใจที่จะตกลงแต่งงานกับคุณเลยสักนิด อย่าคิดว่าจะเอาใบสมรสแค่ใบเดียวมาผูกมัดฉันเอาไว้กับคุณเพราะยังไงฉันก็จะหย่ากับคุณอยู่ดี” 

“หึ...ก็ลองดู” พีรดนย์กระตุกยิ้มก่อนจะหันเดินขึ้นรถไป 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น