อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 ทางเลือกของเชลย ตอน 2

ชื่อตอน : บทที่ 3 ทางเลือกของเชลย ตอน 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 239

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2562 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ทางเลือกของเชลย ตอน 2
แบบอักษร

“มันก็แค่ข้อแลกเปลี่ยนเล็ก ๆ น้อย ๆ ...ถ้าคุณเลือกที่จะกลับไปหาคู่หมั้น ผมไม่ขอรับประกันความปลอดภัยอีหนูของพ่อ แต่ถ้าคุณเลือกพี่สาว คุณก็ต้องอยู่ที่นี่ ทำทุกอย่างตามที่ผมพอใจ!”

หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันแน่น มือทั้งสองขยุ้มผ้านวมที่ปกปิดร่างเปลือยเปล่าไว้แทบจะให้ขาดออกจากกัน ฮอฟมันน์กำลังขู่เธอ เขายื่นข้อเสนอที่เชลยไม่มีทางเลือก

“ถ้าอย่างนั้น...คุณจะให้ฉันอยู่ที่เกาะนี่อีกนานแค่ไหน!”

“นี่คงเป็นคำตอบของคุณสินะ”

 ฮอฟมันน์หรี่นัยน์ตาวาววับทว่าทรงเสน่ห์คู่นั้นลง แต่รอยยิ้มเหยียดนี่สิมันทำให้หญิงสาวอยากบีบคอเขาเป็นที่สุด

“คุณยังไม่ได้ให้คำตอบฉันเลยนะคะ แม็กซ์...ว่าจะให้ฉันอยู่ที่เกาะนี่อีกนานแค่ไหน”

“คุณคงคิดถึงคู่หมั้นใจจะขาด คงอยากกลับไปหาเขาแทบทนไม่ไหว”

“ใช่! ฉันคิดถึงเขามาก”

บุษราคัมโพล่งออกไปอย่างเหลืออด ดวงตาวาววามเต็มไปด้วยหยาดน้ำรินไหล เขาไม่มีวันรู้ว่าเธอคิดถึงเจ้าของแหวนวงนี้แค่ไหน ป่านนี้ เขา คงอยู่บ้านและรอนับวันที่เธอจะกลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ

“คุณมันใจหิน! วันหนึ่งคุณจะได้รู้ว่าการพลัดพรากจากคนที่คุณรักมันเป็นยังไง!”

ฮอฟมันน์นิ่งไปและไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่อยากลุกไปไหนในตอนนี้ เขาจับจ้องอยู่แต่วงหน้างามกับความรู้สึกบางอย่างกำลังดิ่งลงต่ำทุกขณะ แทนคำตอบร่างสูงใหญ่กลับทำตามความปรารถนาด้วยการรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิดและก้มหน้าลงไปหาจนหญิงสาวตั้งตัวแทบไม่ติด จูบครั้งที่สามทำเอาบุษราคัมหวิวหวาดลงไปถึงใต้บึ้ง

เจ้าของร่างนุ่มปล่อยให้ริมฝากร้อนประกบปิดกลีบปากบางระริกและแทรกปลายลิ้นหนาเข้าไปภายในเพื่อโลมไล้ราวกับจะปลอบประโลม ครั้งนี้เธอยอมเขา ไม่ขัดขืนหรือส่งเสียงเอ็ดอึงในลำคอ ขณะเดียวกันฮอฟมันน์กลับเป็นฝ่ายเริ่มสั่นสะท้านเมื่อปลายลิ้นพลิ้วพลิกหยั่งเข้าไปในโพรงปากแสนหวานลึกขึ้นเรื่อย ๆ

เขาไม่ได้แค่อยากจูบเธอเสียแล้ว...แต่อยากดูดดื่ม กลืนกินทุกอย่างที่ลิ้นเขาได้สัมผัส ใช่แต่เขาจะจุมพิตเธอแนบสนิท แต่ความยับยั้งชั่งใจกำลังก้าวล่วงไปเกินกว่าสติจะฉุดรั้ง มือใหญ่เริ่มไล้ลูบไปบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าบนเนื้อตัวสีชมพู เขากำลังปลุกปั่นเลือดอุ่นในกายสาวสูบฉีดแรงจนผิวแก้มแดงซ่าน

เธอจะยอมให้เขาจูบเท่านั้น...บุษราคัมย้ำเตือนกับตัวเองเมื่อปลายนิ้วหยาบกดลงบนผิวละมุนราวจะปลุกให้เธอร้อนรุ่มยิ่งกว่าน้ำเดือด

“แม็กซ์!”

