โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 7-2 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 7-2 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2562 17:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7-2 ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี
แบบอักษร

​กริ๊ก กริ๊ก

ช่วยด้วย ได้โปรด ใครก็ได้ช่วยด้วย กลัวจะตายอยู่แล้ว เจ็บ เจ็บมาก แกะออกให้ที ได้โปรดแกะอันนี้ออกที มันเจ็บมากจริงๆ ทำไมต้องเกิดเรื่องนี้กับฉันด้วย ทำไมกัน

『ทำไมงั้นเหรอคะ』

ใครน่ะ อ๋อ มีโซนี่เอง!

『เพราะท่านรองไม่ใช่สไตล์ฉันไงคะ เอาล่ะ รับหัวใจไปดวงนึงแล้วตกๆ ลงไปซะนะคะ』

อะ…ไรนะ?

『อ้อ! คิดดูแล้วก็มีผู้หญิงที่เหมาะกับท่านรองนะคะ』

พูดไร้สาระแบบนี้อีกแล้วเหรอ

『นั่นไงคะ อยู่นั่นไง รีบหันกลับมามองเร็วค่ะ』    

กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก



“เฮือก!”

ยองจุนใช้สองมือกุมรอบคอตัวเองหลังจากลุกขึ้นด้วยความเร่งรีบก่อนจะเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวด

“แฮ่ก แฮ่ก... แค่กก…”

เมื่อต่อสู้กับความเจ็บปวดด้วยการกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่พักใหญ่บนเตียงที่กว้างเกินไปสำหรับตัวเขาเองเพียงคนเดียว  เขาก็กลับมาหายใจคล่องอีกครั้ง

“ฮ่า ฮ่า เฮ้อ...”

ทั้งฝันร้ายที่เกิดขึ้นประจำไปจนถึงเรื่องแปลกประหลาด มันผสมปนเปกันไปหมด หรือจะเป็นผลจากการถูกมีโซทิ้งกันนะ

เขาปรับลมหายใจสักพักเหลือบมองนาฬิกาที่แสดงเวลาตีสอง ก่อนเสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือจะดังขึ้น

[ยองจุน ตอนนี้นายคงหลับฝันดีอยู่สินะ ฉันคิดว่านายต้องมีความสุขมากแน่ที่นอนหลับสนิทแบบนั้น พี่อิจฉานายจัง]

“ก็แย่ละ อิจฉาบ้าบออะไร ไอ้คนเลว... เพราะนายนั่นแหละ ฉันถึงต้องลำบาก… ”

ยองจุนลงจากเตียงด้วยร่างกายที่เหงื่อท่วมตัวราวกับคนไปวิ่งมาราธอนมา แล้วค่อยๆ เดินตรงไปยังห้องอาบน้ำ

ก้าวเข้าไปด้านในทั้งที่เสื้อผ้าครบชุด จากนั้นก็เปิดฝักบัวจนสุดให้น้ำเย็นเฉียบไหลกระทบลงมาด้านล่างเหมือนน้ำจากน้ำตกที่ทะลักออกมา น้ำเย็นจัดราวกับแผ่นน้ำแข็งทำให้เขาหายใจไม่ออกจนเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว

“ฮึก… ฮ่า...”

ยองจุนมองไปนอกหน้าต่างห้องน้ำที่ยังคงเต็มไปด้วยความมืด เขาตัวสั่นขึ้นอย่างกะทันหันพร้อมกับตะโกนร้องขึ้นมาเสียงดังลั่น

“อ๊าก! ได้โปรดพอเถอะ ตอนนี้มันควรจบได้แล้ว! เวรเอ๊ย”

ยองจุนทุบลงไปบนพื้นหลายต่อหลายครั้ง หลังจากหายใจเข้าออกอย่างลึกๆ เขาก็คู้ตัวกอดเข่าตัวเองเอาไว้

จนทำให้ปลายกางเกงนอนเปียกชื้นถูกดึงขึ้น และนั่นทำให้มองเห็นรอยแผลเป็นที่ยังหลงเหลืออยู่ได้อย่างชัดเจนบนข้อเท้าทั้งสองข้าง



“มันก็มีคนที่ชอบอาหารจืดชืดมากกว่าอาหารรสจัดจ้านจริงไหม แล้วแต่รสนิยมแต่ละคนไง เลขามีโซเจอผู้ชายเพอร์เฟ็กอย่างนายมาตั้งเก้าปี ตอนนี้ก็คงอยากอยู่กับคนธรรมดาบ้างแล้วก็ได้”

กิ๊ง กิ๊ง กิ๊ง

“ปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้”

“ทำไมอะ หรือว่าลียองจุนของโลกใบนี้ตกหลุมรักเลขามีโซงั้นเหรอ”

อิ๊ง อิ๊ง ปิ๊ก ปิ๊กกก ฟิ้ววว ปย๊ง ปย๊ง กิ๊ง

“ไม่มีมีโซไม่ได้ ทำงานไม่ได้”

“งั้นลองตื้อแบบเป็นบ้าดูสิ”

อิ๊ง อิ๊ง ปิ๊ก ปิ๊กกก

“ตายยังดีกว่าถ้าต้องทำงั้น...”

