อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 บีน่าจอมพยศ ตอน 3

ชื่อตอน : บทที่ 5 บีน่าจอมพยศ ตอน 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 389

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.พ. 2562 09:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 บีน่าจอมพยศ ตอน 3
แบบอักษร

ร่างระหงผุดลุกขึ้นในทันใดก่อนเข้าไปยืนขวางหน้าชายอายุคราวพ่อซึ่งอยู่ในชุดลำลองที่เดินออกมาพร้อมคนสนิทซึ่งหิ้วกระเป๋าเดินทางตามมาด้วย

“จูเวล...เธอเป็นอะไร ฉันก็ไปดามตัชท์เป็นปกติอยู่แล้ว”

“แต่สองอาทิตย์ที่ผ่านมาคุณเดินทางไปที่นั่นหลายครั้งแล้วนะคะ คุณกลับไปเฝ้าเมียคุณแล้วปล่อยให้อิงต้องอยู่คนเดียวนะคะ ไมค์”

“ไม่เอาน่า จูเวล” ไมค์ส่ายหน้าก่อนดึงร่างเล็กเข้ามากอด

“คลอเดียไม่สบายมากเธอก็รู้นี่ เขาสูญเสียกำลังใจและฉันก็ไม่อยากให้ใครมองว่าคนเป็นสามีใจดำจนเกินเหตุ”

“ไม่ใช่คุณอยากกลับไปคืนดีกับเธอนะคะ ไมค์!”

อัญมณียังรุกไล่ เธอเห็นประกายบางอย่างในแววตาคู่นั้นที่เริ่มทำให้ไม่แน่ใจว่าไมค์จะยังใจแข็งพอ

“คุณทำแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับอิงนะคะ ไมค์...อิงไม่อยากอยู่คนเดียวนี่คะ อิงเหงา”

หญิงสาวซุกใช้ใบหน้ากับอกกว้างซึ่งก็ทำให้ชายวัยกลางคนแย้มยิ้มอย่างเอ็นดู

“เอาเถอะ...แล้วฉันจะรีบกลับ จะไม่ปล่อยให้เธอต้องเหงานาน ๆ นะจูเวล”

ไมค์ก้มลงจุมพิตเรียวปากอิ่มสวยเบา ๆ ก่อนจะเดินออกไปพร้อมคนติดตาม เมื่อรถหรูเคลื่อนพ้นไปจากหน้าประตูรั้วอัญมณีจึงเบ้ปากและมองด้วยดวงตาวาวโรจน์

“เชอะ! ไม่ปล่อยให้ฉันเหงา แต่กลับไปหาไปเอาใจเมียเก่าเนี่ยนะ ไอ้แก่ไมค์! ถ้าแกไม่มีเงินมากมายขนาดนี้คนอย่างอัญมณีไม่มีวันสนแกหรอก!”

ร่างบางเข่นเขี้ยวก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขด้วยความหงุดหงิด

“ดักลาส...วันนี้ไอ้แก่ไมค์มันไปเยอรมัน ถ้ายังไงรอฉันที่คอนโดนะเบบี๋”

ร่างระหงทว่าบอบบางในชุดผู้ป่วยหันมาหรี่ตาน้อย ๆ เมื่อเห็นว่ามีใครคนหนึ่งเดินตรงเข้ามายังเก้าอี้ซึ่งเจ้าตัวกำลังนั่งทอดอารมณ์อย่างสงบในสวนที่เต็มไปด้วยไม้ประดับท่ามกลางไอแดดอุ่นของเช้าอันสดใสภายในโรงพยาบาลเมืองดาร์มตัดช์ 

คลอเดียถอนใจน้อย ๆ และดูไม่อยากสนใจด้วยซ้ำที่เห็นหน้าไมค์อีกหนหลังจากที่เขามาเยี่ยมและดูแลอาการของเธอหลายครั้งในช่วงระยะเวลาของการพักฟื้นในโรงพยาบาลเพราะความไร้สติชั่ววูบทำให้เธอกรอกยาคลายประสาทเข้าปากจนเกือบเกลี้ยงขวด หลังพ้นวินาทีเฉียดตายเธอกลับคิดได้ว่าการอยู่คนเดียวอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ยกเว้นการได้เห็นหน้าฮอฟมันน์ บุตรชายไม่ใช่สามีจอมเจ้าชู้อย่างไมค์ที่เดินเข้ามาใกล้และหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ ตอนนี้

“ไฮ...ฮันนี่ คุณเป็นยังไงบ้าง?”