หญิงสาวหายใจหอบขัดเมื่อชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกเพราะหัวไหล่กว้างถูกปลายเล็บเรียวจิกลงไปเต็มแรง ฮอฟมันน์หยุดตัวเองลงในฉับพลันแต่ยังตระกองกอดร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขน

“ในเมื่อฉันยอมอยู่ที่นี่คุณก็ต้องสัญญาว่าจะทำตามที่คุณพูด”

“ว่า...”

“คุณจะจูบฉัน...จูบฉันเท่านั้น” บุษราคัมพูดเสียงปนหอบทั้งที่ปลายจมูกเธอและเขายังชนกันอยู่เช่นนั้น

“ผมไม่ลืมสัญญา ถ้าคุณทำตัวดี ๆ และไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้ ระหว่างเรา”

“ถ้าอย่างนั้น...บอกฉันได้หรือยังคะว่าเมื่อไหร่คุณจะให้ฉันไปจากที่นี่”

หญิงสาวยังคงทวงถาม แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ร่อนลงจอดด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน สองหนุ่มสาวหันไปมองนอกกระจกพร้อมกันเมื่อแสงสปอร์ตไลต์สว่างจ้าสาดเข้ามาด้านใน ร่างสูงใหญ่หันกลับมามองหญิงสาวซึ่งดูเหมือนนัยน์ตาคู่นั้นพราวพรายราวกับมีความหวัง

“คิดว่าใครจะมาช่วยคุณอย่างนั้นหรือ...พวกที่อยู่ในเฮลิคอปเตอร์นั่นน่ะคนของผมเอง!”

น้ำเสียงดุดันแฝงไว้ด้วยรอยเย้ยหยันและรู้เท่าทันความคิดทำให้บุษราคัมหันมาทำตาเขียวใส่ ร่างอรชรกระชับผ้าห่มที่ปกปิดร่างเปลือยไว้ก่อนขยับตัวถอยห่างไปจนชิดหัวเตียง

“นี่คุณกะจะขนคนมาเฝ้าฉันไม่ให้ไปไหนหรือยังไง ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ถึงยังไงฉันก็หนีไปจากที่นี่ไม่ได้อยู่แล้ว”

“ถ้าคุณคิดได้อย่างที่พูดจริง ๆ ก็ดีนะสิ! แต่จะบอกให้ว่าจริง ๆ แล้วผมจะไม่ให้ใครมาที่นี่ถ้าไม่มีความจำเป็น”

ฮอฟมันน์กล่าวพลางลุกขึ้นหยิบเสื้อยืดที่พาดไว้บนเก้าอี้มาสวมใส่ก่อนหันกลับมาทางหญิงสาว

“ผมจะออกไปข้างนอก...ส่วนคุณถ้าไม่มีความจำเป็นก็อย่าเที่ยวออกไปเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน ดีไม่ดีเดินไปเหยียบกับระเบิดที่ผมทำไว้ตายเปล่าไม่รู้ด้วย!”

ร่างสูงทิ้งคำขู่ไว้ก่อนเดินลงส้นหนัก ๆ ออกไปมีเพียงบุษราคัมที่นั่งถลึงตาใส่ด้วยความหมั่นไส้เต็มประดา ถ้าถูกคนบ้าจับมาขังไว้ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ดันเป็นทหารแถมยังเคยผ่านการทดสอบจากหน่วยรบพิเศษของกองทัพเสียอีกด้วย

