Minchol

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 44 ฉันอยากทำตัวเป็นกามเทพ

ชื่อตอน : บทที่ 44 ฉันอยากทำตัวเป็นกามเทพ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 237

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มิ.ย. 2562 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 44 ฉันอยากทำตัวเป็นกามเทพ
แบบอักษร

​"เธอเองก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานะไฉ่หง" หลินชิงหูตั้งข้อสังเกต 

"เดี๋ยวก็ไม่อยากให้เขาอยู่กับไป๋อวี่ เดี๋ยวก็อยากให้เขาอยู่ด้วยกัน ฉันล่ะไม่เข้าใจเธอจริงๆ แต่จะว่าไปแล้ว เธอนี่ก็เหมือนจูเหล่าซือไม่มีผิด ขานั้นก็เหมือนกัน เดี๋ยวก็เหมือนจะรักไป๋อวี่ เดี๋ยวก็เหมือนจะไม่รัก" 

"ทำไมเขาจะไม่รัก พี่ไม่เห็นเหรอไง ตั้งแต่ตอนที่เจิ้นหุนเริ่มออนแอร์ ความรู้สึกของจูเหล่าซือที่มีให้ไป๋เหล่าซือน่ะ มันชัดเจนถึงขนาดนั้น ถึงเขาจะพยายามปฏิเสธมันก็เหอะ แต่ที่สุดแล้ว เค้าก็หลบก็หนีมันไม่พ้น ตอนเนี๊ยะ ถึงเขาจะยอมรับความรู้สึกของตัวเองแล้ว แต่กลับดันมาพยายามผลักไสไล่ส่งคนที่ตัวเองรักออกไป เราก็รู้ๆอยู่ ว่าเขาทำเพื่อไป๋อวี่ ถึงได้ทนเจ็บถึงขนาดนี้" เธอสะบัดหน้าเหมือนจะไล่อะไรออกไปจากหัว 

"ฉันไม่รู้ว่าในใจเค้าจะเจ็บขนาดไหน ถึงได้มาลงกับร่างกายของตัวเองอย่างนี้ พี่เห็นแผลตามตัวเขารึเปล่า พี่เห็นรอยช้ำพวกนั้นมั้ย ตอนที่อยู่ซิดนีย์พี่รู้ไม๊ว่าเขาพยายามจะทำอะไร" จูไฉ่หงปลดปล่อยความอัดอั้นใจออกมาเป็นคำพูดยาวเหยียด 

"ที่ซิดนีย์เหรอ เขาทำอะไรเหรอ พี่ก็อยู่ด้วยตลอด ทำไมพี่ไม่รู้ ทำไมเธอถึงไม่ได้พูดอะไรให้พี่ฟังเลย" หลินชิงหูเริ่มตื่นตัว 

"สำหรับคนอื่น มันอาจจะเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ แต่ฉันอยู่ตรงนั้น ฉันรู้ตื้นลึกหนาบาง ฉันคิดว่า เขาเจ็บ เจ็บมากจนอยากจะไปให้พ้นๆโลกนี้" 

"เธอหมายความว่ายังไง ทำไมเธอถึงคิดยังงั้น" เขาไม่นึกว่าเรื่องมันจะตึงเครียดร้ายแรงถึงขนาดนั้น จูไฉ่หงแหงนหน้ามองแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ 

"ชั้นคิดว่า เขาพยายามจะโดดลงจากเรือในอ่าวซิดนีย์ โดยทำให้มันเป็นเหมือนอุบัติเหตุ" หลินชิงหูเลิกคิ้ว เบิ่งตาแบบไม่เชื่อที่เธอพูด 

"อาหลงเป็นคนเข้มแข็ง เขารักแม่ แล้วก็ครอบครัวของเขามาก เขาไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ๆ" เขาเถียง 

