Sawachi Yuki
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter :: 15 :: Recede [100 Per]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.8k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2562 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter :: 15 :: Recede [100 Per]
แบบอักษร

15

Recede

100 Per



ร่างโปร่งเดินเล่นไปตามชายหาด ยิ้มทักทายเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าระวังอยู่ตามจุดที่เขาผ่านบ้าง ร่างโปร่งอยู่ในชุดสบายๆ เสื้อกล้ามและกางเกงวอร์มสำหรับออกกำลังกาย อวดกล้ามเนื้อพอดีของตน เจโรมีเดินมาไกลจากบ้านพักมาก เดินมาเพียงลำพังเพราะเจ้านายที่เป็นคนพาเขามาที่นี่ยังไม่ตื่นจากฝัน ถ้าตื่นมาไม่เจอก็คงจะอารมณ์เสียอยู่ แต่เจโรมีได้ฝากบอกพีรพุฒิกับเหล่าแม่บ้านเอาไว้แล้วว่าช่วงแปดโมงเขาจะกลับเข้าไปทานอาหารเช้า

“สวัสดีครับ ลุกขึ้นวิ่งแต่เช้าเลยนะครับ” เจโรมีหยุดวิ่งทันทีที่มีคนเอ่ยทัก ร่างโปร่งหันไปมองพอเห็นว่าเป็นใครก็ก้าวเท้าไปหา

“คุณคือ? ที่ขับฮอมาเมื่อวานใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ ผมเก่งนะครับ ส่วนคุณก็คุณเจ็ม ผมได้ยินคุณพุฒิเรียกแบบนั้น”

“ครับ...แล้วพี่อีกคนไปไหนล่ะครับ” เจโรมีถามอีกคนที่มาด้วยกัน

“พักอยู่ครับ เราสองคนมาส่งที่นี่แล้วก็รอรับกลับเลย คุณโรมันสั่งมาแบบนี้น่ะครับ”

“อ่า...งั้นเหรอครับ” เจโรมีไม่รู้จะพูดคุยอะไรกับอีกฝ่ายดี ก็ทำท่าจะขอตัวไปวิ่งต่อ

“คุณเจ็มมาที่นี่ครั้งแรกใช่ไหมครับ ผมเองก็เพิ่งมาได้สองครั้งเอง พอดีเพิ่งจะเข้ามาทำงานกับท่านน่ะครับ ตอนแรกผมสังกัดอยู่สุพรรณบุรี”

“ครับ มาเป็นครั้งแรก”

“มาพักผ่อนสินะครับ”

“ใช่ครับ”

เจโรมีเหมือนจะจับความรู้สึกอะไรบางอย่างจากคนๆ นี้ได้ มันให้ความรู้สึกแปลกๆ สัญชาตญาณการระวังตัวของเขาเริ่มทำงาน สายตาสวยลอบสังเกตพฤติกรรมอีกฝ่ายไปด้วยระอย่างระมัดระวัง

“คุณพุฒินี่เป็นเพื่อนคุณโรมันใช่ไหมครับ แล้วคุณกับคุณพุฒินี่ เอ่อ ขอโทษที่เสียมารยาทถามนะครับ” เจโรมีแสร้งยิ้มอ่อนเหมือนไม่ถือสาอะไร

“ผมเป็นลูกน้องคนสนิทครับ คล้ายๆ มือขวาของพวกเจ้าพ่อมั้งครับ ทำนองนี้แหละ ฮะๆ” ร่างโปร่งตอบติดตลกไปเพื่อให้อีกฝ่ายตายใจ

“ฮ่าๆ คุณเจ็มเป็นคนตลกนะครับ”

ร่างโปร่งรู้สึกตงิดๆ ใจ เพราะท่าทางของอีกฝ่ายไม่เหมือนเข้ามาทักทายแบบธรรมดา แต่เหมือนจะตีสนิท แบบนี้จะต้องเป็นพวกสอดแนม หรือร้ายกว่านั้นคือหนอนบ่อนใส้เปล่า แต่เจโรมีก็เลือกที่จะเก็บความสงสัยเอาไว้

“ผมก็เป็นคนอารมณ์ดีครับ มาพักผ่อนแบบนี้ก็ไม่อยากเครียดอะไร ทิ้งความเครียดทุกอย่างเอาไว้ข้างหลัง ตอนนี้คือมาปลดปล่อยน่ะครับ คุณเก่งล่ะครับ ทำไมถึงไม่พักผ่อน มาทำอะไรแต่เช้าแบบนี้”