หญิงสาวเริ่มจนใจเพราะไม่รู้นจะทำอย่างไรจึงหนีได้พ้น เธออาจต้องตามน้ำไปก่อนแล้วค่อยตะล่อมให้คนเลือดร้อนเห็นใจภายหลัง ชั่วแวบก็นึกถึงจูบของเขาขึ้นมาเสียอย่างนั้น คิดได้ร่างอรชรก็เอามือขยี้ปากตัวเองทั้งที่ความทรงจำกำลังบันทึกสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ ทั้งความรุ่มร้อน พลังเปี่ยมล้นเสน่ห์ของคนบ้าโรคจิตที่ถือสิทธิ์จูบเธอจนแทบไม่ได้หายใจหายคอ

 บุษราคัมนั่งฟังเสียงเฮลิคอปเอร์ซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะเงียบลงเพียงครู่ก่อนตัดสินใจลุกจากที่นอนเพื่อหาชุดมาสวมใส่ สุดท้ายก็คว้าได้ก็แต่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งเอามาใส่แก้ขัดและค่อย ๆ เดินออกไปห้องรับแขกเพื่อแง้มประตูบ้านดูเหตุการณ์ภายนอก

เสียงเฮลิคอปเตอร์ยังคงดังสนั่นและแสงไฟก็ทำให้เห็นว่าฮอฟมันน์ยืนคุยอยู่กับชายอีกสองสามเป็นเวลานานทีเดียว คนพวกนั้นเป็นใครกัน? เป็นทหารด้วยหรือเปล่า? บุษราคัมนิ่งนึกสงสัยกระทั่งเห็นว่าเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์และปล่อยให้คนสองคนยืนรอห่างออกมาก่อนเครื่องจะค่อย ๆ บินขึ้นและทะยานลับหายไปท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิด ฮอฟมันน์ไปไหน? หญิงสาวตั้งคำถามพร้อมกับความกลัวแล่นปราดเข้าจับหัวใจ ร่างแน่งน้อยกำลังจะวิ่งตามออกไปก็ต้องหยุดชะงักเมื่อชายสองคนในชุดหนังเดินกลับเข้ามา

“คุณบีน่า”

 ชายทั้งสองซึ่งก้าวมาหยุดตรงหน้าเรียกเธออย่างที่นายของพวกเขาเรียกหากก็ไม่ได้ทำให้ความกลัวระคนสับสนของบุษราคัมลดน้อยลงเลย

“แม็กซ์ล่ะ...เขาไปไหน?”

“คุณฮอฟมันน์ต้องเดินทางกลับเยอรมันด่วนครับเลยให้พวกเราอยู่ที่นี่เพื่อคอยดูแลคุณบีน่า”

“ดูแลฉันอย่างนั้นหรือ?...บอกได้ไหมว่าเขามีธุระด่วนอะไรถึงได้รีบไปกะทันหันแบบนี้”

คนทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่ชายร่างใหญ่คนเดิมจะกล่าวขึ้น

“คุณคลอเดีย...แม่ของคุณฮอฟมันน์ต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วนครับ เธอกินยาเข้าไปมากเกินขนาด ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลในดามตัชท์”

ทันทีที่อีกฝ่ายกล่าวจบบุษราคัมก็มีอาการหนาวเยือกขึ้นมาทันใด หญิงสาวมองหน้าชายร่างสูงใหญ่ทั้งสองขณะพยายามคุมสติให้คงที่ก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อมุ่งตรงไปยังห้องเดิมและแทรกกายเข้าไปใต้ผ้าห่มก่อนจะหลั่งน้ำตาออกมาเพียงลำพัง นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เสียแล้ว เธอกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติครั้งใหญ่และไม่ใช่ใครอื่นเป็นต้นเหตุ ทุกอย่างล้วนมาจากอัญมณีพี่สาวแท้ ๆ ที่ไม่เคยเหลียวแลครอบครัวยามทุกข์

“พ่อ...พ่อจ๋า บุษจะทำยังไงดี ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้”

ร่างแน่งน้อยครวญอยู่กับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวลูบแหวนทองเหลืองบนนิ้วเรียวราวสัมผัสไออุ่นของใครคนนั้น คนที่เสียงพร่ำรำพันไม่มีวันข้ามทะเลอันกว้างใหญ่ไปได้ถึง


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น