"ฉันก็เคยคิดว่าอย่างนั้น แต่ฉันก็เห็นกับตา ยิ่งตอนนี้ เขาอาศัยการงาน มาทำร้ายตัวเองอย่างนี้ ฉันยิ่งแน่ใจ และตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันรู้สึกได้ว่าเขาเจ็บปวดรวดร้าวมากจนทนแทบไม่ได้ เมื่อก่อนนี้ ฉันไม่เคยเข้าใจตัวละครที่ฉันเคยอ่านเจอในหนังสือ ตัวละครที่ผิดหวังในความรัก แล้วเจ็บปวดรวดร้าวจนถึงขนาดใช้มีดกรีดแขนตัวเองทุกครั้งที่นึกถึงคนรักที่ทอดทิ้งไป ฉันยังนึกในใจ ว่าช่างเป็นผู้หญิงที่โง่เสียจริงๆ เรื่องแบบนี้คงจะมีแต่ในนิยายเท่านั้น แต่พอฉันมาเห็นจูเหล่าซือ มาเห็นความพยายามจะเก็บงำอารมณ์ของเขาตอนนี้ ฉันก็รู้ว่า เรื่องแบบนี้ ถ้ามันไม่เคยเกิดขึ้นกับใคร ใครก็คงจะไม่รู้ ว่ามันเจ็บปวดถึงขนาดไหน" จูไฉ่หงร่ายยาวแทบไม่หยุดหายใจ เธอเป็นเหมือนกาต้มน้ำที่น้ำเดือดจนไหลทะลักออกพวยกาพรวดๆไม่หยุด 

"เซียวฮื้อยี้เป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นมา จะมีใครที่ไหนทำอย่างตัวละครในเรื่องเล่า ยิ่งพวกที่ยอมเสียสละตนเองให้คนที่ตัวรัก สมัยนี้มันมีที่ไหน" 

"แล้วการกระทำของเขาที่ผ่านๆมามันไม่ใช่การเสียสละเพื่อคนที่ตัวเองรักเหรอ" จูไฉ่หงถาม จ้องตากับหลินชิงหู 

"พี่คิดว่าจูเหล่าซือจะทำแบบเสิ่นเวยไม่ได้หรือไง" 

หลินชิงหูพูดไม่ออก 

"ฉันคุยกับพี่ซันไว้ ว่าจะไม่ขัดขวางพวกเขา แต่ก็จะไม่สนับสนุนพวกเขาเหมือนกัน เราตั้งใจว่า เราจะแค่เฝ้าดูอย่างเงียบๆ แค่คอยปกป้องเขา จากพวกสื่อ......." เธอหยุด เหมือนจะให้แน่ใจในสิ่งที่เธอกำลังจะพูด 

"แต่ตอนนี้ ฉันอยากจะถอนคำพูดจริงๆ ฉันคงจะเฝ้าดูอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลยไม่ได้แล้ว ฉันทนมองดู จูเหล่าซือ ทำร้ายตัวเองแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว" จูไฉ่หงลุกพรวดขึันยืน 

"พี่ช่วยฉันคิดหาทางหน่อยเถอะ ฉันไม่อยาก ให้เขาเล่นบทเสี่ยงอันตรายพวกนั้น ฉันอยากให้เขาเลิกคิดว่าเขาเป็นตัวอันตรายสำหรับไป๋เหล่าซือ" เธอคว้าจับแขนของหลินชิงหูไว้ 

"ฉันอยากทำตัวเป็นกามเทพ ดึงพวกเขาสองคน กลับมาหากันอีก ฉันคิดว่า ถ้าพวกเขาได้อยู่ด้วยกันถึงแม้ว่าจะต้องหลบๆซ่อนๆ แต่มันก็ยังดีกว่า ให้พวกเขาแยกกัน แล้วก็ต้องมาทรมานตัวเองอย่างนี้" 

