อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 แด่เชลยด้วยหนี้แค้น ตอน 3

ชื่อตอน : บทที่ 4 แด่เชลยด้วยหนี้แค้น ตอน 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 328

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2562 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 แด่เชลยด้วยหนี้แค้น ตอน 3
แบบอักษร

น้ำเสียงวิงวอนนั้นขาดเป็นห้วงสลับกับการหายใจขัดและกระแอมเบา ๆ ด้วยความหอบเหนื่อย หากก็ปราศจากเสียงตอบรับมีเพียงสัมผัสอุ่นชื่นจากลมหายใจและเรียวลิ้นหนาที่ไล้วนไปมาตามปลายคางมน กรามเล็กเรื่อยไปที่ลำคอกระทั่งถึงเนินอวบอิ่มก่อนจะหยุดลงบนยอดสีชมพูเข้มเพื่อสัมผัสส่วนนั้นเบา ๆ ด้วยริมฝีปากล่าง

“ไม่...บีน่า ผมจะไม่ฆ่าคุณ ผมจะให้คุณทรมานเมื่อถึงวันนั้น”

“วันนั้น...”

“วันที่คุณรู้จักจะผูกพันกับใครสักคน”

น้ำตาหยดหนึ่งหยาดไหลลงมาจากหางตาของบุษราคัมที่ห่อไหล่เมื่อปลายยอดสีกุหลาบบนทรวงอกสวยถูกครอบครองด้วยริมฝีปากและลิ้นร้ายที่ตวัดไปมาสลับกับการดูดกลืน คนที่เธอผูกพันอย่างนั้นหรือ หญิงสาวแทบไม่อยากจะคิดถึงสิ่งที่เขาต้องการทำลายและจะพรากเอาไปจากตัวเธอ

“แม็กซ์...คุณอยากจะสร้างเงื่อนไขอะไรอีก” หญิงสาวถามเสียงหอบพร่าก่อนที่ชายหนุ่มจะเงยหน้าขึ้นมามองเธอนิ่งนาน

“ใช่...มันเป็นแค่เงื่อนไขว่าคุณจะไม่ได้รับความรักหรือความผูกพันใด ๆ จากที่นี่ คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเวลาที่ผมต้องการและไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรสักอย่างตอนที่ผมปล่อยคุณไปจากเกาะนี้!”

“ฉันก็ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรจากคุณอยู่แล้ว แม็กซ์...แต่ถ้าฉันจะเรียกร้องก็มีอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคืออย่าทำร้ายฉันไปมากกว่านี้!”

บุษราคัมกลั้นสะอื้นและขอร้องฮอฟมันน์ในทีหากทว่าเหมือนมีบางอย่างพรายพร่าอยู่ในดวงตาคู่นั้นที่เปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ หญิงสาวพยายามเขยื้อนสุดตัวและดันคางสากระคายด้วยฝ่ามือบางหากก็ดูเหมือนทุกครั้งที่ขยับยิ่งเร่งจังหวะกระตุ้นเร้าคนตัวใหญ่มากขึ้นทุกที

“บีน่า...ผมก็แค่อยากให้คุณรู้ว่า...” ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนเขาแทบจะกลืนกินเธอได้ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงห้าวหนัก

“ผมเป็นคนไม่ชอบบิดเบือนความตั้งใจของตัวเอง...ก็เท่านั้น!”

หญิงสาวอ้าปากจะค้านแต่กลับไม่ทันลิ้นจาบจ้วงที่ฉกเข้าไปในโพรงปากเล็ก แขนของเธอถูกตรึงไว้ด้วยมือทรงพลัง ขาเรียวยาวทั้งคู่ถูกท่อนขาแข็งแกร่งกดทับไว้แน่นหนา เพียงแค่อยากปฏิเสธด้วยการส่ายหน้าเธอก็ทำไม่ได้ดังใจคิด เสียงแหบพร่าแค่อื้ออึงในลำคอและนึกโกรธกำลังอันน้อยนิดของตัวเองที่ต่อต้านเขาไม่ไหว

“แม็กซ์!...คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะคะ...ฉันบอกให้คุณหยุด!”

ร่างเล็กแค่นเค้นเสียงเมื่อเขาถอนเรียวปากหนาออกไปและรู้สึกถึงความร้อนที่กลุ้มรุมแกนกายแผ่ซ่านลงไปจรดปลายเท้า

“แม็กซ์!...แม็กซ์!”