“อ่า ผมมาวิ่งนั่นแหละครับ แต่พอดีพี่ที่เขาเฝ้าอยู่จุดนี้เขาไปทำธุระส่วนตัวยามเช้าก็เลยอาสาเฝ้าให้แทนน่ะครับ ผมมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ได้อยู่นานมาก คราวที่แล้วมาส่งคุณโรมันก็กลับเลยครับ”

“จะว่าไปที่นี่มีการเฝ้าระวังค่อนข้างหนาแน่นนะครับ ผมเองก็ไม่เคยเห็นหรอกนะ แต่คุณพุฒิบอกว่าเกาะนี้คุณโรมันเลี้ยงสัตว์ตัวโปรดเอาไว้ที่ถ้ำทางนั้น เป็นสิงโตกับเสือ” เจโรมีเล่าพลางชี้ไปยังถ้ำที่อยู่ตรงหน้าแต่อีกค่อนข้างไกลกว่าจะถึง เก่งได้ยินแบบนั้นก็มีสีหน้าหวาดหวั่น

“จริงเหรอครับ”

“ครับ ไม่รู้ว่าพวกที่หลุดลอดเข้ามาที่นี่ พวกโจร ศัตรู จะเป็นอาหารของพวกมันไปแล้วหรือเปล่า แต่ก็อย่างว่านะครับ ไม่มีใครทำอะไร ‘มหัทธนวรสกุล’ ได้หรอก แค่คิดท้าทายก็เหมือนแหย่มือเข้าไปในกรงเสือแล้วล่ะครับ ใช่ไหม?” สีหน้าของเก่งซีดไป เห็นแบบนั้นเจโรมีก็มั่นใจได้ว่าจะต้องเป็นไส้ศึกของโรมันอย่างแน่นอน จากศัตรูฝั่งไหนเขาไม่รู้

แต่คนๆ นี้ไม่มีความสามารถทำการอะไรได้คนเดียวในเร็วๆ นี้แน่นอน ทำได้แค่เก็บรวบรวมข้อมูลเท่านั้นแหละ หน้าตาอีกฝ่ายดูไม่เป็นพิษเป็นภัยด้วย หรือไม่เขาก็คงคิดไปเอง เพราะเจ้าตัวยังไม่ได้ถามอะไรที่จะส่อให้ถึงพฤติกรรมอันน่าสงสัยด้วย

ไม่ประมาทเป็นดีที่สุด...

“ครับ ผมก็คิดแบบนั้นแหละ”

“ใกล้จะเวลาอาหารเช้าแล้ว ผมขอตัวก่อนะครับคุณเก่ง”

“เชิญครับ ขอบคุณที่หยุดคุยกับผมนะครับ”

เจโรมีส่งยิ้มน้อยๆ วิ่งตรงไปข้างหน้าอีกสักนิดก็วนกลับมาเพื่อจะกลับบ้านพัก แต่ขากลับใช้วิธีในการเดิน มือล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครสักคนที่รู้จักกันได้มาหลายเดือนแล้ว

(สวัสดีครับคุณเจ็ม)

“ขอโทษที่โทรรบกวนแต่เช้านะครับคุณพัน”

(ไม่เป็นไรครับ เวลางานของผมอยู่แล้ว ว่าแต่คุณเจ็มมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ หรือจะตามงาน)

“ผมไม่ได้จะตามงานหรอกครับ เมื่อวานคุณโรมันได้ให้คุณพันประสานคนที่จะส่งพวกผมมาที่เกาะหรือเปล่าครับ”

(ครับ หน้าที่ผมเอง)

พันหรือพันปีแสงเป็นเลขาของโรมันที่เจโรมีต้องประสานงานด้วยอยู่ตลอดๆ จะเลิกติดต่อก็จนกว่าจะเลิกคบค้าสมาคมด้วยกัน หรือไม่ก็พีรพุฒิกับโรมันแตกคอกันไปนั่นแหละ

“ลองเช็คประวัติของคนชื่อเก่งดูได้ไหมครับ ผมได้กลิ่นแปลกๆ เขามาคุยกับผมเหมือนจะตีสนิทมากกว่าพูดคุยทักทายน่ะครับ”