หลินชิงหูรู้ว่าการถ่ายทำวันนี้คงจะเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายสำหรับจูไฉ่หง แม้แต่ตัวเขาเอง ก็แทบจะทนไม่ได้ เขานึกถึงภาพของจูอี้หลง ที่กระเด็นถอยหลังตกลงไปในหลุม ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เขาต้องถ่ายฉากนั้นอยู่หลายครั้ง พวกนั้นก็ช่างไม่คิดเลยว่า จูอี้หลง เป็นเพียงนักแสดงธรรมดาไม่ใช่สตั้นแมน เห็นเขาทำได้ก็ใช้งานเขาเสียเต็มที่ ตอนนี้ อาการเจ็บหลัง ที่เขาเคยเป็นอยู่นาน นับตั้งแต่ตอนที่เขาตกม้าก็กลับมาอีกแล้ว บอกให้ไปหาหมอก็บอกว่าไม่มีเวลา ทำได้ก็แค่ทายานวดยาเท่านั้น 

จูไฉ่หงมาพูดอย่างนี้ ทำให้เขาอดเชื่อไม่ได้ว่า จูอี้หลงกำลังทำร้ายตัวเองอยู่จริงๆ 

"ฉันจะลองคุยกับทางโปรดักชั่นดู ว่าเราอยากจะปล่อยคลิป เบื้องหลังการถ่ายทำซักคลิปนึง บอกเขาว่า มันจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับละครของเขา แบบนี้เขาอาจจะยอมก็ได้" ........... 

ทางโปรดักชั่นยอมจริงๆ ยอมให้ทางสตูดิโอของจูอี้หลงปล่อยคลิปการถ่ายทำ หลินชิงหูเลือกคลิปที่จูอี้หลงกระเด็นถอยหลัง ตกลงในหลุม เพราะเขาคิดว่า ภาพนั้นดูน่าหวาดเสียว เขากะว่า เมื่อแฟนๆมองเห็นคลิปนี้ คงจะต้องมีคนเข้ามาคอมเม้นท์ เป็นห่วงจูเหล่าซือ ไม่อยากให้เขาทำอะไรเปลืองตัวอย่างนี้ 

หลินชิงหูเพียงแค่หวังว่า การแสดงความห่วงใยของบรรดาแฟนคลับ จะช่วยทำให้จูอี้หลง ระมัดระวังตัวยิ่งขึ้น ไม่ทำอะไรที่เสี่ยงๆแบบนั้นอีก 

เขายังกะว่าทางคุณแม่ของจูเหล่าซือก็คงจะโวยวายมาเหมือนกัน คงจะเป็นคนแรกที่โวยวายด้วยซ้ำ 

แต่หลินชิงหูก็เข้าใจผิด ทางคุณแม่ของจูเหล่าซือไม่ได้ทักท้วงอะไรมาเลย ทำให้เขานึกขึ้นมาได้ว่าคุณพ่อของจูเหล่าซือ เป็นคนของสมาคมวูซู ย่อมมองเห็นเรื่องการเจ็บตัวแบบนี้ เป็นเรื่องธรรมดา คนฝึกวิชา ย่อมต้องเจอกับเรื่องเจ็บตัวแบบนี้บ้างเป็นปกติ คุณแม่ก็คงจะเคยชินกับอาการบาดเจ็บเพราะการฝึก หรือการต่อสู้บนเวทีแล้ว 

นอกจากพวกแฟนคลับที่แสดงความห่วงใยแล้ว คนที่ติดต่อมาเป็นรายแรก กลับเป็นเผิงกวนอิง เขาโทรเข้าเครื่องจูไฉ่หง เพราะตามปกติเขาจะไม่โทรเข้าเครื่องของจูอี้หลงในช่วงที่เขารู้ว่าจูอี้หลงกำลังทำงานอยู่ 

แต่คราวนี้จูไฉ่หงไม่คุยกับเขา เธอเอาโทรศัพท์ไปยื่นให้จูอี้หลงที่กำลังนั่งอ่านบทอยู่ในเต้นท์ แล้วถอยออกมา ..... พยายามเงี่ยหูฟัง .... ได้ยินแต่คำว่า อือ อือ ไม่เป็นไร อือ รู้แล้ว แล้วก็ความเงียบ เพราะคงมีแต่ทางเผิงกวนอิงที่พูด แต่จูอี้หลงไม่ตอบอะไรเลย.... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}