“งั้นตายสิ โอ้ โอ้ๆ ดีๆ ตามนั้นไปเลย เยส!”

“เฮ้ย นี่นาย…”

อิ๊ง อิ๊ง อิ๊ง ฟิ้วววว ปย๊ง ปย๊ง...

พลั่ก!

สมาร์ทโฟนในมือของยูชิกลอยกระเด็นด้วยหนึ่งกำปั้นอย่างเต็มรักของยองจุน โดยที่โอกาสทำสถิติเก็บคะแนนอันดับหนึ่งในเกมเอนิปังก็ลอยตามไปด้วย

“อ๊าก! อ๊ากก! ลียองจุน คนใจร้ายนิสัยสัตว์ป่า! ไปเลยไป!”

เสียงเด็กน้อยพูดว่า ‘ไทม์โอเวอร์’ ดังขึ้นเหมือนนัดกันไว้ทำเอายูชิกแทบน้ำตาไหลออกมา เขาเดินอย่างไร้เรี่ยวแรงไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกไปบนพื้นแล้วใช้สายตาโกรธเคืองปรายตามอง และเห็นว่ายองจุนยังนั่งนิ่งๆ อยู่บนโซฟาเหมือนเดิม

ยองจุนเอนตัวนอนเหยียดยาวมองเพดานอยู่บนโซฟาด้วยท่าทางดูเซ็กซี่และดูมีเสน่ห์เสมอ จนไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นผู้ชายที่ยังตั้งสติไม่ได้จากการถูกทิ้งเมื่อคืนวานจนส่งผลยาวมาถึงวันนี้

“ลียองจุนผู้แข็งแกร่งถูกเลขาที่ทำงานมาด้วยกันเก้าปีเขี่ยทิ้ง ตลกไม่เบานะเนี่ย แถมตอนทะเลาะกันอยู่ยังส่งหัวใจให้อีก ไม่ปกติแล้ว ใจร้ายอะ เลขาคิมดูไม่เป็นคนงั้นเลย…”

“หุบปาก”

“ครับ”

พอการประชุมผู้บริหารในช่วงเช้าเสร็จยองจุนก็ตรงมาที่ห้องของยูชิกทันที แต่เขาอยู่ในสภาพเดิมๆ บ่นคำเดิมๆ อยู่คนเดียวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ว่าจะทำยังไง ต้องทำยังไงดี

“เอาแต่บ่นไม่หยุด”

ยุนชิกลูบต้นแขนเบาๆ ก่อนปิดปากเงียบเมื่อรับรู้ถึงสายตาเฉียบคมของยองจุนที่จองมาจนขนลุกจนแทบจะตัวแข็งชา



เริ่มต้นตอนไหนกันนะ

มันคือวันที่เธอผูกไทด์ให้เขาเป็นครั้งแรก ช่วงเวลานั้นยองจุนรู้สึกดีมาก อบอุ่นอ่อนโยนดั่งความฝันแสนหวาน แม้จะเป็นฝีมือของหญิงสาววัยรุ่นแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาอึดอัดใจหรือขนลุกเลย หลังจากการร้องขอให้ช่วยเหลือเรื่องส่วนตัวต่างๆ ก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เพราะไม่มีคนขับรถแทนให้ยองจุนจึงแทบจะไม่ดื่มนอกบ้านเลยในช่วงก่อนจะพบกับมีโซ เพราะเขาไม่เชื่อใจใครทั้งนั้นไม่ว่าจะคนขับแท็กซี่ หรือจะเป็นคนขับรถจากบริษัทไหนก็ตามแต่ แค่คิดว่าจะต้องนั่งอยู่คนเดียวบนรถที่มีใครก็ไม่รู้ที่ไว้ใจไม่ได้เป็นคนขับทั้งๆ ที่ตัวเองสติเลือนราง มันก็น่าขนลุกแล้ว

ถึงอย่างนั้นมีโซก็แตกต่างจากทุกคน หลังจากรับตำแหน่งรองประธานบริษัทก็มักจะมีงานเลี้ยงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ยองจุนเล็งเห็นถึงจุดนั้นจึงให้มีโซไปทำใบขับขี่ และเมื่อผู้หญิงฉลาดอย่างเธอได้รับใบอนุญาตมาภายในเวลาอันสั้น คนขับรถจึงกลายเป็นหน้าที่ของเธอในช่วงเวลาเร่งด่วน

แต่มันก็ไม่ใช่แค่นั้น

เพราะสำหรับงานเลี้ยงทางการจำเป็นต้องมีพาร์ทเนอร์ในการเข้าร่วมงานด้วย ยองจุนก็คิดว่ามีโซที่ทั้งสวยและฉลาดหลักแหลมดีกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ที่มีแค่ฐานะทางบ้านดีแต่ไร้สาระและบ้ากระเป๋าแพงๆ อยู่มาก เขาจึงเลือกเธอให้ไปด้วยกัน ซึ่งมีโซที่ทำท่าทางลังเลในทีแรกก็ทำให้ยองจุนตกใจ เพราะเธอไม่ตื่นคนและทำหน้าที่พาร์ทเนอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว หลังจากนั้นเธอจึงกลายเป็นพาร์ทเนอร์ในงานสำคัญอย่างเป็นทางการของเขาเสมอมา