(จริงๆ คุณโรมันก็สงสัยนายคนนี้อยู่เหมือนกันครับ แต่บอกให้ดูพฤติกรรมไปก่อน ส่วนประวัติผมให้คนตามเช็คแล้วครับ ได้ความยังไงผมจะแจ้งคุณเจ็มทันทีครับ ไม่ต้องกังวล คนบนเกาะเชื่อใจได้ทุกคนร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่นายเก่งเพิ่งย้ายมาน่ะครับ ปล่อยให้ทดลองงานไปก่อน)

“โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนแล้ว สวัสดีครับ”

เจโรมีเก็บโทรศัพท์เดินไปตามชายหาด อากาศยามเช้าไม่ร้อนเหมือนกลางวันแม้จะมีแดด เหงื่อจากการวิ่งออกกำลังกายของเขาค่อยๆ แห้งเหือดไปกับลมที่พัดผ่านร่าง ร่างโปร่งเดินขึ้นบันไดผ่านสระว่ายน้ำขนาดใหญ่หน้าบ้านเดินเข้าตัวบ้านไป สาวใช้พาเขาเข้าไปห้องอาหารทันที ซึ่งมีร่างสูงกำลังนั่งกอดอกมองคาดโทษอยู่แล้ว

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

“ไปไหน ทำไมไม่ปลุก”

“ผมไปวิ่งมาครับ ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน เห็นคุณพุฒิหลับสบายๆ อยู่เลยไม่อยากปลุก ผมเองก็แจ้งป้าแม่บ้านไว้แล้ว แกไม่ได้รายงานหรือครับ” เจโรมีตอบไปมือก็เลื่อนเก้าอี้นั่งลง ไม่นานอาหารเช้าก็ทยอยมาวางตรงหน้า พีรพุฒิโบกให้เหล่าแม่บ้านออกไปก่อน ถ้าต้องการอะไรจะเรียกเอง

พอปลอดคนแล้ว พีรพุฒิก็เริ่มหาเรื่องต่อ

“จะไปวิ่งก็ชวนฉันไปด้วยก็ได้”

“พรุ่งนี้ผมจะปลุกก็แล้วกันนะครับ ใครจะไปรู้ล่ะว่าอยากจะวิ่ง เห็นทำงานทุกวันนี้ก็หนักแล้ว”

“อยากไปไหนไหม?” พีรพุฒิถาม

“ครับ? ไปไหน หมายถึง”

“ก็หมายความว่าอยากจะไปเที่ยวที่ไหนหรือเปล่า หรือจะอยู่ที่นี่”

เจโรมีครุ่นคิดไปสักพัก ก่อนจะถามกลับไป

“แล้วคุณพุฒิล่ะครับ อยากจะไปที่ไหนหรือเปล่า”

“ไม่อยาก!”

เล่นตอบมาแบบนี้แล้วเขาจะกล้าบอกว่าอยากจะออกไปเที่ยวหรือไง เจโรมีส่ายหน้าน้อยๆ “ผมก็ไม่อยากครับ”

“แน่นะ?”

“ครับ”

นอนเอาบรรยากาศอยู่ที่นี่ก็ไม่เสียหายอะไร บรรยากาศดี มีที่เดินเล่นเยอะ กว้างก็กว้าง ถ้ายังไงก็ขอเห็นเสือกับสิงโตที่โรมันเลี้ยงไว้สักครั้งก็พอ

ต้องมีรสนิยมแบบไหนถึงเลี้ยงสัตว์นักล่าเอาไว้เป็นสัตว์เลี้ยงแบบนี้

“ไหนๆ นายก็วิ่งแล้ว หลังกินข้าวเสร็จฉันจะไปว่ายน้ำสระข้างหน้า”

“แค่บอกผมใช่ไหมครับ”

“อืม...นายต้องว่ายด้วย”

“ห๊ะ!”