ยิ่งส่งเสียงเธอก็ยิ่งหอบเหนื่อยทั้งเรี่ยวแรงของเรือนร่างเปลือยเปล่าก็อ่อนลงในทุกวินาที ฮอฟมันน์ไม่สนใจเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวด้วยมึนเมาในกำหนัดและอำนาจครอบงำของน้ำเปลี่ยนนิสัย จมูกโด่งซุกไซ้ไปตามซอกคอและไหปลาร้าของร่างบอบบางก่อนบรรจบลงที่ปลายถันและครอบครองเม็ดสีชมพูแสนหวานด้วยเรียวปากร้อนอย่างกระหายหิว

 หยาดน้ำหยดน้อยซึมอยู่ที่หางตาของบุษราคัมกับความดิบเถื่อนที่เธอจะจดจำไม่มีลืมเลือน ท้ายที่สุดคนตัวเล็กกว่าก็อ่อนระทดระทวยและจำต้องปล่อยตัวเองไปตามพายุปรารถนาที่ไหลบ่าออกมาจากร่างสูง

“บีน่า” ฮอฟมันน์ครางเสียงปร่าอยู่กับยอดมณีปลายบุษบาแสนสวย ในเสี้ยวสำนึกกลับแปลกประหลาดใจว่าใยเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนจึงไม่รู้จักครางครวญตอบสนอง เขาสัมผัสได้ก็แค่ผิวเนื้อผุดผ่องที่สั่นระริกผิดจากผู้หญิงร่านร้อนช่ำชองและเสียงหัวใจเต้นดังยิ่งกว่ากลองรัว

“เลิกเสแสร้งซะที...ให้ตายเถอะ!”

ชายหนุ่มสบถสาบานเสียงดังก่อนพลิกร่างแน่งน้อยไว้บนตัวเขาแทน เรียวปากจิ้มลิ้มบนหน้าหวานสั่นระริกพอ ๆ กับตัวเธอที่สั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนแกร่งที่กอดรัดเอาไว้

“แม็กซ์...ปล่อยฉันนะ!”

 บุษราคัมคิดว่าจะมีโอกาสขัดขืนแต่เปล่าเลยเพราะวงแขนของฮอฟมันน์แข็งยิ่งกว่าคีมเหล็กกล้า ในแสงจันทร์นวลที่สาดส่องเข้ามาเธอเห็นดวงตาสีเข้มจัดสะท้อนความไม่พอใจ

“คุณนั่นแหละที่ต้องหยุด! บีน่า...หยุดแกล้งทำเป็นขัดขืน หยุดทำตัวไม่ประสาเรื่องผู้ชายเสียที เรื่องแบบนี้ผู้หญิงอย่างคุณรู้ดียิ่งกว่าอะไร!”

“ฉันไม่รู้อะไรที่คุณพูด...แม็กซ์...คุณจะให้ฉันทำยังไง จะมีผู้หญิงคนไหนพอใจที่ถูกผู้ชายข่มขืน!”

หญิงสาวโพล่งใส่ใบหน้าหล่อเหลาด้วยโทสะสุดระงับ ดวงตากลมโตคู่สวยรื้นน้ำจนฮอฟมันน์เกือบจะพ่ายแพ้แก่ความสงสารที่จู่โจมเข้ามาโดยไม่ทันรู้ตัว ใบหน้างามที่ผมยุ่งสยายและทอดร่างอยู่บนตัวเขายามนี้ช่างบอบบางนัก แต่ทิฐิลึกล้ำโน้มนำเขาตลอดเวลาว่าเธอก็คงไม่ต่างจากพี่สาวเป็นแน่

“คุณไม่รู้จริง ๆ หรือบีน่า คุณจำไม่ได้จริง ๆ หรือ...” ชายหนุ่มเค้นเสียงหนักก่อนพลิกกายขึ้นมาอยู่เหนือร่างสาวที่มองเขาอย่างตื่นตระหนก

“ว่าเวลาผู้ชายทำแบบนี้...คุณต้องทำยังไง!”

“แม็กซ์!” บุษราคัมร้องได้แค่นั้นทุกอย่างก็เหมือนหยุดนิ่งไปในบัดดลเพราะแม้แต่ร่างสูงใหญ่ที่ใช้กำลังโจนจ้วงเข้าไปใจกลางเรียวขางามที่เขาใช้ความแข็งแกร่งกว่าเบียดแทรกก็ถึงกับผงะเมื่อสัมผัสกับความบอบบางที่ปริแยกซึ่งเขารู้ได้ในทันทีว่ามันเป็นสัญญาณบ่งบอก...พรหมจรรย์

“บีน่า...”  ถึงจะอยู่ในอาการมึนเมาแต่ก็ไม่เข้าขั้นขาดสติ ฮอฟมันน์ชะงักงันไปชั่วครู่ก่อนได้ยินเสียงสะอื้นไห้จากเจ้าของใบหน้าสวยที่บัดนี้บิดเบ้ด้วยความปวดเจ็บขณะจิกปลายเล็บลงบนมัดกล้ามแขนคนตัวโต