คำทักทายแรกดังจากปากของชายวัยกลางคนซึ่งอยู่ในชุดลำลองดังขึ้นก่อนวางมือหนาลงบนมือเรียวบางซึ่งร่างระหงวางมันไว้บนหน้าตักด้วยท่าทีที่ไม่ใส่ใจเขามากนัก

“ฉันสบายดีค่ะ สัปดาห์หน้าก็คงกลับไปทำงานได้ตามปกติ”

“ผมว่าคุณควรพักผ่อนให้มากกว่านี้”

“นี่เป็นความเห็นของหมอค่ะ ไมค์!” คลอเดียสวนกลับเสียงแข็ง เธอแสดงท่าทีไม่พอใจแต่ไมค์กลับยักไหล่และยิ้มน้อย ๆ

“โอเค ที่รัก ผมคิดว่าผมคงห้ามคุณไม่ได้ ผู้หญิงที่รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจก็คงเป็นแบบนี้ทุกคน แต่...คุณจะไม่ถามหน่อยหรือว่าตอนนี้ผมเป็นยังไงบ้าง”

คลอเดียเอียงศีรษะมองสามีก่อนยิ้มมุมปากอย่างมีนัย

“ให้ฉันตอบแทนไหมคะว่าคุณเป็นยังไง คุณก็เหมือนดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรพ้องคาบโลกและตอนนี้เชื้อเพลิงใกล้หมด ในอนาคตก็จะหลุดจากวงโคจรและกลายเป็นแค่ขยะอวกาศ”

“ฮันนี่...” ไมค์ออดอ้อนกลับขณะยกมือบางขึ้นมาบีบเบา ๆ

“พวกผู้หญิงนี่ประชดประชันกันได้เจ็บดีจริงนะ พระเจ้าสร้างพวกเธอมาได้สมบูรณ์แบบกันทุกคน”

“สำหรับคุณไม่มีผู้หญิงคนไหนขาดตกบกพร่องหรอกค่ะ ไมค์”

“ฮันนี่...ผมคิดว่าจะกลับไปที่ เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ป”

คำกล่าวนั้นทำให้คลอเดียหยุดชะงักขณะกำลังจะดึงมือกลับด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง เธอจ้องหน้าไมค์ก่อนหัวเราะหึ

“นี่มันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของคุณค่ะ เพราะเราต่างคนต่างก็ทำงานและมีชีวิตที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกันมานานแล้ว”

“แต่ระหว่างผมกับคุณก็ยังมีแม็กซ์”

“แม็กซ์หรือคะ...เขาไปไกลเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นอะไรที่อยู่ตรงกลางระหว่างเราสองคน”

“แต่คุณก็รักเขามากนะ คลอเดีย...ผมรู้”

หญิงวัยสี่สิบปลาย ๆ น้ำตาคลอขณะอีกฝ่ายยกมือบอบบางขึ้นแนบริมฝีปาก คลอเดียถอนใจอีกครั้งก่อนเอ่ย

“พระเจ้าสร้างเขามาจากเรา แต่ไม่ใช่เพื่อเราถ้าคุณเข้าใจ”

“พระเจ้าสร้างทุกอย่างมาเพื่อกันและกัน...แน่นอนว่าผมทิ้ง เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ คอร์ปมานานแล้ว แต่ตอนนี้ผมคิดว่าควรกลับไปสะสางโครงการที่จะเสนอนาซ่าให้เสร็จสิ้นเสียที”