“นายต้องว่ายน้ำกับฉันไง มาทะเลทั้งทีต้องเล่นน้ำ คราวที่แล้วก็มัวแต่อยู่ในห้องไม่ได้ไปเที่ยวไหน ส่วนช่วงบ่ายจะไปดำน้ำ นั่งเรือไปไกลๆ หน่อย ตรงนั้นจะมีปะการัง”

“ดำน้ำหรือครับ!” ร่างโปร่งตื่นเต้นขึ้นมาทันควันหลังจากได้ยินว่าพีรพุฒิจะพาไปดำน้ำ

“อืม”

“เอ่อ แล้วคุณพุฒิดำน้ำเป็นหรือครับ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ลุงคนที่ดูแลที่นี่อยู่เขาเป็น จะไปกับเราด้วย อุปกรณ์โรมมันก็มีครบถ้วน แล้วเดี๋ยวคนของโรมจะตามไปด้วยอีกคน คนของโรมฝึกมาดี ต่อให้ไม่ใช่ทหารก็ฝึกแบบทหาร”

“ครับ ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ผมอยากดำน้ำมานานแล้ว”

“ทำไมไม่พูดล่ะ ฉันจะได้พามาเร็วกกว่านี้” พีรพุฒิว่า ก่อนจะตักอาหารเช้าตรงหน้าทาน พีรพุฒิค่อนข้างหิวแต่ที่ไม่ยอมทานก่อนเพราะจะรอเจโรมีเนี่ยแหละ เจโรมีเห็นว่าพีรพุฒิลงมือทานแล้วก็เริ่มลงมือตามบ้าง

นี่ถ้าพีรพุฒิไม่กินเสียทีเขาคงหิ้วท้องรออีกนาน แต่เรื่องดำน้ำก็ดึงความสนใจของเขาไปได้มากเลยทีเดียว

“ผมทำงาน เรียนก็หนัก คุณพุฒิเองก็ทำงานด้วย ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงตอนนี้ก็ได้มาแล้ว ขอบคุณนะครับ” ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มที่สดใสแรกให้กับพุฒิ ร่างแกร่งเห็นแบบนั้นก็สบายใจขึ้นมาหน่อย

เจโรมีกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว เขาก็ดีใจ...ความหวาดระแวงก่อนหน้ามลายหายไปจนสิ้น เหลือเอาไว้แค่เพียงความรู้สึกมีความสุขยามที่ได้อยู่ด้วยกัน ความสบายใจที่มีเจโรมีอยู่ในสายตาแล้วก็พลังอันมหาศาลที่ได้รับกลับคืนมาเพียงเพราะรอยยิ้มของอีกฝ่าย



หลังจากที่อาหารมื้อเช้าผ่านไป พีรพุฒิกับเจโรมีก็ขึ้นไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดว่ายน้ำ ลงมาในสภาพคลุมเสื้อคลุม นั่งคุยกันรอเวลาอาหารย่อยก่อนกลัวว่าถ้าลงเลยจะจุกเอาได้ เหล่าคนใช้ก็รู้งานดีว่าไม่ควรจะอยู่ในจุดที่แขกอยู่เลย เมื่อเอาขนมและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟก็กลับไปอยู่ในส่วนของหลังบ้านแทน

พีรพุฒิลุกขึ้นถอดเสื้อคลุมวางไว้บนเก้าอี้ตัวยาว เผยร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม กางเกงวายน้ำดีไซน์เดียวกับกางเกงชั้นในสีดำ เจโรมีมองร่างกายของพีรพุฒิไม่วางตาตั้งแต่แผ่นหลังกว้าง ลงมาที่สะโพกสอบแข็งแรง ร่างกายมีแต่กล้ามเนื้อสวย กางเกงว่ายน้ำแบบนี้ทำให้เห็นขนาดของแก่นกลางกายได้ชัดเจนว่ามัน...ขนาดไหน

ตู้ม!!!

พีรพุฒิกระโดดพุ่งตัวลงในน้ำด้วยท่วงท่าที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดี เจโรมียิ้มก่อนจะถอดเสื้อคลุมของตัวเองบ้าง กางเกงว่ายน้ำของเขาเป็นผ้าลื่นเนื้อดีรัดรูปความยาวครึ่งต้นขาไม่ถึงหัวเข่า แม้ว่าจะไม่ตัวใหญ่ กล้ามเยอะ แต่ร่างกายน่าดึงดูดไม่แพ้กัน ร่างกายของพีรพุฒิก็เหมาะกับพีรพุฒิ ร่างกายเจโรมีก็เหมาะกับเจโรมี ธรรมชาติสร้างสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่างให้เหมาะกับคนๆ นั้นอยู่แล้ว

ตู้ม!!!