“ทีนี้...คุณคงรู้แล้วใช่ไหม...ว่าฉัน...ไม่รู้จะทำยังไง...จริง ๆ “

เสียงแผ่วต่ำขาดเป็นห้วง ๆ ราวคนจะขาดใจเสมือนหมุดแหลมทิ่มลงไปถึงใต้บึ้งของชายหนุ่ม เขาอาจเคยผ่านผู้หญิงมาแต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนพิสุทธิ์อย่างบุษราคัม

“บีน่า...คุณเป็นอะไร” คราวนี้ฮอฟมันน์ลดเสียงดุดันจนกลายเป็นกระซิบเมื่อเห็นหญิงสาวปิดเปลือกตาทว่ายังขมวดคิ้วมุ่น ชายหนุ่มเผลอจูบซับรอยเหงื่อบนขมับของร่างเล็กก่อนได้ยินเสียงตอบกลับมาเนิบช้า

“ฉันเจ็บ” บุษราคัมลืมตาขึ้นอีกครั้งหากก็พบประกายสีน้ำเงินในแววตาคู่นั้นอ่อนลงมากกว่าเก่า

“คุณคงพอใจแล้ว แม็กซ์....ได้โปรดปล่อยฉัน”

หญิงสาวเอ่ยทั้งน้ำตาแต่กลับรู้สึกว่าสะโพกหนากำลังขยับ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแต่เขายิ่งเขยื้อนตัวมากเท่าใดร่างกายที่รองรับเบื้องล่างก็ยิ่งปวดร้าวมากเท่านั้น

“แม็กซ์...ได้ยินไหมคะ...ว่าฉัน...จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”

ร่างอ้อนแอ้นห้ามเสียงแผ่ว หากเธอจะได้ยินเช่นกันว่าหัวใจของเขาก็เต้นเร็วเป็นกลองรัว ฮอฟมันน์ยังคงขยับตัวตนลึกเข้าไปอีกขณะกระชับอ้อมแขนหนาตระกองกอดบุษราคัมไว้ ร่างสูงใหญ่กดกลั้นถึงที่สุดทั้งที่ตัวเองก็กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง

 ชายหนุ่มนึกโกรธตัวเองว่าใยความอดทนจึงมีน้อยนักทั้งที่ตอนเป็นนาวิกโยธินต้องผ่านการฝึกมาไม่รู้สักกี่ด่าน แต่ตอนนี้เขากลับจะพ่ายแพ้ให้แก่ความบอบบางทว่าทรงพลังที่ห่อหุ้มความเป็นเขาจนยากจะถ่ายถอน บุษราคัม...ทันทีที่ค้นพบว่าเธอยังบริสุทธิ์ก็ดูเหมือนเขาไม่อาจหยุดตัวเองลงได้

“แม็กซ์...ปล่อยฉัน...ปล่อยฉัน”

“โอ...พระเจ้า!...ให้ตายเถอะบีน่า ผมจะปล่อยคุณไปตอนนี้ได้ยังไง”

เรียวปากหยักประกบลงบนกลีบปากนุ่มอีกครั้งราวต้องการดูดกลืนเสียงสะอื้นนั้นไว้ทั้งหมด บุษราคัมรวดร้าวไปทุกหนแห่งโดยเฉพาะที่แก่นกายราวดอกไม้ถูกแยกกลีบจนบอบช้ำ แม้เขาจะลดความดุดันลงหากหญิงสาวก็สำเหนียกได้เพียงความกระหายใคร่ราวไฟร้อนที่ผลาญเผาให้มอดไหม้

 ร่างเล็กลืมตัวตวัดแขนเกี่ยวกอดเขาทุกครั้งที่นวลเนื้ออ่อนถูกรุกล้ำกระทั่งการสอดประสานนั้นแนบแน่น เสียงทอดถอนใจยาวของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมชายหนุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ เธออยากปัดเป่าความอดสูไปให้ไกลหากก็ทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นขณะลมหายใจร้อนจากใบหน้าคร้ามเข้มราดรดลงบนแก้มซีด

“คนเลว!”

 บุษราคัมบริภาษแผ่วเบาด้วยความเจ็บช้ำและนั่นเองที่ความสำนึกในการกระทำบ้าคลั่งของอดีตนาวิกโยธินหนุ่มแล่นปราดขึ้นมาแทนที่ความสะใจชั่ววูบ ความคั่งแค้นกำลังดำดิ่งแต่คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าความปรารถนาเป็นเจ้าของเรือนร่างที่ได้ครอบครองนี้นานกว่าที่เขาตั้งใจ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น