แม็กซ์อยู่ที่นั่นค่ะ เขากำลังสะสางทุกอย่างและมันกำลังจะลุล่วง”

“แต่งานจะสำเร็จไม่ได้ถ้าขั้นตอนสุดท้ายไม่มีผม!...แม็กซ์กับทีมวิจัยของบริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีเคลื่อนย้ายสายอากาศที่ยังใช้การได้จากดาวเทียมหมดสภาพไปใช้กับดาวเทียมดวงใหม่ แต่ทุกอย่างยังไม่ถึงขั้นสุดเพราะแม้แต่ดาร์พา (สำนักงานโครงการวิจัยชั้นสูงของกระทรวงกลาโหม – Defense Advanced Research Projects Agency) ก็ยังทำไม่สำเร็จ”

“แต่แม็กซ์ต้องทำได้ค่ะ เขาเป็นหนึ่งในซีลทีมซิกซ์”

“ลูกชายของเราเก่งเสมอ แต่นี่ไม่ใช่ฉากการสร้างยานอวกาศในนิยายเรื่องสตาร์เทร็ค...ยอมรับเถอะคลอเดียว่า เอ็ม. ซี. เด็กซ์เตอร์ ...ยังต้องการผม”

คลอเดียเงียบไปนาน เธอกำลังใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความไม่แน่ใจ ไมค์เปลี่ยนไปจริงหรือ เขาดูจริงจังมากกว่าทุกครั้งที่เกิดปัญหาระหว่างเธอกับเขา

“แล้วผู้หญิงของคุณ...คนนั้น”

พอถูกถามเรื่องนี้ไมค์กลับนิ่งไปราวกับยังชั่งใจอะไรบางอย่าง เขากำลังตรึกตรองถึงวันที่ลูกชายไปบอกข่าวของแม่ เขาเป็นฝ่ายก่นว่าฮอฟมันน์หลายคำหาก้ต้องกลับมาทบทวนใหม่ว่าได้ทำอะไรไปบ้างกับครอบครัว

 ตลอดเวลาที่ผ่านมาสายสัมพันธ์ระหว่างเขาและภรรยาเหมือนมีหมอกหนามาขวางกั้น เขามีผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าทว่าถึงตอนนี้กลับเริ่มฉุกคิดได้ เป็นเพราะเขาที่ทอดทิ้งครอบครัวให้เคว้งคว้างจนบุตรชายคนเดียวถึงกับต้องยอมสละหน้าที่เพื่อชาติกลับมาเป็นผู้นำแทนเขา

 ถึงฮอฟมันน์จะเป็นหนุ่มหัวดื้อเลือดร้อนหากแต่ความรับผิดชอบในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่งกลับสูงส่งมากเสียจนเขาละอาย ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะเอื้อนเอ่ยก็ถูกขัดด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ไมค์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์คนสนิท

“มิตซ์ ฉันบอกแกแล้วไงว่าอย่าโทรมาตอน...” เสียงห้าวกังวานขาดหายไปเมื่อได้ยินอีกฝั่งสายรายงานยาวยืด

“แกแน่ใจหรือว่าเป็น...”

ไมค์ปล่อยมือคลอเดียก่อนจะลุกขึ้นเดินห่างออกมาขณะยังแนบโทรศัพท์ไว้กับหู ชั่วครู่ชายวัยกลางคนจึงลดมันลงเพื่อพินิจดูภาพนับสิบที่ปรากฏบนหน้าจอ

“จูเวล...บัดซบ!”