เจโรมีโชว์ทักษะของแชมป์ว่ายน้ำตั้งแต่ประถมจนถึงตอนนี้ออกมา ท่ากระโดดที่ถูกต้อง ร่างกายที่ลงสัมผัสน้ำอย่างสวยงามตามด้วยท่าว่ายที่บ่งบอกว่าเป็นมืออาชีพ เป็นตัวจริงในด้านนี้ พีรพุฒิที่อยู่ขอบสระของอีกฝั่งมองดูการว่ายน้ำของเจโรมีอย่างประทับใจ ทุกครั้งที่พีรพุฒิเห็นการว่ายน้ำของร่างโปร่ง สายตาคมจะมองด้วยความหลงใหลได้ปลื้มเสมอ ร่างกายของเจโรมียามว่ายน้ำมันเซ็กซี่กว่าตอนที่อยู่บนเตียงเสียอีก

พีรพุฒิตกอยู่ในภวังค์อยู่นานจนกระทั่งเจ้าตัวว่ายมาถึงเขาแล้วม้วนตัวถีบตัวเองกลับไปอย่างสวยงาม พีรพุฒิจึงได้สติออกตัวว่ายตามไป แม้ไม่เร็วจนตามไม่ทันก็ตาม

“นายยังว่ายน้ำได้เจ๋งเหมือนเดิม” พีรพุฒิเอ่ยชมเมื่อมาถึงร่างโปร่งบาง เจโรมีดีใจยิ้มรับคำชมนั่น เพราะการว่ายน้ำเป็นกีฬาชนิดเดียวที่เจโรมีชอบมากและมั่นใจที่สุด

“ขอบคุณครับ”

“แข่งกับนายเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ”

“ก็คุณพุฒิไม่ใช่นักว่ายน้ำนี่ครับ”

“ก็จริง ฉันมันสายฟิตเนสมากกว่า เน้นเครื่องเล่น”

“แข่งกันสักรอบไหมครับ” ท้าทายร่างแกร่งด้วยรอยยิ้มที่น่าฟัด พีรพุฒิยิ้มรับคำท้านั่น แม้ว่าจะต้องพ่ายแพ้ยังไงเขาก็ไม่ยอมหนีแน่

“เอาสิ ถ้าฉันชนะ นายจะให้อะไร” ร่างสูงต่อรองรางวัล

สำหรับพีรพุฒิการแข่งขันจะต้องมีการพนันเสมอ

“ตามที่คุณพุฒิต้องการเลยครับ”

“แล้วถ้านายชนะล่ะ”

“ถ้าผมชนะ คุณพุฒิก็ต้องให้ผมขออะไรได้หนึ่งอย่าง”

ตอนนี้เจโรมีไม่มีอะไรที่อยากได้หรอก แต่คิดว่าเป็นข้อเสนอที่น่าจะมีประโยชน์ในอนาคตได้เท่านั้น

“โอเค ตามนั้น”

ทั้งคู่ขึ้นไปบนขอบสระ ตั้งท่าเตรียมกระโดด สิ้นเสียงนับสามของเจโรมี ร่างของทั้งสองคนก็พุ่งลงไปในน้ำทันทีในเวลาไล่เลี่ยกันแต่เจโรมีจะกระโดดได้ไกลกว่า หากก็ไม่ได้ห่างกันมานักจนพีรพุฒิสามารถว่ายตามได้ทัน ทั้งสองคนว่ายน้ำไปพร้อมๆ กัน กลับตัวพร้อมกันและถึงเส้นชัยไล่เลี่ยกัน

เพราะไม่มีกรรมการ ก็เลยไม่รู้ว่าใครชนะ

“แบบนี้ใครชนะล่ะ”

“ผมเองก็ไม่รู้ เราไม่มีกรรมการนี่ครับ”

“งั้นก็ถือว่าเสมอ เรามาตัดสินกันด้วยกันกลั้นหายใจในน้ำดีกว่า รู้แน่ๆ ว่าใครขึ้นก่อน” พีรพุฒิเสนอไอเดียว แล้วเจโรมีก็เห็นด้วย

“เอางั้นก็ได้ครับ”

“ถ้าอย่างนั้น เริ่มเลยนะ หนึ่ง สอง...สาม!”