ส่วนเรื่องอื่นนอกจากนั้นก็คืองานหลักของเลขาที่สำคัญและมากมายมหาศาลจนพูดออกมาไม่หมด

เป็นความจริงอย่างที่มีโซพูดว่าตลอดเก้าปีที่ผ่านมาเธอทำงานหนักมากมาตลอดจริงๆ

ถึงจะอ้างว่าเธอไม่เคยปฏิเสธแต่นั่นก็คงฟังไม่ขึ้น มันเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องคิดให้มากก็รับรู้ได้ว่างานทั้งหมดที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้นรับผิดชอบมันมากมายเกินไปขนาดไหน

อาจเป็นเพราะปัญหาทางบ้านกับสถานการณ์ที่ไม่สามารถลาออกได้ ซึ่งมันคงไม่ใช่ว่าไม่อยากพูดปฏิเสธ แต่เธอพูดมันออกมาไม่ได้ต่างหาก

ช่วงเวลาเกือบสิบปีที่ผ่านไปอย่างไร้ปัญหาและน่าพึงพอใจทำให้เขาเชื่อได้ไม่ยากว่าเราทั้งคู่คงทำงานด้วยกันไปอีกนานในอนาคต

ยองจุนเต็มไปด้วยความสับสนแสนสาหัส

ความรู้สึกต่อมีโซในตอนนี้คือความเสียใจใช่ไหมนะ หรือการถูกหักหลังกันแน่ หรืออาจจะเป็นเพราะความรู้สึกอื่น



หลังเฝ้ามองยองจุนนั่งเหม่อลอยมาสักพัก ยูชิกจึงพูดขึ้น

“แม่ฉันเป็นคนเงียบมาก ทำตามคำสั่งพ่อทุกอย่าง คอยเฝ้าดูลูกๆ จากด้านหลัง แล้วก็ไม่เคยขึ้นเสียงสักครั้งเลยล่ะ”

เสียงพูดอย่างกะทันหันของยูชิกทำให้ยองจุนหลุดจากภวังค์แล้วหันไปมองต้นเสียง

“คุณแม่ทำแบบนั้นจนกระทั่งวันเกิดปีที่หกสิบของพ่อ ก่อนจะออกเดินทางไปเที่ยวยุโรปเอง”

“ยุโรปเหรอ”

“ใช่ ไปครั้งละหนึ่งอาทิตย์ แต่ส่วนมากแม่จะกลับมาหลังจากผ่านไปสิบห้าวัน ทั้งที่เคยพูดไว้ว่าเที่ยวต่างประเทศคนเดียวไม่สนุกขนาดนั้นถ้าไม่มีพ่อไปด้วย แต่กลับกัน ตอนไม่มีแม่อยู่ด้วย พ่อกลับน้ำหนักลดลงทีละกิโลหลังจากแม่ไปเที่ยวอยู่เรื่อยๆ สุดท้ายแม่ก็ออกจากบ้านไปตลอดกาล ทั้งๆ ที่อายุมากแล้ว”

“ไม่ต้องพูดเกริ่น ขอตอนจบเลย”

“สุดท้ายพ่อกับแม่ก็หย่ากัน”

“หรือว่า เรื่องหย่านี่มาทั้งครอบ…”

“หุบปาก”

ยูชิกตัดบทตรงๆ ด้วยความขุ่นเคืองแล้วเริ่มพูดต่ออีกครั้ง

“ช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันไม่ได้ถามเรื่องนี้ จนกระทั่งบังเอิญมีโอกาสเมื่อปีก่อน ถึงได้ถามพ่อว่าทำไมกับแม่เป็นแบบนั้น”

“แล้ว?”

“ท่านพูดแค่ประโยคเดียว”

“ว่า”

“ไม่พูด น่ากลัวกว่าพูดไม่ดี”

ใบหน้าของยองจุนยังคงบูดบึ้ง

“จะบอกว่าเหตุผลที่เลขาคิมทำงานมาเงียบๆ ตลอดจนกระทั่งจะไป เพราะไม่สนใจฉันเลยสักนิดงั้นเหรอ”

“ถึงจะน่าเศร้า แต่มันจริงไหมล่ะ”

ยองจุนถอนหายใจแล้วกัดฟันกรอดพร้อมกับลุกขึ้นจากที่นั่ง

“คิดจะทำไงต่อ”

ยองจุนขยับแจ็กเก็ตพลางจัดการแต่งกายให้เข้าที่ ก่อนจะตอบกลับอย่างเย็นชาทันทีที่ได้ยินคำถามของยูชิก

“ตอนมาจะมายังไงไม่รู้ แต่จะไปง่ายๆ ตามใจไม่ได้หรอก”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น