 เขาเข่นเขี้ยวสบถกับตัวเองเบา ๆ ก่อนตัดสายทิ้ง ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นลูบหน้าก่อนหันกลับมาทางภรรยาที่กำลังนั่งมองอยู่

“คลอเดีย...ผมจะอยู่ที่ดาร์มตัดช์จนกว่าคุณจะหายและกลับไปทำงานที่สถานีได้ตามปกติ”

ทุกวันที่ผ่านไปบนเกาะกลางทะเลลึกสำหรับบุษราคัมเหมือนอยู่ในสถานที่กว้างใหญ่แต่คำว่าอิสรภาพช่างไร้ความหมาย จากเวลาเกือบสัปดาห์ล่วงเข้าไปจะครบเดือนแล้ว หญิงสาวรู้สึกใจหายทุกครั้งที่นั่งคิด พ่อ...จะเป็นอย่างไรบ้างและจะกระวนกระวายแค่ไหนที่เธอจากมาไกลเกินเวลาที่กำหนด

บ่อยครั้งที่ดูแหวนแล้วเผลอร้องไห้เพราะป่านนี้เจ้าของไม่รู้จะเป็นเช่นไรเมื่อเธอไม่อยู่นาน ๆ แม้แต่อัญมณีพี่สาวที่เธออยากเห็นหน้าก็ไม่รู้ว่าจะติดต่อได้โดยวิธีไหน บุษราคัมไม่ยอมเข้าใกล้และพูดคุยกับฮอฟมันน์นับแต่วันนั้นและดูเหมือนเขาก็อยู่ห่างเธอเช่นกันแต่ด้วยเหตุผลบางประการ

กลางดึกทุกคืนเขายังคงฝึกตัวเองอย่างหนักทั้งออกไปวิ่งบนชายหาดและดำน้ำอยู่กลางท้องสมุทรนับชั่วโมง หลายครั้งที่หญิงสาวก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าหลังเที่ยงคืนใยจึงตื่นขึ้นมาและคอยมองออกไปนอกหน้าต่างห้องราวกับจะค้นหาอะไรสักอย่าง จนกระทั่งเกือบสางที่พอร่างสูงใหญ่สวมกางเกงเดนิมตัวเดียวเปียกซ่กกลับขึ้นมาจากห้วงน้ำ บุษราคัมจึงค่อยขยับกลับไปที่เตียงก่อนหลับไปด้วยความโล่งใจอย่างประหลาด

หากก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่บุษราคัมมักเห็นว่าตอนเที่ยงวันจะมีเครื่องบินเล็กร่อนลงจอดพร้อมชายอีกสี่ห้าคนหอบหิ้วกระเป๋าเอกสารและกล่องอุปกรณ์มากมายเข้ามาภายในบ้านซึ่งเธอจะเก็บตัวเงียบก่อนออกไปดูอีกครั้ง ทว่าก็พบเพียงความว่างเปล่า ทุกอย่างเงียบงันไม่มีเสียงสนทนาพาทีหรือเงาของใครแม้สักคน

หญิงสาวแปลกใจทุกครั้งเพราะแม้แต่ฮอฟมันน์ก็หายไปด้วย พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกัน...เธอจะได้รับคำตอบอีกครั้งก็เมื่อเครื่องบินทะยานออกไปจากเกาะ บุษราคัมได้แต่คาดเดาว่าภายในบ้านรูปทรงสมัยใหม่หลังนี้อาจมีบางส่วนซึ่งเธอไม่เคยเห็นก็เป็นได้

“ที่นี่เคยใช้เป็นจุดนัดพบและที่ประชุมลับของหน่วยซีลที่ผมสังกัด”

คำพูดของฮอฟมันน์ยังดังก้องในค่ำคืนที่หญิงสาวมิอาจข่มตาหลับได้ลง เธอนึกกระวนกระวายมากกว่าราตรีไหน ๆ ที่พ้นผ่านและมันทำให้ร่างบอบบางตัดสินใจเดินลงไปที่ชายหาดในห้วงเวลาเลยกึ่งกลางของรัตติกาลอาบแสงเงินยวง เธอเกลียดเขาไม่ใช่หรือ...บุษราคัมยังย้ำเตือนตัวเองหากแต่ในความไม่ตั้งใจกลับเห็นภาพใบหน้าคร้ามเข้มของบุรุษผู้นั้นชัดเจนขึ้นทุกที

“บีน่า...”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น