ทั้งสองคนดำลงไปในน้ำพร้อมกัน ทั้งคู่มองกันใต้น้ำ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นชัดนัก แต่ก็สบตากันอยู่ พีรพุฒิคิดอะไรบางอย่างได้ก็ขยับเข้าหา เจโรมีพยายามถอยหนี แต่ก็ถูกมือแกร่งคว้าตัวเอาไว้แล้วกระชากเข้ามาหาตัวเอง สองมือประคองใบหน้าของเจโรมีไว้แล้วประทับริมฝีปากของตนเข้าหาริมฝีปากปิดสสนิทของอีกฝ่ายทันที

เจโรมีพยายามตั้งสติไม่ให้เตลิดจนเผลอหายใจทางจมูก ไม่เช่นนั้นสำลักตายอย่างแน่นอน ปากของเราแนบชิดกันอยู่อย่างนั้น มือของเจโรมีเปลี่ยนมาเกาะบ่า หลับตาปล่อยใจให้สัมผัสนั้นยังแตะค้างอยู่ พีรพุฒิเองก็บดเบียดแต่ไม่เปิดปากของอีกคน หากเปิดก็คงจะหมดลมหายใจกันทั้งคู่ ผ่านไปเกือบนาทีพีรพุฒิเริ่มจะไม่ไหวเสียเองแต่ก็ไม่อยากแพ้

เสมอก็ยังดี...

พีรพุฒิบีบปากเจโรมีจนร่างตรงหน้ากลั้นหายใจต่อไปไม่ได้ ร่างแกร่งเลยอาศัยจังหวะพาร่างกายของเจโรมีโผล่ขึ้นเหนือน้ำ

“แค่ก แค่ก คุณพุฒิขี้โกงมาก” เจโรมีต่อว่าอีกคนขณะที่ตัวเองไอโขลกเขลกจากการสำลักน้ำเข้าไปเต็มๆ

“อึก...หึหึ เสมออีกแล้วนะ”

“ไม่แข่งแล้วครับ ต่างคนต่างว่ายไปเลย” เจโรมีสะบัดหน้าหนีคนขี้โกงไม่พอยังแหวกว่ายหนีด้วย พีรพุฒิก็เลยว่ายตามไป เจโรมีก็หนีอีก ไม่ว่าร่างผอมจะว่ายไปทางไหนก็จะคอยมีพีรพุฒิแหวกว่ายตามไม่ห่าง

คนหนึ่งตามคนหนึ่งหนี เหมือนคู่รักกำลังง้องอนกันเสียจริงๆ



ช่วงบ่ายทั้งคู่ก็นั่งเรือไปยังกลางทะเลในจุดที่ลุงเขาแนะนำว่าปะการังสวย เรือสปีทโบ๊ทลำขนาดกลางจอดนิ่งอยู่อย่างนั้น พีรพุฒิกับเจโรมีใส่ชุดและอุปกรณ์ เจโรมีตั้งใจฟังคำแนะนำในการดำน้ำลึกครั้งนี้อย่างตั้งใจ ส่วนพีรพุฒิค่อนข้างชำนาญแล้วก็ไม่ใส่ใจมาก เน้นเช็คอุปกรณ์ทั้งของตัวเองและของเจโรมีอีกรอบเพื่อความปลอดภัยเสียมากกว่า

กระทั่งถึงเวลาลงไปในน้ำ พีรพุฒิบอกคนที่มาด้วยอีกสองคนไม่ต้องไป ให้รออยู่ด้านบนเพราะเขาไม่อยากให้ใครรบกวน ซึ่งทางคนของโรมันก็ย้ำว่าอย่าออกจากจุดที่บอกเอาไว้เด็ดขาด ซึ่งพีรพุฒิรู้ดีในจุดนี้อยู่แล้ว

เจโรมีตื่นเต้นมากเมื่อลงไปใต้ทะเลเป็นครั้งแรก เขาเป็นนักว่ายน้ำ แต่ไม่เคยดำน้ำลึกมาก่อน การจะได้เห็นอะไรใต้ทะเลแบบนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและน่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พีรพุฒิจับมือเขาเอาไว้แน่น ดำดิ่ง แหวกว่ายไปด้วยกัน ความงดงามที่ปรากฏในสายตาของทั้งคู่ มันสวยงามมากแล้วยิ่งคนที่มาด้วยกันเป็นคนสำคัญของเขา ยิ่งทำให้เจโรมีมีความสุข มองทุกอย่างสวยงามและอบอุ่นไปหมด

มีความสุขมากเสียจนอยากจะอยู่ในโลกแบบนี้นานๆ เจโรมีไม่อยากคิดให้ตัวเองเศร้า เขายอมรับได้ในระดับหนึ่งแล้ว ตอนนี้เขาขอแค่กอบโกยความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้มากที่สุดก็พอ

‘ผมรักคุณ’

ยามที่สบตากัน เจโรมีได้เอ่ยคำๆ นี้ออกไปในใจ หากแต่เจโรมีส่งสายตาบางอย่างจนทำให้ร่างแกร่งขมวดคิ้วสงสัยบีบกระชับฝ่ามือเหมือนการถามว่าเจโรมีต้องการจะสื่ออะไร

‘อะไรนะ’

เจโรมีได้แต่ยิ้ม รอยยิ้มที่พีรพุฒิไม่เห็นมันเพราะว่าหน้ากากมันบังอยู่ แต่ร่างโปร่งกลับพยายามทำภาษามือเพื่อบอกความในใจให้อีกฝ่ายรับรู้ แม้ว่าจะรอขึ้นไปเหนือน้ำก่อนก็ได้แล้วค่อยบอกเป็นคำพูด หากแต่เจโรมีก็ยังอยากจะบอกใต้น้ำแห่งนี้อยู่ดี

เชื่อว่ามันจะต้องน่าประทับใจมากกว่า

‘ผม’ ชี้ตัวเอง

‘ขอบ’ ประนมมือ

‘คุณ’ ชี้ไปที่พีรพุฒิ

ร่างสูงส่ายหน้าไปมา หัวใจของทั้งสองคนเต้นไปในจังหวะเดียวกัน ไม่มีใครรับรู้ว่าจังหวะการเต้นของฝ่ายตรงข้ามเป็นยังไง แต่พวกเขารู้ดีว่าตัวเองกำลังรู้สึกยังไง อบอุ่นแค่ไหน มีความสุขแค่ไหน เจ้าของหัวใจรู้ดี

มือแกร่งเอื้อมมาจับมือเจโรมีอีกครั้ง แล้วพาแหวกว่ายไปด้วยกันเรื่อยๆ ร่างสูงชี้นั่น ชี้นี่ให้เจโรมีได้ดู เด็กน้อยของเขาก็มองตามแววตาที่มักจะดูเย้าเสน่ห์อยู่ตลอดเวลาทอประกายสดใส ไร้เดียงสามาก พีรพุฒิรู้สึกว่าเราสองคนได้ย้อนวัยกลับไปในวัยเด็ก

วัยที่เราหัวเราะอย่างมีความสุข วัยที่เราเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นให้วุ่นวายปวดหัว ไม่มีงาน ไม่มีหน้าที่ ไม่มีภาระ มีเพียงแต่ตัวที่เล่นสนุกไปวันๆ

พีรพุฒิเหมือนได้ชาร์ตพลัง ที่ผ่านมาเขามาที่นี่กับเพื่อนอยู่บ่อยๆ มันก็หายเหนื่อยในระดับหนึ่ง เป็นการพักผ่อนแล้วก็ผ่อนคลายสมองได้ดี

แต่พอมากับเจโรมีซึ่งเป็นทุกๆ อย่างให้กับเขา เป็นกำลังใจสำคัญของเขา เป็นสมองของเขา เป็นพลังของเขา เป็นรอยยิ้มของเขา และเป็น ‘คนสำคัญของเขา’ พลังที่ได้รับกลับมามันเป็นร้อยเท่า พันเท่าเลย

สุขล้นอกมันเป็นอย่างนี้นี่เอง...





+ + + + + [P U T X J E M] + + + + +

อ่านแล้วเม้นท์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ หรืออยากจะให้กำลังใจผ่านทางไหนก็แล้วแต่ผู้อ่านเลย ยูกิจะได้มีกำลังใจต่อไปทั้งงาน ทั้งนิยาย ตอนนี้สุขภาพของยูกิไม่ดีเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารการอัพเดตหรือพูดคุย สอบถามได้ที่แฟนเพจและทวิตเตอร์นะคะ

https://www.facebook.com/sawachiyuki/

https://twitter.com/Sawachi_Yuki

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น